คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอกตอนที่ 25 ช่วยหรือว่าไม่ช่วย
“อักขระสายพิเศษ? ตัวตนพิเศษตรงตามชื่ออักขระตัวตนหาได้ยากเสียยิ่งกว่ายาก จนแทบไม่มีโอกาสได้หาเจอในชั่วชีวิตของคน แต่วันนี้พวกเรากลับได้เห็นมันเข้าโดยบังเอิญนับเป็บุญตาเหลือเกินที่ได้เห็น” กลุ่มพวกเขาถือได้ว่าเป็หนึ่งในผู้ทรงอำนาจของตระกูลชนชั้นที่สามซึ่งไม่อาจมาดูแคลนได้ เพียงเพราะเป็ตระกูลชนชั้นที่สามต่อให้เป็เ้าเงาตกกระทบที่คนอื่นหวาดกลัวจับใจ
หากพวกเขากลับเห็นมันเป็ทรัพยากรอันทรงคุณค่าประสบการณ์ออกล่ามันมายาวนานนับสิบยี่สิบปีทำให้พวกเขาต่างเป็ผู้มากไปด้วยข้อมูลทักษะมหาศาลหาได้ยากที่จะมีสิ่งที่พวกเขาไม่อาจรับรู้ ไม่อาจบอกกล่าวตอบคำถามได้
แต่ถึงอย่างนั้นวันนี้กลับแปลกประหลาดไปจากที่เคยกลับได้เห็นในสิ่งที่ยังไม่เคยเห็น อาจบอกได้ว่านี่เป็ครั้งแรกเลยก็ว่าได้
ที่อักขระสายพิเศษปรากฎให้เห็นเบื้องหน้าแบบนี้
“วนเวียนอยู่ในโลกกระจกมาเป็สิบปี พึ่งจะเคยเห็นนี่แหละ”
“คนที่ฉันรู้จักก็มีอยู่คนหนึ่งที่อักขระพิเศษ” หากหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับอักขระสายพิเศษขึ้นมาคงมีชื่อคนผู้นี้ปรากฎขึ้นแน่นอน
ผู้บุกเบิกอักขระสายพิเศษเพียงไม่กี่คนที่เป็ที่น่าจดจำและเปิดเผยตัวเองออกมาให้โลกหล้าได้รับรู้เปิดเผยข้อมูลอันน้อยนิดของอักขระพิเศษให้ผู้ถือครองอักขระธรรมดาต้องอิจฉาตาร้อน
“เ้าแห่งป่าเขียว สินะ” น้ำเสียงเปล่งออกมา
ยำเกรงไม่น้อยกับชื่อนี้
“อักขระสายพฤกษา ว่ากันว่า สามารถเสกต้นไม้ออกจากอากาศทำให้ต้นกล้ากลายเป็ต้นไม้อายุร้อยปีได้ในหนึ่งปีทั้งยังสื่อสารกับต้นไม้ได้อีกต่างหาก บงการต้นไม้ได้เสมือนกับแขนขาตัวเองมีหูตารอบทิศ” มันช่างเป็พลังอำนาจที่ไม่มีทางพวกเขาก้าวไปถึงแน่นอน
ทำได้เพียงเงยหน้ามองท้องฟ้าก้มหน้ามองดิน
“จัดได้ว่าเป็พลังที่ยอดเยี่ยมมาก” หัวหน้าผมแดงยังยอมรับว่าอักขระของเ้าแห่งป่าเขียว มันเหนือล้ำเกินกว่ามนุษย์จะมีได้
มันเป็พลังทวยเทพ
“เอายังไงต่อ...นายคงไม่คิดลงไปช่วยเขาสู้หรอกนะ” รองหัวหน้ากล่าวถามขึ้นเขากลัวว่าหัวหน้าผมแดงอาจบ้าคลั่งไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นจนก้าวเท้าลงสนามออกช่วยเหลืออีกฝ่ายช่วยเหลือคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“...” รอยยิ้มยากคาดเดาปรากฏขึ้นทำเอาคนในกลุ่มเย็นหลังกันไปตาม ๆ กันแน่นอนว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอนต่อให้เ้าตัวเอาแต่ใจแค่ไหนล้วนต้องมีขอบเขตกันบ้าง
...ลงไปช่วยสู้ ฉันไม่ได้ใจบุญขนาดนั้นด้วยสิ
“พวกเราทุกคนได้รับอนุญาตให้กระทำบางสิ่งได้ หากมันอยู่ในกฎอยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่สามารถแบกรับโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากเกินไปแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ตัดสินใจช่วยเหลือผู้อื่นโดยการเอาตัวเองหรือเอาทั้งทีมไปเสี่ยงเพียงเพราะความรู้สึกส่วนตัวยิ่งไม่ควรหนักเข้าไปใหญ่หากคนที่เราเข้าไปช่วยเหลือเป็เพียงคนแปลกหน้าไม่รู้เบื้องหน้าเื้ั”ต่อให้เป็อักขระพิเศษ สำหรับเขาเหตุการณ์ตรงหน้ามันคือ เื่น่าสนใจ
