[END] BAD FRIEND เพื่อนรัก

    -BAD FRIEND- 5

            -BADFRIEND-

            5


            พวกเราไปกินชาบูกันเพราะฉันต้องเลี้ยงนักรบตามที่พูดกับมันไว้เดี๋ยวมันไม่คุยกับฉันอีกและชวนเพื่อนคนอื่นไปด้วยเ๹ื่๪๫ที่ฉันไปหานักรบเมื่อคืนแพร่กระจายไปยังกลุ่มเพื่อนของฉันอย่างทั่วถึงเนื่องจากไอ้ปากปีจอนามว่าไอ้พีทได้ป่าวประกาศไปทั่วพีทรู้โลกรู้จริงๆ กูล่ะเพลีย


            ‘เมื่อคืนบัวมันไปง้อผัวถึงบ้านเลยเว้ย’


            และนี่คือประโยคที่มันบอกกับคนอื่นๆอีพวกที่เหลือก็ล้อฉันกันยกใหญ่เลยสิ ไม่วายตอนจ่ายตังค์ยังแซวที่ฉันจ่ายให้นักรบอีกคือกูก็ไม่ได้อยากเสียเงินหรอก แต่กลัวมันไม่คุยกับกูมากกว่าไง


            “ง่วงว่ะไม่น่าไปกินชาบูมาก่อนเลยอ่ะ” อีผิงบ่นเพราะตอนนี้เรากำลังนั่งอ่านหนังสือกันอยู่ที่บ้านของมันที่พ่อแม่มันซื้อไว้ให้มันเลยชวนอีเมมาอยู่ด้วย


            “กูก็เหมือนกัน” ไอ้บอลเสริม


            “ไปนอนดิไม่ต้องอ่านละ” ฉันบอก เอาจริงๆกูก็ง่วงแหละแต่จะไม่อ่านก็ไม่ได้เพราะว่าเรียนไม่รู้เ๹ื่๪๫บวกกับคะแนนมิดเทอมก็ได้น้อยด้วยไง


            “ไม่อ่านก็เอฟดิวะ” อีผิงบอก


            “งั้นมึงจะบ่นทำไม” มันหันมายู่หน้าใส่ฉันที่บ่นมันก่อนจะหันไปสนใจหนังสือตรงหน้าต่อฉันหันไปมองไอพีทที่ดูเงียบผิดปกติก็เห็นว่ามัน หลับฉันเลยหยิบยางลบแล้วขว้างไปหามัน


            “โอ๊ย! ไรวะเนี่ย” มันโวยวายอย่างโอเวอร์แอคติ้ง จนฉันอยากจะลุกไปตบมันจริงๆข้อหาหมั่นไส้


            “อย่าเวอร์แค่ยางลบมึงจะร้องอะไรขนาดนั้น”


            “แล้วมึงเอามาขว้างกูทำไมกำลังฝันดีเลยวุ้ย” มันบ่นพร้อมกับทำหน้าหงุดหงิดใส่ฉันที่ทำให้มันตื่นจากฝันดี


            “กูทำให้มึงตื่นมาพบกับความจริงความจริงที่ว่ามึงจะเอฟถ้ายังไม่อ่านหนังสือแบบนี้ไง” อย่าหาว่าฉันจู้จี้จุกจิกเลยนะแต่เ๹ื่๪๫เรียนมันน่าเป็๞ห่วงจริงๆเพื่อนกันกูก็อยากให้จบพร้อมกันเปล่าวะ


            “มึงก็ขยันๆหน่อยมึงก็น่าจะรู้ตัวเองดีนะไอ้พีท” นักรบที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นที่บ่นที่ว่าแบบนี้ก็เพราะเป็๞ห่วงมันนี่แหละ


            “เออๆกูแค่พักสายตาแปบเดียวเอง สองผัวเมียมึงนี่ขี้บ่นชิบหาย” มันบ่นก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือต่อ แต่


            “โอ๊ยอะไรอีกวะเนี่ย!” ก่อนที่มันจะได้อ่านหนังสือจริงๆก็ไม่วายโดนปาของใส่อีกรอบซึ่งคราวนี้เป็๞ไม้บรรทัดเหล็ก แต่ไม่ใช่ฝีมือฉันนะ ฝีมือนักรบต่างห่าง


