ผู้สืบทอดสายเลือดพระเจ้าแท้จริง

    เศษเลือดเนื้อ

           แพล๊ะ!


           ร่างของเฉี่ยวตงตกกระทบลงกับพื้นร่างกายแหลกสลายกระจัดกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ในเวลานี้เลือดเนื้อ สมองสีขาวและลำใส้ต่างๆกระจัดกระจายไปทั่วสนามประลอง 


           ผู้คนที่เห็นภาพนี้ต่างก็อดไม่ได้ที่จะขับอาหารที่เคยกินมาออกจากร่างกาย 


           ในเวลานี้เหล่าหญิงสาวที่ยังไม่เคยเผชิญหน้ากับโลกกว้างพวกเธอก็อดไม่ได้ที่จะเป็นลมล้มพับไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับกันไม่ได้จริงๆ 


           สนามประลองต่างก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงอ้วก 


           ชิงเฟิงมองไปยังเษษเนื้อที่อยู่บนพื้นจากนั้นก็หันหลังกลับอย่างไม่สนใจ เขาได้เดินลงจากลานประลองด้วยท่าทางที่เงียบสงบไม่ได้มีอาการตื่นเต้นใดๆจากการชนะ 


           ชิงเฟิงค่อยๆออกจากลานประลองเป็นตายอย่างช้าๆโดยที่ไม่มีผู้ใดเข้าไปขัดขวาง 


           หลังจากที่ชิงเฟิงได้ออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สนามประลอองก็เริ่มที่จะระเบิดอีกครั้ง 


           "ตายแล้ว!!!! เฉี่ยวเละกลายเป็นเศษซากกองเนื้อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!" 


           "เรื่องนี้คงจะถึงหูของศิษย์พี่เฉี่ยวกังแน่นอน ข้าอยากจะรู้ว่าศิษย์พี่เฉี่ยวกังจะทำยังไงกับชิงเฟิงคนนี้" 


           "เจ้าชิงเฟิงคนนี้ช่างลงมือโหดเหี้ยม คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะทำให้เฉี่ยวเฟิงเละกลายเป็นเศษเนื้อเช่นนี้" 


           "ตอนนี้สำนักของเราก็มีอัฉริยะคนใหม่ถือกำเนิดขุ้นแล้ว อาศัยเพียงพลังในระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่1ก็สามารถสังหารคนที่อยู่ในระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่3ลงได้ ต่อจากนี้ไปคงจะมีเรื่องน่าสนุกเกิดขึ้นในสำนักแน่" 


           "แน่นอนว่าเจ้านั่นเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง แต่แล้วยังไงล่ะ เป็นอัจฉริยะแล้วไม่ตายอย่างงั้นหรอ เจ้านี่ไปสังหารน้องชายของศิษย์พี่เฉี่ยวกังเกรงว่าเขาคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว" 


           "..."


           ผู้อาวุโสเหยียนมองไปยังเศษกองเนื้อของเฉี่ยวตงและอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเบาๆกับการกระทำของชิงเฟิง ถ้าเกิดว่าชิงเฟิงเพียงแค่สังหารเฉี่ยวตงและปล่อยเขาตายด้วยสภาพศพที่สมบูรณ์เรื่องนี้เขาสามารถที่จะพูดคุยกับเฉี่ยวกังได้ แต่ตอนนี้...


           คงต้องรอดูว่าเฉี่ยวกังจะลงมือในรูปแบบใด 


           "เจ้าหนุ่มคนนั้นช่างเป็นคนที่โหดเหี้ยมจริงๆ เฮ้อ...ข้าควรจะเล่าเรื่องนี้ให้กับเจ้าสำนักได้ฟัง มันอาจสามารถช่วยเจ้าหนุ่มคนนั้นได้บ้าง" 


           ชิงเฟิงกลับมายังเรือนไม้ของตัวเอง ในขณะที่เขากำลังยืนอยู่หน้าประตูเรือนไม้จู่ๆเสียงของมู่เสี่ยวเหวินก็เรียกเขาจากด้านหลัง 


           "ชิงเฟิง" 


           ชิงเฟิงหันกลับไปและเห็นว่าตอนนี้มู่เสี่ยวเหวินกำลังอยู่ด้วยกันกับสาวใช้ของเธอเขายิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถามว่า"เสี่ยวเหวินมีอะไรอย่างงี้นหรอ?" 