เื่น่าสนใจที่ไม่ใช่เื่สำคัญ ไม่ใช่เื่คอขาดบาดตายยิ่งไปกว่านั้นตัวเขากับพวกพ้องต่างมีภารกิจที่ได้รับมาจากต้นสังกัดไม่อาจทำอะไรตามใจชอบได้
ความเสียหายเกิดขึ้นไม่ว่าจะน้อยมากยังไงมันล้วนส่งผลต่อภาพหลักใหญ่ใจความทั้งหมด
...หลีกเลี่ยงได้เป็การดีที่สุดอยู่เป็คนดูเก็บข้อมูลแบบนี้ออกจะเป็ประโยชน์ต่อพวกเรามากกว่าเอาตัวเองไปเสี่ยงกับสิ่งมีชีวิตผิดแปลกที่สามารถฆ่าเราได้ง่ายดาย
“ให้ไปเสี่ยงสู้าเ็ หรืออาจเสียสมาชิกก่อนเริ่มงานเทศกาลไม่ว่าจะมองยังไงมันก็ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย เราอยู่เราเขาอยู่เขาแหละเป็การดีที่สุด”
“แต่มันเป็ถึงอักขระพิเศษเลยนะครับ”
“อักขระพิเศษกับเกียรติยศร้อยปีของตระกูลเรานายจะเลือกอันไหนกันเลือกของที่ไม่รู้ว่าสุดท้ายปลายทางจะเป็มิตรหรือหันกลับมาเป็ศัตรูทำลายล้างสุดแข็งแกร่ง”
“หรือจะเลือกทวงคืนเกียรติของเรากลับคืนมา”
“...”
“บนบ่าของเราตอนนี้มันไม่ได้มีเพียงเราคนเดียวมันไม่ได้มีเพียงลูกทีม ไม่ได้มีเพียงแค่เพื่อนของเราทุกอย่างภายในใต้ชื่อของตระกูลล้วนอยู่บนบ่าของพวกเราทั้งสิ้น”
“การตัดสินใจครั้งเดียวอาจทำให้ตระกูลต้องตกต่ำไปอีกร่วมร้อยปีนายอยากจะกลายเป็คนบาปของตระกูลรึเปล่าอยากจะกลายเป็สาเหตุที่ต้องทำให้บรรพบุรุษต้องเสียใจอยากจะให้พ่อแม่ของนายอุตส่าห์ฝากความหวังต้องมาสูญเปล่ากับเื่ไม่เป็เื่ละ”ใช่ พวกเราไม่ได้มาเพื่อเที่ยวเล่นตามใจชอบ หากมีภารกิจต้องแบกรับ ต้องรับผิดชอบ
ต้องทำให้มันสำเร็จต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตนี้ก็ตาม
“...เกียรติยศตระกูลไม่อาจตกต่ำได้อีก” มันคุกเข่าลงกับพื้นกล่าวจริงจัง
“ขอโทษด้วยครับที่ผมไม่อาจระงับความตื่นเต้นในหัวใจได้” อักขระพิเศษสุดยอดจริงแต่มันไร้เลื่อนลอยเกินไปไม่อาจจับต้องได้ผิดกับเกียรติยศเป้าหมายเดิมที่พวกเขาตั้งมั่นเอาไว้ว่าจะทวงคืนกลับมาให้จงได้เป้าหมายที่เหลืออีกเพียงไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง
เพราะฉะนั้นต้องไม่ให้งานเล็กเข้ามารบกวนงานใหญ่
“ไม่เป็ไร คนเราล้วนต้องมี่เวลาแบบนี้กันเป็ธรรมดา” หัวหน้าผมแดงยิ้มอ่อนโยนออกมาก่อนมีเสียงหนึ่งดังขึ้นแทรก
“...หากเขาเกิดพลาดท่าขึ้นมา” เจตนาแฝงปลดปล่อยออกมาให้เห็นไม่มีปิดบัง
...คิดใช้ประโยชน์จากอักขระพิเศษสินะ
“โอกาสดึงมาเป็พวกพ้อง? อนุญาตให้ยื่นมือเข้าช่วยได้” ช่วยได้หากมีโอกาสหากไม่มีโอกาสก็ไม่จำเป็ต้องช่วย อีกทั้งหากผู้ถือครองอักขระพิเศษล้มตายก็ยังถือว่าพวกเขาไม่ได้โชคร้ายเสียทีเดียว
ไม่มีความจำเป็ต้องไปเปลืองสมองด้วยปล่อยให้เป็หน้าที่โชคชะตากรรมพอ
“หากเกินเลยเมื่อไหร่” รอยยิ้มเ้าตัวฉีกยิ้มออกมาให้เห็น
ทำเอาหลายคนนิ่งเงียบไม่กล้ากล่าวแทรก
“ตัดทิ้งได้เลย”การหยิบยื่นไมตรีให้มันจบสิ้นไปแล้วั้แ่โดนปฏิเสธครั้งนั้น
ชีวิตทราเวียร์ตอนนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือตัวเขาอย่างเดียวหากรอดก็ดี หากตายก็ช่าง ไม่ว่าจะเส้นทางนั้น หัวหน้าผมแดงล้วนได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น
ในเมื่อได้ประโยชน์ทั้งสองทางจะมาเดือดเนื้อร้อนตัวทำไมกัน
...เราจะปล่อยให้เขาตายเหรอ?
