ลูกสาวแม่หม้ายที่รัก

    บทที่ 46: สายใยที่ตึงเครียด



    บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเกดเงียบสงัดจนชวนให้อึดอัด มีเพียงเสียงกระหึ่มแผ่วเบาของเครื่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นเอื่อยๆ เข้ามาปะทะผิวเนื้อ แสงแดดรำไรสีส้มอมทองยามบ่ายส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเนื้อละเอียดสีครีม ตกกระทบลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองขนาดใหญ่ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทว่าบนพื้นผิวไม้มันวาวนั้นกลับเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารงบการเงิน รายงานสถานะทางบัญชี สรุปรายการหนี้สินคงค้าง และร่างสัญญากู้ยืมเงินก้อนที่สองที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการผ่านบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ


    เกด หรือ เกศรา นั่งเอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังบุนวมสีดำตัวใหญ่ ดวงตาคู่สวยคมซึ้งที่เคยเปล่งประกายความมั่นใจในฐานะนักธุรกิจหญิงแถวหน้า บัดนี้กลับฉายแววแห่งความเหนื่อยล้าอิดโรยอย่างลึกซึ้ง ใบหน้ารูปไข่ที่แม้จะได้รับการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีอย่างประณีตก็ไม่อาจซ่อนร่องรอยของความตึงเครียดสะสมเอาไว้ได้ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงขณะที่สายตาทอดมองตัวเลขในรายงานทางการเงินตรงหน้าด้วยความหนักใจ


    ตัวเลขสีแดงที่เคยบ่งบอกถึงภาวะขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง หนี้สินระยะสั้นที่รุมเร้าจนเกือบจะฉุดรั้งให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้าของเธอต้องก้าวเข้าสู่ภาวะล้มละลาย เริ่มมีร่องรอยของการฟื้นตัวและผ่อนคลายลงไปบ้าง หลังจากที่เธอได้รับเงินทุนหมุนเวียนก้อนแรกเข้ามาพยุงกิจการและชำระหนี้เร่งด่วน ทว่าความโล่งใจนั้นเป็นเพียงแค่เปลือกนอกที่เปราะบางอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่กำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้าคือร่างสัญญากู้ยืมเงินก้อนที่สอง ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาลยิ่งกว่าเดิมเพื่อนำมาปิดช่องโหว่ทางการเงินทั้งหมดให้เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์


    ภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในฐานะเสาหลักของครอบครัวกดทับลงบนบ่าบอบบางของเธอมาเนิ่นนานนับตั้งแต่ชีวิตสมรสครั้งแรกกับกิตติธัชต้องสิ้นสุดลง เกดต้องแบกรับบทบาททั้งความเป็นพ่อและแม่ เป็นทั้งผู้นำองค์กรที่ต้องรับผิดชอบชีวิตพนักงานนับร้อย และเป็นผู้ปกป้องความสงบสุขมั่นคงภายในคฤหาสน์หรูหลังนี้ สิ่งที่เธอให้ความสำคัญสูงสุดเหนือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน เงินทอง หรือชื่อเสียงเกียรติยศใดๆ ในสังคม ก็คือลูกสาวแท้ๆ ทั้งสองคนของเธอ


    นิชา ลูกสาวคนโตวัยยี่สิบสี่ปี หญิงสาวสวยเฉี่ยวผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีบุคลิกเด็ดเดี่ยวและกำลังเริ่มก้าวเท้าเข้าสู่การเรียนรู้ชีวิตการทำงานและความทะเยอทะยานในแบบของตนเอง และ มีน ลูกสาวคนเล็กวัยยี่สิบเอ็ดปี เด็กสาวที่มีรอยยิ้มสดใส อ่อนโยน ไร้เดียงสา และมองโลกในแง่ดีเสมอ ลูกสาวทั้งสองคนคือดวงใจและลมหายใจทั้งหมดของเกด เธอสาบานกับตนเองนับครั้งไม่ถ้วนว่าจะไม่มีวันยอมให้วิกฤติต้มยำกุ้งทางการเงินหรือพายุความล้มเหลวใดๆ มาพรากความสุข รอยยิ้ม ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยไปจากชีวิตของลูกๆ ได้เด็ดขาด ต่อให้เธอต้องแลกด้วยสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิต หรือต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจของตนเองก็ตาม


