คืนนั้นเรนออกไปตรวจรอบค่ายคนเดียว
"สิบห้านาที"เขาพูดก่อนออกไป "อย่าไปไหน"
"ฉันจะไปไหนได้"หลินพูดกลับ "ป่าตายอยู่ตรงหน้า"
เรนไม่ตอบแค่หายไปในเงา
หลินนั่งอยู่ข้างๆไฟที่ต้องให้เล็กที่สุดเท่าที่อบอุ่นได้ มองเขตไร้เสียงที่อยู่ไม่ห่างออกไปป่าตายที่เงียบสนิทในความมืด ในเวลากลางคืนมันดูเงียบกว่า่กลางวันซึ่งไม่ควรเป็ไปได้ แต่ก็เป็
หลินรู้ว่าต้องเข้าไปในนั้น
รู้ว่ากลัว
รู้ว่าทั้งสองอย่างนั้นต้องอยู่ด้วยกันและก็ต้องยังเดินต่อไปได้
เธอหันหน้ามองไฟทำใจให้ว่างจากเื่พรุ่งนี้ แล้วคิดถึงอัน คิดแบบที่ไม่ได้ระวังแบบที่ปล่อยให้คิดโดยไม่กรอง ภาพอันนั่งหน้าจอตอนดึก กินข้าวคนเดียวอ่านข้อความที่เธอไม่ได้ตอบ
ภาพนั้นเจ็บกว่าที่คิด
"หลิน"
เธอหันมา
ซินยืนอยู่ที่ขอบแสงไฟยิ้มแบบเดิม อบอุ่น ผ่อนคลาย ราวกับมาเยี่ยมเพื่อนที่ไม่ได้พบนานไม่ใช่ปรากฏตัวกลางดึกในป่าที่ต้องข้ามพรุ่งนี้
"เธอมาได้ยังไง?"หลินพูด เสียงเบาแบบที่ไม่้าให้ป่าได้ยินมากกว่าที่จำเป็
"ฉันรู้ทางในป่านี้ดีกว่าที่เรนคิด"ซินพูด ก้าวเข้ามาใกล้แสงไฟแต่ไม่นั่ง ยืนอยู่แบบที่ดูเหมือนไม่ได้วางแผนจะอยู่นาน"มาหาแค่ครู่เดียว"
"เรนจะกลับมาอีกสิบนาที"
"ฉันรู้"
หลินมองซินบางอย่างในท่วงท่าของเขาต่างจากที่ตลาด ยังอบอุ่นอยู่แต่มีบางอย่างข้างใต้ที่รู้สึกว่าตั้งใจมากกว่าเดิมเหมือนคนที่รู้ว่ามีเวลาน้อยและเลือกแล้วว่าจะพูดอะไร
"เธอเอาอะไรมา"หลินพูด ไม่ใช่คำถาม
ซินหยิบขวดออกมา
ขวดเล็กแก้วใส ข้างในมีแสงอ่อนๆ สีฟ้าอมเทา กระพริบเป็จังหวะไม่สม่ำเสมอไม่เหมือนขวดอื่นๆ ที่หลินเคยเห็นในตลาด ขวดพวกนั้นมีแสงสวย มีจังหวะขวดนี้มีแสงแบบที่ดูเหมือนมีคนอยู่ข้างใน
"อย่า"หลินพูด เสียงสั่นเล็กน้อย
"เธอยังไม่ได้ยินก็รู้แล้วใช่ไหม?"ซินพูด เสียงนุ่ม ไม่มีชัยชนะในนั้น แค่สังเกต
หลินนิ่ง
ซินถือขวดให้ใกล้ขึ้นอีกนิด
เสียงออกมา
เบามากเบาแบบที่ถ้านั่งอยู่ไกลอีกสักก้าวคงไม่ได้ยินแต่หลินนั่งใกล้พอและป่ากลางคืนเงียบพอ
"พี่อยู่ไหน"
สามคำ
เสียงอัน
ไม่ใช่เสียงอันที่ร่าเริงไม่ใช่เสียงอันที่ล้อเล่นแต่เป็เสียงอันที่หลินเคยได้ยินครั้งเดียวตอนที่เขาอายุสิบสี่ตอนที่เขาโทรหาเธอตอนดึกและพูดแค่ "พี่ ผมไม่ค่อยสบาย" แล้วก็เงียบ
