สาวน้อยเซี่ยเพ่ยอิง

    ตอนที่ 51 เทศกาลปล่อยโคมลอย

    ตอนที่ 51  เทศกาลปล่อยโคมลอย

     

    หลังจากที่เพ่ยอิงเอ่ยขอตัวลากลับจากโรงน้ำชาแห่งนั้นแล้ว เธอก็ได้ให้เหิงซานพาเธอและคนอื่น ๆ กลับไปยังโรงเตี๊ยมหูเตี่ยทันที และเมื่อกลับมาถึงเธอก็ได้เรียกให้เหิงซานเข้ามาพุดคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว

    “เหิงซาน ข้ามีคำถามอยากจะถามกับเจ้า” เพ่ยอิงเอ่ยเริ่มบทสนทนาขึ้นมากับเหิงซาน

    “ขอรับคุณหนู” เหิงซานตอบรับ

    “ครอบครัวของข้าเลี้ยงดูเจ้าดีหรือไม่”

    “ดีมากขอรับ” 

    “แล้วหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าได้มาทำงานกับข้าและครอบครัวของข้า เจ้าสบายใจดีหรือไม่”

    “ไม่มีวันใดที่ไม่สบายใจเลยขอรับ คุณหนูและครอบครัวดีกับข้ามาก อีกทั้งยังเลี้ยงดูทาสเช่นข้าไม่ต่างจากครอบครัวเดียวกัน” เหิงซานตอบออกมาจากใจจริง

    “ดี แล้วถ้าหากข้าให้เจ้าเลือกระหว่างกลับไปเป็นองครักษ์ให้กับองค์รัชทายาทเช่นเดิม กับอยู่คอยทำงานให้กับครอบครัวของข้าเช่นนี้ต่อไป เจ้าจะเลือกทางใด”

    “คุณหนู...” 

    เหิงซานเอ่ยเรียกเพ่ยอิงออกมาพร้อมมองมาที่เธออย่างมีความหมาย

    เพราะถ้าหากในตอนนั้นเป็นคนอื่นที่ซื้อตัวของเขาไป คนผู้นั้นคงจะตัดสินใจยกเขาให้กับองค์รัชทายาทตั้งแต่ตอนที่พระองค์มาเอ่ยขอให้เขากลับเป็นองครักษ์เช่นเดิมนานแล้ว ดีไม่ดีอาจจะยกเขาให้กับองค์รัชทายาทแบบไม่รับเงินค่าตอบแทนเพราะเกรงกลัวในอำนาจของพระองค์ก็เป็นได้

    ซึ่งต่างจากคุณหนูของเขาที่นอกจากจะไม่ตัดสินใจยกเขาให้กับองค์รัชทายาทภายในทันทีแล้วยังมาให้โอกาสเขาได้ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเองเช่นนี้อีก

    “เจ้าตอบมาเถิด ข้าเคารพในการตัดสินใจของเจ้า”

    “เมื่อก่อนตอนที่ข้ายังเป็นเด็กข้าเคยวาดฝันเอาไว้ว่าข้าอยากจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในครอบครัวที่อบอุ่นได้อย่างมีความสุข แต่มันก็เป็นได้แค่ความฝันเท่านั้น เพราะข้าเองก็เป็นแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ให้มีชีวิตรอดในแต่ละวันไปให้ได้

    จนกระทั่งได้องค์รัชทายาทมาช่วยเหลือและรับข้าไปเลี้ยงดูเพื่อเป็นองครักษ์ข้างกาย” เหิงซานเอ่ยเล่าให้เพ่ยอิงฟังพร้อมกับนึกไปถึงความหลังของเขา

    “แต่การเป็นองครักษ์ข้างกายองค์รัชทายาทนั้นก็ไม่ได้ง่ายเช่นเดียวกัน เพราะข้าต้องถูกฝึกฝนและถูกอบรมให้อยู่ภายในกฎระเบียบ ชีวิตของตัวเองก็ต้องอุทิศให้กับผู้เป็นเจ้านายเพียงคนเดียวเท่านั้น

