บทที่ 54 มาแก้แค้นด้วยกันเถอะ!
กู้เจี้ยนเช่อได้ยินฉินอวี้หลันพูดแบบนั้น คิ้วดกหนาก็ขมวดเล็กน้อย ใบหน้าบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์
คนอื่นไม่รู้ว่าเพื่อนของเขาคนนั้นเป็นคนเช่นไร แต่ฉินอวี้หลันควรจะรู้ดีที่สุด
ทั้ง ๆ ที่รู้แบบนั้น แต่เธอก็ยังจะให้กู้เจียวเจียวต้องประสบเคราะห์กรรมอีกงั้นเหรอ?
จิตใจช่างอำมหิตจริง ๆ!
“ฉินอวี้หลัน คุณก็รู้ว่าเหล่าถัน เป็นคนยังไง คุณยังจะให้กู้เจียวเจียวแต่งงานกับเขาอีกเหรอ?”
ฉินอวี้หลันไม่เห็นด้วย “เหล่ากู้ คุณพูดอย่างกับว่าฉันคิดร้ายกับเจียวเจียวอย่างนั้นแหละ เหล่าถันหน้าตาดี แถมยังเป็นถึงผู้อำนวยการ ไม่คู่ควรกับเจียวเจียวตรงไหน?”
“แต่มันทุบตีเมีย!” กู้เจี้ยนเช่อกัดฟันแล้วพูดว่า “ฉินอวี้หลัน คุณยังสติดีอยู่หรือเปล่า?”
“คุณหาว่าฉันสติไม่ดีเหรอ?” ฉินหวี้หลันคิดไม่ถึงว่ากู้เจี้ยนเช่อจะไม่ให้เกียรติเธอถึงเพียงนี้ เธอตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจียวเจียวเสียพรหมจรรย์ก่อนแต่งงาน ได้แต่งกับผู้ชายอย่างเหล่าถันก็บุญแค่ไหนแล้ว ทำไม? คุณคิดว่าหลานสาวของคุณจะเนื้อหอม ใคร ๆ ก็อยากแต่งงานด้วยงั้นสิ?”
กู้เจียวเจียวที่อยู่ด้านนอกได้ยินคำพูดของฉินอวี้หลัน สองมือก็ปิดปากแน่น ร่างซวนเซชิดผนังก่อนจะนั่งยองลงช้า ๆ
หยดน้ำตาแวววาวค่อย ๆ ไหลริน
เธอไม่นึกไม่ฝันเลยว่าป้าที่เลี้ยงดูเธอราวกับเป็นลูกสาวแท้ ๆ มาโดยตลอดจะคิดกับเธอเช่นนี้
หล่อนถึงขั้นจะให้เธอแต่งงานกับชายแก่อย่างลุงถัน
ลุงถันที่อายุมากกว่าลุงของเธอ ชอบกินเหล้าจนเมาแล้วก็ทุบตีภรรยา
ภรรยาคนก่อนก็เสียชีวิตเพราะว่าถูกเขาทุบตีอย่างหนัก
แต่เพราะพวกเขามีลูกด้วยกัน อีกทั้งลุงถันก็ให้เงินชดเชย ครอบครัวของเธอจึงไม่ติดใจเอาความเรื่องนี้
ฉินอวี้หลันเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังเอง ใครจะไปคิดว่าหล่อนจะมีความคิดเช่นนี้ออกมาได้?
ตอนที่ลู่จิ่วอันบอกว่าเรื่องโทรศัพท์ เธอยังนึกว่าลู่จิ่วอันตั้งใจยุยงให้พวกเธอแตกคอกันเสียอีก
แต่ว่าตอนนี้…กู้เจียวเจียวเพิ่งจะรู้ว่าลู่จิ่วอันไม่ได้สร้างความร้าวฉาน แต่เป็นเพราะฉินอวี้หลันแค้นใจที่ลู่จิ่วอันไปยุ่งเรื่องระหว่างหล่อนกับแม่สามีต่างหาก
หล่อนจงใจโทรศัพท์เรียกลู่จิ่วหยางให้มาสร้างปัญหาที่นี่!
มิน่าเล่ามีที่ตั้งมากมายให้ไปซ่อนตัว แต่ลู่จิ่วหยางดันมาซ่อนในหอพักของเธอซะงั้น?
