[ธนาเล่าเื่]
ผมเดินยิ้มกริ่มไปหาไอ้ไข่ข้าว ด้วยท่าทีปกติที่สุดเท่าที่คนอย่างผมจะทำได้ แต่ใครเห็นก็คงรู้ว่าผมกำลังมีแผนอะไรสักอย่างอยู่ในใจ ไอ้ข้าวขาวของผม ไม่สิ ไอ้ไข่ข้าว มันไม่รู้หรอกว่ามันทำหน้าตาอย่างกับกระต่ายตื่นตูมแค่ไหน เวลาผมเข้าใกล้ มันทำเหมือนผมเป็หมาป่าหิวโซตลอดเวลา และใช่... ผมก็ชอบแกล้งให้มันระแวงเล่น
“ไอ้ไข่ พี่ตูนให้พวกเราไปช่วยเขาเอาของที่โรงอาหาร”
ผมพูดเสียงเรียบ ทำตัวน่าเชื่อถือสุดๆ มันมองหน้าผมแบบลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามมาอย่างว่าง่าย ท่าทางซื่อๆ นั่นแหละที่ทำให้ผมรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้แกล้งมัน
“นี่มึงหลอกกูเหรอ?”
ไอ้ไข่ถามเสียงขุ่นทันทีที่มาถึงโรงอาหารเก่า เห็นไหมครับว่ามันเริ่มสงสัยแล้ว แต่ผมก็ยังหัวเราะขำๆ ยกมือขึ้นยอมรับแบบหน้าด้านๆ
“ไม่หรอก กูแค่อยากให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันสองคน”
แค่เห็นมันถอยหลังไปห้าก้าว ทำตาโตเหมือนผมเป็คนบ้าจริงๆ ผมก็ขำจนแทบจะหลุดบทแล้ว แต่ไม่หรอก... ในเมื่อมันคิดว่าผมเป็คนบ้า ผมก็จะบ้าให้สุดเลยแล้วกัน
“ไอ้หอย มึงจะทำบ้าอะไรเนี่ย!”
โอ๊ย พูดอะไรออกมาวะ
“ทำบ้าอะไร?” ผมย้อนถามพลางยิ้มกวนๆ ก้าวเข้าไปใกล้มันทีละนิด ทีละนิด ไอ้ไข่ถอยหลังไปจนเกือบติดกำแพง แค่เห็นมันระแวง ผมก็สนุกจนเกือบหลุดหัวเราะ
“… ไอ้ไข่… กูชอบมึงนะ แต่มึงกูรู้ใช่ไหม ผู้ชายกับผู้ชายโลกนี้แม่งไม่ยอมรับ พ่อแม่กูต่อต้านมาก พ่อแม่มึงก็คงรังเกียจด้วย เรามาเป็แฟนกันแบบลับๆดีไหม ถึงกูมีแฟนเป็ผู้หญิงแบบออกหน้า กูก็จะชอบมึงคนเดียว กูรู้มึงก็ชอบกู”
ผมแสร้งพูดเหมือนคนบ้า เพราะผมยังไม่กล้ายอมรับแบบจริงจัง พูดไปก็เกือบจะหลุดขำ เพราะไอ้ไข่ทำหน้าซีดเผือดอย่างกับคนเห็นผีทั้งที่มีคำกำลังบอกรัก
“เชี่ย มึงพูดเหี้ยอะไรของมึงวะ ไอ้หอย!?”
ผมกลั้นขำสุดชีวิต ยิ่งมันทำหน้าหวาดๆ ปนโกรธ มันยิ่งดูน่ารักขึ้นเป็สิบเท่า เอาจริงๆ ผมไม่ได้คิดจะเอาเื่พวกนี้มาล้อเล่น แต่เห็นมันหลุดฟอร์มทุกครั้งที่ผมแกล้ง ผมก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งมัน
“ไอ้ข้าว กูรู้ว่ามึงก็ชอบกู”
ผมพูดเสียงนุ่มแบบคนจริงจัง แต่ในใจนี่ขำจะตายอยู่แล้ว โอ้โห ดูหน้ามันดิ ดวงตากลมๆ นั่นเบิกกว้างปานจะถลนออกมา มันทำท่าจะวิ่งหนี ผมเลยคว้าแขนมันเอาไว้
“มึงจะไปไหนล่ะ นี่กูพูดจริงๆ นะ”
“ไปโรงพยาบาลเถอะมึง! มึงบ้าไปแล้ว ไอ้หอย!”