            “เผื่อมึงยังไม่ตื่นดี” นักรบพูดพร้อมกับยักคิ้วกวนๆให้มัน


            “เชี่ยนี่แม่ง”


            ฉันส่ายหัวให้กับมันสองคนก่อนจะสนใจหนังสือตรงหน้าตัวเองโชคดีที่มีนักรบเรียนสาขาเดียวกันเวลาที่ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามมันได้ถึงมันจะไม่ค่อยเข้าเรียนแต่แค่มันอ่านเองมันก็เข้าใจแล้วเพราะว่ามันเป็๞คนหัวไวอิจฉามันชิบหาย



            เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนเกือบตีสามพวกเราจึงแยกย้ายกันกลับเพราะอ่านกันต่อไม่ไหวตาจะปิดกันหมดแล้วฉันเดินไปขึ้นรถตัวเองแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อนักรบเดินตามฉันมา


            “มีไร” ฉันถามมันพร้อมกับขมวดคิ้ว


            “เดี๋ยวกูขับรถให้” มันบอกเสียงเนือยๆเพราะง่วงเต็มทน


            “แล้วรถมึง” มันก็เอารถมาเหมือนกันนี่  


            “เดี๋ยวให้ไอ้พีทขับไป”


            “กูขับเองได้มึงรีบกลับไปนอนเถอะ” ถึงคอนโดมันกับฉันอยู่ไม่ไกลกันแต่เวลานี้ก็เกรงใจมันอยู่ดี


            “ขับให้” มันบอกแค่นั้นก่อนจะแย่งกุญแจรถในมือฉันไป


            “เออๆ เ๱ื่๵๹ของมึง”


            “ไอ้พีทเดี๋ยวกูขับรถให้บัวมึงไปรับกูที่คอนโดมันด้วย” มัน๻ะโ๠๲บอกไอ้พีทที่ยืนรอมันอยู่ที่รถ


            “เออๆเป็๲ห่วงกันจริงนะคู่นี้” มันเบะปากมาให้ก่อนจะขึ้นรถไป


            อยู่ๆคำพูดของมันก็ทำให้ฉันใจเต้นระรัวอย่างไม่รู้ตัวเกือบจะไม่คิดอะไรแล้วเชียวทำไมต้องมาใส่ใจกับคำพูดของมันที่มักจะพูดเล่นๆอยู่เรื่อยก็ไม่รู้


            “มึงไม่กลับหรือไงกูง่วงแล้วนะโว๊ย” นักรบเลื่อนกระจกรถลงเพื่อโวยวายใส่ฉันที่ยังไม่ยอมขึ้นรถทั้งที่มันรอนานแล้วฉันสะบัดหัวไล่ความคิดเมื่อสักครู่ออกไป พยายามหายใจเข้าลึกๆเพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นปกติเหมือนเดิมก่อนจะเข้าไปในรถก่อนที่มันจะด่าฉันจริงๆ


            ระหว่างทางกลับบ้านไม่มีเสียงพูดคุยของเราสองคนเลยอาจจะเป็๲เพราะความง่วงด้วยล่ะมั้งถึงได้ไม่มีกะจิตกะใจจะสนทนากันฉันลงจากรถเมื่อมันดับสนิทอยู่หน้าบ้านฉัน


            “ขอบใจนะมึง” ฉันบอกตอนที่มันส่งกุญแจรถคืนให้ฉัน


            “เออถือว่าตอบแทนที่มึงเลี้ยงชาบูกูแล้วกัน”


            “อือ รีบกลับเหอะป่านนี้ไอ้พีทบ่นแย่ละ” มันพยักหน้าก่อนจะเดินไปขึ้นรถของตัวเองที่ไอ้พีทขับมาฉันยืนรอจนรถมันลับสายตาไปแล้วจึงหมุนตัวเดินขึ้นคอนโดไป






            วันรุ่งขึ้น


            ครืดครืด ครืด


            ฉันกวาดมือหาโทรศัพท์อย่างสะเปะสะปะเมื่อมันสั่นอยู่สักพักแล้วอย่างหงุดหงิดเนื่องจากมันรบกวนการนอนของฉัน


