ตอนที่ 3
ถูกใจไม่น้อย
เด็กหนุ่มนั่งถอนหายใจอยู่ในรถ อยู่นานสองนาน “แน่ใจแล้วใช่ไหม ไอตะวัน” เขาพึมพำกับตนเอง ก่อนมือเล็กจะเอื้อมมาเปิดที่บังแดด เพื่อจ้องมองกระจกตรงหน้า
กระจกบานเล็ก สะท้อนทุกความรู้สึกอ่อนไหวที่ไม่อาจจะเก็บไว้ได้
“เอาไงเอากัน” ไม่นานแววตาแห่งความสับสนก็ถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจ สำหรับต้นตะวัน เด็กหนุ่มที่ไม่เคยย่อท้อ ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวหากจะต้องทำตามความฝัน
....ถึงแม้ว่ามันจะไม่ถูกต้องมากเท่าไรก็ตาม....
เด็กหนุ่มก้าวลงจากรถ ก่อนค่อยๆ เดินเข้าหาจุดมุ่งหมายช้าๆ
“le rêve.....ยินดีต้อนรับค่ะ รับกาแฟอะไรสำหรับเช้านี้ดีคะ?” เสียงใสๆ ประจำร้านเอ่ยขึ้น แต่ดูเหมือนว่าผู้มาใหม่วันนี้จะไม่ทันได้ฟัง
สองเท้าหยุดลงทันทีเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในร้าน ภาพบรรยากาศเก่าๆ ความรู้สึกเดิมๆ ที่คุ้นเคยก็เหมือนคลื่นซัดเข้ามาจนร่างกายของเด็กหนุ่มแทบจะล้มเซ
บ้านหลังนี้ที่แม่รัก บ้านหลังนี้ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ วันนี้ทุกความรู้สึกยังเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าบ้านจะดูแปลกตาเพราะการตกแต่งและทำใหม่ไปบ้าง แต่เขายังรู้สึกและััได้ว่าทุกความรักมันยังคงอยู่
“คุณลูกค้าคะ? คุณลูกค้า”
ต้นตะวันถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ด้วยเสียงของมะนาวเด็กสาวที่เดินมาเรียกใกล้ๆ
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?” มะนาวเอ่ยถามหลังจากที่เห็นว่าผู้ชายคนนี้ เข้ามายืนนิ่งไม่พูดไม่จาอยู่พักนึงแล้ว
“อ่อ...เอ่อ....คือ...ครับ...พอดีเห็นป้ายรับสมัครพนักงาน เลยสนใจครับ”
“อ๋อออออออ งั้นนั่งรอตรงนี้สักครู่นะคะ” มะนาวส่งยิ้มหวานให้กับต้นตะวัน ก่อนจะรีบก้าวสองเท้าเล็กๆ เข้าไปที่หลังร้าน
“พี่ตฤณๆๆๆๆๆ มีคนมาสมัครงานอีกแล้ว” เธอเดินไปเรียกตฤณที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่หน้าเตาอบขนม
“บอกเขารอแปปนึงนะ พี่เอาขนมเข้าเตาก่อน” เขาตอบขณะที่ยังคงจดจ่ออยู่กับขนมตรงหน้า ก่อนจะสังเกตเห็นว่า ลูกน้องตัวแสบยังคงยืมยิ้มแฉ่งอยู่ที่เดิม ไม่ยอมเดินไปไหน “อะไร? ทำไมไม่รีบไป”
“ก็...คนนี้ หน้าตาน่ารักมากเลย พี่ตฤณรับเขาเลยนะคะ หนูอยากทำงานกับเขา รู้สึกถูกชะตา” เธอยืนยิ้มบิดตัวม้วนเกลียว
ร่างใหญ่ยกมือขึ้นเท้าเอว ไม่มีคำตอบจากผู้เป็นาย มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวๆ
“แหะๆ หนูไปบอกเขาก่อนนะคะ พี่ตฤณรีบออกมานะคะ” เด็กสาวรู้ตัวก่อนจะขอตัวเดินออกไป
ต้นตะวันนั่งรอเ้าของร้านตามที่เด็กสาวเดินมาบอกด้วยใจตื่นเต้น แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตื่นเต้นกับการมาสมัครงาน หากแต่เป็การตื่นเต้นเพราะเขากำลังจะเริ่มปฏิบัติการพิชิตฝันครั้งใหญ่ตั้งหาก