           "เจ้ายังมีหน้ามาถามว่ามีอะไรอีกอย่างงั้นหรอ?เจ้าคิดบ้างไหมว่าเจ้าทำเช่นนั้นมันจะนำปัญหาอะไรมาสู่เจ้า" มู่เสี่ยวเหวินกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยพอใจ ยิ่งมองเห็นอารมณ์ที่ไม่รู้ไม่ชี้ของชิงเฟิงเธอก็ยิ่งเพิ่มความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น 


           "ข้าทำอะไร?หรือว่าการที่ข้าสังหารเจ้าเฉี่ยวตงคนนั้นมันผิดอย่างงั้นหรอ"ชิงเฟิงถามออกมา 


           "มันไม่ผิดหรอกที่เจ้าแค่เพียงสังหารเจ้าเฉี่ยวตงคนนั้น แต่นี่เจ้าถึงกับลงมือทำให้แม้แต่ศพของเจ้านั่นก็ไม่สามารถเก็บได้ เจ้ารู้ไม่ว่าการกระทำของเจ้าในครั้งนี้มันยิ่งทำให้เฉี่ยวกังเพิ่มความโกรธมากยิ่งขึ้น" 


           "เพิ่มความโกรธ?"ชิงเฟิวกล่าวเบาๆและมองไปที่มู่เสี่ยวเหวิน"เเล้วยังไง?เพียงแค่เฉี่ยวกังเจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้านั่นอย่างงั้นหรอ?" 


           "นี่..!!!"ได้ยินคำพูดของชิงเฟิงมู่เสี่ยวเหวินก็ได้โกรธจนพูดอะไรไม่ออก 


           ในเวลานั้นเสี่ยวไฉที่ยืนอยู่ข้างๆก็ทนไม่ไหวที่จะกล่าวออกมา"นี่ชิงเฟิงคุณหนูของข้าอุตส่าเตือนเจ้าด้วยความหวังดีเจ้ายังมีหน้ามาพูจาโอหังแบบนี้อีกอย่างงั้นหรอ" 


           "เจ้าคงจะไม่รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของศิษย์พี่เฉี่ยวกัง ศิษย์พี่เฉี่ยวกังเป็นถึงศิษย์หลักของสำนักการที่เขาจะเอาชีวิตเจ้าเป็นเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก"


           "อย่างงั้นหรอ?ข้าจะขอกล่าวเช่นเดิมแค่เฉี่ยวกังไม่สามารถที่จะทำอะไรข้าได้หรอก เอาล่ะข้าขอตัวก่อน"หลังจากที่ชิงเฟิงพูดจบเขาก็ได้เข้าไปในเรือนของตัวเองทันที 


           เสี่ยวไฉที่เห็นเช่นนั้นเธแก็อดไม่ได้ที่จะโกรธขึ้นมา "เจ้า เจ้าไม่รู้หรือไงว่าคุณหนูของข้าเป็นห่วงเจ้ามาก เจ้ามัน-"


           "เอาล่ะเสี่ยวไฉกลับกันเถอะ เรื่องนี้มันไม่สามารถที่จะแก้ไขได้แล้ว ข้าจะไปพบกับท่านเจ้าสำนัก"มู่เสี่ยวเหวินกล่าวออกเบาๆในขณะที่เธอตัดสินใจอะไรขึ้นมาได้ เธอคิดที่จะขอร้องให้เจ้าสำนักช่วยออกหน้าในเรื่องนี้ 


           เสี่ยงไฉไม่สามารถทำอะไรได้เธอเพียงแค่พยักหน้าอย่างเชื่อฟังและจะมองไปยังเรือนไม้ของชิงเฟิงอย่างโกรธเคือง 


           ชิงเฟิงเข้ามาในเรือนของตัวเองจากนั้นเขาก็เห็นว่าเสี่ยวหลงยังคงไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล"เจ้าตัวนี้เกรงว่าเมื่อตื่นขึ้นมาคงจะเพิ่มความร้ายกาจมากยิ่งขึ้นเป็นแน่"


           "เอาล่ะตอนนี้ข้าก็ไม่มีอะไรทำดังนั้นควรปรับฐานพลังของตัวเองให้มั่นคงดีกว่า"เมื่อชิงเฟิงคิดได้เช่นนั้นเขาก็ได้นั่งลงบนเตียงของตัวเองจากนั้นก็ได้เข้าสู่สภาวะการบ่มเพาะในทันที 


           ในระหว่างที่ชิงเฟิงกำลังจมอยู่ในห่วงแห่งการบ่มเพาะนั้น ในตอนนี้ภายในสำนักข่าวเกี่ยวกับการตายของเฉี่ยวตงก็ได้กระจายไปทั่วราวกับเปลวไฟลานไปทั่วท้องทุ่ง


           ทุกๆคนภา

    ยในสำนักตอนนี้ต่างก็รู้ข่าวเกี่ยวสิ่งที่เกิดขึ้นที่ลานประลองเป็นตาย


    คล้ายกับเรื่องผู้สืบทอดสายเลือดพระเจ้าแท้จริง ที่คุณอ่าน