ถิงถิงรีบเสริมคำพูดของหลินซือหย่วน"ใช่ค่ะพี่ พี่ซือหย่วนพูดถูกแล้วโทรศัพท์ไปหาพ่อแม่อุปถัมภ์เถอะค่ะ พ่อกับแม่รู้เข้าก็คงไม่ว่าอะไรหนูรู้ว่าพี่ต้องคิดถึงพวกท่านแน่ๆ หนูว่าทางนั้นก็คงคิดถึงพี่เหมือนกัน"
หูหลันเยวี่ยครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่โทรศัพท์
ขณะที่หูหลันเยวี่ยกำลังจะโทรศัพท์หลินซือหย่วนก็เข้ามากระซิบ "ฉันกับถิงถิงจะรออยู่ข้างนอกนะ"
"พี่คะ พวกหนูไปรอข้างนอกนะคะ"
ไม่นานหลังจากต่อสายโทรศัพท์ได้หูหลันเยวี่ยก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังลอดออกมา
"ฮัลโหล"
เป็นเสียงของผู้หญิงฟังดูนุ่มนวลแต่ไร้ความอบอุ่น
เมื่อได้ยินเสียงแม่อุปถัมภ์อีกครั้งหูหลันเยวี่ยก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรือยินดี เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก"แม่คะ หนูหลันเยวี่ยเองค่ะ พ่อกับแม่สบายดีนะคะ?"
เห็นได้ชัดว่าปลายสายไม่ได้คาดคิดว่าคนที่โทรมาจะเป็นหูหลันเยวี่ย
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งหูหลันเยวี่ยก็ได้ยินเสียงแม่อุปถัมภ์อีกครั้ง
"อ้าว เสี่ยวเยวี่ยเองเหรอ พ่อกับแม่สบายดี หนูไปอยู่กับพ่อแม่แท้ๆสบายดีไหม?"
ถึงน้ำเสียงของแม่อุปถัมภ์จะอ่อนโยนแม้ว่าจะให้ความรู้สึกเกรงใจและเหินห่าง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแปลกหน้า
หูหลันเยวี่ยก็ตอบกลับแม่อุปถัมภ์ที่อยู่ปลายสายด้วยน้ำเสียงเดียวกัน
"หนูเริ่มชินกับชีวิตที่นี่แล้วค่ะ แค่คิดถึงแม่กับพ่อบ่อยๆ"
แม่อุปถัมภ์ตอบรับเบาๆก่อนจะพูดต่อ "ชินก็ดีแล้วลูก เข้ากับพ่อแม่แท้ๆให้ดีๆ ล่ะ พวกท่านคือญาติของหนู ที่นั่นคือบ้านของหนูนะ"
ไม่ว่าจะจากน้ำเสียงหรือคำพูดที่แม่อุปถัมภ์แสดงออกมาหูหลันเยวี่ยก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกลัวว่าเธอจะกลับไปอยู่กับพวกเขา
ชาติที่แล้วหูหลันเยวี่ยกลับไปอยู่กับพวกเขาด้วยความคาดหวังแต่สิ่งที่ต้อนรับเธอกลับเป็นสีหน้าเย็นชา และข้อเรียกร้องมากมาย
ตอนนั้นหูหลันเยวี่ยยังไร้เดียงสาคิดว่าที่พ่อแม่อุปถัมภ์ทำไม่ดีกับเธอ ก็เพื่อไม่ให้เฉินเชี่ยนเชี่ยน ลูกสาวแท้ๆของตัวเองต้องคิดมาก
ยิ่งคิดหูหลันเยวี่ยก็ยิ่งรู้สึกว่าตอนนั้นตนไม่ใช่แค่คิดเข้าข้างตัวเองแต่ยังโง่เขลามากอีกด้วย
ขณะที่หูหลันเยวี่ยกำลังจะเอ่ยปากเสียงแม่อุปถัมภ์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง "เสี่ยวเยวี่ยถ้าคิดถึงพวกเรา ก็เขียนจดหมายมานะลูก พยายามอย่าโทรศัพท์เลย ค่าโทรศัพท์มันแพงคนบ้านนอกหาเงินทองลำบาก"
ตั้งแต่ต้นจนจบแม่อุปถัมภ์ไม่ได้พูดออกมาเลยว่าให้หลันเยวี่ยกลับไปเยี่ยมบ้าน
ราวกับว่าถ้าทางนั้นเอ่ยปากหูหลันเยวี่ยจะรีบวิ่งกลับไปทันที
หูหลันเยวี่ยหัวเราะเยาะตัวเองก่อนจะเอ่ยตอบ"ค่ะแม่หนูจะเขียนจดหมายไปหาแม่กับพ่อนะคะ"
ในขณะนั้นเองหูหลันเยวี่ยก็ได้ยินเสียงเล็กแหลมอันไพเราะของหญิงสาว
"แม่คะ คุยโทรศัพท์กับใครคะ?"
