รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 14

    “ต้องขออภัยคุณลูกค้าด้วยนะคะ ครัวของร้านใกล้จะปิดตัวลงแล้ว ไม่ทราบว่าทางลูกค้าอยากจะสั่งอาหารเมนูไหนเพิ่มหรือเปล่าคะ..” พนักงานของร้านเดินเข้ามายังห้องของอาร์ท และกล่าวถาม อาร์ทที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันไปมองสองหน่อที่เมาเต็มที่ กับยัยขนมหวานจอมโหดก็หยุดกินแล้ว เขาก็หันกลับมาตอบกับพนักงานทันที“ไม่เป็นไรครับ เราไม่สั่งอะไรเพิ่มแล้ว” อาร์ทยิ้มแล้วกล่าวออกไป“ถ้าอย่างนั้นต้องขอเสียมารยาทกับทางลูกค้าด้วยนะคะ ทางเราขอแจ้งค่าใช้บริการให้กับท่านทราบ ..เนื่องจากแผนกแคชเชียร์ของเราใกล้จะปิดให้บริการแล้ว ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าสะดวกจ่ายเลยหรือไม่คะ” พนักงานคนนั้นเอ่ยถามขึ้น อาร์ทที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันไปมองนาฬิกาที่ตอนนี้มันก็เป็นเวลาเกือบๆจะห้าทุ่มแล้ว มันก็เป็นเวลามาตรฐานที่ร้านอาหารทั่วๆไปควรจะปิดการใช้บริการแล้ว เขาจึงไม่ได้ติดใจอะไรมาก“ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี้ย... ยังไงก็รบกวนคิดค่าใช้บริการด้วยนะครับ อีกสักพักผมจะออกไปจ่ายเงินด้านหน้าเองครับ..” อาร์ทเอ่ยกลับไปอย่างสุภาพ พร้อมกับพนักงานที่โค้งรับเขาอย่างสวยงาม อาร์ทมองไปที่ปาร์คเพื่อที่จะบอกให้เขาได้แจ้งกับทุกคนว่ามันถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องเลิกลา และกลับไปพักผ่อน จากนั้นอาร์ทก็เดินออกมาจากห้องเพียงลำพังเท่านั้น เขาเลือกที่จะไปเข้าห้องน้ำก่อน มันต้องยอมรับเลยว่าอาการของเขาก็ตึงๆจากแอลกอฮอล์เหมือนกัน อาร์ทปลดทุกข์เสร็จไม่นานเขาก็เดินไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน และมองตัวเลขที่สูงถึง 30,500 บาท แต่หน้าตาของอาร์ทไม่ได้สะทกสะท้านใดๆเลย เขาได้แต่หยิบบัตรเครดิตของตัวเองออกมาก่อนจะยื่นไปทางพนักงาน “ชำระเงินเรียบร้อยค่ะ.. ร้านของเรายินดีให้บริการ โปรดกลับมาใช้บริการของเราอีกนะคะ” หญิงสาวยิ้มออกมาให้กับเขา อาร์ทต้องยอมรับเลยว่าผู้หญิงคนนี้นับว่าเป็นคนที่สวยคนหนึ่งเลย เขายิ้มกลับแล้วหยิบแบงค์พันออกมา แน่นอนว่ามันเป็นทิปให้กับพนักงาน“นี่คือค่าบริการพิเศษที่ผมอยากมอบให้ครับ ยังไงช่วยแบ่งเงินส่วนนี้ให้กับพนักงานคนอื่นๆเท่าๆกันด้วยนะครับ” อาร์ทยื่นเงินวางไว้ที่โต๊ะคิดเงินเสร็จแล้วเขาก็เดินจากไปในทันที แน่นอนว่าพนักงานหลายๆคนที่ได้ยินก็ยิ้มรับ และก้มหัวขอบคุณเขาเป็นการใหญ่“ขอบคุณมากเลยครับ/ค่ะ” ถึงพวกเขาจะมีกันมากหลายคน แต่มันก็นับว่าเป็นทิปที่ได้รายวัน บางทีมันอาจจะทำให้ซื้อข้าวอาหารตามสั่งทั่วไปได้คนละมื้อเลยทีเดียว สองสาวกับหนึ่งเจ้าของร้านที่แอบดูอยู่ที่มุมๆหนึ่งเองก็ตกใจกับภาพที่เห็นเช่นกัน“แกดูซิ.. นายอาร์ทนั้นจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตด้วยล่ะ ไหนจะให้ทิปตั้งหลายบาทนั่นอีก