    ต้องคอยแบกรับความกดดันต่าง ๆ ที่มี ไม่สามารถมีชีวิตที่สงบสุขได้อย่างเช่นที่ข้าเคยวาดฝันไว้ตอนเป็นเด็ก เจ้านายอยู่ข้าอยู่ เจ้านายตายข้าก็ไม่อาจมีชีวิต จนกระทั่งข้าได้ทำความผิดไม่ที่สามารถปกป้ององค์รัชทายาทได้” 

    “ความผิดในครั้งนั้นจึงทำให้ข้าตระหนักได้ว่าข้าคงไม่มีความสามารถมากพอที่จะเป็นองครักษ์คนสนิทได้ จึงได้ขอรับผิดโดยการขายตัวเป็นทาส จนกระทั่งข้าได้ถูกคุณหนูซื้อตัวมา ถ้าหากเป็นไปได้ข้าก็อยากจะทำงานให้กับคุณหนูต่อไปขอรับ” 

    เมื่อเพ่ยอิงได้ยิงสิ่งที่เหิงซานกล่าวออกมาทั้งหมดนั้นก็ทำให้เธอยิ้มออกมาได้

    “ถ้าหากเจ้ายังอยากอยู่กับข้าและครอบครัวของข้า เช่นนั้นในวันที่ไปให้คำตอบกับองค์รัชทายาทข้าจะเอ่ยปฏิเสธออกไปเอง”

    “แต่ ข้าเกรงว่าหากทำเช่นนั้น คุณหนูอาจจะมีปัญหาทีหลังเอาได้ขอรับ...”

    “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้ามีไป๋หู่ อีกทั้งตอนนี้ยังมีชินหลงของ    จินฟางเพิ่มขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง ต่อให้เป็นองค์รัชทายาทถ้าข้าไม่ยอม เขาก็จะมาบังคับให้ข้าส่งตัวเจ้าไปให้เขาไม่ได้” 

    “ขอบพระคุณคุณหนูที่เมตตาขอรับ” เหิงซานกล่าวออกมาด้วยความซามซึ้ง

    “เออนี่ แล้วเจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าจะหาผู้ใช้อักขระระดับสีฟ้าขั้นกลางมาจากที่ใดได้บ้าง”

    “ผู้ใช้อักขระระดับสีฟ้าขั้นกลางหรือขอรับ ปกติแล้วผู้ใช้อักขระจะทำงานให้กับราชสำนักหรือไม่ก็พรรคใหญ่ต่าง ๆ แต่ที่โรงค้าทาสที่คุณหนูไปซื้อทาสครั้งที่แล้วน่าจะมีผู้ใช้อักขระระดับสีเหลืองอยู่นะขอรับ เพราะป้ายทาสของข้ามาจากที่นั่น”

    “อืมเช่นนั้นพรุ่งนี้ก็ค่อยเข้าไปสอบถามหลังจากที่เราซื้อทาสกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เช่นนั้นเจ้าไปพักผ่อนเถิด”

    “ขอรับคุณหนู” 

    แล้วในเย็นวันนั้นเพ่ยอิงก็ไม่ได้ออกไปไหนต่อ

     

     

    เช้าวันรุ่งขึ้น...

    วันนี้เพ่ยอิง เหิงซาน และจินฟาง ได้เดินทางออกไปยังตลาดค้าทาส โดยที่น้องเล็กกับเฟิงจูไม่ได้ไปด้วย ซึ่งเธอก็ได้ให้เฟิงจูรับหน้าที่อยู่ดูแลน้องเล็กอยู่ที่โรงเตี๊ยมหูเตี่ย

    ซึ่งในการมาตลาดค้าทาสครั้งนี้เพ่ยอิงได้เลือกหาซื้อทาสจากหลาย ๆ ร้าน แต่อย่างไรเสียเธอก็มาได้ทาสจากโรงค้าทาสที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้มากที่สุดอยู่ดี

    และหลังจากที่เธอได้เลือกซื้อทาสเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนที่คอยดูแลและแนะนำทาสให้ก็พาเธอไปหาผู้ดูแลเพื่อจ่ายเงินและรับป้ายทาส และเมื่อคนผู้นั้นยื่นรายชื่อทาสที่เธอต้องการซื้อให้กับผู้ดูแลแล้วก็ได้ยืนรออยู่เพื่อให้ท่าจูเหว่ยได้เรียกใช้งาน

