บทที่14. เอาผลไม้ปราณเข้าเมือง
ผลผลิตจากเหล่าพืชผักผลไม้และสมุนไพรที่จิ่วจิวน้อยลงมือปลูกนั้นออกดอกออกผลเติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าใโดยเฉพาะที่อยู่ในถุงมิติเพาะปลูกเพราะข้างในนั้นมีพลังปราณหนาแน่นที่คอยหล่อเลี้ยงเหล่าต้นไม้ที่ถูกปลูกประกอบกับผู้ที่ปลูกก็มีพลังปราณธาตุพฤกษาด้วย นั้นยิ่งทำให้เติบโตเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกหลายร้อยเท่าเลยทีเดียวที่ควรใช้เวลาปลูก 15 วันหรือ1เดือนเป็อย่างต่ำก็ใช้เวลาเพียงแค่3-5วันก็เก็บกินได้แล้ว ที่ควรปลูกเป็ปีๆ ก็ใช้เวลาเพียง10-20วันก็เก็บใช้ประโยชน์ได้เลยส่วนที่อยู่ในสวนผักหลังบ้านใช้เวลานานกว่านิดหน่อยต่างกันก็ไม่กี่วันเท่านั้นเป็เพราะความแตกต่างของพลังปราณที่หล่อเลี้ยงระหว่างสวนหลังบ้านกับในถุงมิติเพาะปลูกนั้นเอง
ตอนนี้ท่านผู้เฒ่าไป๋และท่านพ่อบ้านหวังฉีกำลังมองดูผลผิงกั่วบนโต๊ะตรงหน้าที่จิ่วจิวน้อยกำลังล้วงเอาออกมาจากถุงมิติเพาะปลูกมือน้อยหยิบออกมาละลูกๆ ผิงกั่วทุกลูกใหญ่โตอย่างมากทั้งสองผู้เฒ่ามองด้วยสายตาตื่นตะลึงจ้องมองผลไม้ปราณิญญาขั้นสูงมีละอองสีขาวเปล่งประกายงดงามส่งกลิ่นปราณหอมๆอบอวลกระจายไปทั่วบ้าน
“ฟืดดดหอมจังเยย ต้องอย่อยแน่ๆ เยยเ้าค่ะ”
ผู้เป็ปู่พยักหน้าในใจมีความชื่นชมยินดีมากมายนักเ้าสิบสี่อายุเพียง 3 หนาวแต่ยังสามารถปลูกพืชผักผลไม้ขั้นสูงได้หากยามที่พลังของนางตื่นขึ้นมาเต็มที่ไม่อยากจะคิดเลยว่าความสามารถเื่การปลูกผักผลไม้ปราณิญญาของนางจะเป็เช่นไรท่านผู้เฒ่าไป๋คิดด้วยใจที่ตื่นเต้นยิ่งนัก ดีจริงๆ ที่เขายังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ช่างวิเศษเหลือเกิน
“เ้าสิบสี่เหตุใดเอาออกมาเยอะนักเล่า”
“เอาไปขายเ้าค่ะท่านปู่ววว”ตอบไปมือน้อยก็ยังไม่ยอมหยุดล้วงผลผิงกั่วออกมา
“ขายหรือ”
“นำไปหอประมูลหรือดีนะขอรับนายท่าน”ท่านพ่อบ้านหวังฉีเสนอความคิดขึ้น หากนำไปประมูลย้อมได้ราคากว่ามากมายนัก
“อืม”
“หาเงินเยอะๆและออกเดินทางกันเ้าค่ะท่านปู่วว”
“อืมปู่เข้าใจแล้วเช่นนั้นก่อนอื่นปู่ต้องกำชับเ้าเื่สำคัญบางอย่างก่อนนะ”
“อะไยหยือเข้าคะ”จิ่วจิวเอ่ยถามพร้อมทำตาโตใสแป๋วมองท่านปู่อย่างตั้งใจฟัง
“เื่ที่เ้าสามารถปลูกพืชผักผลไม้ปราณพวกนี้ได้ห้ามเอาไปบอกใครเด็ดขาดรวมถึงเื่ที่เข้าป่าเร้นลับชั้นในจนไปเจอของในถ้ำนั้นทั้งชนิดของสมุนไพรหายากต่างๆ ที่เ้ามีก็เช่นกันทุกอย่างล้วนต้องเก็บเป็ความลับเื่นี้สำคัญมากหากมีคนรู้เ้าจะตกอยู่ในอันตรายเข้าใจที่ปู่บอกหรือไม่”ท่านผู้เฒ่าไป๋ย่อกายลงพร้อมจับแขนเล็กๆ ทั้งสองข้างของหลานสาวไว้มั่นเอ่ยบอกด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงที่จริงจัง
