ตอนที่ 14 รักอย่างเดียวมันกินไม่ได้
“เอาไปใส่ไก่ทอดครับ ผมเปิดร้านขายไก่ทอดอยู่ข้างๆ มหาลัยครับ” พีทตอบกลับ พลางนำรูปหน้าร้านที่ถ่ายไว้ด้วยมือถือส่งให้กับเฮียอมรได้ดู
“ยังเรียนอยู่แท้ๆ แต่ขยันเอาจริงเอาจังมากเลย ดีๆ งั้นให้เฮียแนะนำกล่องกระดาษสำหรับใส่อาหารก็แล้วกัน ถ้าจะใส่ไก่ทอดพวกนี้เฮียแนะนำว่าควรลองด้วยกระดาษฟู้ดเกรดเคลือบน้ำมันวางลงไปใต้กล่องด้วยจะดีกว่า จะทำให้ไก่ทอดไม่ัักับกล่องและยังช่วยซับน้ำมันได้อีกด้วย”
เฮียอมรแนะนำพลางก้มลงไปหยิบกระดาษแผ่นสีขาวที่เป็กระดาษฟู้ดเกรดมาให้พีทได้ลองจับและััดู
อย่างไรก็ตามเฮียอมรยังคงแนะนำสิ่งต่างๆ ให้กับพีทอย่างไม่มีหมกเม็ด “ถ้าจะให้สกรีนโลโก้ร้านและชื่อร้านลงไปในกล่อง เฮียคิดว่ามันฟุ่มเฟือยจนเกินไป ตกกล่องละ 5-6 บาทเลย ถ้าเปลี่ยนเป็ติดสติกเกอร์โลโก้ร้านลงไปแทน เฮียคิดว่าจะประหยัดต้นทุนของเราได้มากกว่า เท่ากับว่ารวมๆ แล้ว ตกกล่องละ 1.50 บาทเท่านั้น”
‘1บาท 50สตางค์’
นี้คือราคาที่เฮียอมรได้เคาะสรุปให้กับพีทแล้ว โดยรวมเข้ากับกล่องกระดาษ สติกเกอร์และกระดาษฟู้ดเกรดเคลือบน้ำมันรองใต้กล่องทั้งหมดแล้ว
ทั้งหมดนี้ รวมแล้วยังถูกกว่าราคาที่เถ้าแก่จากร้านในตลาดเสนอให้กับพีทเสียอีก
พีทตกลงแล้วว่าจะทำธุรกิจกับร้านของเฮียอมร หากแต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่พีทยังไม่สามารถตอบตกลงกับเฮียอมรไปได้ในทันที ก็ตรงที่ว่าพีทนั้นไม่มีเงินมากพอที่จะชำระค่ากล่องกระดาษภายในงวดเดียวนั่นเอง
แม้ราคาที่เฮียอมรเสนอจะเป็ราคา 1.5 บาท แต่มันคือราคาสำหรับสั่ง 1หมื่นกล่องขึ้นไปถึงจะได้ราคานี้ โดยรวมแล้วเป็เงินกว่า 15,000 บาทนั่นเอง
พีทในตอนนี้ยังไม่มีเงินมากขนาดนั้น เนื่องจากเขาจำเป็ต้องบริหารเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ดี “ผมขอชำระเป็งวดทุกๆ 15 วันได้ไหมครับ? โดยผมจะจ่ายค่ามัดจำให้กับเฮียก่อนที่ 2000 บาทและจะจ่ายเพิ่มอีก 3000 หลังจากได้รับของมาครึ่งหนึ่ง” พีทไม่อยากต่อรองราคาไปมากกว่านี้แล้ว เพราะเขาเชื่อว่าเฮียอมรก็ลดราคาให้กับเขาแล้วสุดๆ เหมือนกันและราคานี้ก็ไม่น่าจะมีร้านไหนกล้าให้เท่ากับร้านของเฮียอมรเช่นกัน
ดังนั้นพีทจึงเหลือวิธีเดียว คือขอแบ่งชำระค่ากล่องเป็งวดๆ ไป โดยเขาจะรับของจากเฮียอมรมาก่อนครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งจะฝากกับเฮียไว้ก่อน เพื่อรอให้เขามีเงินมาแบ่งชำระเป็งวดๆ ในภายหลัง
“. . .” เฮียอมรได้ยินดังนั้นก็นิ่งไปเช่นกัน เพราะสิ่งที่พีทเสนอมามันค่อนข้างเสี่ยงกับทางร้านอยู่ไม่น้อย หากพีทไม่มีเงินมาจ่ายตามกำหนด แม้จะประกันของเอาไว้กับร้าน แต่สุดท้ายทางร้านก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายนี้อยู่ดี