มองไกลๆไม่ค่อยชัดเท่าไร เราลองไปถามพี่หมวยดูดีกว่าเนอะ” น้ำทิพย์พูดออกมา ก่อนที่เธอจะลากเพื่อนอย่างแอมไปสอบถามในทันที วินที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้ากับยัยทิพย์ที่ชอบจริงๆกับเรื่องของชาวบ้านชาวช่องพวกนี้ แล้วเขาจะทำยังไงได้ล่ะ เขาก็ต้องเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้“แกนี่มันจริงๆเลยนะ... แล้วทำไมฉันจะต้องไปด้วยนะเนี้ย” แอมต้องยอมรับเลยว่าเธอเองก็สนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เหมือนกับว่าเธอกำลังหลอกตัวเองอยู่ จึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจ พวกเธอสองคนรวมถึงกวินเพื่อนรักได้แอบดูการกระทำของอาร์ทในการจ่ายเงิน เพียงแค่สงสัยตำแหน่งงานที่เขาทำกับเงินที่เขาได้จ่ายไปเท่านั้น และมันก็เหมือนจะเจอพิรุธอะไรบางอย่างจริงๆ ไม่รอช้าน้ำทิพย์ได้เอ่ยถามในทันที“พี่หมวยคะ.. เขาคนนั้นจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตอย่างนั้นเหรอคะ .. แล้วมันเป็นบัตรสีอะไรพี่หมวยจำได้ไหมคะ” น้ำทิพย์ถามออกไปด้วยความสงสัย เธอเป็นคนคนหนึ่งที่ได้พบกับลูกค้าหรือคนใหญ่คนโตที่มีกำลังใช้จ่ายมากก็เยอะ และแน่นอนว่าเธอมีความรู้เรื่องบัตรเครดิตเป็นอย่างดี และยิ่งที่เป็นตัวแบบพิเศษเธอก็รู้จักมันทั้งหมด“พี่เองก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรน่ะ... แต่เป็นบัตรสีดำนะ แต่ลายหน้าบัตรสวยมาก เหมือนว่าจะเป็นมังกรตัวสีทอง ฮ่าๆ ว่าแต่พวกเราถามพี่มีอะไรหรือเปล่า” เธอตอบคำถามของน้ำทิพย์พร้อมกับหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงเงินทิปที่เธอกำลังจะได้ในวันนี้“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่หมวย น้องๆแค่สงสัยเท่านั้นเอง.. คนที่จ่ายเงินนั้นเป็นเพื่อนร่วมงานของน้องๆเอง พวกเราแค่สงสัยว่าเขาเอาเงินมาจากไหนเท่านั้นเอง” น้ำทิพย์กล่าวออกมาบอกกับพี่หมวย ถึงเธอจะมีความรู้เรื่องบัตรมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องบัตรเครดิตที่รูปหน้าบัตรเป็นรูปมังกรทองเลยสักครั้ง ในระดับของบัตรที่ทางธนาคารจะออกให้กับผู้คนทั่วไปจะได้รับมันก็มีอยู่ไม่กี่แบบ เธอจึงได้แต่คิด และก็สงสัย“พอได้แล้วน่า.. อาร์ทเขาจะจ่ายเงินอย่างไรมันก็เรื่องของเขา.. พวกเราไปสนุกกันต่อดีกว่า” แอมที่ไม่อยากสนใจเรื่องนี้แล้ว รู้แค่ว่าเขาสามารถใช้จ่ายเงินหลักหมื่นได้นั่นก็เพียงพอแล้ว เรื่องนี้เธออาจจะต้องเก็บมันไปคิดทีหลัง เพราะชายคนนี้อาจจะเกี่ยวกับเธอได้ในอนาคตก็เป็นไปได้ แต่หางตาของเธอก็เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ควรจะเห็นเข้าให้แล้ว ‘นั่นมัน... ฉันเคยเห็นลายเซ็นนั้นที่ไหนกันนะ’ เธอได้แต่คิดอยู่ในใจ แต่จะนึกเท่าไรมันก็นึกไม่ออกเสียทีว่าเธอเคยเห็นมันที่ไหน แต่ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้มันเป็นเวลาสนุกก็ต้องไปสนุกให้เต็มที่