    “อ้าวแม่หนูเซี่ยนั่นเอง” ผู้ดูแลเอ่ยขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมามอง และเมื่อเห็นผู้ที่มาซื้อทาสกว่าพันคนในครั้งนี้เป็นเด็กสาวคนเดียวกับที่มาซื้อทาสหลายร้อยคนจากครั้งก่อน

    “ไม่คิดว่าผู้ดูแลจูเหว่ยจะจำข้าได้ด้วยเจ้าค่ะ ทั้งที่ข้าเพิ่งจะเคยมาซื้อทาสที่นี่เป็นครั้งที่สอง” 

    “ข้อต้องจำได้อยู่แล้ว ครั้งที่แล้วเจ้าซื้อทาสไปเสียหลายร้อยคน อีกทั้งครั้งนี้ยังมาหาซื้อทาสไปอีกกว่าพันคน” ผู้ดูแลจูเหว่ยกล่าวออกมาเมื่อจำเด็กสาวที่มาซื้อทาสครั้งที่แล้วได้ และที่จำได้อีกส่วนหนึ่งก็เพราะว่าคนติดตามที่ยืนอยู่ด้านหลังนั่นเอง

    “เจ้าค่ะ” 

    “เช่นนั้นข้าขอใช้เวลาสักครู่ในการตรวจสอบรายชื่อก่อน” แล้วหลังจากนั้นผู้ดูแลจูเหว่ยก็ได้ทำการตรวจสอบรายชื่อแล้วก็ได้จัดการให้ผู้ที่นำรายชื่อทาสมาส่งให้เมื่อสักครู่ไปจัดการเลือกหาป้ายทาสตามรายชื่อทาสมาให้

    “รอสักประเดี๋ยวเด็กในร้านก็จะนำป้ายมาให้แล้ว” 

    “เจ้าค่ะ ท่านจูเหว่ยเจ้าคะ ข้ามีเรื่องอยากจะรบกวนสักหน่อยเจ้าค่ะ”

    “เรื่องอะไรหรือ ถ้าข้าช่วยได้ข้าก็จะช่วย” ผู้ดูแลจูเหว่ยเอ่ยตอบกลับมา

    “พอดีมีคนที่อยากจะปลดตัวเองออกจากการเป็นทาส ข้าจึงอยากจะให้ท่านจูเหว่ยช่วยเหลือเรื่องผู้ที่จะมาแก้ไขอักขระในป้ายประจำตัวของทาสสักหน่อยเจ้าค่ะ”

    “เรื่องนี้นี่เอง ไม่มีปัญหา เพราะปกติแล้วทางโรงค้าทาสแห่งนี้ก็จะมีผู้ใช้อักขระที่เขียนและแก้ไขป้ายประจำตัวทาสสำหรับผู้ที่อยากจะปลดตัวเองออกจากการเป็นทาสอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะมีค่าแก้ไขสักเล็กน้อย แล้วยิ่งป้ายระดับสูงก็จะยิ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้น” 

    “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ” เพ่ยอิงตอบกลับไปด้วยความดีใจ

    “อืม ตอนนี้ก็มีผู้ใช้อักขระระดับสีฟ้าอยู่พอดีเลย แล้วผู้ใดเล่าที่อยากปลดตัวออกจากการเป็นทาส” 

    “ดีจริง ๆ เช่นนั้นเป็นคนผู้นี้เจ้าค่ะ เขามีปราณระดับสีฟ้าขั้นกลาง” 

    “มีปราณระดับสีฟ้าขั้นกลางเลยเชียวหรือ เช่นนั้นก็แย่หน่อย เพราะผู้ใช้อักขระที่อยู่ที่นี่มีถึงระดับสีฟ้าขั้นต้นเท่านั้น” ผู้ดูแลจูเหว่ยตอบกลับเด็กสาวตรงหน้า

    “ถ้าอย่างนั้นก็แย่เลยเจ้าค่ะ แล้วผู้ใช้อักขระที่เขียนอักขระป้ายทาสของเหิงซานขึ้นมาเล่าเจ้าคะ” เพ่ยอิงถามออกไปอย่างมีความหวังอีกรอบ