กระนั้นในขณะที่พีทและเ้าของร้านต่างก็กำลังจนตรอกหลังพิงฝา จู่ๆ เ้าของร้านก็พลันตอบตกลงกับพีทขึ้นมา
“ตกลงเอาตามนั้น!” เฮียอมร กัดฟันพูดออกมา…ก่อนจะยื่นมือออกไปรับแบบกล่องและไฟล์โลโก้ร้านของพีท
พีทเองก็อึ้งกับการตัดสินใจของเฮียอมรอยู่ไม่น้อย ในใจของเขารู้สึกขอบคุณเฮียอมรที่เชื่อใจเขาเป็อย่างมาก เพราะหากเป็เขาก็คงไม่กล้าเสี่ยงกับเด็กมหาลัยที่ไม่รู้จักมาก่อนอย่างแน่นอน
“ขอบคุณเฮียมากนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะหาเงินมาจ่ายให้เฮียตามกำหนดอย่างแน่นอนครับ” พีทไม่ได้พูดปากเปล่า เขาได้ทำการร่างสัญญาให้กับเฮียอมรขึ้นมาหนึ่งฉบับ เพื่อให้ตัวเขาและเฮียอมรมีหลักประกันทางกฎหมายว่าจะไม่มีใครโกงใคร
ซึ่งพีทก็ได้ร่างหนังสือธุรกิจขึ้นมาตามสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากมหาลัย ที่นักศึกษาในคณะบริหารจะต้องเรียนกฎหมายธุรกิจเบื้องต้นั้แ่ปี 1 นั่นเอง
พีทได้ชำระมัดจำล่วงหน้ากับเฮียอมรด้วยความราบรื่น เฮียอมรเองก็อึ้งไปเหมือนกันกับความเป็มืออาชีพของพีท ที่ถึงแม้ภายนอกของเขาจะดูใหม่กับเด็กน้อยที่เพิ่งทำธุรกิจ แต่สิ่งที่พีททำมันมีหลักประกันมากเสียยิ่งกว่านักธุรกิจหลายๆ คนเสียอีก
พีทลาจากไปเมื่อได้ยินกำหนดวันเสร็จจากเฮียอมร โดยจะทำการจัดส่งให้หลังปีใหม่ ในอีก 7 วันข้างหน้า
พีทเองก็ไม่รู้หรอกว่า เวลาในการผลิตกล่องหรือสติกเกอร์ของเขาจะเร็วหรือช้า แต่พอได้ยินว่าจะได้ของในอีก 7 วันข้างหน้า ซึ่งเป็่วันเปิดเรียนหลังจากหยุดปีใหม่ พีทก็พึงพอใจ
โดยหารู้ไม่ว่า ตลอดเวลา 7 วันหรือวันปีใหม่นี้ เฮียอมรได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ไม่มีหยุดพักเพื่อผลิตกล่องใส่ไก่ให้กับพีทอย่างสุดกำลัง โดยไม่มีหยุดพักนั่นเอง
“เฮีย ทำไมเฮียถึงไว้ใจเด็กนั้นขนาดนี้ ปกติเฮียไม่เคยเสี่ยงแบบนี้มาก่อนเลยนะ หากเด็กนั้นไม่เอาเงินมาจ่าย ร้านของเราเจ๊งแน่นอน” คล้อยหลังจากพีทออกจากร้านไป ตัวภรรยาของเฮียอมรที่นั่งอยู่ด้านในก็ลุกออกมาหาเฮียอมร พร้อมทั้งเอ่ยถามถึงข้อตกลงของพีทกับสามีของเธอ ด้วยความเป็ห่วง
“ต่อให้เด็กนี้โกง ร้านของเราก็จะเจ๊งในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าอยู่แล้ว…เฮียเลยลองวัดใจกับเด็กคนนี้ดูสักครั้ง เพราะเฮียเห็นแววตาแบบเดียวกันกับที่เฮียเปิดร้านนี้จากตัวของเด็กคนนั้น” เฮียอมรจับมือภรรยาเพื่อขอให้เธอนั้นเชื่อมั่นในการตัดสินใจในครั้งนี้ของตัวเอง ซึ่งภรรยาของเฮียอมร แม้จะถอนหายใจกับการตัดสินใจของผู้เป็สามี กลับกันเธอนั้นก็เชื่อใจเขาอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ร้านขายไก่ทอดของพีทในวันที่สอง ก็ยังคงคึกคักและขายดีเหมือนเช่นเคย มิหนำซ้ำยังขายดีมากกว่าวันแรกอีก แม้วันนี้พีทจะเพิ่มปริมาณไก่ขึ้นมาอีกหลายกิโล ถึงอย่างนั้นวันนี้กลับขายหมดเกลี้ยงเร็วกว่าวันแรกเสียอีก
