ในฐานะพระญาติของฮองเฮาเสนาบดีจางมองเห็นเพียงโอกาสจะทำให้ตระกูลของตนเองเป็ปึกแผ่นโดยผลักดันให้จางเลี่ยงหวงกลายเป็พระชายาเอกขององค์ชายสักพระองค์เดิมทีเขามองเห็นจวิ้นอ๋องิจิ้นเหอซึ่งเป็แม่ทัพใหญ่นั้นมีอำนาจในมือเทียบได้กับิฮ่องเต้แต่ดูเหมือนข่าวคราวจากในจวนแม่ทัพของจวิ้นอ๋องที่มาถึงหูเขาจะไม่ค่อยดี
“ท่านพี่ไม่มีผู้ใดบังคับจวิ้นอ๋องได้ท่านก็รู้ ต่อให้เราพยายามยัดเยียด หวงเอ๋อร์ให้แต่พระองค์ไม่ทรงรับเราก็คงหมดสิ้นหนทางแล้ว สู้ดีหันไปมองหาองค์ชายพระองค์อื่นจะดีกว่า”
เสนาบดีจางถอนหายใจหนักๆ“จริงอย่างเ้าว่า...ขนาดฮ่องเต้เองยังเกรงพระทัยจวิ้นอ๋องพวกเราคงทำได้เพียงเท่านี้ แล้วองค์ชายพระองค์อื่นเ้าคิดว่าผู้ใดน่าสนใจบ้าง?”
“องค์ชายเก้าทรงมีพระราชทรัพย์มากมายจากท่านตากั๋วกงแห่งแคว้นผิงและยังคงกำกับดูแลกรมตุลาการ ท่านพี่ไม่เห็นว่าน่าสนใจหรือเ้าคะ?”
“แต่องค์ชายเก้าทรงมีชายารองแล้วนะ”
“ข้าได้ยินข่าวมาว่าไม่ได้ทรงโปรดพวกนางเ้าค่ะหากว่าหวงเอ๋อร์ของเราได้เข้าไปอยู่ในวังขององค์ชายเก้าก็นับว่าได้ช่วยสร้างฐานอำนาจอีกทางหนึ่งเช่นกัน”
“อืม...ที่เ้าพูดก็น่าสนใจเช่นนั้นข้าจะไปทูลปรึกษาฮองเฮาสักหน่อย”
ซ่งไป๋หลานได้ยินเื่นี้มาจากสาวใช้ในเรือนฮูหยินก็รีบไปรายงานให้จางเลี่ยงหวงได้ทราบ
“ท่านพ่อนะท่านพ่อยัดเยียดข้าให้จวิ้นอ๋องไม่ได้ก็คิดจะยัดเยียดข้าต่อให้กับองค์ชายเก้าแล้ว”
จางเลี่ยงหวงหงุดหงิดเป็กำลังนางออกจากจวนไปปรึกษาฟ่านซิ่วอิงกับจินวั่งซูสหายจอมโฉดทั้งสอง
“เ้าบอกข้ามาทีต้องทำอย่างไรท่านพ่อของข้าจึงจะเปลี่ยนใจ?”
“ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายเก้าก็ไม่ใช่ธรรมดาหรอกหลังจากที่รับชายารองไปสองคนก็ไม่เคยร่วมห้องแม้สักครั้ง ป่านนี้คงคิดหาวิธีกำจัดพวกนางออกจาก วังอยู่”
ฟ่านซิ่วอิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ข้าว่างานนี้เ้าควรไปพบปะกับองค์ชายเก้าโดยตรงจะดีกว่าเพื่อให้พระองค์ช่วยหาทางหลีกเลี่ยงการอภิเษกสมรสในครั้งนี้”
“คงต้องเป็เช่นนั้น”
ด้วยความช่วยเหลือของจินวั่งซูคุณหนูจางจึงได้นัดหมายกับองค์ชายเก้า
“นี่ท่านพ่อของเ้าเริ่มมองมาถึงข้าแล้วหรือนี่?”
