43.....
สิปปกรขับรถพาเอมี่มาหาร้านอาหารตามที่เธอต้องการหลังจากที่ทั้งคู่ชมภาพยนตร์
เสร็จแล้ว เอมี่ต้องการนั่งรับประทานอาหารที่สามารถชมบรรยากาศริมน้ำไปด้วยเขาจึงตัดสินใจเลี้ยวไปยังร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เคยมานั่งกับกลุ่มเพื่อนๆ เป็นประจำช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย
เอมี่รีบเปิดประตูรถลงก่อนด้วยความตื่นเต้นเธอกวาดตามองบรรยากาศภายในร้านที่จัดตกแต่งเป็นคล้ายสวนพันธุ์ไม้ร่มรื่นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยความพอใจเธอรอจนกระทั่งสิปปกรเดินมาหาแล้ว ก็รีบถือโอกาสคล้องแขนเขาเดินด้วยความสนิทสนมสิปปกรเองก็เริ่มที่จะ
ชินกับพฤติกรรมแบบถึงเนื้อถึงตัวของเอมี่บ้างแล้วตั้งแต่เดินด้วยกันที่ห้างสรรพสินค้า
แต่ภาพที่เอมี่เดินเกาะแขนสิปปกรนั้น เป็นที่สนใจของผู้หญิงที่นั่งอยู่ร้านอาหารก่อนแล้วเธอคือ ลิลลี่ นั่นเอง
ลิลลี่ ไม่แน่ใจว่าจะใช่ สิปปกร หรือไม่เพราะแสงไฟภายในร้านไม่ค่อยสว่างมากนัก จนกระทั่งเห็นคนทั้งคู่กำลังเดินผ่านมา ลิลลี่ เบิกตากว้างด้วยความตกใจแกมแปลกใจที่เห็นสิปปกรมีผู้หญิงหน้าตาน่ารักเดินควงคู่มาอย่างสนิทสนมจะว่าเป็นน้องสาวของเขาก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเท่าที่ ลิลลี่ ทราบประวัติของเพื่อนเขาเป็นลูกชายคนเดียวของคุณประภาวรรณ
“ปอนด์!..”
ลิลลี่ตัดสินใจเรียกทันทีเมื่อสิปปกรกำลังจะเดินผ่านหน้าโต๊ะที่เธอนั่งอยู่กับปัญจพล
“ลิลลี่!..คุณพีเจ..”
สิปปกร ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่เห็นเพื่อนนั่งอยู่กับชายหนุ่มที่เขาตกใจเพราะไม่อยากจะให้เพื่อนเห็นว่าเขากำลังถูกเอมี่เกาะแจอยู่จึงกลัวว่าลิลลี่จะไปบอกนัฏนรีนั่นเอง
“อุ๊ย!..เพื่อนพี่ปอนด์หรือคะ”
เอมี่ ตาโตทำเสียงตื่นเต้น แต่แทนที่เธอจะรีบปล่อยมือจากการเกาะกุมแขนสิปปกรเอาไว้ แต่กลับซบไหล่เขาเข้าไปอีกจนสิปปกรยืนตัวแข็งพยายามแตะแขนให้เอมี่ปล่อยมือ
สิปปกรจำต้องแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกันปัญจพลรีบเชื้อเชิญให้เขากับเอมี่นั่งร่วมโต๊ะด้วย แม้สิปปกรจะปฏิเสธแต่ทั้งเอมี่และลิลลี่ก็รั้งให้เขานั่งร่วมโต๊ะจนได้เอมี่แอบดีใจที่สิปปกรยอมนั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อน ๆ ของเขา
“เห็นดรีมบอกว่าปอนด์ติดธุระเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าธุระของปอนด์คือพาน้องเอมี่ไปดูหนังทานข้าวนี่เอง”