    “อืมท่านผู้นั้นหรือ ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าท่านอยู่ที่ใด เพราะที่ท่านเขียนป้ายทาสอันนั้นก็เพียงแต่มีคนมาส่งป้ายประจำตัวทาสมาให้เท่านั้น” 

    “แล้วพอจะบอกได้หรือไม่เจ้าคะว่าผู้ที่ที่คอยทำหน้าที่ส่งป้ายนั้นเป็นผู้ใด” 

    “เรื่องนี้ต้องขออภัยแล้วที่ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้” 

    จะให้ผู้ดูแลจูเหว่ยเอ่ยบอกเด็กสาวตรงหน้าไปได้อย่างไรว่าผู้ใช้อักขระผู้นั้นคือคนของพรรคใหญ่ที่เป็นเจ้าของโรงค้าทาสแห่งนี้ อีกทั้งผู้ใช้อักขระระดับสูงเช่นนั้นใช่ว่าอยากพบก็พบได้ง่าย ๆ ขนาดเขาเองยังไม่เคยพบผู้ใช้อักขระผู้นั้นเลย

    “เช่นนั้นก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านจูเหว่ยมากเจ้าค่ะ” 

    แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็มีคนนำป้ายประจำตัวทาสเข้ามาให้ ท่านจูเหว่ยจึงทำการตรวจสอบป้ายทั้งหมดแล้วดีดลูกคิดเพื่อคิดเงิน

    หลังจากที่เพ่ยอิงได้จ่ายเงินและรับป้ายประจำตัวทาสมาแล้วก็ได้ให้เหิงซานพากลับไปยังโรงเตี๊ยมที่เธอพักอยู่ เพราะกว่าจะเลือกซื้อทาส ตรวจรับป้ายประจำตัวของทาสเสร็จก็ต้องใช้เวลาไปหลายชั่วยาม

    “แย่หน่อยนะจินฟาง แต่ถึงอย่างไรข้าก็จะหาทางช่วยเจ้าให้ได้อยู่ดี” เพ่ยอิงเอ่ยบอกกับจินฟางหลังจากที่กลับมาถึงโรงเตี๊ยมแล้ว

    “ไม่เป็นไร เพราะถึงอย่างไรข้าก็เป็นทาสของเจ้าอยู่แล้ว” 

    “แต่ข้าไม่สบายใจนี่นา” 

    “ขนาดข้ายังไม่ได้คิดอะไรเลย แล้วเจ้าจะมาไม่สบายใจแทนข้าด้วยเหตุใดกันเล่า”

    “อืมเอาเถิด อย่างไรเสียในอนาคตอาจจะเจอผู้ใช้อักขระที่มีระดับสูงกว่าเจ้าก็เป็นได้” 

    แล้วหลังจากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยกันอีกไม่นานแล้วแยกย้ายกันไปพัก

    “คุณหนูเจ้าคะ เหิงซานให้มาถามว่าตอนเย็นคุณหนูจะไปเที่ยวเทศกาลปล่อยโคมลอยหรือไม่เจ้าคะ” เป็นเฟิงจูที่เข้ามาถามเธอในห้อง

    “หืม มีเทศกาลโคมลอยด้วยหรือ”

    “ใช่เจ้าค่ะ ซึ่งที่เมืองหลวงจะจัดขึ้นมาทั้งหมดเจ็ดวัน แต่เหิงซานบอกว่าวันนี้เป็นวันที่มีการจัดเทศกาลปล่อยโคมลอยขึ้นมาเป็นวันสุดท้ายแล้ว” เฟิงจูเอ่ยตอบคำถามของเพ่ยอิง

    “ไป ๆ ข้าอยากไป” เพ่ยอิงตอบกลับไปด้วยความกระตือรือร้น

    เพราะในความทรงจำของเพ่ยอิงคนเก่า ตั้งแต่ที่เธอเกิดมาเธอก็ยังไม่เคยไปเที่ยวเทศกาลปล่อยโคมลอยเลยสักครั้ง ก็แน่ล่ะเพ่ยอิงคนเก่าไม่เคยออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ เธอจึงไม่เคยเห็นเทศกาลปล่อยโคมลอยของที่นี่เลยแม้แต่ในความทรงจำ ไม่รู้ว่าจะเหมือนหรือต่างจากโลกที่เธอจากมา

    “เจ้าค่ะ เช่นนั้นคุณหนูให้ข้าอยู่ช่วยแต่งตัวหรือไม่เจ้าคะ” 

    “ไม่ต้อง ข้าจัดการเองได้ เจ้าไปช่วยหลีตี้เถิด” 

    “เจ้าค่ะ” เมื่อเฟิงจูตอบรับก็เดินออกไปหาน้องเล็กที่พักอยู่อีกห้องหนึ่งทันที

     

     

     

    และในเย็นวันนั้น...