และมันก็เป็อีกวันที่พีท แชมป์และฝ้าย ทำลายสถิติยอดขายเดิมของพวกเขาอีกครั้ง วันนี้พวกเขาขายได้ 7,800 กว่าบาท และเมื่อได้เห็นถึงตัวเลขก็พลันมีรอยยิ้มอยู่เต็มใบหน้าของทั้งสามคน แม้จะเหนื่อยกันจนสายตัวแทบขาด แต่พวกเขาก็มีความสุขกับการขายไก่ทอดที่เป็ร้านของพวกเขากันเป็อย่างมาก
หลังจากผ่านไปสองวัน ข่าวลือเื่ไก่ทอดร้าน Chicky CPF ของพีทก็เริ่มโด่งดังในหมู่นักศึกษาในมหาลัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้วันนี้จะเป็วันสุดท้ายของการเรียนปี 2012 ก่อนจะหยุดยาวสำหรับวันปีใหม่ก็ตาม
‘พี่พีท วันนี้เปิดร้านกี่โมงคะ? เมื่อวานหนูซื้อไก่กลับไปกินที่บ้าน พ่อกับแม่ชอบมากเลย วันนี้เลยว่าจะซื้อกลับไปเยอะๆ หน่อย’
‘เฮ้ยพีท วันนี้ขอไก่ทอดอย่างละ 1 ชุดนะ สั่งเอาไว้ก่อนเดี๋ยวเรียนเสร็จจะรีบไปเอา อย่าขายให้คนอื่นจนขายหมดก่อนล่ะ’
‘พีท เมื่อกี้อาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋าบอกให้แกไปหาหลังจากเรียนเสร็จด้วย สงสัยจะเรียกไปสั่งไก่ทอดเอาไว้ก่อนแน่ๆ เลย’
พีทเข้ามาในมหาลัยเพื่อมารายงานความคืบหน้าของโปรเจกต์จบ หากแต่ยังไม่ทันไร เขาก็ได้รับออเดอร์จากเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน ยาวเป็หน้ากระดาษเลยทีเดียว อีกทั้งตัวของแชมป์เองมือถือ BlackBerry ก็สั่นไม่หยุดมาั้แ่เช้า
โดยใจความในแชตที่ส่งมาก็ล้วนแล้วแต่เป็เพื่อนของแชมป์ ขอสั่งไก่ทอดจากแชมป์เพื่อที่จะการันตีได้ไก่ทอดนั่นเอง
“พีทคิดว่าวันนี้พวกเราจะขายทะลุ 1หมื่นบาทหรือเปล่า?” แชมป์นำออเดอร์ที่เพื่อนของเขาส่งให้ในแชตส่วนตัว คัดลอกลงกระดาษแผ่นเดียวกันกับที่พีทใช้จดยอดออเดอร์ที่เพื่อนในมหาลัยสั่ง เพื่อนำมารวมไว้เป็แผ่นเดียวกันจะได้จัดเตรียมไว้ให้ครบ
“1 หมื่นเหรอ? ฉันคิดว่ามากกว่านั้น” ดูจากปริมาณออเดอร์ที่สั่งเข้ามาล่วงหน้า ประกอบกับวันนี้จะเป็วันสุดท้ายของการเรียนและการทำงานในปีนี้ ทำให้มีนักศึกษาและลูกค้าจำนวนมากที่จะเดินทางกลับต่างจังหวัด
ซึ่งนักศึกษาและลูกค้าที่จะเดินทางกลับต่างจังหวัดก็คงต้องซื้อของกินติดไม้ติดมือไปกินในระหว่างทางกันอย่างแน่นอน พีทจึงเชื่อว่าวันนี้ร้านไก่ทอดของเขาจะต้องขายดีมากที่สุดเป็ปรากฏการณ์อย่างแน่นอน
พีทได้เตรียมวัตถุดิบเพิ่มขึ้นจากสองวันแรกอีกหลายกิโล วันนี้เขาตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมความพร้อมของร้าน
โดยมีฝ้ายมาช่วยั้แ่เช้าด้วยเช่นกันและวันนี้เองพีทก็ได้เปิดร้านั้แ่ก่อนเที่ยง โดยปกติแล้วจะเปิดร้านในตอนเย็น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะทันขายไก่ให้กับลูกค้าที่เดินทางกลับบ้านกันนั่นเอง