ผมหลุดขำพรืดออกมาจนได้ ไอ้ไข่พูดเหมือนกำลังห่วงผมจริงๆ จนผมเกือบเชื่อว่ามันกำลังเห็นใจผมอยู่ แต่มันกลับมองผมเหมือนตัวประหลาดเข้าไปทุกที เอาดิ ยิ่งมันมองผมแบบนี้ ผมยิ่งอยากแกล้งหนักกว่าเดิม
“เดี๋ยวดิไอ้ไข่ขาว ขอดูหน่อยดิว่ามันขาวจริงหรือเปล่า ขอพิสูจน์หน่อยดิ”
... ♡…
“เชี่ย! ไอ้หื่น!”
พรึ่บ! คราวนี้มันยกขาขึ้นถีบผมเต็มแรง แต่ไงล่ะ... คนไส้ตันอย่างผม ถีบแค่นี้มีเหรอจะล้ม
ผมถอยไปแค่ก้าวเดียวแล้วก็หัวเราะลั่นจนมันยิ่งโมโห
“ใจเย็นๆดิ ขอดูนิดเดียว นะ นะ”
“ไอ้เชี่ย ปล่อย!! ไม่งั้นกูร้องจริงๆนะมึง”
“ร้องดิ ร้องเลย ร้องยังไงตรงนี้ก็ไม่มีคนเดินมาหรอก”
ผมไม่ได้ปล่อยแขนมันง่ายๆ เพราะขำไง... ผมยิ่งขำ ไอ้ไข่มันยิ่งโวยวาย ยิ่งเตะ ยิ่งด่า แต่ผมก็ยังไม่ยอมเลิก จนกระทั่งเสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นมาจากข้างหลัง
“ทำอะไรกันอยู่น่ะ? เห๋ เล่นมวยปล้ำกันอยู่เหรอ ผัวเมียคู่นี้เข้าใจหาสถานที่สร้างบรรยากาศนะ”
โอ๊ะ โอ... ผมหันไปมอง ไอ้ติณห์เดินเข้ามาพร้อมกับทำหน้านิ่งเหมือนพระเอกในละคร ฉากนี้มันต้องมีเพลงดราม่าเปิดคลอเลยล่ะ ดูไอ้ไข่ดิ ะโโวยวายราวกับเห็นผู้กล้าขี่ม้าขาวมาช่วยชีวิต
“สร้างพ่อมึงดิ ไอ้ติณห์! มึงช่วยกูที ไอ้หอยแม่งบ้า! ลวนลามกู”
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความจริงผมควรปล่อยแขนไอ้ไข่แล้วถอยออกมาแบบคนมีมารยาทสุดๆ แต่ผมไม่อยากทำ เลยยังแกล้งไอ้ไข่เล่นอยู่อย่างนั้นอย่างไม่คิดจะสนใจ ไอ้คนมาดพระเอกนี่เลยแม้แต่นิดเดียว
“ลวนลามอะไร แค่แกล้งเล่นเอง” ผมยักไหล่ พูดเสียงสบายๆ แต่ไอ้ติณห์กลับจ้องผมด้วยสายตานิ่งเรียบ... เฮ้ย... น่ากลัวไปเปล่าวะไอ้คุณชาย?
“เล่นแรงไปหน่อยนะ ธนา”
“แหม แค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง” ผมทำเสียงกวนๆ กลบเกลื่อนสถานการณ์ แต่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นไอ้ไข่ทำหน้ามุ่ยปนหงุดหงิด แล้วหันมาบ่นไอ้ติณห์
“มึงก็มาช้าชิบหาย ไอ้ติณห์! กูเกือบโดนไอ้หอยบ้ากินเข้าไปแล้ว!”
“ก็ไม่แน่ใจว่านายเล่นอยู่หรือเปล่า” ไอ้ติณห์พูดกวนๆ ยิ้มมุมปากแบบกวนตีนสุดๆ พอเห็นไอ้ไข่เดือด ผมก็ยิ่งขำออกมาอีก
ไอ้ไข่ข้าวเอาแต่บ่นผมกับไอ้ติณห์ไม่หยุดตลอดทางกลับหอ แต่ผมนี่แหละที่เดินตามหลังมันพร้อมหัวเราะขำกับท่าทางเด็กๆ นั่น ใครจะคิดล่ะว่าแค่แกล้งนิดๆ หน่อยๆ จะสนุกขนาดนี้
“ไอ้ไข่คราวหน้าก็ระวังตัวหน่อยนะ มึงมันขวัญอ่อนจริงๆ” ผมพูดลอยๆ กวนมันอีกนิด ไอ้ไข่หันมาค้อนขวับ
“ไปไกลๆ เลยนะมึง ไอ้หื่น!”
ผมหัวเราะลั่นอีกครั้งกับตัวเอง ทั้งๆที่ความจริงแล้วผมตั้งใจจะหาสถานที่เงียบๆลับๆเพื่อสารภาพรักกับมันให้เป็เื่เป็ราว แต่พอเห็นหน้าตลกๆของไอ้ไข่ที่มันหงุดหงิดผมเท่าไหร่ผมก็ยิ่งสนุก เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ไข่ข้าวตอนโมโหน่ารักชะมัด
ผมรู้ว่าตัวเองบ้า... แต่จะทำไงได้ ก็ผมมันคนแบบนี้นี่หว่า
แล้วการสารภาพรักของผมยังจะพอมีหวังไหม
... ♡…
[ไข่ข้าวเล่าเื่]
“พี่ตูน ไม่ใช่ว่าพี่บอกให้ผมไปช่วยเอาของที่โรงอาหารเก่าเหรอครับ ทำไมพี่มานั่งอ่านหนังสือสบายใจอยู่นี่ล่ะ”
เมื่อกลับถึงห้องเห็นพี่ตูนสวมแว่นอ่านหนังสืออยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ ผมจึงอดถามไม่ได้
“พี่เหรอ? ใครบอกนาย”
“ก็ไอ้หอยบอก แล้วมันก็พาผมไปที่โรงอาหารเก่า”
พี่ตูนวางหนังสือลง มองหน้าผมอย่างจริงจัง ถอนหายใจ
“นายต้องระวังธนาให้มากกว่านี้นะ เขาดูเหมือนคนเล่นสนุก แต่บางครั้ง พี่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ โรงอาหารเก่าตอนเย็นมันอันตรายมาก แล้วนายเป็อะไรหรือเปล่า”
พี่ตูนเตือนผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้ผมแน่ใจว่า ผมถูกไอ้หอยหลอกจริงๆ แถมยังตั้งใจหลอกด้วย!
ทำไมชีวิตผมต้องเจอกับคนแบบหอยด้วยนะ….