“เพคะหม่อมฉันเองก็มีคนในใจอยู่แล้ว จึงอยากกราบทูลให้พระองค์ทรงช่วยเหลือ”
องค์ชายเก้าถอดพระทัยอย่างเหนื่อยหน่ายการเป็คนในราชวงศ์แม้จะสุขสบายแต่กลับต้องเผชิญกับความทุกข์ที่คาดไม่ถึงอยู่หลายประการรวมทั้งเื่การแต่งงานด้วย...น่าเบื่อยิ่งนักกับว่า “เหมาะสม...คู่ควร”
“เอาเถอะ! นอกจากจะเป็การช่วยเ้าแล้วยังนับเป็การช่วยข้าเองด้วยคุณชายจินท่านช่วยคิดวิธีที่ข้าจะไม่ต้องกระทบกระทั่งกับเสนาบดีจางให้ที”
จินวั่งซูตบพัดพรึ่บหนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าหนักใจเล็กน้อย“หากว่าองค์ชายไม่ทรงเกรงจะเสื่อมพระเกียรติกระหม่อมมีวิธีหนึ่งที่น่าจะใช้การได้ดีเชียวพะยะค่ะ”
“ว่ามาได้เลย”
ครั้นฟังจบสีพระพักตร์ขององค์ชายเก้าก็เผือดลงเล็กน้อย
“เ้าแน่ใจนะว่าวิธีนี้จะได้ผล”
“พะยะค่ะแค่เสี่ยงกับการเสียชื่อเสียงเล็กๆ น้อยๆแต่กระหม่อมว่าเสนาบดีจางน่าจะละเว้นพระองค์เป็แน่”
“ก็ได้! ข้าเชื่อท่าน”
คุณชายจินยิ้มกว้างเขาเองก็คุ้นเคยกับองค์ชายเก้าอยู่พอสมควรในฐานะพระญาติฝ่ายมารดาขององค์ชายสิบสองที่เข้านอกออกในวังหลวงั้แ่เยาว์วัยดีที่การหว่านล้อมองค์ชายเก้าครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานนัก
“เช่นนั้นกระหม่อมจะรีบออกไปหาหมอหลวงเดี๋ยวนี้พะยะค่ะ”
คุณชายจินผู้ชมชอบการสอดรู้สอดเห็นเื่ชาวบ้านเป็ที่สุดรีบนำความไปบอกแก่คุณหนูฟ่านจากนั้นเขาก็ไปติดต่อหมอหลวงผู้หนึ่งที่เขาสนิทสนมด้วยเพื่อให้มาร่วมมือกับเขาแต่โดยดีหมอหลวงกู้ผู้ซึ่งครอบครัวเคยเป็หนี้บุญคุณท่านปู่ของจินวั่งซูไม่อาจปฏิเสธการขอความช่วยเหลือครั้งนี้ได้
“คุณชายหากจะให้แเีท่านต้องสร้างโอกาสให้ข้าได้พบเสนาบดีจางโดยบังเอิญ ยิ่งเป็การไปตรวจโรคให้เขายิ่งจะน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น”
จางเลี่ยงหวงรับหน้าที่เป็ผู้ทำให้บิดาดูเจ็บป่วยโดยการทักทุกเช้าผ่านไปถึงวันที่สามสีหน้าของเสนาบดีจางก็เริ่มแสดงความวิตกกังวลออกมา
“ท่านพ่อเ้าคะใบหน้าท่านดูซีดเซียวนัก เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือเ้าคะ?”ความจริงแล้วนางทราบจากท่านแม่ว่าระยะนี้บิดามักจะไม่นอนไม่หลับ อาศัยเื่นี้ทำให้เสนาบดีจางดูวิตกกังวลน่าจะง่ายกว่าเื่อื่น
ขุนนางจางรีบยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตน“ข้าเองก็รู้สึกเพลียๆ ่นี้นอนไม่ค่อยหลับเลย”
“ท่านพ่อข้าว่าท่านให้คนไปเชิญหมอหลวงมาตรวจสักคนเถอะเ้าค่ะหากว่าเป็เพราะอาการภายในจะได้แก้ไขทันท่วงที”
เสนาบดีจางพยักหน้าเห็นด้วยกับบุตรสาวรีบบอกให้พ่อบ้านส่งคนไปตามหมอหลวงมาในทันทีหมอหลวงกู้ได้บอกกล่าวแก่คนในสำนักหมอหลวงไว้แล้วว่าหากเสนาบดีจางเรียกให้ไปตรวจโรคเขาจะขออาสาไปเอง ครั้นพ่อบ้านสกุลจางไปแจ้งแก่หัวหน้าสำนักหมอหลวงท่านหมอกู้ก็รีบเรียกหมอผู้ช่วยให้ถือกล่องยาตามหลังไปอย่างเร็วรี่
“แปลกจริง! หมอกู้เป็หมอดูด้วยหรืออย่างไร?จึงได้รู้ว่าเสนาบดีจางจะไม่สบายและมาเรียกหมอหลวงไปช่วยตรวจรักษา”
****************************