เสียงที่ขอโดยไม่บอกว่าขออะไร
"พี่หาย"
หลินจับมือตัวเองแน่น
"หมอบอกว่าผมไข้สูงมากพี่อยู่ที่ไหน"
ขวดหยุดเรืองแสงแล้วก็กระพริบอีกครั้ง เหมือนหายใจ
หลินรู้ว่าควรถอยรู้ว่าควรบอกซินให้เก็บขวดไป รู้ว่าเรนจะกลับมาและเรนจะบอกว่าอย่าฟังรู้ว่าตัวเองรู้มากพอแล้วว่าซินไม่ใช่คนที่เสนอราคาถูกโดยไม่มีเหตุผล
แต่รู้ทั้งหมดนั้นแล้วก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม
"ราคา?"เธอพูด เสียงแบนกว่าที่้า
"เพลงเดียว"ซินพูด ไม่เปลี่ยน "เหมือนที่เสนอที่ตลาด ฉันได้ยินเธอร้องเพลง เธอก็จะได้ยินเสียงของน้องเธอ ได้ทั้งคู่"
"แค่เพลงเดียว"
"แค่เพลงเดียว"
หลินมองขวดขวดยังกระพริบอยู่ แสงสีฟ้าอมเทาที่ไม่สวยแต่ดูมีชีวิต เสียงอันไม่ออกมาอีกแต่รู้สึกว่ายังอยู่ข้างใน
"ถ้าฉันให้เพลงเธอเธอให้ขวดนั้น ฉันได้ยินเสียงอันทั้งหมดที่อยู่ในนั้น?"
"ใช่"
"แล้วอัน?"หลินพูด เสียงเปลี่ยนนิดหน่อย "ถ้าเสียงอันอยู่ในขวดนั้นแปลว่าอันไม่มีเสียงตอนนี้ใช่ไหม? แปลว่า—"
"เสียงในขวดเป็ส่วนหนึ่งของเสียงเขาไม่ใช่ทั้งหมด" ซินพูด "เขายังมีเสียงอยู่ ฉันแค่...นำส่วนหนึ่งมา"
"นำมาโดยที่เขารู้ไหม?"
ซินไม่ตอบทันที
ซึ่งก็เป็คำตอบ
หลินรู้ว่าควรพูดว่าไม่รู้ว่านั่นคือสิ่งที่ถูก รู้ว่าเรนจะกลับมาในไม่ช้าและถ้าเรนเห็นเธอนั่งคุยกับซินอยู่นี้จะเป็อีกเื่รู้ทั้งรู้ทั้งหมดนั่น
แต่มือซ้ายก็ยื่นออกไปเล็กน้อยเกือบจะโดยไม่รู้ตัว
ซินไม่รีบยื่นขวดมาช้าๆ
"หลิน"
เสียงนั้นไม่ใช่ซิน
หลินหดมือกลับหันมาทางเสียง
เรนยืนอยู่ที่ขอบแสงไฟมองซิน ไม่มองหลิน ใบหน้าเรียบแต่แววตาไม่เรียบมีบางอย่างในตาที่อ่านไม่ออกแต่รู้ว่าไม่ใช่ความโกรธ ใกล้กว่านั้นใกล้กับบางอย่างที่เรนไม่ค่อยแสดง
ซินมองเรนสักครู่ยิ้มเล็กๆ
"เร็วกว่าที่คิด"เขาพูด แล้วก็ปิดมือรอบขวด ขวดหายไปพร้อมกับซินที่ก้าวถอยออกไปในเงาเสียงฝีเท้าไม่มี แค่อยู่แล้วก็ไม่อยู่
ป่าเงียบ
ไฟขนาดเล็กยังลุกอยู่ระหว่างหลินกับเรน
เรนนั่งลงตรงหน้า
"ฉันเห็น"เขาพูด
"รู้"หลินพูด
"เธอจะบอกฉันไหม?"
หลินมองไฟนึกถึงสิ่งที่ควรพูด นึกถึงสิ่งที่จะง่ายกว่าถ้าพูดนึกถึงมุกที่จะทำให้บรรยากาศเบาลงนึกถึงคำอธิบายที่ฟังดูสมเหตุสมผลและปิดการสนทนาได้เร็ว
แล้วก็นึกถึงตอนที่ป่าพาเธอหลงเพราะโกหกตัวเอง
"ฉันเคยเจอซินมาก่อน"หลินพูด เสียงตรง "ที่ตลาด เขาเสนอมีดตัดคำสัญญา แลกด้วยเพลงเดียว ฉันไม่ตกลงแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ และฉันไม่บอกเธอ"
เรนนิ่ง
"คืนนี้เขานำขวดมาข้างในมีเสียงอัน น้องฉัน" หลินพูดต่อ เสียงไม่สั่น แต่เบากว่าปกติ"เสียงอันบอกว่าฉันหาย ว่าเขาไข้สูง ว่าหมอบอกว่าไข้สูงมาก" หยุดสักครู่"เขาเสนอเพลงเดียวอีกครั้ง ฉันเกือบตอบตกลง ถ้าเธอไม่กลับมาตอนนั้นฉันไม่แน่ใจว่าจะไม่ตกลง"
เรนฟังอยู่ตลอดไม่ขัด ไม่รีบ ไม่เปลี่ยนสีหน้า
"นั่นคือทั้งหมดที่ซ่อนไว้" หลินพูดสรุปแล้วก็นิ่ง รอ
เรนไม่พูดทันทีนั่งมองไฟสักครู่หนึ่งก่อน
"เสียงในขวดอาจไม่ใช่เสียงจริง"เขาพูดในที่สุด
หลินเงยหน้า
"ซินทำของจำลองได้"เรนพูด น้ำเสียงแบนราบแบบที่อธิบายข้อเท็จจริง ไม่ใช่ตำหนิ"เสียงที่เธอได้ยินอาจเป็เสียงอันจริงอาจเป็เสียงที่ซินสร้างจากสิ่งที่รู้เกี่ยวกับอันหรืออาจเป็เสียงที่สร้างจากสิ่งที่เธอกลัวจะได้ยิน"
หลินนิ่งอยู่กับเื่นั้น"ฉันได้ยินเสียงอันที่ฉันไม่เคยเล่าให้ใครฟังเสียงอันตอนที่เขาโทรมาตอนอายุสิบสี่"
"เธอจำเสียงนั้นชัดไหม?"
"ชัดมาก"
"ซินไม่จำเป็ต้องรู้เสียงจริงของอัน"เรนพูด "เขาแค่ต้องรู้ว่าเธอจะได้ยินเสียงแบบไหนแล้วรู้สึกว่าจริงเสียงที่ทำให้เธอสั่นไม่ใช่เสียงอันที่ร่าเริง แต่เสียงอันที่้าเธอและซินรู้แบบนั้น"
หลินมองไฟรู้สึกว่าบางอย่างในหน้าอกที่แน่นมาั้แ่ซินเปิดขวดค่อยๆ คลายออก
ไม่ใช่เพราะรู้ว่าเสียงนั้นอาจไม่จริงแต่เพราะรู้ว่าพูดความจริงออกมาแล้ว
"แต่อาจเป็เสียงจริงก็ได้"เธอพูด ไม่ยอมปล่อยความเป็ไปได้นั้นออกไปง่ายๆ "ฉันยังไม่รู้"
"ใช่"เรนพูด "ยังไม่รู้"
"นั่นแหละที่แย่ที่สุด"
"ใช่"
ทั้งสองนั่งเงียบอยู่กับความไม่รู้นั้นป่ารอบข้างส่งเสียงเบาๆ ลมผ่านกิ่งไม้ มีสัตว์เล็กขยับในพุ่มห่างออกไปชีวิตปกติของป่ายามค่ำคืนที่ดำเนินต่อไปโดยไม่สนใจว่าหลินกำลังรู้สึกอย่างไร
"เธอไม่บอกฉันเื่ตลาด"เรนพูด เสียงไม่ได้ถามแต่ก็ไม่ได้ตำหนิ
"ไม่"หลินพูด ไม่แก้ตัว
"ทำไม?"