    ทว่า ราคาค่างวดที่เธอต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินกู้ก้อนโตเพื่อกอบกู้ทุกสิ่งกลับเป็นบาดแผลที่กรีดลึกในใจของเธอจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี


    ความช่วยเหลือทางการเงินที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ได้มาจากสถาบันการเงินที่โปร่งใส หากแต่เป็นเม็ดเงินที่ถูกจัดสรรผ่านเครือข่ายบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ โดยมี กิตติธัช อดีตสามีมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด และข้อตกลงลับที่กิตติธัชยื่นคำขาดให้แก่เธอก็คือ... พันธะสัญญาบาปที่เธอต้องยอมใช้เรือนร่างและความสาวสะพรั่งในวัยแม่ม่ายทรงเสน่ห์ เพื่อบำเรอตัณหาและความใคร่อันไร้ความปรานีของเขาตามวัน เวลา และสถานที่ที่เขากำหนด


    ทุกครั้งที่เกดย้อนนึกถึงคืนวันที่ต้องก้าวเข้าไปในห้องชุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง สัมผัสหยาบกร้าน แววตาเย้ยหยันของผู้ชายที่เคยเป็นอดีตสามี และรสชาติของความอัปยศยามที่ต้องทอดกายให้เขาตักตวงความสุขสมบนเตียงกว้างเพื่อแลกกับตัวเลขเงินกู้ ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บและความรังเกียจในตัวเองอย่างรุนแรง


    เกดยกมือซ้ายขึ้นมาลูบเบาๆ บนหลังมือตนเอง สายตาจับจ้องไปที่แหวนแต่งงานวงเกลี้ยงสีเงินประกายทองคำขาวที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนวงนี้คือตัวแทนของความรักอันบริสุทธิ์และมั่นคงที่ ภัทร สามีหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี มอบให้แก่เธอในวันที่ทั้งสองตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตคู่ร่วมกัน


    ภัทรเป็นโปรแกรมเมอร์และนักออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอิสระผู้มีจิตใจดี อ่อนโยน ทะนุถนอม และมอบความรักให้แก่เธออย่างหมดหัวใจ เขาไม่เคยสนใจว่าเธอจะเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว หรือมีลูกสาวโตจนเกือบจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ภัทรปฏิบัติต่อเธอด้วยความเคารพ มอบความอบอุ่น และคอยเป็นที่พักพิงให้หัวใจที่เคยบอบช้ำของเธอเสมอมา


    ทว่า ยิ่งภัทรแสนดีและซื่อสัตย์ต่อเธอมากเพียงใด แหวนแต่งงานบนนิ้วนางวงนี้ก็ยิ่งกลายเป็นโซ่ตรวนแห่งตราบาปที่คอยทิ่มแทงและตอกย้ำมโนธรรมในใจของเธอให้เจ็บปวดรวดร้าว เกดรู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นผู้หญิงหน้าซื่อใจคดที่ทรยศต่อความรักอันบริสุทธิ์ของสามีหนุ่ม เธอแอบลักลอบนำเรือนร่างที่สามีรักใคร่ทะนุถนอมไปให้ชายอื่นย่ำยีเพื่อแลกกับเงินตรา ความรู้สึกผิดบาปนี้กัดกินจิตวิญญาณของเธอทุกลมหายใจเข้าออก



    กริ๊งงง... กริ๊งงง... กริ๊งงง...