ไม่ต้องเสียเวลาแยกแยะหูหลันเยวี่ยก็รู้ทันทีว่าเสียงที่ดังแทรกเข้ามาในโทรศัพท์คือเสียงของเฉินเชี่ยนเชี่ยน
ในชั่วขณะที่ได้ยินเสียงของเฉินเชี่ยนเชี่ยนหูหลันเยวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงความเจ็บปวดต่างๆ ในชาติที่แล้วและคำพูดที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนพูดต่อหน้าศพของเธอ
ความเกลียดชังราวกับเขื่อนแตกถาโถมเข้าใส่ในทันที
จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็ได้ยินเสียงแม่อุปถัมภ์ดังขึ้นอีกครั้ง"โทรศัพท์หาเพื่อนน่ะ เชี่ยนเชี่ยนลูกไม่ได้ออกไปซื้อจี้หรอกเหรอ ซื้อกลับมาแล้วเหรอลูก?"
เฉินเชี่ยนเชี่ยนตอบพร้อมรอยยิ้ม"ซื้อมาแล้วค่ะ เป็นหยกด้วยนะ เดี๋ยวหนูเอาให้แม่ดูเงินที่แม่ให้มาหมดเกลี้ยงเลย แม่จะว่าหนูใช้เงินเปลืองหรือเปล่าคะ!"
"ยัยเด็กโง่ ลูกคือลูกสาวสุดที่รักของแม่นี่นาพ่อกับแม่หาเงินมาก็เพื่อเอาไว้ให้ลูกใช้นั่นแหละ"
"คุณแม่ใจดีกับหนูที่สุดเลย" จากนั้นเฉินเชี่ยนเชี่ยนก็เปลี่ยนเรื่อง"แม่คะ แม่เคยซื้อเครื่องประดับแพงๆ ให้หูหลันเยวี่ยบ้างไหมคะ?"
หูหลันเยวี่ยที่เดิมทีตั้งใจจะวางสายไปเงียบๆก็กำโทรศัพท์ในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
แล้วเธอก็ได้ยินแม่อุปถัมภ์ตอบเฉินเชี่ยนเชี่ยน"แม่ไม่เคยซื้อเครื่องประดับอะไรให้เด็กคนนั้นเลยแม้แต่เจาะหูแม่ก็ไม่เคยให้เจาะ แม่..."
คำพูดของแม่อุปถัมภ์ก็หยุดชะงักเพราะโทรศัพท์ถูกตัดสายไป
หูหลันเยวี่ยวางโทรศัพท์กลับเข้าที่เงียบๆ
หูหลันเยวี่ยไม่รู้ว่าแม่อุปถัมภ์จงใจให้เธอได้ยินบทสนทนาระหว่างเธอกับเฉินเชี่ยนเชี่ยนหรือเป็นเรื่องบังเอิญกันแน่
หูหลันเยวี่ยเอามือลูบคลำติ่งหูที่ไม่ได้เจาะของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
หลังจากเข้าสู่วัยรุ่นหูหลันเยวี่ยก็เริ่มใส่ใจการแต่งเนื้อแต่งตัว
หูหลันเยวี่ยเห็นผู้หญิงคนอื่นๆเจาะหู บางคนก็ใส่ตุ้มหูสวยๆ
เธออิจฉาจึงขอให้แม่อุปถัมภ์พาเธอไปเจาะหู และซื้อตุ้มหูให้
แม่อุปถัมภ์จ้องมองแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของหูหลันเยวี่ยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เด็กผู้หญิงเจาะหูเร็วเกินไปไม่ดีต่อหูนะลูกรอให้โตเป็นสาวก่อนดีกว่า ตอนที่หนูจะแต่งงาน แม่จะพาหนูไปเจาะหูแล้วซื้อตุ้มหูทองให้ใส่คู่หนึ่งเลย"
หูหลันเยวี่ยเชื่อคำพูดของแม่อุปถัมภ์สนิทใจ
แต่ชาติที่แล้วตอนที่เธอกำลังจะแต่งงาน แม่อุปถัมภ์ก็ไม่ได้พาเธอไปเจาะหู หรือซื้อตุ้มหูทอง