สองมือเล็กถูกกันไปมาบนตักจนเริ่มแดง ลมหายใจเข้าออกไม่เป็จังหวะ เขารู้สึกเหมือนอกข้างซ้ายกำลังจะทะลุ เพราะความตึกตักของหัวใจ ก่อนทุกความกระวกกระวายจะถูกเบรคด้วยแก้วน้ำหวานที่ยื่นมาวางบนโต๊ะตรงหน้า
“หนูทำมาให้ค่ะ เห็นพี่ดูตื่นเต้น” มะนาวส่งแก้วชาเลมอนแสนสดชื่นพร้อมกับรอยยิ้มแสนสดใส “หนูชื่อมะนาวค่ะ พี่....” เธอทอดเสียงแทนคำถาม
“ต้นตะวันครับ เรียกตะวันก็ได้ครับ” เขายิ้มตอบ “ขอบคุณครับ” ก่อนจะหยิบน้ำขึ้นมาดูดเพื่อคลายความประหม่าลง
“พี่ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกนะคะ เ้าของร้านนี้เขาใจดีม๊ากกกกกกกก หนูอยู่มายังไม่เคยโดนดุเลย ขนาดวันก่อนมีพวกนักเลงมาอาละวาด ยังไม่อะไรสักนิด” เด็กสาวพูดไปตามประสา
ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า รอยยิ้มรับแขกค่อยๆ เจือจาง ความรู้สึกผิดกัดกร่อนในใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่มะนาวพูด
“อ๊ะ มาแล้วค่ะ”
ต้นตะวันเงยหน้าช้อนตาขึ้นเพื่อมองตามคนที่มะนาวกล่าวถึง
แววตาของทั้งคู่ต่างจับจ้องมองคนตรงหน้า ั์ตาประสาน เหมือนทั้งร้านกลายเป็สีขาวโพลน ที่มองไปจะเจอแต่คนคนนั้น
....อาการประหม่าของฉันก็แปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกสั่นไหวแปลกๆ แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างใหญ่ที่เคยเห็นแต่ด้านหลัง เดินออกมาจากฝั่งหลังร้าน ร่างใหญ่ยืนตรงตัวสูงเต็มสูบตรงนั้น ทำไมหัวใจฉันต้องรู้สึกแปลกๆ แบบนี้ด้วยนะ...
....รูปร่างไม่เล็กไม่ใหญ่ หน้าตาที่ดูจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู ผิวพรรณขาวใส เ้าของั์ตาสีน้ำตาลอ่อนๆ ที่กำลังสั่นไหวนี่มันอะไรกัน ทำไมถึงทำให้ความรู้สึกในอกข้างซ้ายที่เคยหายไปถึงกลับมาอีกครั้ง...
เมื่อเริ่มตั้งสติได้ ต้นตะวันจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนยกมือไหว้ทักทายตามมารยาท “สวัสดีครับ ผมชื่อต้นตะวันครับ” เขาเอ่ย
ตฤณค่อมหัวรับเล็กน้อยก่อนเดินเข้ามาเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาออกเพื่อหย่อนตัวลงนั่ง “สวัสดีครับ ตฤณครับ” เขาแนะนำตัว
การพูดคุยถามไถ่ถูกดำเนินไปเรื่อยๆ เพื่อให้เ้าของร้านพอได้รู้จักผู้มาสมัครพอสังเขป “เห็นเขียนว่า ทำงานประจำอยู่ แล้วจะลาออกเพื่อมาทำงานที่ร้านกาแฟเหรอครับ?”
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกสักทีเดียวครับ ผมไม่ได้อยากทำงานกาแฟ แต่ผมอยากทำงานที่นี่”
“....?” คิ้วหนาขมวดปมแปลกใจกับคำตอบของคนตรงหน้าเล็กน้อย
“เพราะมันคือความฝันครับ คุณตฤณ....เคยมีความฝันไหมครับ?”
ชายร่างใหญ่สะอึกไปเล็กน้อย หลังจากที่เด็กหนุ่มคนนี้ย้อนคำถามที่อาจจะฟังดูเหมือนจะเป็คำถามทั่วไป แต่กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรแทงใจตนอยู่
ถึงแม้ว่าต้นตะวันจะไม่ได้รับคำตอบจากคนตรงหน้า แต่เขาก็เลือกที่จะพูดต่อ “ผมเองก็มีความฝันครับ ซึ่งมันยิ่งใหญ่มากๆ มันเป็ความฝันที่ทำให้ชีวิตของผมมีความหมาย การที่ได้มาทำงานที่นี่ มันทำให้ผมเข้าใกล้ความฝันอีกหนึ่งขั้น เพราะ....”