    เสียงสัญญาณเรียกเข้าจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัวที่วางอยู่ข้างแฟ้มเอกสารดังก้องกังวานขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานลงอย่างกะทันหัน


    เกดสะดุ้งตัวเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์แห่งความทุกข์ระทม เธอเอื้อมมือเรียวไปหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ทว่าทันทีที่เห็นชื่อและรหัสหมายเลขโทรศัพท์ทางไกลข้ามประเทศที่ปรากฏเด่นชัด หัวใจของเกดก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง เลือดในกายเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง


    'เหมยหลิง (สิงคโปร์)'


    ชื่อของหญิงสาวชาวสิงคโปร์ผู้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายคนปัจจุบันของกิตติธัช ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและพำนักอยู่บนเกาะสิงคโปร์ตลอดมา


    เกดถือโทรศัพท์ค้างไว้ในมือ ร่างกายแข็งทื่อชั่วขณะ ลมหายใจเริ่มติดขัด ความเย็นเยียบแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง ความกลัว ความตื่นตระหนก และความละอายใจก่อตัวขึ้นเป็นเกลียวคลื่นโถมซัดเข้ามาในอก ทำไมเหมยหลิงถึงโทรมาหาเธอในเวลานี้? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น หรือว่า... เหมยหลิงระแคะระคายเรื่องความสัมพันธ์ลับอันน่าบัดสีระหว่างเธอกับกิตติธัชแล้วอย่างนั้นหรือ?


    ความคิดฟุ้งซ่านและหวาดระแวงทำให้ปลายนิ้วของเกดเริ่มสั่นระริก เกดสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง กลืนก้อนสะอื้นที่แล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ และปรับน้ำเสียงให้ดูนิ่งสนิทเป็นปกติที่สุด ก่อนจะใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอเพื่อกดรับสาย


    "สวัสดีค่ะ... คุณเหมยหลิง" เกดเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้สุภาพและราบเรียบที่สุด


    "สวัสดีค่ะพี่เกด..."


    เสียงหวานนุ่มนวลที่ดังตอบกลับมาจากปลายสายทางไกลเต็มไปด้วยความสุภาพ อ่อนโยน และเปี่ยมด้วยกระแสแห่งความจริงใจอันบริสุทธิ์ สำเนียงภาษาไทยของเหมยหลิงแม้จะแฝงสำเนียงชาวต่างชาติเล็กน้อย แต่ก็ชัดเจนและไพเราะน่าฟัง เหมยหลิงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสดใสและเป็นกันเอง


    "เหมยหลิงโทรมากวนเวลาทำงานของพี่เกดหรือเปล่าคะ? พอดีเหมยหลิงเห็นว่าช่วงบ่ายนี้น่าจะเป็นเวลาที่พี่เกดพอจะสะดวกคุย เลยอยากจะโทรมาสอบถามสารทุกข์สุกดิบและทักทายพี่เกดค่ะ"


    "มะ... ไม่ได้รบกวนเลยค่ะคุณเหมยหลิง เกดกำลังนั่งดูงานเอกสารอยู่พอดีค่ะ คุณเหมยหลิงสบายดีนะคะ?" เกดพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น มืออีกข้างที่วางอยู่บนตักจิกเล็บลงบนเนื้อผ้ากระโปรงทำงานแน่นเพื่อดึงสติตนเอง


    "เหมยหลิงสบายดีค่ะพี่เกด ขอบคุณมากๆ นะคะ ที่สิงคโปร์ช่วงนี้อากาศร้อนนิดหน่อย แต่ทุกอย่างก็เรียบร้อยดีค่ะ" เหมยหลิงตอบรับด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนที่น้ำเสียงนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจและห่วงใยอย่างแท้จริง "เหมยหลิงได้ยินจากคุณกิตติธัชเมื่อวันก่อนค่ะว่าช่วงนี้ธุรกิจของพี่เกดเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น ปัญหาเรื่องสภาพคล่องและหนี้สินของบริษัทเริ่มคลี่คลายลงไปได้บ้างแล้ว เหมยหลิงดีใจกับพี่เกดมากๆ เลยนะคะ พี่เกดเหนื่อยและแบกรับอะไรมาเยอะมากจริงๆ"


    คำพูดที่เปี่ยมด้วยความจริงใจของเหมยหลิงทำให้ขอบตาของเกดเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม ความเจ็บแปลบแล่นเข้าเกาะกุมหัวใจ


    "ขะ... ขอบคุณมากนะคะคุณเหมยหลิง ที่คอยเป็นห่วงเกดเสมอมา..." เกดกระซิบตอบ เสียงเริ่มแหบพร่าลงเล็กน้อย