เพราะจะแต่งงานแล้วก็ยังไม่ได้เจาะหูหลังแต่งงานหูหลันเยวี่ยจึงโดนแม่สามีหัวเราะเยาะไม่น้อย
ตามธรรมเนียมท้องถิ่นหลังจากหมั้นหมายแล้วฝ่ายชายจะต้องซื้อตุ้มหูให้ฝ่ายหญิงแต่เพราะตอนนั้นหูหลันเยวี่ยยังไม่ได้เจาะหูทางบ้านฝ่ายชายก็เลยประหยัดเงินส่วนนี้ไป
ตอนที่ใกล้จะแต่งงานหูหลันเยวี่ยจึงไปเจาะหูเอง และใช้เงินเดือนของตัวเองซื้อตุ้มหูเงินคู่หนึ่ง
คนที่กำลังรอใช้โทรศัพท์อยู่ข้างหลังเริ่มแสดงความไม่พอใจ"นี่คุณผู้หญิง คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วก็รีบหลีกไปหน่อยสิฉันรอตั้งนานแล้วนะ"
หูหลันเยวี่ยถึงเพิ่งจะดึงตัวเองออกจากความคิดที่สับสนวุ่นวาย
"ขอโทษนะคะ!" หูหลันเยวี่ยกล่าวขอโทษคนที่กำลังโมโหเธอพร้อมกับยิ้มให้ ก่อนจะรีบหลีกทาง
จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็หยิบเงินออกมาจากกระเป๋าเตรียมจ่ายค่าโทรศัพท์
เจ้าของร้านร่างท้วมโบกมือให้หูหลันเยวี่ยด้วยรอยยิ้ม
"แฟนของหย่วนจื่อมาโทรศัพท์ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก รีบไปเถอะเขากับน้องสาวรออยู่ข้างนอกนะ"
หูหลันเยวี่ยก็ยังวางเงินไว้บนโต๊ะ
เธอรู้สึกว่าเมื่อกี้ตามหลินซือหย่วนมากินอาหารกลางวันฟรีที่นี่ก็รู้สึกเกรงใจมากพอแล้ว
หลังจากวางเงินไว้บนโต๊ะหูหลันเยวี่ยก็รีบเดินออกมา
ตอนนี้หลินซือหย่วนกับถิงถิงยืนรอหลันเยวี่ยอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้
"พี่คะ พ่อแม่อุปถัมภ์ของพี่สบายดีไหมคะ? ท่านต้องคิดถึงพี่มากแน่ๆเลยใช่หรือเปล่าคะ?"
หูหลันเยวี่ยยังมาไม่ถึงเลยถิงถิงก็รีบถามด้วยความเป็นห่วง
"พวกท่านสบายดี พวกท่านบอกว่าเชี่ยนเชี่ยนก็สบายดีเหมือนกัน" หูหลันเยวี่ยตอบอย่างขอไปที
เมื่ออยู่ต่อหน้าดวงตาที่ใสซื่อของถิงถิงหูหลันเยวี่ยก็ไม่อยากให้เธอรู้ธาตุแท้ของใครบางคน
ถิงถิงเป็นผู้หญิงที่ไม่ละเอียดอ่อนดังนั้นเธอจึงไม่ทันสังเกตเลยว่าหลันเยวี่ยตอบอย่างขอไปที
หลังจากพักเหนื่อยเล็กน้อยทั้งสามคนก็เตรียมตัวกลับบ้าน
เพราะมีเรื่องในใจตลอดทางหูหลันเยวี่ยจึงเงียบกว่าตอนขามามาก
เมื่อเธอไม่พูดถิงถิงก็พลอยเงียบไปด้วย
หลินซือหย่วนที่คุ้นเคยกับภาพผู้หญิงสองคนคุยกันเสียงดังเจื้อยแจ้วกลับไม่ชินกับการที่พวกเธอเงียบกันตลอดทางแบบนี้
หลังจากกลับมาถึงหมู่บ้านซิ่วสุ่ยหูหลันเยวี่ยก็ไปส่งจักรยานกับหลินซือหย่วนที่ร้านซ่อมรองเท้า
หลังจากเก็บจักรยานเสร็จแล้วออกมาข้างนอกหลินซือหย่วนถึงหันไปพูดกับหลันเยวี่ยที่เดินนำหน้าเขา"ต่อไปถ้าจะใช้รถก็มาเอาได้เลยนะ ฉันบอกพี่หู่จื่อเอาไว้แล้ว"