“ฉิบฉี่เข้าใจเ้าค่ะฉิบฉี่ไม่บอกใครแน่นอน ไม่บอกใครเลยเ้าค่ะ”ใบหน้ากลมเล็กส่ายไปมาประกอบคำพูดอย่างหนักแน่นจนผมทรงซาลาเปาสองก้อนสั่นด๊อกแด๊กมือน้อยยกขึ้นโบกไปมาพร้อมทำหน้าตาจริงจังแม้จะเด็กแต่เพราะจดจำเื่ราวในตระกูลได้ว่าเกิดเื่ไม่ดีมากๆจนต้องพลัดพรากจากคนในครอบครัว
อีกทั้งจิ่วจิวเข้าใจดีว่าต้นไม้ที่นางปลูกนั้นพิเศษมากเพียงใดและตัวนางเองก็ไม่เหมือนเด็กๆ ในหมู่บ้านด้วย เด็กคนอื่นพูดกับต้นไม้ไม่ได้เด็กคนอื่นมองไม่เป็ละอองสีสวยๆจากพืชผักผลไม้ต่างๆ จิ่วจิวเป็เด็กเข้าใจง่ายจึงพอจะรู้ว่าตนเองพิเศษกว่าคนอื่นอยู่มาก
“ดีมากเอาไว้รอเ้าโตก็จะสามารถพิจารณาได้เองว่าเื่สำคัญเช่นนี้ควรบอกกล่าวแก่ใครได้บ้างเอาละวันนี้เราก็เอาของพวกนี้ไปหาเงินกันเถิดนะ” ท่านผู้เฒ่าไป๋กล่าวสรุปตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องรวบรวมเงินให้มากที่สุดก่อนออกเดินทางดีที่ตอนนี้ไม่ใช่ฤดูเหมันต์สามารถเดินทางได้สบายๆ
“เช่นนั้นปู่จะเอาผิงกั่วปราณิญญาขั้นสูงนี้ไปที่หอประมูลนะ”
“ไปด้วยได้หยือไม่เ้าคะ”ถามพร้อมเงยหน้ามองท่านปู่ดวงตาเต็มไปด้วยประกายคาดหวัง ‘ฉิบฉี่หยักไปด้วย’
“…” ท่านผู้เฒ่าไป๋มองดูหลานสาวตรงหน้าที่มีใบหน้ากลมแก้มยุ้ยสองข้างกำลังเอียงคอส่งสายตาคาดหวังอย่างน่ารักมาให้ท่านปู่เช่นเขา
“ท่านปู่เคยสัญญาว่าจะพาฉิบฉี่ไปด้วยฉิบฉี่จำได้”พอเห็นว่าท่านปู่ยังไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาจิ่วจิวน้อยจึงเอ่ยทวนสิ่งที่ท่านปู่เคยสัญญาขึ้นอีกครั้ง
“โฮ๊ะๆ ๆ ได้ ๆ ปู่พาเ้าไปด้วยเช่นนั้นก็ไปกันหมดนี่แหละจะได้ไปซื้อของเตรียมตัวเดินทางไกลด้วยเลย”ท่านผู้เฒ่าไป๋คิดว่าหากเอาผลไม้ปราณเข้าร่วมประมูลคาดว่าน่าจะได้เงินตำลึงมากพอสำหรับออกเดินทางได้เลย
“ดีเ้าค่าเอาอะไยไปขายอีกดีเ้าคะ ฉิบฉี่มีเยอะมากเยย อืมมม ท้อหนาวเย็นออกยูกเต็มไปหมด”จิ่วจิวน้อยเอ่ยถึงลูกท้อเหมันต์เพราะพอจับแล้วเย็นมือนั้นเองเ้าตัวน้อยจึงเรียกท้อเหมันต์ว่าท้อหนาวเย็นแทน
“ลูกท้อเหมันต์ก็ออกลูกมากเลยหรือ”
“อืมมม”เมื่อท่านปู่ถามจิ่วจิวน้อยก็ส่งเสียงในลำคอเบาๆพร้อมทำท่านึกก่อนจะมุดหน้ากลมๆลงถุงมิติเพาะปลูกเพื่อมองดูก่อนจะโผล่หน้าออกมายิ้มกว้างตาหยีให้ท่านปู่
“เยอะมากเยยเ้าคะท่านปู่ฉิบฉี่นับไม่หมด”เ้าตัวเล็กตอบพร้อมยกมือน้อยมาทำท่าขยับนิ้วยึกๆไปมาเพื่อแสดงให้เห็นว่านับนิ้วไม่ไหว
“อืมเอาเถิดเช่นนั้นก็เอาผิงกั่วปราณไปสัก 5 ลูก ผลท้อเหมันต์สัก3 ลูกก่อนแล้วกันนะ”