ลิลลี่ อดที่จะพูดเหน็บแนมเพื่อนไม่ได้ เธอยอมรับว่ารู้สึกหวงเพื่อนชายคนนี้ เธอจะทำใจได้มากกว่าถ้าสิปปกรจะเป็นแฟนกับนัฏนรีไม่ใช่เด็กสาวที่ดูจะแสดงความสนใจสิปปกรอย่างออกนอกหน้าเช่นนี้ แม้สิปปกรจะบอกว่าเอมี่เป็นเหมือนน้องสาวที่เขาต้องดูแลช่วงที่เธอมาเที่ยวเมืองไทยแต่ลิลลี่ ก็มองออกว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นแค่น้องสาวแม้แต่น้อย
“ดรีม..เป็นใครกันคะ”
เอมี่ อยากรู้ ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากจะรู้จักเพื่อนๆ ของสิปปกรให้หมดทุกคน
“เป็นเพื่อนพี่เองแล้วก็เป็นเพื่อนพิเศษของปอนด์ด้วย”
ลิลลี่หวังจะให้เด็กสาวคนนี้ได้ตระหนักเอาไว้แต่เอมี่ กลับหัวเราะเสียงกังวาน มองสบตาลิลลี่อย่างท้าทาย
“อ๋อ..แค่เพื่อนสนิทน่ะเอง..เอมี่ก็เคยมีเพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชายเหมือนกันนะคะ”
เอมี่พูดเสียงหวานแต่สายตาดูแฝงด้วยเลศนัย
“เอ้อ..น้องเอมี่จะสั่งอะไรดีครับ”
สิปปกร รีบดึงความสนใจของเอมี่ก่อนที่จะพูดอะไรให้ลิลลี่ต้องเอาไปเล่าต่อให้นัฏนรีฟังซึ่งเขารู้สึกหวั่นอยู่ในอกเกรงว่าลิลลี่จะเล่าแบบเข้าใจผิด เห็นทีเขาจะต้องรีบโทรบอกนัฏนรีเอาไว้เสียก่อน
ตลอดเวลาที่นั่งร่วมโต๊ะกันลิลลี่มีอาการอึดอัดไม่สบายใจ และพฤติกรรมของลิลลี่ก็อยู่ในสายตาของปัญจพลทุกอย่าง ปัญจพล จึงอดคิดไม่ได้ว่า ลิลลี่ กำลังหึงหวงสิปปกรอยู่ ยิ่งเอมี่พูดจาแสดงความสนิทสนมกับสิปปกรเท่าไหร่ เขาก็เห็นสีหน้าหม่นเศร้าของลิลลี่มากเท่านั้นปัญจพลเริ่มแน่ใจว่าลิลลี่ คิดกับสิปปกรมากกว่าความเป็นเพื่อน
ลิลลี่ นั่งเงียบไปตลอดทางที่ปัญจพลขับรถไปส่งที่บ้านภาพความสนิทสนมของเด็กสาวเอมี่ที่มีต่อ สิปปกร มันช่างบั่นทอนความรู้สึกลิลลี่ให้เจ็บปวดได้ไม่น้อย เช่นเดียวกับที่ลิลลี่เคยเห็นภาพของสิปปกรในเวลาที่เขาดูแลเอาใจใส่นัฏนรีจนเกินหน้าที่เพื่อน แต่กับนัฏนรีนั้น ลิลลี่ไม่ได้รู้สึกหึงหวงเช่นนี้เลยด้วยซ้ำเธอยินดีหากสิปปกรจะเลือกนัฏนรี แต่เธอจะทุกข์ทรมานใจมากกว่า หากสิปปกรหันมาเลือกเด็กสาวเอมี่