“...” รุ่นน้องสาวผมแดงพยายามพูดอะไรบางอย่าง
สุดท้ายต้องเก็บปากเงียบไปไม่ส่งเสียง
“ท่านจะปล่อยให้เขาตายจริงเหรอ” พวกที่เหลือต่างไม่ยินยอมปล่อยให้ทราเวียร์ตายกลายเป็ศพอักขระพิเศษไม่ว่าจะเป็ของตนหรือไม่ แน่นอนว่ามันเหนือล้ำเกี่ยวกับเกียรติยศของตระกูลอีกสำหรับใครบางคนที่แห่งนี้
อักขระพิเศษไม่ว่ายังไงมันก็ยังเป็สิ่งมหัศจรรย์ที่ควรเก็บรักษาเอาไว้ไม่ควรปล่อยให้ตาย หรือปล่อยมันให้สูญหายไปจากโลกใบนี้แน่นอนว่าหัวหน้าผมแดงรู้ดีถึงข้อนี้
แต่เขาก็มีแิอื่นเข้ามาแทนที่ด้วยเฉกเช่นเดียวกัน
“หมอนั้นได้เลือกแล้ว ว่าไม่้าให้พวกเราช่วยเหลือในเมื่อเลือกแล้ว เราก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของเขา ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวทำได้เพียงจ้องมองจากระยะไกล และคอยเป็กำลังให้ นั้นแหละคือสิ่งที่เราควรกระทำเป็สิ่งเดียวที่เราทำได้”
“...” คำสั่งคือเด็ดขาดห้ามเข้าไปยุ่ง
หลายคนเริ่มขมวดคิ้วไม่เข้าใจจนกระทั่งได้ยินคำสั่งต่อไปหนังหัวถึงกับสั่นสะท้านหนาวเหน็บไปทั่วหัวใจดวงจิต
“ปล่อยให้ตายเปล่า คงเป็อะไรที่สิ้นเปลืองมาก”
“ก่อนตัดทิ้งอย่าลืมเอาร่องรอยอักขระออกมาด้วย” ร่องรอยอักขระของผู้มีอักขระพิเศษล้วนมีค่ามากกว่าของพวกเงาตกกระทบหลายต่อหลายเท่า
“ร่องรอยอักขระของผู้ถือครองอักขระพิเศษ”
“น่าสนใจใช่ไหมละ?”