เพราะเมืองเจิ้งตูที่พวกเข้าหลบมาอยู่อาศัยนั้นเป็เพียงเมืองเล็กที่แสนสงบจึงไม่แน่ใจว่ามีใครสนใจผลไม้ปราณหายากพวกนี้มากน้อยเพียงใดแต่ถึงจะเป็เมืองเล็กๆ ที่นี่ก็ยังมีโรงประมูลอยู่ หอประมูลมธุรสคำรามไม่ได้มีอยู่ที่แคว้นซ่งนี้เท่านั้นแต่มีอยู่ทั่วทุกแว่นแคว้นในแผ่นดินเบื้องล่างนี้เลยทีเดียว ใหญ่โต มั่งคั่งและมั่นคงไม่มีใครไม่รู้จักหอประมูลชื่อนี้ทั้งขึ้นชื่อว่าเป็สถานที่รวบรวมของหายากมากที่สุดใครอยากได้สิ่งใดเพียงเดินเข้ามาที่หอประมูลมธุรสคำรามเป็ได้สิ่งนั้นกลับไปแน่นอนขอเพียงมีเงินตำลึงพอจ่ายนอกจากการประมูลแล้วยังมีของหายากวางขายให้พวกคุณหนูคุณชาย คหบดีผู้ร่ำรวยหรือแม้แต่เหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงรวมถึงผู้ฝึกปราณในยุทธภพก็มาเลือกซื้อหาได้อีกด้วยหากของในสาขาเมืองใดไม่มีจริงๆก็สามารถส่งคนไปรับของอีกสาขามาส่งให้ลูกค้าได้นับว่าผู้เป็เ้าของหอประมูลมธุรสคำรามนี้สร้างเครือข่ายการทำงานได้ดีอย่างเหนียวแน่นและเป็ระเบียบอย่างดียากที่จะมีผู้ใดต่อกรได้แม้แต่ฮ่องเต้ในแต่ละแคว้นยังต้องไว้หน้าคนของหอประมูลมธุรสคำรามอยู่ถึงสามส่วนเลยทีเดียว...
เมื่อตกลงไปด้วยกันทั้งสามคนจึงออกเดินทางกันทันทีเพราะตอนนี้ก็ยังเป็เวลาเช้าอยู่มาก ขาสั้นๆเดินไปตามทางโดยมีท่านปู่คอยจูงมือน้อยเดินไปดินสีดำสีแดงถนมทางเดินขรุขระทำให้ยามเดินรองเท้าผ้าสีดำคู่เล็กๆที่จิ่วจิวสวมใส่อยู่เปรอะเปื้อน แต่เ้าตัวก็หาได้สนใจ เพราะกำลังตื่นตากับสภาพแววล้อมสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ทั้งสองผู้ชราจึงมักได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของจิ่วจิวเอ่ยสนทนากับต้นไม้ต้นนั้นต้นนี้ไปตลอดทางระหว่างทางพบเจอผู้คนบ้างประปรายแต่ก็ไม่มีผู้ใดสนใจกันมากมายนักหากเจอคนที่พอคุ้นหน้าบ้างก็เพียงกล่าวทักทายอย่างเรียบง่ายหรือพยักหน้าให้กันเพียงเท่านั้น
จนกระทั่งเดินมาได้สักพักขาสั้นๆของจิ่วจิวก็เริ่มชะลอลงๆ
“เป็อันใดไปหรือเ้าสิบสี่”
“ท่านปู่ฉิบฉี่เมื่อยขาจังเยยเ้าค่ะ”บอกพร้อมทิ้งตัวนั่งยอง ๆ อยู่ข้างท่านปู่
“ก็เ้ายังเด็กอยู่นี่นะเอาเถิดเช่นนั้นมาขี้หลังปู่ดีหรือไม่”
“นายท่านให้บ่าวแบกคุณหนูสิบสี่เองดีกว่านะขอรับ”พ่อบ้านชรารีบเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็ไรเ้าก็รู้ว่าตอนนี้ข้าแข็งแรงเสียยิ่งกว่าก่อนจะถูกพิษเสียอีกมาเถิดเ้าสิบสี่มาขึ้นหลังปู่นะ”ท่านผู้เฒ่าไป๋ย่อกายลงหันหลังให้หลานสาวตัวน้อยปีนขึ้นมา
“เ้าค่ะ”ตอนนี้นางรู้แล้วว่าท่านปู่หายไม่สบายแล้วและกลับมาแข็งแรงมาก ดังนั้นฉิบฉี่ตัวไม่หนักให้ท่านปู่แบกได้แน่นอน
เพียงครึ่งชั่วยามทั้งสามก็เดินทางเข้ามาถึงในเมืองแล้วที่นี่เต็มไปด้วยเสียงจ้อกแจ้กจอแจมากมายตามสองข้างทางของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังเรียกหาลูกค้าเข้าร้านตนเองแม้ไม่ใช่เมืองใหญ่โตแต่ก็เป็เมืองที่มีการค้าขายที่คึกคักพอสมควร
“นั้นขอรับนายท่านหอประมูลมธุรสคำราม”
“อืมไม่เถิด”