แต่ลิลลี่ไม่เข้าใจว่าทำไมสิปปกรจึงดูแลเอมี่อย่างสนิทสนมเป็นพิเศษเช่นนั้นด้วยหรือว่าสิปปกรไม่ได้คิดอะไรกับนัฏนรีเกินความเป็นเพื่อนไม่น่าเป็นไปได้ในเมื่อพฤติกรรมและคำพูดของสิปปกรแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งถ้าเช่นนั้นเขาก็ไม่ควรที่จะให้เอมี่แสดงท่าทางเหมือนสิปปกรเป็นคนรักได้ขนาดนั้น ยิ่งคิดลิลลี่ก็ยิ่งเครียดเธอจะยอมให้สิปปกรไปสนิทสนมกับเอมี่ไม่ได้ นัฏนรีเพื่อนของเธอจะต้องไม่ผิดหวังในความรักอีกครั้ง สิปปกรจะต้องเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์ทั้งต่อหน้าและลับหลังนัฏนรีจะต้องไม่ปลิ้นปล้อนกะล่อนหลอกลวงเหมือนชวิน
“คุณลิลลี่...เป็นอะไรไปหรือเปล่า”
ปัญจพล อดที่จะถามขึ้นไม่ได้เมื่อเห็นลิลลี่ที่เคยเป็นคนต่อปากต่อคำกับเขานั่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่นานจนใกล้จะถึงบ้านเธอแล้ว
“เปล่า...ไม่เป็นอะไรค่ะ”
เธอตอบเสียงเรียบ ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับเขาเพราะเท่าที่คุ้นเคยกันมา เขายังไม่เห็นท่าทางเหงาเศร้าของลิลลี่เช่นนี้มาก่อน
“แต่ผมว่าดูคุณเงียบผิดปกตินะบอกตรง ๆ ว่าผมไม่ชินกับภาพนางเอกเรียบร้อยของคุณในเวอร์ชั่นแบบนี้เลยอยากให้คุณเป็นนางร้ายพูดจาถากถางผมแบบเดิมดีกว่า มันดูกระชุ่มกระชวยมีชีวิตชีวากว่า”
เขาพูดหวังจะกระตุ้นให้อีกฝ่ายมีใบหน้าที่สดชื่นขึ้น
“ภาพของฉันในสายตาคุณเป็นนางมารร้ายงั้นหรือ” ลิลลี่หันไปถามเขา
“ฮื่อ..ประมาณนั้น”
“แล้วผู้ชายเขาชอบผู้หญิงแบบไหนมากกว่ากันล่ะ”
“คุณถามผมหรือว่าใคร”
ปัญจพล เปรียบเทียบตัวเขากับสิปปกรอย่างช่วยไม่ได้
“ก็มีผู้ชายนั่งหัวโด่อยู่นี่คนเดียวจะให้ถามใครล่ะ หรือว่าคุณไม่ใช่ผู้ชาย เป็นตุ๊ดรึไง”
ลิลลี่ชักไม่สบอารมณ์กับคำถามของเขาสักเท่าไหร่เธออุตส่าห์นิ่งเงียบมาตั้งนานยังมาจะถามกระตุ้นให้โมโหจนได้ กำลังจะลืมภาพสวีทหวานของเอมี่กับสิปปกรนั่นได้อยู่แล้ว
“ผมก็นึกว่าจะให้ตอบแทนนายปอนด์นั่นซะอีก”
ในที่สุดเขาต้องเอ่ยชื่อผู้ชายคนนั้นจนได้
“จะตอบแทนใครผู้ชายมันก็เหมือน ๆกันหมดทั้งโลกแหละ” ลิลลี่สะบัดเสียงสูง
“โอ้โห..คุณเล่นเหมารวมหมดเลยเหรอ ยกเว้นผู้ชายดี ๆ อย่างผมไว้สักคนหน่อยสิคร้าบ”
“คุณนี่แหละตัวดี ทั้งหลายใจทั้งโลเล ไม่มีความจริงใจกะล่อนหลอกลวง คิดจีบเพื่อนฉันทั้งกลุ่มนี่หรือผู้ชายดี ๆ เขาทำกัน”
ลิลลี่พูดด้วยอารมณ์ไม่พอใจจนปัญจพลสัมผัสได้ว่าเธอดูเคร่งเครียดจริงจังกว่าทุกครั้งเขาพอจะเดาออกว่าคงจะเกิดจากที่ได้เห็นสิปปกรอยู่กับผู้หญิงชื่อเอมี่นั่นเอง
“ผมก็แค่คิดจีบเพื่อนคุณเฉย ๆ ไม่ได้พาผู้หญิงไปนั่งป้อนอาหารเหมือนผู้ชายอื่นซะหน่อย”
“ว่าใครพาผู้หญิงไปนั่งป้อนอาหารหา..”