“ไม่ครับ ผมไม่เป็อะไร”
“อย่างนั้นก็ดี หรือนายจะย้ายขึ้นไปนอนเตียงชั้นบนไหม พี่จะนอนข้างล่างเอง”
“ดีเลยครับ ได้จริงๆนะ”
พี่ตูนยิ้มใจดี ก่อนจะถอดแว่นออกแล้วลุกมาเก็บข้าวของบนที่นอนแล้วย้ายสลับเปลี่ยนที่นอนกับผม
เดิมทีั้แ่หมดหน้าซีซั่นเจ็ดวันวิปโยค ผมก็ถีบเตียงเดี่ยวของไอ้หอย ห่างออกไปเป็เมตร แต่ก็ยังต้องนอนผวาอยู่ทุกคืน
ตอนนี้ได้ย้ายขึ้นมานอนเตียงสองชั้นข้างบน แล้วให้พี่ตูนนอนข้างล่าง รู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะ
“ต่อไปก็ระวังตัวหน่อย ถ้านายไม่ได้ชอบ ก็อยู่ห่างๆไว้อย่าไปให้ความหวังล่ะ ไม่อย่างนั้นคนผิด จะเป็นายเอง”
“ผมรู้แล้วครับ ต่อไปผมจะระวัง ขอบคุณมากครับพี่ตูน”
... ♡…
ผมเดินไปตามทางเดินในหอพักอย่างเหนื่อยๆ หลังจากที่คุยโทรศัพท์กับไอ้วิน เกี่ยวกับกิจกรรมของกลุ่มที่จะต้องออกค่ายอาสาไปบูรณะซ่อมแซนโรงเรียนเก่าในต่างจังหวัดที่จะต้องไปในอีกไม่กี่วันนี้ และงานของผมที่ต้องรับผิดชอบยาวเหยียด
ไม่ทันคิดอะไร จนได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังมาพร้อมความรู้สึกเย็นหลังวูบๆ ผมจึงหันกลับดู พบว่าเป็ หอย หรือ ธนา ยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง
เชี่ยเอ้ยใหมด ผมนึกว่าเจอผีซะแล้ว หลอนสัด!!
“ไข่ข้าว... คืนนี้ไปดูหนังกับกูไหม?”
ธนาเสียงเย็น แต่ดวงตาคู่นั้นแสดงออกถึงความไม่พอใจที่ผมคอยหลบเลี่ยงมันตลอดหลายวันนี้ และตอนนี้ยังมีท่าทีลังเลไม่ยอมตอบ
ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ไม่รู้ว่ามันแกล้งหรือจริงกันแน่ การสายตาสายตาประหลาดๆของมันทำให้ผมอึดอัด คำพูดของมันบางทีก็ทำให้ผมรู้สึกกลัว จะกี่ครั้งผมก็ยังรู้สึกไม่ชินกับการกระทำของมันสักที
“เอ่อ... กูมีนัดแล้วน่ะ”
ผมตอบเลี่ยง ก่อนจะรีบเดินไปข้างหน้า ไอ้หอยเหมือนจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เดินตามผมมาใกล้จนเกือบจะจับแขนผม ดีที่ผมไหวตัวทันยกมือขึ้นกอดกระเป๋า
“แต่กูมีเื่บางอย่างที่สำคัญ อยากคุยกับมึงนะ ไปดูหนังกัน กินข้าวกันก่อน แล้วคุยกันนะดีไหม”
ทันใดนั้น เสียงของ โอ๊ต ดังขึ้นจากข้างหลัง
“ไข่ข้าว! เร็วๆ นี้มีงานอยู่ที่ห้องเรียนของกลุ่ม... มาช่วยเตรียมเลย!”
ผมหันไปมองเห็นโอ๊ต ยืนอยู่ที่มุมหนึ่งในทางเดินพร้อมกับ เอ็ม ที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างรวดเร็ว โอ๊ตกระพริบตาอย่างรวดเร็วมาที่ผม ทำให้ผมเข้าใจทันทีว่าเป็สัญญาณเพื่อให้หนีจากสถานการณ์นี้
ผมรีบวิ่งไปทางโอ๊ตและเอ็มอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจไอ้หอยที่นับวัน ยิ่งหลอนขึ้นทุกที
“เดี๋ยว... ไข่ข้าว!”