หลินคิดคำตอบจริงๆก่อนพูด ไม่ใช่คำตอบที่ฟังดูดี แต่คำตอบที่จริง
"เพราะกลัวเธอจะตัดสินฉัน"เธอพูด "เราเพิ่งตกลงกันว่าจะพูดตรงๆ แต่เื่ซินมันอยู่ในหัวข้างๆ ว่า'ไม่แน่ใจ' อยู่นานมันง่ายกว่าที่จะบอกตัวเองว่ายังไม่มีเื่อะไรให้บอกถ้าไม่ได้ตกลงอะไร"
"แต่มีเื่อะไรให้บอก"
"มี"
เรนพยักหน้าไม่เพิ่มเติม
"เธอไม่โกรธ?"หลินถาม แล้วก็รู้ว่าเป็คำถามที่ขอยืนยัน ไม่ใช่คำถามจริง
"ฉันไม่แปลกใจ"เรนพูด "เธอซ่อนเื่ยากกับคนที่ไม่แน่ใจฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้เธอแน่ใจได้มากกว่านั้นตอนอยู่ที่ตลาด"
หลินมองเรนประโยคนั้นแปลกกว่าที่คิด เป็การรับผิดชอบบางส่วนที่เธอไม่ได้คาดว่าจะได้ยิน
"แต่เธอมาบอกฉันตอนนี้"เรนพูดต่อ
"ใช่"
เรนมองเธอนานไม่พูดอะไร แต่บางอย่างในตาเปลี่ยน ไม่มากพอที่จะเรียกว่าเปลี่ยนแต่มากพอที่หลินสังเกตเห็น
"แต่เธอไม่ได้ตกลง"เขาพูด
ประโยคสั้นเสียงแบนราบ แต่มีบางอย่างข้างในที่หลินรู้สึกได้ว่าหนักกว่าที่ฟัง
ไม่ใช่การยืนยันว่าเธอทำถูกไม่ใช่การให้อภัย ไม่ใช่การชม แค่การรับรู้ว่าในตอนที่ยากที่สุด เธอไม่ได้ตกลง
"ไม่ได้ตกลง"หลินพูดซ้ำ เสียงตัวเองฟังดูแปลก เหมือนได้ยินคำนั้นครั้งแรก
"นั่นคือสิ่งที่สำคัญ"
หลินนั่งกับเื่นั้นสักครู่ป่ารอบข้างเงียบขึ้นเล็กน้อย เหมือนฟังอยู่ เหมือนสังเกตอยู่
"ซินจะกลับมาไหม?"เธอถาม
"อาจกลับมา"เรนพูด "ซินไม่ยอมแพ้ง่าย"
"เขา้าเสียงฉันเพื่ออะไร?"
"ยังไม่รู้แน่แต่ถ้าเสียงสุรเสียงมีพลังแบบที่ป่าตอบสนอง เสียงนั้นในรูปแบบอื่น เช่นเสียงที่บันทึกไว้ในขวด หรือเสียงในเพลงที่เขาเก็บไว้ ก็มีพลังด้วย" เรนพูด"ซินเก็บเสียงมีพลังไว้ใช้ต่อรองกับสิ่งต่างๆ ในหิมพานต์"
"แปลว่าฉันเป็แหล่งพลังสำหรับเขา"
"อาจจะ"
หลินถอนหายใจ"ฉันไม่ค่อยชอบบทบาทนั้น"
"ฉันรู้"
"มีทางป้องกันไหม?ถ้าซินกลับมาอีก"
เรนนิ่งคิดสักครู่"การที่เธอบอกฉัน ป้องกันได้มากกว่าที่คิดซินทำงานได้ดีที่สุดเวลาที่เป้าหมายอยู่คนเดียวและเก็บเื่ไว้คนเดียว ถ้าฉันรู้เขาทำงานยากขึ้น"
หลินพยักหน้ามองไฟที่เริ่มเล็กลง
"พรุ่งนี้ต้องเข้าเขตไร้เสียง"เธอพูด เปลี่ยนเื่แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนเพราะสิ่งที่พูดอยู่ก่อนหน้าและสิ่งที่จะพูดต่อจากนี้เชื่อมกันอยู่ด้วยเส้นเดียวกัน"เข้าไปโดยไม่มีเสียง"
"ใช่"
"เธอกลัวไหม?"หลินถาม แล้วก็แปลกใจตัวเองที่ถาม เพราะไม่เคยถามเรนแบบนั้น
เรนมองเธอ
"ฉันไม่ได้ถามเพื่อล้อ"หลินพูดเพิ่ม "ถามจริงๆ"