ลิลลี่เดือดปุด ๆเหมือนถูกกระทุ้งให้อารมณ์ปี๊ดขึ้นมา
“อ้าว..ก็รู้ ๆ อยู่ไม่น่าถามนายปอนด์สุดหล่อของคุณนั่นไง สวีทหวานกับน้องเอมี่สุดสวยจนคุณเห็นแล้วสะเทือนใจกินข้าวไม่ลงเลยไม่ใช่หรือ”
ปัญจพลก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องขุ่นเคืองใจด้วยก็ไม่รู้ที่ลิลลี่ มีใจให้ชายอื่น
“ใครบอกว่าฉันกินข้าวไม่ลงฉันกินข้าวเปล่าไปตั้งสองจานพูน ๆ ไม่เห็นรึไง”
“เออ..นั่นสิ..ผมก็เพิ่งเคยเห็นเวลาที่ผู้หญิงหึงระบายอารมณ์ด้วยการกินข้าวเปล่า..ตลกเป็นบ้า”
“คุณว่าใครหึง” ลิลลี่ถามเสียงห้วน
“หรือว่าผมเข้าใจผิดไปเองว่าคุณหึงนายปอนด์กับเอมี่”
“ฉันไม่ได้หึงปอนด์แต่ฉันเห็นว่าปอนด์รักชอบดรีมอยู่ แต่เขากลับมากับผู้หญิงคนอื่นแบบนั้นจะให้ฉันทำหน้าระรื่นมองปอนด์กับยัยเอมี่อย่างมีความสุขอย่างนั้นเหรอทั้งที่ยัยดรีมเพื่อนฉัน เข้าใจว่าปอนด์รักและจริงใจกับเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น”
“ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่าหึงแทนเพื่อนนั่นเอง..นึกว่าหึงให้ตัวเองซะอีก”เขาบอกเสียงขบขัน
“ทำไมฉันต้องหึงปอนด์กับเด็กนั่นด้วย”
ลิลลี่ถามเสียงไม่พอใจมันคล้ายกับว่าเขาพูดได้ตรงใจเธอเกินไป
“ก็ท่าทางคุณมันเด่นชัดซะขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องคิดเหมือนผมกันทั้งนั้นแหละ”
“คิดว่าไง” เธอถามเขาด้วยความร้อนตัว
“คิดว่าคุณแอบรักแอบชอบนายปอนด์น่ะสิ”
เขาพูดได้ตรงจนลิลลี่สะดุ้งโหยงไม่กล้าที่จะเถียงกลับเกรงว่าน้ำเสียงที่พูดออกไปจะยิ่งทำให้เขาจับได้มากขึ้น
“ผมว่าคุณไม่ต้องวางฟอร์มกับผมก็ได้รักใครชอบใครก็ไม่เห็นต้องปิดบังอะไรนี่นาไม่เห็นจะเสียหายอะไรเลยถ้าเราคิดแอบรักใครสักคนจริงไหม”
“คุณพีเจ.หยุดพูดซะทีได้ไหมฉันไม่อยากฟัง”
ลิลลี่แทบจะตะคอกใส่เขารู้สึกว่าผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ นี้จะรู้จักจิตใจเธอมากเกินไปเสียแล้ว
“ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายนะคุณ..หัดยอมรับความจริงบ้างเถอะ”
“ความจริงอะไรฉันไม่มีความจริงอะไรทั้งนั้น”
“ก็ความจริงที่ว่าคุณแอบรักเพื่อนชายของคุณมานานแล้วแต่เขากลับไปสนใจคุณดรีมเพื่อนของคุณแทนทำให้คุณได้แต่เก็บความชอกช้ำระกำใจเอาไว้ในอกพอเห็นเพื่อนชายนายปอนด์ของคุณควงมากับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนรักของคุณ ก็เลยทำให้คุณยิ่งช้ำใจหนักกว่าเก่าเพราะคุณยินดีที่จะหลีกทางให้เพื่อนมากกว่าน้องเอมี่อะไรนั่น คุณก็เลยหึงหวงเขากับเอมี่”
“หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ!..”