“...” สุดท้ายมนุษย์ยังคงเป็มนุษย์สิ่งมีชีวิตที่ตัดสินใจด้วยฐานของโลภและผลประโยชน์ของตัวเองมโนธรรมมันเป็เพียงข้ออ้างไร้สาระหาค่าไม่ได้
ที่ช่วยเหลือเพียงให้เข้าสังคมโดยไม่รู้สึกผิดแปลกไปก็เท่านั้น
“เราชิงมาได้จริงเหรอ?” หัวใจทรงธรรมออกมาร้องเรียกให้ทราเวียร์ถูกอาบย้อมไปด้วยความโลภผลพวงอิทธพลของอักขระพิเศษมันเย้ายวนเกินจนไม่อาจปฏิเสธได้
หากไขความลับซ่อนอยู่ในอักขระพิเศษได้ไม่แน่ว่าหนึ่งในพวกเขาอาจได้ครองครอบพลังเหนืุ์แท้จริงพลังแห่งทวยเทพ
สำหรับพวกแสวงหาก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์นี่คือโอกาสชั่วชีวิตไม่อาจหามาได้อีกเป็หนที่สอง
“ต้องได้สิ” หัวหน้าผมแดงยิ้มออกมา
“รอบด้านไม่มีคนอยู่ ไม่มีใครรับรู้แน่นอนว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น”หากรอดกลับมานอกจากได้ประโยชน์อาจได้สานสัมพันธ์ต่อจากนี้ หากตายก็กลายเป็ศพกลายเป็สิ่งของทำคุณได้มหาศาล
สองทางเลือกล้วนมีเพียงประโยชน์และประโยชน์ที่รอเขาอยู่
“...” แววตาโลภกำลังทวีความรุนแรง
จนต้องออกมาห้ามปราบกันบ้าง
“ทำไม่ได้ ทำไม่ได้เด็ดขาด!!! หากเขาหนีไปได้ขึ้นมาไม่ใช่ว่าเราสร้างศัตรูแข็งกร้าวสุดขีดขึ้นมาในอนาคตหรอกเหรอ!?” รุ่นน้องสาวไม่เห็นด้วยกับแิ่ชิงอักขระพิเศษมาเป็ของตนผ่านการฆ่าฟัน
ลองคิดว่าตระกูลชนชั้นสามต้องมาเป็ศัตรูกับผู้ถือครองอักขระพิเศษที่ไม่ว่าใครล้วนอยากดึงเข้าเป็พวกนั้นไม่เท่ากับเขา ตระกูลพวกเขาไม่หาเื่ตายหรอกเหรอ
“มันเป็เพียงแนวทาง แนวทางที่ฉันยังไม่ได้เลือกด้วยซ้ำ” หัวหน้าผมแดงเหลือบตามองเล็กน้อย
“แน่นอนว่าเื่ที่เธอกังวลว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นน่ะอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้” บางทีเื่พวกเรากำลังกังวลกันอยู่มันอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้
“หมายความว่ายังไง”
“การแสดงของเขายังไม่จบ รอดูต่อไปละกัน”ขึ้นชื่อว่าอักขระพิเศษคงไม่มีทางสยบยอมโดยง่ายไม่อาจเอาสามัญสำนึกคนปกติธรรมดามาตัดสินได้
ที่สำคัญสุดเลยคือหลังจากกำจัดเ้าเงาตกกระทบได้แล้วผลตอบแทนจะมากมายขนาดไหนหากมีโอกาสช่องทาง พวกเขาพร้อมทำการแลกเปลี่ยนติดต่อซื้อขาย
ติดตรงต้องให้ทราเวียร์จัดการมันให้ได้เสียก่อน
…ขอให้มีเถอะ
“หากในศพเงาตกกระทบมีร่องรอยอักขระเราจะติดต่อกับเป้าหมายเตรียมตัวให้ดี”
“ครับ!/ค่ะ!”
“…” รุ่นน้องสาวเพียงนิ่งเงียบไม่แสดงความคิดเห็น
สัตว์ประหลาดตัวสีดำเดินออกมากจากเศษซากกลับมาประจันหน้าทราเวียร์อีกครั้งหนึ่ง
“กะกะกะกะกะกะ” เงาตกกระทบส่ายหน้าเ็ป มองต้นแขนตัวเองมีเืสีดำไหลอาบเต็มแขนเนื้อตัวมันตอนนี้เต็มไปด้วยเืจนหาสภาพดีไม่ได้
ช่างแตกต่างมากถึงมากที่สุดคราวของคริสติน่ามันยังหยอกล้อไม่ได้เอาจริง เพียงทำไปตามสนุก ไล่ฆ่าให้ตายทีละนิดทีละนิดก่อนกัดกินไม่ให้เหลือ
แต่พอมาเจอเข้ากับทราเวียร์
“กะกะกะกะ”มันไม่คิดว่าตัวเองที่เป็ผู้ล่ามาตลอดชั่วชีวิตเข่นฆ่าล้างทุกสิ่งอย่างได้ง่ายดายเพียงเสียบแทงกรงเล็บเข้าร่างเนื้อผู้อื่น
กลับต้องมาตกอยู่ในสภาพตายก็ดีรอดก็ช่าง
สถานภาพมันถูกแปรเปลี่ยนแท้จริงจากผู้ล่ากลายเป็ผู้ถูกล่าอย่างแท้จริงเสียงร้องโหยหวนไม่ยินยอมต่อโชคชะตากำลังดังมากขึ้นจนทำให้ใครหลายคนที่อยู่ไม่ห่างไกลมากนัก
สะดุ้งกันไปตามกัน
“...กะกะกะกะกะกะกะ!!!” เงาตกกระทบ
พุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มอีกครั้ง