    "ไม่ต้องขอบคุณเลยค่ะพี่เกด เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ ถึงแม้พี่เกดกับคุณกิตติธัชจะแยกทางกันไปแล้ว แต่พี่เกดก็คือแม่ของเด็กๆ" เหมยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนหวานที่บริสุทธิ์ปราศจากเล่ห์เหลี่ยมหรือความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น "ตอนที่คุณกิตติธัชบอกเหมยหลิงว่าเขาจะช่วยประสานงานเรื่องเงินกู้ผ่านบริษัทตัวแทนในต่างประเทศให้พี่เกด เหมยหลิงรู้สึกโล่งใจและสนับสนุนเต็มที่เลยค่ะ เหมยหลิงบอกเขาเองว่าให้ช่วยพี่เกดอย่างเต็มที่ที่สุด เพราะครอบครัวของพี่เกดและเด็กๆ สำคัญมาก ถ้ามีอะไรติดขัดหรือต้องการความช่วยเหลือเรื่องไหนอีก พี่เกดบอกคุณกิตติธัชหรือบอกเหมยหลิงได้ตลอดเลยนะคะ"


    ทุกถ้อยคำ ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากของเหมยหลิง ไม่ต่างอะไรกับใบมีดโกนที่เคลือบน้ำผึ้งและเข็มแหลมคมนับพันเล่มที่กระหน่ำทิ่มแทงลงบนหัวใจของเกดซ้ำแล้วซ้ำเล่า!


    เหมยหลิงไม่เคยรู้เลย... ไม่เคยรู้แม้แต่น้อยว่าเงินกู้ที่กิตติธัชยื่นมือเข้ามาช่วย ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเมตตาหรือความเห็นชอบอันบริสุทธิ์ หากแต่มันถูกแลกมาด้วยการที่สามีของเธอใช้เงินตราก้อนนั้นเป็นเครื่องมือบังคับขืนใจอดีตภรรยา และเกดเองก็คือผู้หญิงน่าละอายที่ยอมทอดร่างอยู่ใต้ร่างของกิตติธัช ลักลอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับสามีของผู้หญิงที่แสนดีและบริสุทธิ์ใจคนนี้


    ความรู้สึกผิดบาปและความละอายใจอย่างรุนแรงถาโถมเข้าใส่จิตใจของเกดจนเธอรู้สึกขยะแขยงและรังเกียจตัวเองจนแทบจะหายใจไม่ออก เธอรู้สึกเหมือนตนเองเป็นคนทรยศ เป็นกาฝากที่แอบทำลายความสุขของผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่ง


    "แล้วน้องนิชากับน้องมีนเป็นอย่างไรบ้างคะพี่เกด?" เหมยหลิงถามต่อด้วยน้ำเสียงเอ็นดู "น้องนิชาทำงานเป็นอย่างไรบ้างคะ ปรับตัวกับงานใหม่ได้ดีไหม? ส่วนน้องมีนเรียนหนักหรือเปล่าคะ? เหมยหลิงคิดถึงเด็กๆ ทั้งสองคนมากเลยค่ะ ถ้าช่วงปิดเทอมหรือน้องนิชาพอจะมีวันหยุดพักผ่อน เหมยหลิงอยากจะชวนพี่เกดกับเด็กๆ บินมาเที่ยวพักผ่อนที่สิงคโปร์ด้วยกันนะคะ เหมยหลิงจะพาไปทานอาหารอร่อยๆ และพาเที่ยวเองค่ะ"


    ความรักและความเอ็นดูที่เหมยหลิงมีต่อนิชาและมีนอย่างจริงใจ ยิ่งตอกย้ำให้เกดรู้สึกว่าตนเองเป็นมารดาที่แปดเปื้อนและน่าสมเพช ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ห่างไกลถึงสิงคโปร์กลับมองลูกๆ ของเธอด้วยความรักและปรารถนาดีอย่างบริสุทธิ์ แต่ตัวเธอที่เป็นแม่แท้ๆ กลับต้องใช้วิธีการที่สกปรกโสมมในการปกป้องลูก