ต้องเป็นเพราะฉินอวี้หลันบอกที่ซ่อนตัวให้ลู่จิ่วหยางรู้เป็นแน่
ก่อนหน้านี้คุณย่าเคยบอกว่าฉินอวี้หลันเป็นคนจิตใจไม่ดี เธอหลงเข้าใจไปว่าคุณย่ามีทิฐิ มิหนำซ้ำยังคิดว่าฉินอวี้หลันดีไปเสียทุกอย่าง มาวันนี้เธอรู้แล้วว่าตัวเองเข้าใจผิดไป
เช้าวันรุ่งขึ้น วิทยุกระจายเสียงของศูนย์อนุรักษ์ก็ประกาศว่าคืนนี้จะฉายหนังกลางแปลง
ปกติแล้วไม่ค่อยมีงานรื่นเริงในศูนย์อนุรักษ์มากนัก หนังกลางแปลงจึงเป็นสิ่งที่เด็กและผู้ใหญ่ต่างเฝ้ารอคอยมากที่สุด
เมื่อทุกคนได้ยินว่าจะฉายหนังกลางแปลงก็ดีใจกันยกใหญ่
เซี่ยอวิ้นหนิงกำชับลู่จิ่วอันก่อนจะออกไปทำงานว่า “จิ่วอัน ผมต้องไปทำงานแล้ว งานบ้านก็ปล่อยเอาไว้ เดี๋ยวผมจะไปซื้อข้าวที่โรงอาหารตอนพักกลางวันมาให้”
“เซี่ยอวิ้นหนิง ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น แค่อาหารไม่กี่อย่าง ฉันทำเองได้ ถ้าคุณเป็นห่วงฉันล่ะก็ พักกลางวันก็กลับมาช่วยฉันสิ”
“จิ่วอัน ผมเป็นห่วงว่าร่างกายคุณจะรับไม่ไหว”
ลู่จิ่วอันยืนกรานหนักแน่น “ร่างกายของฉัน ฉันรู้ดี ฉันไม่ฝืนตัวเองหรอก คุณไปทำงานเถอะ”
หลังจากเซี่ยอวิ้นหนิงออกไปทำงานได้ไม่นาน ลู่จิ่วอันก็นั่งอาบแดดอยู่ในลานบ้านพลางอ่านตำราแพทย์ ประเดี๋ยวก็ถักเสื้อไหมพรม
วันนี้อากาศดี ริมทะเลสาบยวนยางจึงรายล้อมไปด้วยผู้คนที่ออกมาซักเสื้อผ้าและชุดเครื่องนอน
เมื่อเด็กๆ ที่ศูนย์อนุรักษ์รู้ว่าวันนี้จะมีหนังกลางแปลงให้ดู ก็เดินไปโรงเรียนอย่างร่าเริงกว่าทุกวัน
เผยเสวี่ยซงและลุงจูยังคงสร้างเตาต่อไป หากว่าทำเพียงคนเดียวก็ต้องใช้เวลาสามถึงห้าวัน แต่การช่วยกันทำสองคนทำให้ระยะเวลาสั้นลงอย่างมาก
เตาใหม่ในห้องครัวเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
เผยเสวี่ยซงนำกระเบื้องสีขาวแผ่นยาวมาติดลงบนเตาอันใหม่ ทำให้ดูสว่างและสะอาดยิ่งขึ้น
คุณป้าข้างบ้านเห็นแบบนั้นก็อิจฉา ถึงขั้นนัดวันให้ลุงจูมาสร้างเตาแบบนี้ให้เลยทีเดียว
เมื่อใกล้เวลากลางวัน ช่างไม้เฉินก็มาถึงพร้อมกับแผ่นไม้จำนวนมาก
แบบร่างที่ลู่จิ่วอันวาดไว้ก่อนหน้านี้มีความคล้ายคลึงกับชุดห้องครัวสมัยใหม่เป็นอย่างมาก แต่เมื่อพิจารณาแล้วว่าต้องใช้ไม้ล้วนในการทำ นอกจากต้นทุนที่สูงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการโดนความชื้น ดังนั้นจึงตัดสินใจว่าโครงตู้ยังทำด้วยปูนกับอิฐดังเดิม แต่บานประตูรวมถึงด้านบนของเคาน์เตอร์ครัวจะใช้แผ่นไม้
ลู่จิ่วอันในฐานะเจ้าบ้านก็เริ่มทำอาหารกลางวันโดยใช้เตาที่ทำขึ้นชั่วคราว
ต้มหมูสามชั้นเตรียมเอาไว้สำหรับทำหมูสองไฟผัดพริก
เธอตักถั่วฝักยาวจากโหลผักดอง จากนั้นก็สับจนละเอียดแล้วนำไปผัดกับเนื้อจนมีกลิ่นหอม
ผักสวนครัวในสวนหน้าบ้านของลู่จิ่วอันกำลังโตและยังกินไม่ได้ในตอนนี้
โชคดีที่ตอนเช้าเผยเสวี่ยซงนำผักมาด้วย จึงมีอาหารเพียงพอสำหรับมื้อกลางวัน
ลู่จิ่วอันปอกฟักเขียวที่เผยเสวี่ยซงนำมาให้ก่อนจะหั่นเป็นชิ้นบางเพื่อทำเป็นฟักผัดน้ำมัน
จากนั้นก็ตามด้วยเมนูยำมะเขือม่วงและต้มจืด
เมื่อเซี่ยอวิ้นหนิงกลับจากทำงาน ลู่จิ่วอันก็เตรียมอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย
“จิ่วอัน ผมทำเอง คุณไปพักเถอะ”
เซี่ยอวิ้นหนิงล้างมือ จากนั้นก็ยกอาหารอันโอชะฝีมือลู่จิ่วอันมาจัดเรียงบนโต๊ะสี่เหลี่ยมอย่างคล่องแคล่วว่องไว
ลู่จิ่วอันถูเอวที่ทั้งเจ็บและปวดของตัวเองก่อนจะค่อยๆ เดินไปที่ประตูห้องครัว
“อาจารย์ ลุงจู ลุงเฉิน กินข้าวได้แล้วค่ะ”
ลุงเฉินเดินมาหาลู่จิ่วอันก่อนจะยิ้มและพูดว่า “จิ่วอัน เตาที่เธอออกแบบทั้งแปลกใหม่แล้วก็สะดวกสบายมาก ต่อไปถ้ามีคนมาขอให้เหล่าจูก่อเตา ฉันขอใช้แบบของเธอจะได้หรือเปล่า?”