    หลังจากที่เหิงซานได้พาเพ่ยอิงกับหลีตี้และคนอื่น ๆ มาถึงสถานที่จัดเทศกาลปล่อยโคมลอยแล้ว ก็ได้จอดรถฟักทองไว้ห่างจากด้านหน้าทางเข้างานไกลพอสมควร

    เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่มีการจัดเทศกาลปล่อยโคมลอย ทำให้ผู้คนมากันมากเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าที่นี่ได้มีการจัดหาที่ทางไว้ให้สำหรับจอดรถม้า แต่ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี

    ซึ่งสถานที่ที่ใช้สำหรับจัดงานปล่อยโคมลอยนั้นได้ถูกจัดขึ้นมาที่ริมแม่น้ำสายหนึ่งที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง

    “น้องเล็กอย่าปล่อยมือออกจากข้านะเข้าใจหรือไม่ เพราะเดี๋ยวเราอาจจะพลัดหลงกันเอาได้” เพ่ยอิงเอ่ยเตือนน้องเล็กขึ้นมาพร้อมกับกระชับมือที่จับน้องเล็กอยู่ให้แน่น ในขณะที่เดินมาถึงด้านหน้าทางเข้างานแล้ว

    “ขอรับพี่รอง” น้องเล็กเอ่ยตอบรับออกมาเป็นอย่างดี

    แล้วหลังจากที่เพ่ยอิงได้เริ่มเดินเข้ามาด้านในงาน ก็พบว่าทั้งสองข้างทางนั้นก็ได้มีร้านขายขนม ร้านขายของกิน และร้านขายของที่ระลึกอื่น ๆ อยู่ไม่น้อย และร้านที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือร้านขายโคมลอย ซึ่งในแต่ละร้านก็จะมีโคมลอยรูปต่าง ๆ ให้เลือกซื้อ

    เมื่อตกค่ำทหารที่คอยทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยก็เข้ามาช่วยกันจุดคบเพลิงขึ้นมาเพื่อให้ความสว่าง

    “พี่รองขอรับ ข้าอยากได้โคมลอยรูปไป๋หู่” หลีตี้เอ่ยออกมาพร้อมกับชี้ไปทางโคมลอยรูปเสือขาวจากร้านขายโคมลอยร้านหนึ่ง

    เมื่อเพ่ยอิงหันไปมองตามนิ้วของน้องเล็กก็ได้พบเข้ากับโคมลอยรูปเสือขาวตัวหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายกับเจ้าไป๋หู่ในร่างที่เป็นลูกแมวตัวน้อย

    “เจ้าช่างตาดีนักน้องเล็ก โคมลอยนั่นเหมือนเจ้าไป๋หูจริง ๆ ด้วย”

    “ใช่ไหมเล่าขอรับ เช่นนั้นเราก็ไปซื้อกันเถิด” 

    หลีตี้เอ่ยออกมาพร้อมกับใช้แรงของตัวเองลากเธอไปด้วย ซึ่งแรงของน้องเล็กนั้นก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเจ้าตัวก็เป็นผู้ฝึกปราณคนหนึ่งแล้วเช่นกัน แต่เธอเองก็ไม่ได้ยื้อน้องเล็กไว้แต่อย่างไร เดินตามแรงที่น้องเล็กดึงไปแต่โดยดี

    “อยากได้โคมลอยชิ้นไหนดีขอรับ ตอนนี้โคมลอยของทางร้านมีเหลืออยู่แค่เพียงเท่านี้แล้วขอรับ แถวล่างราคาห้าอีแปะ แถวกลางราคา สิบอีแปะ แถวบนราคาสิบห้าอีแปะ และด้านข้างทางนี้ยี่สิบห้าอีแปะขอรับ” คนขายโคมลอยรีบเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาทางร้านของตนเอง แล้วจากนั้นก็รีบเอ่ยบอกราคาของโคมลอยที่ขาย