ลิลลี่ตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโกรธจัดที่เขาช่างพูดทิ่มแทงใจของเธอเหลือเกิน
“ถ้าไม่ใช่คุณจะมาโมโหผมทำไมเนี่ย”
“คุณอยากจะพูดมากปากเสียทำไมล่ะ”
เธอพยายามลดอารมณ์ร้อนลงเพื่อไม่ให้เขาโจมตีได้
“ผมปากเสียพูดมากก็เพราะ...ผมเป็นห่วงความรู้สึกของคุณ”
เขาทอดเสียงอ่อนทุ้ม ในขณะที่คนฟังเริ่มที่จะนิ่งลงไป
“ผมไม่อยากให้คุณรักคนที่เขาไม่รักคุณเข้าใจไหม..คุณควรจะตัดใจหันไปมองคนที่เขาแคร์คุณมากกว่า”
เขาพูดเหมือนจะบอกใบ้เป็นนัย ๆแต่ลิลลี่ไม่ได้เฉลียวใจแม้สักนิดว่าคนที่แคร์เธอนั้นจะเป็นคนใกล้ตัวนี่เอง
“แล้วคุณล่ะ..ทำไมถึงไปรักคนที่เขาไม่รักคุณด้วย”
ลิลลี่ย้อนถามน้ำเสียงติดจะเย้ยหยัน
“ผมไปรักใคร”
“ก็ยัยดรีมเพื่อนฉันไงคุณก็รู้ทั้งรู้ว่ายัยดรีมไม่ได้สนใจคุณเลย แต่คุณก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเอาชนะใจเธอ ทำไมคุณไม่เลิกรัก ไม่เลิกสนใจเพื่อนฉันล่ะ”
ปัญจพลนิ่งเงียบ ปล่อยให้ลิลลี่ เข้าใจไปเองว่าเขาสนใจเพื่อนของเธอ เพราะถ้าเขาไม่ยอมรับเช่นนั้นลิลลี่ ก็คงจะไม่ให้ความสนิทสนมกับเขาให้เทียวรับเทียวส่งเธอมาจนทุกวันนี้
“เห็นไหมคุณก็ยังไม่สามารถเลิกสนใจเพื่อนฉันได้เลยแล้วจะมาสอนฉันได้ไง”
เธอรีบตอกย้ำ
“แต่อย่างน้อย ผมก็เลิกสนใจเพื่อนของคุณได้คนหนึ่งแล้วก็คุณยาไงล่ะ ตอนนี้ผมมุ่งมั่นสนใจคุณดรีมคนเดียว”
“นี่แหละสันดานผู้ชาย จิตใจโลเลหว่านเสน่ห์ไปทั่ว พอผู้หญิงอีกคนไม่สนใจก็วกมาหาอีกคน ทุเรศสิ้นดี เชอะ!”
ลิลลี่ นึกแค้นเคืองทั้งผู้ชายที่นั่งขับรถให้เธอนั่งรวมไปถึงผู้ชายที่เป็นเพื่อนรักในกลุ่มของเธอด้วย ปัญจพล เริ่มเป็นฝ่ายนิ่งเงียบบ้างเมื่อเห็นว่าลิลลี่ยังเดือดดาลในเรื่องนี้อยู่ เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาขับรถอย่างเดียวเพื่อไปส่งเธอให้ถึงบ้าน