“ได้แน่นอนค่ะ!”
ลุงเฉินฉีกยิ้มจนเกือบจะถึงหูเลยทีเดียว เขาคาดการณ์ไว้ว่าตนเองจะต้องทำเงินได้อย่างมหาศาล
อาหารฝีมือลู่จิ่วอันนั้นรสชาติอร่อย ประกอบกับที่เผยเสวี่ยซงและคนอื่น ๆ ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ดังนั้นอาหารรสเลิศบนโต๊ะจึงหมดเกลี้ยงภายในเวลาอันสั้น
เซี่ยอวิ้นหนิงไม่อยากให้ลู่จิ่วอันต้องเหนื่อย เขาจึงนำจานชามไปล้างหลังจากที่กินข้าวเสร็จ
ลู่จิ่วอันนั่งลงข้าง ๆ เซี่ยอวิ้นหนิงก่อนจะปรึกษากับเขาว่า “อวิ้นหนิง วันนี้มีฉายหนังกลางแปลง ฉันคิดว่าจะใช้ฟักที่เหลืออยู่มาทำฟักเชื่อมไปขายที่นั่น คุณว่าดีไหม?”
“ไม่ดี” เซี่ยอวิ้นหนิงปฏิเสธ “ตอนนี้คุณท้องอยู่ ห้ามทำงานหนัก”
“แต่ว่าฟักที่หั่นแล้วเก็บไว้ได้ไม่กี่วัน”
ในฐานะประธานบริษัทอาหารชั้นเลิศ ลู่จิ่วอันไม่อาจทนเห็นการสิ้นเปลืองวัตถุดิบได้
“จิ่วอัน ถ้าคุณไม่ได้กำลังท้อง คุณอยากทำอะไรผมจะไม่ห้ามเลย แต่ว่าตอนนี้คุณท้อง สุขภาพของคุณสำคัญเป็นอันดับแรก”
เซี่ยอวิ้นหนิงรู้ดีว่าลู่จิ่วอันพยายามทำทุกทางเพื่อช่วยเขาแบ่งเบาภาระ
“ก็ได้ ไม่ทำก็ไม่ทำ”
ที่จริงแล้วการทำฟักเชื่อมมีหลายขั้นตอน แถมยังยุ่งยากทีเดียว
ในเมื่อเซี่ยอวิ้นหนิงไม่เห็นด้วย ลู่จิ่วอันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมแพ้
เมื่อถึงช่วงบ่าย กู้เจียวเจียวก็มาหาลู่จิ่วอันอีกครั้งท่ามกลางสายตาของทุกคน
“ลู่จิ่วอัน ฉันจะแต่งงาน”
ลู่จิ่วอันถามด้วยความตกใจ “แต่งกับใคร?”
“ลุงของฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ลุงโทรไปถามเขาแล้ว เขายินดีให้ฉันแต่งเข้าไปเป็นคุณนายกวน” แม้ว่าใบหน้ากู้เจียวเจียวจะยิ้มแย้ม แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความขมขื่น เธอละทิ้งความคับแค้นใจที่มีต่อลู่จิ่วอัน และถามอย่างตรงไปตรงมา “ลู่จิ่วอัน ฉันไม่ได้เป็นคนโทรไปหาลู่จิ่วหยาง เธออยากรู้ไหมว่าใครเป็นคนโทร?”
ลู่จิ่วอันรู้จุดประสงค์ที่กู้เจียวเจียวมาที่นี่ในทันที เธอเปิดประเด็นได้อย่างตรงจุด “กู้เจียวเจียว เธอคงไม่ได้มาขอให้ฉันร่วมมือกับเธอเพื่อแก้แค้นหรอกใช่ไหม?”