ไอ้หอยเรียกแต่ก็ไม่สามารถหยุดผมได้
... ♡…
ขณะที่ผมกำลังวิ่งไปหาพวกโอ๊ตและเอ็ม เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังตามหลังมาอย่างรวดเร็ว ผมหันไปมองเห็น ไอ้ติณห์ พร้อมกับ ภามและ กฤช ทั้งสองเป็ทั้งเพื่อนร่วมเรียนและบอดี้การ์ดของคุณชายไฮโซนั่นล่ะ
ผมวิ่งไปหาโอ๊ตได้สำเร็จ และไอ้หอยไม่ตามมาเพราะถูกไอ้คุณติณห์ทำหน้ามึนยืนจังก้าสกัดขวางทางไว้
“อะไรของมึงอีก ไอ้ติณห์ กูแค่จะชวนไข่ข้าวไปกินข้าว ดูหนัง มึงจะมาขวางทำไม”
ไอ้ติณห์เลิกคิ้วสูงหันมามองหน้าผมที่ยืนอยู่หลังโอ๊ต ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ผมไม่ไป ให้ไปกับไอ้หอยสองคน ยังไงผมก็ไม่ไป!
“เห็นหรือเปล่า ข้าวขาวส่ายหน้า เขาไม่อยากไปน่ะ”
“กูก็ยังไม่ทันตื้อไหม พวกมึงจะเข้ามาขวางอะไรกันเยอะแยะ เห็นกูเป็ผู้ร้ายเหรอ กูก็แค่อยากชวนเพื่อนไปเที่ยว อยากสนิทกับไอ้ไข่บ้างแค่นั้นเอง”
“แล้วข้าวขาว อยากสนิทกับธนาหรือเปล่า”
ประโยคนี้ ไอ้ติณห์หันมาถามผม ยกมือขึ้นกอดแถมยังจ้องหน้าผมเหมือนจะกินเืกินเนื้อ
ผมส่ายหัวดิกอีกครั้งเป็การปฏิเสธ กอดไหล่ไอ้โอ๊ต จับแขนไอ้เอ็มแน่น ท่าทางเหมือนคนกลัวผีจัดๆนั่นล่ะครับ
“ไม่! กูไม่อยากมีเพื่อนหื่นๆที่ไว้ใจไม่ได้ ไอ้หอยถ้ามึงอยากมีแฟน มึงก็ไปตามจีบคนอื่นเถอะ ถ้าอยากมีเพื่อน ก็คนอื่นเลยเหมือนกัน มึงมันโคตรน่ากลัว กูไม่อยากสนิทกับมึง”
ไอ้ติณห์ยังคงกอดอกหันกลับไปเหล่สายตามองไอ้หอย
“ได้ยินชัดแล้วนะ ต่อไปก็อย่ามาก่อกวนข้าวขาวอีก ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือนนะ”
“ไอ้เชี่ยไข่ พูดแบบนี้กูเสียใจไหม กินก็กินด้วยกัน นอนก็นอนด้วยกัน มึงต้องทำท่ารังเกียจกูขนาดนี้”
“ก็ใครใช้ให้มึงหื่นจนกูกลัวล่ะ ไปไกลๆเลยนะ ไอ้โรคจิต”
ไอ้หอยยืนนิ่ง แถมยังทำตาแดงจนผมรู้สึกสงสาร แต่ยังไม่ทันพูดอะไร มันก็หัวเราะลั่นออกมาให้ความรู้สึกหลอน4 เข้าไปอีก
“เชี่ย ก็ผู้ชายเหมือนกันไหม มีก็มีเหมือนกัน แล้วมึงกลัวอะไร มึงต่างหากคิดไปถึงไหน ไม่ใช่กูหรอกที่หื่น มึงต่างหากคิดล้ำหน้าไปไกลนะ”
หอยหัวเราะก่อนจะหันหลังเดินออกไป จนไม่เห็นหลังมันแล้ว ผมถึงได้หายใจได้สะดวกอีกครั้ง
... ♡…
“ไอ้เชี่ยนี่แม่งหลอนสัด ไอ้ไข่ ไหวไหม อีกนานกว่าหมดเทอมหนึ่ง”
“ได้ ไม่นานเท่าไหร่หรอก แถมไม่กี่วัน จะไปค่ายอาสากันแล้วนี่ นั่นก็เดือนหนึ่งแล้ว หลังจากนั้นคงจะค่อยๆห่างกันไปเอง”