            “อืมม” ฉันกรอกเสียงเนือยๆใส่โทรศัพท์เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา


            “[ยังไม่ตื่นเหรอ]” นักรบถาม


            “อืออ”


            “[ตื่นแล้วไปอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟกัน]” มันบอกเสียงแกมบังคับ


            “อือ เดี๋ยวตามไป” คือเมื่อคืนกว่าจะอาบน้ำเสร็จอะไรเสร็จก็ปาไปตีสี่ละไงกว่าจะได้นอน


            “[ลุกไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้]” มันบอกเสียงเรียบฉันมองเวลาก็พบว่ามันเพิ่งจะสิบโมงเอง


            “โอยยยกูนอนไม่กี่ชั่วโมงเองเนี่ย”


            “[กูก็เหมือนมึงแหละอย่าบ่น อีกครึ่งชั่วโมงกูจะไปรับ]” นี่มันจะลากกูไปให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย


            “ไม่ต้องเดี๋ยวกูไปเอง” ที่บอกไปแบบนี้เพราะกูจะนอนต่อไงง่วงโว้ยยย


            “[มึงอย่ามาหัวหมอมึงลุกขึ้นเดี๋ยวนี้บัว หรือจะให้กูไปลากมึงลงจากเตียง]” เหมือนมันอ่านใจกูออกอ่ะ


            “เนี่ยกูลุกแล้ว” ฉันโกหกทั้งที่ๆหัวยังติดหมอนอยู่เลย


            “[บัว]” มันเรียกชื่อฉันแบบนี้แสดงว่ามันไม่เล่นแล้ว


            “เออๆ ลุกแล้วโว้ย!” ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นมาแล้วเอามือขยี้ผมอย่างหัวเสีย แม่งสั่งอย่างกับพ่อ


            “[ไปอาบน้ำ]”


            “เออๆ พ่อก็ไม่ใช่ผัวก็ไม่ใช่ แม่งสั่งกูจัง” ฉันบ่นเสียงเบาอย่างไม่ได้จริงจังอะไรนัก


            “[บ่นอะไรของมึง]” มันได้ยินอีกแน่ะ


            “เปล่า วางนะจะไปอาบน้ำ”


            “[เออๆ]”


            หลังจากวางสายจากมันฉันจึงรีบเข้าไปอาบน้ำทั้งที่ง่วงแทบตายแค่อาบน้ำก็ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงแล้ว ฉันจึงส่งไลน์ไปบอกมันว่าอย่าเพิ่งมารับมันก็โวยวายหาว่าฉันนอนต่อ มันนี่ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยถึงกูจะดูไม่ค่อยจะเป็๞สุภาพสตรีก็เถอะว่าต้องใช้เวลาในการอาบน้ำแต่งตัวเป็๞ชั่วโมงเมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วฉันก็โทรให้มันมารับ


            “กว่าจะเสร็จนะคุณผู้หญิง” เมื่อฉันเข้าไปนั่งในรถมันก็บ่นฉันทันที


            “กูก็บอกให้ไปก่อนไหม” ไม่ได้บอกให้รอสักหน่อย


            “เออๆเดี๋ยวหาข้าวกินก่อนแล้วกัน” เนื่องจากว่ามันใกล้จะเที่ยงแล้วจึงต้องหาอะไรลองท้องกองทัพต้องเดินด้วยท้องไง


            “อือ แล้วคนอื่นอ่ะ”


            “มันอยู่ร้านกันละมีมึงชักช้าอยู่คนเดียว” ยังไม่วายเหน็บกูอีก


            “เออๆกูผิดเองพอใจยัง”


            “พอใจมาก”


            บทสนทนาของเราสิ้นสุดลงเมื่อนักรบขับรถมาจอดอยู่หน้าร้านอาหารข้างๆมหาลัยเป็๞ร้านที่เราชอบมากินกันประจำฉันเดินตามหลังนักรบไป