และแน่นอนจากการเตรียมการที่เพียบพร้อม ทันทีที่พีทเปิดร้านก็พลันมีลูกค้าจำนวนมากมาต่อแถว ซื้อไก่ทอดของเขาจนแถวยาวเหยียดอีกครั้ง
ทุกอย่างเป็ไปอย่างราบรื่นเหมือนเช่นทุกวัน แต่แล้วใน่ 4 โมงเย็นของวันที่ซึ่งเป็เวลาที่นักศึกษาเริ่มที่จะเลิกเรียนคาบสุดท้าย หน้าร้านของพีทก็พลันมีเสียงรถยนต์คันหนึ่ง ขับเข้ามาจอดเทียบที่ข้างฟุตบาท
ปกติแล้วก็มีรถยนต์มาจอดเทียบซื้อไก่จากร้านของเขาเป็ประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่เื่แปลกอะไร…แต่ที่มันทำให้พีทสะกิดใจก็คือรถยนต์คันดังกล่าวและคนที่กำลังก้าวเท้าลงมาจากรถฝั่งคนขับและข้างคนขับ
มันคือแฟนเก่าของพีทนั่นเอง ที่เลิกรากันไปเมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง ‘ดาว!’ หญิงสาวในชุดนักศึกษาได้ก้าวลงมาจากรถยนต์ Honda Jazz สีขาว คันงามพร้อมกับชายหนุ่มวัยทำงาน ที่ชื่อว่า ‘พี่เอก’ ที่เป็รุ่นพี่ที่ทำงานที่ดาวได้ไปฝึกงานด้วย
ทั้งนี้ ดาวและพี่เอก ไม่ได้สังเกตเห็นว่าพีทคือเ้าของร้านไก่ทอด CPF เพราะด้วยจำนวนลูกค้าที่ยืนเต็มแน่นร้าน ประกอบกับตัวของดาวเองก็ไปฝึกงานอยู่ที่บริษัท ไม่ได้กลับเข้ามหาลัยมานานแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่รู้ว่าพีทที่เป็แฟนเก่าของเธอ ได้เปิดร้านขายไก่ทอดอยู่ที่ข้างๆ มหาลัยแบบนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างดาวกับพีท ที่เป็แฟนเก่ากัน มันค่อนข้างจบกันได้ไม่สวยนัก เพราะปัญหาเื่ของการนอกใจที่ดาวได้ไปคบกับพี่เอก ที่ทำงานอยู่ด้วยกัน
แม้พีทจะทำใจได้บ้างแล้ว แต่การที่เห็นภาพของแฟนเก่าเดินมากับแฟนใหม่ มันจึงค่อนข้างหนักใจอยู่ไม่น้อย
“อ้าว! นั้นแฟนเก่าดาวไม่ใช่เหรอ เห็นว่าเป็พนักงานพาร์ทไทม์ขายไก่ทอด ไม่คิดว่าจะทำอยู่ที่ร้านข้างทางแบบนี้?!” เอกแฟนใหม่ของดาว ดูเหมือนจะจำหน้าของพีทได้…พีทเองก็ใไม่น้อยที่เห็นดาวและแฟนใหม่ของเธอ มาซื้อไก่ที่ร้านของเขา
เฉกเช่นเดียวกับดาวเองก็ใไม่แพ้กัน เธอแค่เห็นว่าร้านไก่ทอดร้านนี้ มีลูกค้าเยอะ แถมหน้าร้านก็ตกแต่งได้น่ารักและดูสะอาดตาไม่เหมือนกับร้านข้างทาง ดังนั้นจึงชวนพี่เอกมาแวะซื้อไก่ทอดที่ร้านนี้
แต่พอเธอได้มาเห็นพีท มันก็ทำให้เธอดูเลิ่กลั่ก อ้ำอึ้งไม่ต่างกัน “หวัดดีฝ้าย หวัดดีแชมป์ หวัดดีพีท” ดาวโบกมือทักทายฝ้าย แชมป์และพีท ตามลำดับ เพราะอย่างไรดาวก็รู้จักกับทั้งสองคนใน่ที่เคยคบกับพีท
“อืม กินไก่อะไรดีมีไก่ทอดปกติและไก่เกาหลี?” ฝ้ายที่ปกติแล้ว จะทำหน้าที่เก็บเงิน ได้เข้ามาแทรกพีทที่ดูนิ่งไป โดยที่ฝ้ายต้องเข้ามาแทรกแบบนี้ก็เพื่อที่จะให้ดาวออกไปจากร้านของเธอโดยเร็ว เพื่อไม่ให้พีทต้องพบเจอกับดาวและแฟนใหม่ของเธอ