    เกดต้องกัดริมฝีปากล่างของตนเองแน่นจนรู้สึกได้ถึงรสฝาดเค็มปร่าของหยาดเลือดที่ซึมออกมา เพื่อข่มกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกไปตามสายสัญญาณ สองมือที่สั่นเทาต้องช่วยกันประคองเครื่องมือสื่อสารแนบหูไว้แน่น


    "เด็กๆ... สบายดีค่ะคุณเหมยหลิง... นิชาตั้งใจทำงานมาก ส่วนมีนก็... ร่าเริงเหมือนเดิมค่ะ... ถ้ามีโอกาส... เกดจะบอกเด็กๆ ให้นะคะว่าคุณเหมยหลิงฝากความคิดถึงมา..." เกดละล่ำละลักตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามเค้นออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอตีบตันจนแสบแห้ง


    "ดีจังเลยค่ะ ฝากกอดเด็กๆ แน่นๆ แทนเหมยหลิงด้วยนะคะ" เหมยหลิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่สัมผัสได้ผ่านน้ำเสียง "พี่เกดเองก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ นะคะ อย่าหักโหมทำงานหนักจนล้มป่วยไปล่ะคะ เหมยหลิงเป็นห่วงพี่เกดเสมอค่ะ"


    "ค่ะ... ขอบคุณ... ขอบคุณคุณเหมยหลิงมากๆ นะคะ..." เกดรู้สึกว่าหยาดน้ำตาเอ่อล้นคลอดวงตาทั้งสองข้างจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว "พอดี... พอดีเกดมีเอกสารด่วนที่ต้องรีบเซ็นส่งให้ฝ่ายบัญชีตอนนี้เลยค่ะคุณเหมยหลิง เกดคงต้อง... ขอตัวไปจัดการงานก่อนนะคะ"


    "อ๋อ ได้เลยค่ะพี่เกด เหมยหลิงไม่กวนแล้วค่ะ ขอให้งานราบรื่นนะคะพี่เกด ไว้คุยกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ"


    "สวัสดีค่ะ..."


    ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสปุ่มวางสายและสัญญาณโทรศัพท์ตัดขาดลง เกดก็ปล่อยโทรศัพท์ในมือให้ร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างหมดเรี่ยวแรง



    ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้งและบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย


    ความเข้มแข็ง ปราการความอดทน และหน้ากากของผู้หญิงแกร่งที่เกดพยายามสวมใส่เพื่อปกปิดความอ่อนแอพังทลายลงในพริบตาเดียว เกดทรุดตัวฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะทำงาน ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้น ไร้หนทาง และความทุกข์ทรมานที่สะสมมาเนิ่นนานไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง


    "ฮึก... ฮือ..."


    เสียงสะอื้นไห้แผ่วต่ำที่พยายามสะกดกลั้นไว้ในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้โฮอย่างเจ็บปวดรวดร้าว ร่างกายระหงของแม่ม่ายสาวสั่นเทาตัวโยนตามแรงสะอื้น หยาดน้ำตาอุ่นร้อนรินไหลอาบแก้มเนียนและเปียกชุ่มซึมลงบนแขนเสื้อทำงานเนื้อดี


    ในอกของเกดเวลานี้กำลังถูกแผดเผาด้วยความรู้สึกผิดบาปสามชั้นที่ซ้อนทับกันอย่างหนาแน่นและไม่มีวันลบเลือน:


    ชั้นแรก... คือความรู้สึกผิดและความละอายใจอย่างรุนแรงต่อเหมยหลิง ผู้หญิงที่ดีพร้อม อ่อนโยน และมอบความปรารถนาดีให้แก่เธอและลูกๆ ด้วยใจบริสุทธิ์ แต่เธอกลับทรยศต่อความไว้ใจนั้นด้วยการแอบลักลอบมีความสัมพันธ์ทางกายกับกิตติธัช กลายเป็นชู้ลับที่น่ารังเกียจในสายตาของศีลธรรม


    ชั้นที่สอง... คือความรู้สึกผิดต่อภัทร สามีหนุ่มผู้แสนดีและซื่อสัตย์ ชายหนุ่มที่มอบความรัก ความจริงใจ และยกย่องให้เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในชีวิตของเขา แต่เธอกลับต้องเก็บงำความลับอันโสมม สวมเขาให้สามี และโกหกเขาหน้าตายทุกครั้งที่ก้าวออกจากบ้านเพื่อไปพบกับอดีตสามี


    และชั้นที่สาม... คือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์ของตนเอง เกดเคยเป็นผู้หญิงที่ภาคภูมิใจในความสามารถและเกียรติยศของตนเอง แต่บัดนี้ เธอกลับต้องลดทอนคุณค่าของตนเองลงไปเป็นเพียงเครื่องมือระบายตัณหาของอดีตสามี ยอมขายเรือนร่างแลกกับเม็ดเงินกู้เพื่อพยุงให้ธุรกิจและครอบครัวอยู่รอด


    "ทำไม... ทำไมต้องเป็นแบบนี้... ฮือ..."


    เกดพึมพำทั้งน้ำตา สองมือกำหมัดแน่นทุบลงบนโต๊ะทำงานเบาๆ ด้วยความคับแค้นใจ เธอเกลียดชะตากรรมที่บีบบังคับให้เธอต้องเดินมาถึงจุดนี้ เกลียดความอ่อนแอของตนเอง และเกลียดความจริงที่ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นใดเหลืออยู่อีกแล้ว หากเธอปฏิเสธกิตติธัช ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอสร้างมาเพื่อลูกก็จะพังทลายลงในพริบตา


    ก๊อก... ก๊อก...


    เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้งอย่างสุภาพ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกช้าๆ


    "พี่เกดครับ..."


    เสียงทุ้มนุ่มอันคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตู เกดสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลนลาน พยายามก้มหน้าลงต่ำเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็นสภาพอันน่าสมเพชของเธอ


    ภัทร ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน เขาสวมเสื้อยืดคอกลมสีเทาเข้มเนื้อนุ่มและกางเกงลำลองขายาวสีดำ รูปร่างสูงโปร่งแข็งแรงและใบหน้าหล่อเหลาอ่อนเยาว์ในวัยยี่สิบเก้าปีฉายแววตระหนกและเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัดทันทีที่สังเกตเห็นแผ่นหลังที่สั่นเทาและเสียงสะอื้นของภรรยา


    "พี่เกด! เป็นอะไรครับ?!"


    ภัทรรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ ตรงเข้ามาหาเกดทันทีด้วยความร้อนใจ เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้ทำงานของเธอ สองมือหนาอันอบอุ่นเอื้อมไปประคองไหล่บางที่กำลังสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างทะนุถนอม


    เมื่อเกดเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำและชุ่มโชกไปด้วยคราบน้ำตาทำให้หัวใจของภัทรกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวด ชายหนุ่มไม่รอช้า เขารวบร่างระหงของเกดเข้าสู่อ้อมกอดอันแข็งแกร่งและอบอุ่นของเขาทันที


    "ไม่ร้องนะครับคนดี... ภัทรอยู่นี่แล้ว เกิดอะไรขึ้นครับพี่เกด..."


    ภัทรพร่ำกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลึกซึ้ง มือหนาลูบแผ่นหลังและเส้นผมสลวยของเกดอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม ริมฝีปากอุ่นของเขาประทับจูบซับหยาดน้ำตาที่ข้างขมับและพวงแก้มเนียนของเธออย่างทะนุถนอมและรักใคร่


    เกดซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างของภัทร สูดดมกลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นสบู่อ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา สัมผัสถึงความอบอุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคงของสามีหนุ่ม อ้อมกอดของภัทรคือพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวในโลกที่คอยโอบอุ้มเธอไว้เสมอมา


    แต่ในขณะเดียวกัน... ความอบอุ่นและสัมผัสอันแสนดีของภัทรกลับยิ่งกลายเป็นคมมีดกรีดซ้ำลงบนบาดแผลในใจของเกดให้เปิดกว้างขึ้นไปอีก


    'เขารักเรามากขนาดนี้... แต่เรากลับทรยศเขา... เรามันผู้หญิงสกปรก... เราไม่คู่ควรกับอ้อมกอดที่บริสุทธิ์นี้เลยสักนิด...'


    ความคิดในใจยิ่งตอกย้ำให้เกดรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว เกดยกสองแขนขึ้นโอบกอดรอบคอของภัทรไว้แน่น ซุกหน้าแนบชิดกับซอกคออุ่นของเขาและปล่อยโฮออกมาอีกระลอก ร่างกายของเธอสั่นสะท้านในอ้อมอกของสามีหนุ่ม เธออยากจะสารภาพความจริงทุกอย่าง อยากจะบอกเขาว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับนรกขุมไหน แต่เธอก็รู้ดีว่าความจริงนั้นจะทำลายล้างชีวิตคู่และความรู้สึกของภัทรให้พังพินาศลงอย่างไม่อาจแก้ไขได้


    "พี่แค่... ฮึก... พี่แค่เหนื่อยค่ะภัทร..." เกดเค้นเสียงสั่นเครือตอบเลี่ยงความจริง หลับตาแน่นเพื่อซ่อนความเจ็บปวด "งานมัน... ปัญหาเอกสารและเรื่องเงินกู้มันบีบคั้นมากเหลือเกิน... พี่เครียดสะสมจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่... พี่ขอโทษนะคะที่ทำให้ภัทรต้องตกใจ..."


    ภัทรคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย ใช้มือหนาทั้งสองข้างประคองดวงหน้างามของภรรยารุ่นพี่ขึ้นมามองสบตา แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความรัก ความเทิดทูน และความเห็นอกเห็นใจอย่างสุดหัวใจ ภัทรใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ เกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนของเกดอย่างนุ่มนวล


    "พี่เกดไม่ต้องขอโทษภัทรเลยครับ พี่เกดแบกรับภาระบริษัทและครอบครัวคนเดียวมามากเกินไปแล้ว" ภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจและหนักแน่น "ภัทรรู้ว่าช่วงนี้พี่เกดต้องเหนื่อยเรื่องประสานงานเงินกู้ก้อนใหม่ แต่จำไว้นะครับว่าพี่เกดไม่ได้อยู่คนเดียว พี่เกดยังมีภัทรเสมอ ภัทรอาจจะช่วยเรื่องตัวเลขเงินกู้มหาศาลไม่ได้ แต่ภัทรพร้อมที่จะอยู่เคียงข้าง รับฟัง และเป็นที่พักพิงให้พี่เกดตลอดไปนะครับ"


    คำมั่นสัญญาและความรักอันบริสุทธิ์ของภัทรทำให้น้ำตาของเกดรินไหลลงมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเป็นน้ำตาที่ผสมปนเปกันระหว่างความซาบซึ้งใจและความทรมานจากตราบาปในใจที่ไม่มีวันลบเลือน


    ภัทรประคองเกดให้นั่งพิงพนักเก้าอี้ทำงานอย่างสบายตัว ก่อนจะส่งยิ้มอบอุ่นที่ช่วยชโลมจิตใจให้แก่เธอ


    "พี่เกดนั่งพักตรงนี้สักครู่ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งจับปากกาหรือดูเอกสารอะไรทั้งนั้น" ภัทรเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน "เดี๋ยวภัทรจะลงไปชั้นล่าง ชงเครื่องดื่มนมอุ่นๆ ผสมน้ำผึ้ง หรือไม่ก็ชาคาโมมายล์ร้อนๆ มาให้พี่เกดดื่มคลายเครียดนะครับ ดื่มของอุ่นๆ สักแก้วแล้วจะได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น"


    เกดมองใบหน้าของสามีหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความขื่นขมระคนกัน เธอพยายามฝืนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่แฝงความหม่นหมอง พยักหน้ารับคำของเขาเบาๆ


    "ขอบคุณมากนะคะภัทร... ลำบากภัทรแย่เลย..."


    "ไม่ลำบากเลยครับ เพื่อพี่เกด ภัทรทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว"


    ภัทรยิ้มกว้างอย่างสดใส เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของเกดอย่างทะนุถนอม ประทับจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากมนของเธออีกครั้งหนึ่งเพื่อถ่ายทอดกำลังใจ ก่อนจะหมุนตัวและเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็วเพื่อตรงไปยังห้องครัวชั้นล่าง


    แกร๊ก...


    เสียงประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาเข้าครอบครองบรรยากาศภายในห้องทำงานอีกครั้งหนึ่ง


    เกดยกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดแผ่นหลังตรงและพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กขึ้นมาซับดวงตาและจมูกที่แดงระเรื่อ ปลอบประโลมตนเองให้เข้มแข็งเพื่อพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับภาระงานตรงหน้าต่อ เธอต้องเข้มแข็ง... เพื่อลูกสาวทั้งสองคน และเพื่อรักษาครอบครัวที่อบอุ่นนี้ไว้


    เกดเอื้อมมือไปจับด้ามปากกาและดึงแฟ้มเอกสารสัญญากู้ยืมเงินตรงหน้าเข้ามาใกล้ เตรียมตัวที่จะตรวจทานรายละเอียดตัวเลขหนี้สินอีกครั้ง


    ครืดดด... ครืดดด... วาบ!


    ทันใดนั้นเอง! เสียงระบบสั่นเตือนของโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่วางอยู่ข้างมือก็ดังขึ้นสั้นๆ สองครั้ง พร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความสลัวรางของโต๊ะทำงาน!


    เกดชะงักมือที่กำลังถือปากกา หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด ความสังหรณ์ใจอันดำมืดแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ เธอค่อยๆ เลื่อนสายตาชำเลืองมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ยังคงสว่างโร่อยู่


    การแจ้งเตือนข้อความสั้นส่วนตัวปรากฏชื่อผู้ส่งเด่นชัด:


    'กิตติธัช'


    ดวงตาของเกดเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ปลายนิ้วที่ถือปากกาคลายออกจนด้ามปากการ่วงหล่นกระทบพื้นโต๊ะเสียงดังแผ่วเบา เธอเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะหน้าจอเพื่อเปิดอ่านข้อความตัวเต็มที่ถูกส่งเข้ามา:


    *"ผมเดินทางถึงกรุงเทพฯ แล้ว พรุ่งนี้บ่ายโมงตรง เจอกันที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของผม เพื่อรับมอบเอกสารเงินกู้ก้อนที่สองและจ่ายค่าตอบแทนตามสัญญา... อย่าทำให้ผมรอนานนะเกด"*


    ทุกตัวอักษรในข้อความนั้นประหนึ่งสายฟ้าฟาดที่ผ่าลงมากลางกระหม่อมของเกดอย่างจัง!


    ใบหน้างามของแม่ม่ายสาวซีดเผือดลงทันทีจนไร้สีเลือด ริมฝีปากที่เพิ่งสัมผัสความอบอุ่นแห้งผาก ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าประหนึ่งถูกแช่แข็งอยู่ในธารน้ำแข็งอันมืดมิด ความอบอุ่น ความห่วงใย และความรักอันแสนบริสุทธิ์จากอ้อมกอดของภัทรที่เพิ่งจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยคลื่นความหวาดกลัว ความกดดัน และความขยะแขยงมหาศาลที่โถมเข้าบดขยี้จิตใจของเธอจนแหลกละเอียด


    กิตติธัชกลับมาแล้ว... และเขากำลังทวงถาม 'ค่าตอบแทนตามสัญญา'


    พรุ่งนี้... เวลาบ่ายโมงตรง บ่วงตัณหาและพันธะสัญญาบาปกำลังจะดึงร่างของเธอให้ดำดิ่งลงสู่วังวนแห่งความลับและความอัปยศอีกครั้งหนึ่งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้! เกดนั่งตัวสั่นสะท้าน มือทั้งสองข้างกุมหน้าอกที่เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก สายตาจับจ้องข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่เสียงฝีเท้าของภัทรที่กำลังเดินถือแก้วนมอุ่นกลับขึ้นมาตามบันไดเริ่มดังแว่วเข้ามาใกล้ทุกขณะ...


    คล้ายกับเรื่องลูกสาวแม่หม้ายที่รัก ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663