“กลัวจะแต่หลอนหนักกว่าเดิมน่ะสิ เพราะค่ายอาสาไอ้หอยก็ไปด้วยนะ ไม่รู้ภาคอุตฯจะไปกันทำไม แต่ที่อาจารย์ให้ไปได้เพราะขาดคน ยังไงก็ได้ชื่อว่าค่ายอาสา กำจัดสิทธิ์ไม่ให้ใครไปหรือไม่ไป ไม่ได้อยู่แล้ว”
ไอ้โอ๊ตตั้งข้อสังเกตให้ผมคิด
“แล้วถ้ามันจีบล่ะ ไข่ข้าว ถ้าธนาชอบไข่ข้าวจริงๆ ตั้งใจจีบ ขอเป็แฟนจริงๆ ไข่ข้าวจะโอเคไหม”
คำถามของเอ็มทำให้ผมนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ เผลอหันไปมองไอ้ติณห์ที่ก็มองผมอยู่เหมือนกัน ผมสบสายตานั่นกลับ เมื่อรู้สึกตัวว่ายังไม่ได้ตอบก็หันไปตอบเอ็มด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก ขนลุกไปทั้งตัว
“มึงจะบ้าเหรอ! กูมาเรียน! ไม่ได้มาหาแฟน เรียนยังไม่เท่าไหร่เลย ไม่ต้องรีบมีแฟนขนาดนั้นก็ได้มั้ง”
“มึงตอบไม่ตรงคำถาม ไอ้ไข่”
แฝดโอ๊ตกอดคอผมจ้องหน้าท่าทางจริงจังอย่างมีไม่บ่อยนัก ผมจึงรีบโบกมือปฏิเสธ แต่ท่าทางของผมเหมือนคนไม่จริงจังมั้ง ไอ้ติณห์จึงได้จ้องมองผมแปลกๆ สายตานั้นคล้ายมีความเ็าแฝงอยู่ ก่อนมันกับบอดี้การ์ดเพื่อนร่วมเรียนอีกสองคนจะหมุนตัวเดินไปอีกทาง
“ไอ้ไข่ มึงเนื้อหอมไปหรือเปล่า ไหนมาดมดิ”
“เฮ้ย เชี่ย เล่นอะไร กูจั๊กจี้”
แฝดโอ๊ตเอ็มพากันทำจมูกฟุตฟิต ทำท่าเหมือนจะเข้ามาดมผมเหมือนผมเป็ขนมน่าอร่อย ผมเลยวิ่งหนีพวกมันสองตัว ไปทางที่ไอ้ติณห์เดินไป ผมยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลย ที่เข้ามาช่วยยืนขวางให้ ถึงจะทำแค่นั้นไม่ได้พูดอะไรมาก ก็ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยขึ้นแล้ว
แหม... มีเพื่อนอย่างไอ้ติณห์นี่ ดีจริงๆ นะ !
Line!
อัศวิน: “หอยมันไม่ธรรมดา มึงดูออกใช่ไหมไอ้ไข่ อย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ อย่าใจดีหาเื่ให้ตัวเอง”
... ♡…
????คุยกันจ้า ! ????
ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่ยังอยู่กับไข่ข้าว ธนา และความวุ่นวายสุดป่วนจนถึงตอนนี้นะ ตอนนี้พวกเราคงเริ่มเห็นแล้วว่า 'หอย' หรือธนา ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิดเลย แสบและดื้อจนอยากให้พักบ้าง แต่ก็แอบมีมุมที่น่าเอ็นดูใช่ไหมล่ะ?
หวังว่าทุกคนจะสนุกกับเื่ราวในมหาวิทยาลัยของไข่ข้าว
อย่าลืมกดติดตาม กดหัวใจ และเก็บเข้าชั้นหนังสือไว้นะคะ! ห้ามพลาดตอนนี้เด็ดขาดค่ะ!
รักทุกคนเสมอ ♥ ไอเดียไรท์
... ♡…