เด็กหนุ่มช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวใหญ่ช้าๆ “.....เพราะผมอยากเปิดร้านกาแฟครับ” สิ้นสุดประโยคต้นตะวันลุกลี้ลุกลนเล็กน้อยเพราะคิดได้ว่าคำตอบของเขาอาจจะทำให้เขาไม่ได้งาน จึงรีบแก้ต่าง “เอ่อ...คือ...หมายถึงที่เชียงรายนะครับ ไม่ได้จะมาเปิดเป็คู่แข่งที่นี่”
รอยยิ้มจางๆ เกิดขึ้นบนใบหน้าของชายร่างใหญ่ ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ได้ว่าคำตอบของต้นตะวัน ถูกใจผู้สัมภาษณ์อยู่ไม่น้อย ทั้งไหวพริบและทักษะในการสื่อสารของเซลล์มือหนึ่ง ที่เมื่อได้ลงสนาม ยังไงก็ต้องปิดดีลได้สำเร็จ
และครั้งนี้ก็เช่นกัน....
ตลอดการพูดคุยของคนสองคนที่เกิดขึ้นในวันนี้ อยู่ภายในสายตาของมะนาว ที่พยายามเดินโฉบไปมาอยู่เรื่อยๆ เมื่อไม่มีลูกค้าเข้าร้านมา
“ว่าแล้ว ถูกใจเมื่อกันล่ะซิ” เธอยิ้มคิกคักกับตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นจนแน่ใจว่าเ้านายต้องเลือกคนนี้เป็แน่ เพราะที่ผ่านมา มีคนสมัครเข้าไม่น้อย หลายคนที่พี่ตฤณถามไถ่อยู่แค่สามสี่ประโยคก็ให้กลับ บางคนมาพร้อมประสบการณ์ทำกาแฟมากมายแต่ก็ยังดูไม่สะดุดใจผู้เป็นาย และก็มีไม่น้อยที่เป็สาวๆ ที่แต่งตัวมาสมัครงานเหมือนมาเที่ยวกลางคืนเสียมากกว่า
หลังจากที่พิจารณาดูจากแววตาของเ้านายที่ดูจะเป็ประกายเมื่อเจอคนนี้มากที่สุด คงจะถูกใจไม่น้อย
“อะไรของมึงเนี่ย!?” เสียงหวีดดังออกมาจากปลายสายจนทำให้ต้นตะวันต้องดึงโทรศัพท์ออกจากหูเล็กน้อย “โอย มึงจะะโทำไมเนี่ย?”
“มึงจะลาออกจากงานที่มีรายได้มากขนาดนี้ เพื่อ! ไป! ทำ! งาน! ร้าน! กา! แฟ!? มึงมีแผนอะไร บอกกูมานะ!” หงส์หยกยังคงหวีดร้องใส่เพื่อนผ่านโทรศัพท์
“กูจะไปมีแผนอะไร้?” เขายังคงยียวนใส่เพื่อนสาว
“มึงอมวัดมาพูด กู! ก็! ไม่! เชื่อ!!!! สารภาพกับกูมาเดี๋ยวนี้”
“กูขายรถจนเก่งแล้ว อยากเปลี่ยนมาขายกาแฟบ้างไม่ได้ไง?” ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหนุ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี
คงไม่มีใครรู้จักต้นตะวันได้เท่าหงส์หยก เพื่อนคนสนิทของเขาอีกแล้ว และแน่นอนสิ่งที่หงส์หยกสงสัยก็คือเื่จริง เด็กหนุ่มไม่ได้เข้าไปสมัครงานร้าน le rêve เพื่อที่จะทำงานตามที่เขาตอบตอนสัมภาษณ์ไว้ หากแต่การที่เขาเข้าไปเป็พนักงานของร้าน มันอาจจะทำให้เขาสามารถทำให้ร้านวุ่นวายจนอาจจะเจ๊งไปเลยก็เป็ได้
ความฝันมันยิ่งใหญ่เลยอาจจะต้องลงแรงเยอะเสียหน่อย
หงส์หยกถอนหายใจหนักก่อนเอ่ยปิดท้ายกับเพื่อนคนสนิท
“คิดดีๆ นะมึง แผนร้ายอะไรของมึงเนี่ย จะร้ายกับเขา หรือจะร้ายกับตัวมึงเองกันแน่ ั้แ่กูรู้จักมึงมา ยุงกัดมึงยังไม่ตบเลย”
.......................................................
Le Rêve เลอเรฟ พรหมลิขิต พิชิตฝัน
มี EBook แล้วค่าาา
โปรซื้อตอนนี้ ลด 25% 7 วัน เหลือ 119บาท เท่านั้นนะคะ