            “มีอะไร” ฉันถามเมื่ออยู่ๆมันก็หยุดเดิน


            “เปล่า” มันบอกเสียงเรียบก่อนจะเดินเข้าไปในร้านหาโต๊ะที่ว่างนั่งซึ่งมันในสุดของร้านเพราะตอนนี้เป็๞เวลาเที่ยงพอดีคนจึงเยอะเป็๞พิเศษ ดีนะที่ยังมีโต๊ะว่างอยู่แต่เมื่อเดินผ่านโต๊ะหนึ่งไป ฉันก็เข้าใจทันทีว่าที่นักรบมันหยุดชะงักไปเพราะอะไร


            ฉันมองผู้หญิงคนหนึ่งในโต๊ะนั้นที่ฉันรู้จักเป็๞อย่างดีแต่เธออาจจะจำฉันไม่ได้หรือไม่รู้จักฉันเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าฉันรู้จักเธอดีเลยล่ะ


            แฟนเก่าของนักรบ


            แฟนที่คบกันมาหลายปีแต่มาเลิกกันเมื่อตอนปีหนึ่งและสาเหตุที่เลิกกันก็เป็๞เพราะ๰่๭๫นั้นนักรบมันติดเพื่อนและมาคบกับผู้หญิงอีกคนมันเลวมากใช่มั้ยล่ะ ทั้งที่เธอรักมันมากแต่สุดท้ายมันก็เลิกกับแฟนที่เพิ่งคบกันได้ไม่ถึงสองเดือนเพราะมันยังรู้สึกผิดกับคนเก่าอยู่แต่ฉันคิดว่ามันยังไม่ลืมเธอและดูเหมือนว่าเธอเองก็ยังรักมันอยู่เหมือนกันถ้าสองคนนี้กลับไปคบกันล่ะ มันจะเป็๞แบบนั้นหรือเปล่า


            ฉันมองหน้าแฟนเก่ามันนิดนึงก่อนจะเดินผ่านไปนั่งโต๊ะที่นักรบนั่งอยู่ก่อนแล้วแฟนเก่ามันทั้งสวยและดูดีจนฉันที่เป็๞ผู้หญิงยังอิจฉาเลยอ่ะแล้วผู้หญิงอย่างฉันก็เทียบกับเธอไม่ติดเลยสักอย่างอยู่ๆก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมาไม่รู้ว่าทำไมต้องเอาตัวเองไปเปรียบกับเธอคนนั้นด้วยฉันจะไปสู้กับเธอทำไมกันล่ะ ฉันนี่ก็แปลกเนอะ


            “เป็๞อะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น” นักรบถามขึ้น


            “หืออทำหน้าแบบไหนอ่ะ” นี่ฉันเผลอทำหน้าแบบไหนออกไปกัน


            “หน้าขี้เหร่ เอ๊ะหรือว่าหน้าปกติอยู่แล้ว”


            “กวนตีนละ” ฉันด่ามันไปก่อนจะก้มหน้าดูเมนูโดยที่ไม่ได้สนใจมันอีก


            เมื่ออาหารมาเสิร์ฟเราก็ตั้งใจกินโดยที่ไม่ได้คุยอะไรกันแต่ฉันสังเกตว่ามันดูเงียบผิดปกติ๻ั้๫แ๻่เข้ามาในร้านแล้วสายตามันเอาแต่มองไปที่โต๊ะนั้น โต๊ะที่แฟนเก่ามันนั่งอยู่


            “มึงโอเคป่ะเนี่ย” ฉันถามมันออกไปอย่างเป็๞ห่วง


            “กูไม่ได้เป็๞อะไรสักหน่อย” มันตอบแต่กลับหลบตาฉัน นี่น่ะเหรออาการของคนที่บอกว่าไม่เป็๞อะไรอ่ะ


            “อือ” ฉันไม่อยากจะคาดคั้นอะไรมันมากถ้ามันบอกว่าปกติฉันก็จะคิดว่ามันไม่ได้เป็๞อะไรจริงๆ


            แต่คนที่กำลังเป็๞คือฉันนี่ไงที่กำลังทำตัวให้มันเป็๞ปกติทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็๞อะไรทำไมถึงได้จัดการกับความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นนี่ไม่ได้สักทีไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้กลัวว่าสองคนนี้จะกลับไปคบกันซึ่งเ๹ื่๪๫นี้มันไม่เกี่ยวกับฉันเลยสักนิด ไม่เกี่ยวสักนิดเดียว









    -TBC-