    “อันนั้นขอรับ” หลีตี้เอ่ยตอบพลางชี้ไปที่โคมลอยรูปเสือขาวที่มีเหลืออยู่แค่เพียงตัวเดียว

    “ได้ขอรับ โคมลอยโคมนี่ทางร้านมีเหลืออยู่แค่เพียงโคมเดียวแล้วเท่านั้นขอรับ” คนขายเอ่ยบอกพร้อมกับหยิบโคมลอยมายื่นให้กับน้องเล็ก จากนั้นเพ่ยอิงก็เลือกโคมลอยสำหรับตนเองและผู้ติดตามอีกสามคนก่อนจะจ่ายค่าโคมลอยแล้วเดินออกมาจากร้าน

    “ให้ข้าช่วยถือให้ดีกว่านะขอรับ” เหิงซานกล่าวขึ้นมา

    “ให้เหิงซานถือให้เถิดน้องเล็ก ที่นี่คนมากนักหากเจ้าเอามือทั้งสองไปถือโคมลอยแล้วจะเอามือไหนมาจับมือข้ากันเล่า”

    “แต่...” น้องเล็กมีท่าทีลังเลเล็กน้อย

    “เช่นนั้นก็ให้นายน้อยขึ้นมาขี่คอข้าก็ได้ขอรับ” เหิงซานเอ่ยขึ้นมาอีกรอบ

    “ได้หรือไม่ขอรับพี่รอง” น้องเล็กหันมาถามความเห็นของพี่รอง ทั้งที่ใจจริงอยากให้พี่รองเอ่ยอนุญาตเป็นที่สุด

    “เช่นนั้นก็ฝากด้วยนะเหิงซาน” เมื่อเพ่ยอิงตอบรับออกมาน้องเล็กก็ดีใจออกมาให้เห็นทันทีอย่างออกนอกหน้า แล้วจากนั้นเหิงซานก็จับน้องเล็กขึ้นมาขี่คอตนเอง

    “ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถิดน้องเล็ก” 

    เพ่ยอิงเอ่ยเตือนน้องเล็กออกมาทันทีที่เห็นสีหน้าดีอกดีใจอย่างปิดไม่มิดของเจ้าตัว และอีกเหตุผลหนึ่งของเธอนั้นก็เพราะว่าหากให้น้องเล็กขี่คอเหิงซานแล้วล่ะก็ เธอก็จะไม่ต้องคอยระวังว่าจะพลัดหลงกับน้องเล็ก

    “ว้าว ๆ ด้านบนนี้เห็นทางข้างหน้าชัดมากเลยขอรับ ต่างจากที่ข้าเดินเองมองไปทางใดก็เจอแต่ชายผ้าของผู้อื่น” น้องเล็กเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น

    “เช่นนั้นข้าจะพาไปยังที่ลอยโคมนะขอรับ” เมื่อทุกคนมีโคมลอยเป็นของตัวเองครบกันแล้วเหิงซานก็เอ่ยบอกว่าจะพาไปยังสถานที่ลอยโคม

    ไม่นานนักเหิงซานก็พามายังสถานที่จัดไว้ให้ปล่อยโคมลอยริมแม่น้ำที่ได้ถูกจัดขึ้นมาเป็นสถานที่ปล่อยโคมลอย ซึ่งที่แห่งนี้ก็ได้มีผู้คนมาจุดโคมลอยกันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

    เมื่อจุดโคมลอยมาแล้วเพ่ยอิงก็ได้เอ่ยอธิษฐานขึ้นมาในใจ

    ‘ขอให้ข้าและทุกคนในครอบครัวมีความสุข ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ธุรกิจที่ทำอยู่และที่กำลังจะทำเจริญรุ่งเรืองและไม่มีอุปสรรคใด ๆ’

    เมื่อเอ่ยอธิษฐานเสร็จเธอก็ปล่อยโคมลอยออกไป

     

     

    คล้ายกับเรื่องสาวน้อยเซี่ยเพ่ยอิง ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258