เรนนิ่งอยู่นานพอที่หลินรู้ว่าเขากำลังตัดสินใจจริงๆว่าจะตอบอะไร ไม่ใช่รอให้คำถามหมดอายุ
"ฉันกลัวว่าจะเอาเธอออกมาไม่ได้"เรนพูดในที่สุด เสียงเรียบแต่ตรง "ถ้าเธอเข้าไปและหาระฆังไม่เจอหรือหาเจอแต่เอาออกไม่ได้ เธอไม่มีเสียง เธอไม่มีอะไรบอกว่า้าความช่วยเหลือและฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"
หลินฟัง
"นั่นคือสิ่งที่กลัวที่สุด"เรนพูด "ไม่ใช่กลัวเขตนั้นแต่กลัวว่าจะแยกจากกันแล้วไม่รู้ว่าเธอเป็ยังไง"
หลินนิ่งกับคำนั้นรู้สึกว่ามีบางอย่างในอกอุ่นขึ้นเล็กน้อย แบบที่ไม่คาดว่าจะรู้สึก
"งั้นอย่าแยกกัน"เธอพูด "เข้าไปด้วยกัน"
"แผนเดิมคือ—"
"แผนเดิมคือให้ฉันเข้าไปคนเดียวขณะที่เธออยู่ข้างนอกคอย"หลินพูด "แต่ถ้าเธอเข้าไปด้วยกัน อย่างน้อยก็เห็นกันได้แม้จะพูดไม่ได้ก็ยังเห็น"
เรนคิด"ถ้าเราทั้งคู่เข้าไปและมีอะไรผิดพลาด ไม่มีใครอยู่ข้างนอก"
"ถ้าฉันเข้าไปคนเดียวและมีอะไรผิดพลาดฉันก็อยู่คนเดียว" หลินพูดกลับ "อันไหนแย่กว่า?"
เรนไม่ตอบทันทีนั่งคิดด้วยความเงียบที่หลินเรียนรู้แล้วว่าไม่ใช่การปฏิเสธ แต่เป็การประมวลจริงๆ
"เข้าไปด้วยกัน"เรนพูดในที่สุด "จับมือตลอด ทำสัญญาณมือที่ตกลงกันไว้ ถ้าแยกกัน—"
"ไม่แยก"หลินพูด ง่ายๆ
เรนมองเธอ
"ฉันจะไม่แยกจากเธอในเขตนั้น"หลินพูด มั่นคงกว่าที่รู้สึก แต่บางอย่างก็มั่นคงจริงๆ "ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะมันสมเหตุสมผลที่สุด"
ป่าสั่นเบาๆ รอบข้างใบไม้ไหว ลมอ่อน
เรนพยักหน้าช้าๆ
"โอเค"
"โอเค"หลินพูดซ้ำ แล้วก็ถอนหายใจออก ไม่ใช่เพราะโล่งแต่เพราะรู้สึกว่าบทสนทนานั้นจบได้แล้ว ไม่ต้องพูดเพิ่ม ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม แค่"โอเค" สองครั้งก็พอ
"นอนได้"เรนพูด "ฉันเฝ้าอีกรอบ"
"เธอนอนด้วยได้ไหม?"
"ฉันโอเค"
"นั่นไม่ใช่คำตอบที่ถามนะ"
เรนมองเธอมีบางอย่างในมุมปากที่ขยับนิดหน่อย ไม่ถึงยิ้ม แต่ก็เกือบจะยิ้ม
"ฉันโอเค"เขาพูดซ้ำ แต่ครั้งนี้ฟังดูต่างออกไปเล็กน้อย
หลินถอนหายใจอีกครั้งล้มตัวลงนอนข้างๆ ไฟที่เหลือแค่ถ่านร้อนมองขึ้นไปที่กิ่งไม้เหนือหัวซึ่งมองเห็นดาวผ่านช่องเล็กๆ
เสียงอันยังค้างอยู่ในหัว"พี่อยู่ไหน"
อาจจริงอาจไม่จริง ยังไม่รู้
แต่รู้อย่างหนึ่งว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะกลับไปหาอันได้คือผ่านศาลาสังข์ที่อยู่อีกฝั่งของป่าตายนั้น
และวิธีที่ดีที่สุดที่จะผ่านป่าตายได้คือไม่แยกจากคนที่อยู่ข้างๆ
ป่าเงียบรอบข้าง
หลินหลับตา