“ไก่ทอดเกาหลี? ฮ่าฮ่า แปลกใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะมีขายที่ต่างจังหวัดแบบนี้ด้วย?” พี่เอก ร้องทักด้วยความตลกขบขัน เมื่อเห็นว่าร้านไก่ทอดของพีทมีไก่ทอดเกาหลี ที่มีขายนอกเหนือจากในกรุงเทพฯ
ไก่ทอดเกาหลี ขนาดในกรุงเทพฯ ที่เป็เมืองหลวง เป็เมืองที่เจริญที่สุดในประเทศไทยยังหากินได้ยากเลย นับประสาอะไรกับจังหวัดธาราบุรี ที่ถึงจะอยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ แต่ก็ถือว่าอยู่ต่างจังหวัดอยู่ดี
“ลองชิมดูหน่อยไหม?” พีทไม่ได้สนใจคำพูดของแฟนใหม่ของดาวมากนัก ก่อนจะสวมหัวใจสิงห์ เผชิญหน้ากับดาวตรงๆ เพื่อที่จะขจัดความกลัว ความอ่อนแอในจิตใจที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ให้หมดไปเสียที
“ชิ้นหนึ่งเท่าไร เดี๋ยวฉันซื้อเอง แกจะได้ไม่ต้องถูกเ้าของร้านหักเงิน” ขณะที่พีทคีบปีกไก่ทอดเกาหลีให้กับดาว ทางด้านของพี่เอกก็เหมือนจะเกิดอาการหึงหวงขึ้นมาและออกจะดูผิดหวังอยู่ไม่น้อย ที่เห็นพีทดูนิ่ง ผิดคาดไปจากที่ตัวเองหวังเอาไว้
จึงได้หยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมา เผยให้เห็นถึงแบงก์สีเทา สีม่วง สีแดง หลายใบอยู่ในนั้น
พี่เอก หวังอยากจะเห็นพีทเลิ่กลั่ก อยากเห็นพีทดูพ่ายแพ้ต่อตัวเองที่รวยกว่า มีรถขับ แถมยังพรากแฟนของพีทมาได้อีกทั้งๆ ที่พีทเป็ถึงเดือนมหาลัยแห่งนี้ก็ตาม
พี่เอกอยากให้พีทอิจฉาตัวเอง อยากให้พีทรู้สึกพ่ายแพ้ แต่พีทกลับไม่มีอาการแบบนั้นเลย…สีหน้าที่พีทแสดงออกมา มันเรียบเฉย สงบนิ่งราวกับคนที่มีวุฒิภาวะมากกว่า
ซึ่งตัวของดาวก็รู้สึกแบบเดียวกัน เธอเคยรู้จากเพื่อนมาว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเธอได้เลิกกับพีทไป พีทถึงกับชีวิตเป๋ไป่หนึ่งเลยทีเดียว คาดว่าน่าจะเจ็บที่เธอทิ้งพีทไปคบกับพี่เอก
แม้ดาวจะรักพีทมากแค่ไหน ‘แต่รักเพียงอย่างเดียวมันกินไม่ได้’ ดาวจึงเลือกที่จะคบกับพี่เอก
แต่ทว่าดูจากการแสดงออกที่พีทกำลังทำอยู่ ดาวรู้ได้ในทันทีว่าในใจของพีท ไม่ได้มีเธออยู่ในนั้นอีกแล้ว สายตาที่พีทมองมาที่เธอ…มันห่างเหินจนเหมือนคนแปลกหน้า
ดาว รู้สึกอึ้งที่พีทตัดเธอได้เร็วแบบนี้ ‘ไหนล่ะ ที่บอกว่าพีทร้องไห้เป็เดือนๆ เพราะเสียใจที่เธอทิ้งเขาไป…นี้มันไม่เห็นจะเป็แบบนั้นเลย’
ในขณะที่พี่เอกกำลังจะจ่ายค่าไก่เพื่อทดลองชิม จู่ๆ พีทก็ได้พูดขึ้นมาว่า “เ้าของร้านไม่หักเงินผมหรอกครับ เพราะผมเป็เ้าของร้านไก่ทอดนี้เอง” พีทพูดจบก็ชี้นิ้วขึ้นไปที่ป้ายร้าน Chicky CPF ก่อนจะชี้นิ้วไปที่แชมป์ ตัวเขาและก็ฝ้าย สร้างความตกตะลึงให้กับดาวได้อีกครั้ง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
วันนี้มีตอนแถมให้อีก 1 ตอนนะครับ ลงตอน 20.00 ครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy