“เยวี่ยเยวี่ย ที่โรงงานเครื่องจักรเสียต้องหยุดงานสองวัน เพื่อนร่วมงานชวนฉันไปดูหนัง แต่ฉันอยากเจอเธอก็เลยรีบกลับมาพวกเขาบอกว่าฉันเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน” หลี่เจี้ยนจวินจ้องมองดวงตาคู่งามราวกับน้ำในฤดูใบไม้ร่วงของซินเยวี่ยพูดพลางหัวเราะ
รอยยิ้มและท่าทางของเขาช่างเหมือนพวกเ้าชู้เสียจริง
หลี่เจี้ยนจวินไม่ได้สูงมากนักสูงแค่ประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเเท่านั้น ถือว่าไม่ได้สูงมากในหมู่บ้านแต่ถึงความสูงจะไม่ถึง ใบหน้าก็ทดแทนได้ รูปร่างหน้าตาของหลี่เจี้ยนจวินจัดว่าดีผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าคม โดยเฉพาะดวงตาคู่สวยที่สามารถสะกดใจคนได้ เพียงแค่กะพริบตาเล็กน้อยก็สามารถทำให้คนรู้สึกซาบซ่านไปทั้งตัว
ในชาติก่อนซินเยวี่ยชื่นชอบความหล่อเหลาของหลี่เจี้ยนจวินรวมถึงคำพูดจาที่ไพเราะและความโรแมนติกที่เขาแสดงออกมา
ไม่ใช่แค่ซินเยวี่ยในชาติก่อนที่ชื่นชอบคำหวานของหลี่เจี้ยนจวินแม้แต่ลูกสาวของเ้าของโรงงานที่เขาทำงานอยู่ก็ยังถูกเขาทำให้หลงใหลยอมตั้งท้องก่อนแต่งงานอย่างเต็มใจสุดท้ายก็บีบให้พ่อของตัวเองยอมตกลงการแต่งงานของคนทั้งสอง
หลังจากแต่งงานกับลูกสาวเ้าของโรงงานแล้วหลี่เจี้ยนจวินก็ยังไม่พอใจ ยังคงเที่ยวโปรยเสน่ห์ไปทั่วทำให้หญิงสาวและหญิงวัยกลางคนท้องอีกมากมายผู้หญิงเ่าั้ที่นอนกับเขาต่างก็ร้องไห้คร่ำครวญอยากจะแต่งงานกับเขาใน่ต้นทศวรรษที่ 1990 หลี่เจี้ยนจวินก็ทำธุรกิจด้วยความฉลาดของเขาทำให้เขาสามารถบุกเบิกเส้นทางสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจได้ในที่สุดต่อมาเขาก็กลายเป็มหาเศรษฐีคนแรกในมณฑลที่ร่ำรวยจากการทำธุรกิจส่วนตัว
ซินเยวี่ยก้มหน้าลงแล้วตอบหลี่เจี้ยนจวินอย่างเฉยเมยว่า “อย่ามาทำสนิทสนมกับฉันแถวนี้”
หลี่เจี้ยนจวินไม่ได้ขุ่นเคืองกับการที่ซินเยวี่ยเ็าใส่แต่กลับคิดว่าเธอกำลังแกล้งงอนตนเอง “เยวี่ยเยวี่ยตอนที่เธอโกรธก็ยังสวยขนาดนี้ ให้ฉันจูบหน่อยได้ไหม?”
พูดจบหลี่เจี้ยนจวินก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้ซินเยวี่ย
ซินเยวี่ยขยับหนีโดยสัญชาตญาณ“หลี่เจี้ยนจวิน อย่ามาทำเล่นๆ กับฉันแถวนี้ ถ้านายยังทำแบบนี้อีกฉันจะไปบอกพ่อนาย ให้พ่อนายมาตีนาย”
หลี่เจี้ยนจวินยิ้มให้ซินเยวี่ย“ทำไมเธอต้องให้พ่อมาตีฉันด้วยล่ะ ตอนนี้เธอก็ตีฉันได้เลยจะตีหน้าหรือจะตี...”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดจาที่ลื่นไหลของหลี่เจี้ยนจวินซินเยวี่ยรู้สึกเบื่อหน่ายเป็อย่างยิ่ง เธอรีบลุกขึ้นยืนแล้วเตือนหลี่เจี้ยนจวินอย่างหนักแน่นว่า “ต่อไปนี้นายห้ามมายุ่งกับฉันอีกไม่งั้นฉันจะไปหาพ่อแม่นายจริงๆ”
ซินเยวี่ยรู้ดีว่าพ่อแม่ของหลี่เจี้ยนจวินไม่มีทางยอมให้ลูกชายของตนแต่งงานกับผู้หญิงในหมู่บ้านอย่างแน่นอน
หลี่เจี้ยนจวินไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ไม่ได้เจอซินเยวี่ยแค่ครึ่งเดือนเธอถึงได้เ็าใส่ตนเองขนาดนี้ หรือว่าใน่เวลานี้ เธอมีคนรักใหม่แล้ว?
ใครจะดีไปกว่าหลี่เจี้ยนจวินอย่างฉันได้ล่ะ?
ในขณะที่ซินเยวี่ยกำลังจะลุกขึ้นจากไปหลี่เจี้ยนจวินก็รีบลุกขึ้นตาม แล้วฉวยโอกาสที่ซินเยวี่ยไม่ทันระวังตัวคว้าข้อมือของเธอไว้
ซินเยวี่ยสะบัดมือออกอย่างรังเกียจ“หลี่เจี้ยนจวิน อย่ามาก่อกวนฉันนะ ถ้านายยังไม่หยุดฉันจะไปหาพ่อนายจริงๆ ถ้าพ่อแม่ของนายรู้ว่านายคิดไม่ซื่อกับฉันผลที่ตามมานายก็รู้ดี”
ซินเยวี่ยรู้ว่าพ่อแม่ของหลี่เจี้ยนจวินต่างก็หวังว่าเขาจะได้แต่งงานกับผู้หญิงในเมืองแล้วเปลี่ยนสถานะจากเกษตรกรเป็คนเมือง ตราบใดที่ได้เปลี่ยนเป็คนเมืองครอบครัวหลี่ก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย
เมื่อเห็นว่าซินเยวี่ยไม่ได้แกล้งงอนตนเองแต่กลับแสดงท่าทีเ็าใส่ตนเองอย่างแท้จริงหลี่เจี้ยนจวินก็ไม่ได้เซ้าซี้กับเธออีกเขาสันนิษฐานว่าซินเยวี่ยคงจะมีคนรักใหม่แล้ว ต่อไปเขาจะต้องสืบให้ดีในหมู่บ้านว่าซินเยวี่ยมีคนรักใหม่จริงหรือไม่
ถึงจะมีสาวๆ ในเมืองมากมายมาตามจีบตนแต่หลี่เจี้ยนจวินก็ยังคงชอบซินเยวี่ย ชอบความงามของเธอรวมถึงความหยิ่งทะนงในสายเื และสิ่งที่ผู้หญิงทั่วไปไม่มีในตัวเธอต่อมาเขาจึงได้รู้ว่าสิ่งนั้นเรียกว่าเสน่ห์
เมื่อซินเยวี่ยกลับมาถึงบ้านปรากฏว่าหมูสองตัวในเล้าของตนเอง “แหกเล้า” ออกมาแล้ว กำลังจะไปเขมือบผักกาดขาวที่เพิ่งปลูกใหม่ของอาสะใภ้สองของเธอซินเยวี่ยรีบไปไล่แต่ก็สายไปเสียแล้ว หมูตัวเล็กกว่าได้ทำลายแปลงผักไปส่วนหนึ่ง
หลังจากที่ซินเยวี่ยใช้ความพยายามอย่างมากในการพาหมูทั้งสองตัวกลับเข้าไปในเล้าแล้วจัดการซ่อมแซมประตูรั้วไม้ให้ดี เธอก็ตั้งใจจะเข้าไปพักผ่อนในบ้านสักครู่แต่ไม่คาดคิด อาสะใภ้สองกลับมาหาเื่เสียแล้ว
ทันทีที่เข้ามาในบ้านอาสะใภ้สองก็ชี้หน้าด่าซินเยวี่ย “พวกแกตาบอดกันหมดแล้วหรือไง?ผักกาดขาวดีๆ ของฉันถูกขยี้พังหมดแล้วพวกแกต้องชดใช้ค่าผักกาดขาวให้ฉัน ชดใช้ค่าผักกาดขาวให้ฉัน”
เมื่อเห็นว่าอาสะใภ้สองมาด้วยท่าทีที่ไม่เป็มิตรซินเยวี่ยก็ไม่ได้เกรงใจ
“อาสะใภ้สองไม่ใช่คนตาบอดแต่เป็สัตว์เดรัจฉานตาบอด ถ้าอาโกรธ ก็ไปด่าพวกมันในเล้าหมูได้สามวันสามคืนเลยถ้าเหนื่อย ฉันจะเอาน้ำไปให้อาดื่ม แล้วอาก็ด่าต่อ” หลังจากหยุดไปครู่หนึ่งซินเยวี่ยก็พูดต่อ “อาสะใภ้สองหมูบ้านฉันวิ่งออกมาเหยียบแปลงผักของอาเสียหายเป็ความรับผิดที่ฉันยินดีที่จะรับผิดชอบ มีอะไรก็พูดกันดีๆทำไมอาต้องเข้ามาด่าทอแบบนี้ด้วย?”
คำพูดที่หนักแน่นของซินเยวี่ยทำให้อาสะใภ้สองที่ยังอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่เมื่อครู่ ถึงกับพูดไม่ออกเธอจึงต้องใช้สายตาเล็กๆ ของเธอพินิจพิจารณาซินเยวี่ยอย่างละเอียด
คิดในใจว่า เด็กคนนี้ปกติดูเหมือนซาลาเปาค่อนข้างเชื่อฟัง นึกไม่ถึงว่าปากจะเก่งขนาดนี้
เมื่อเห็นว่าอาสะใภ้สองพูดอะไรไม่ออกชั่วขณะซินเยวี่ยก็รุกไล่ต่อไป “รบกวนอาสะใภ้สองไปนับดูหน่อยว่าหมูบ้านฉันทำลายผักกาดขาวของอาไปกี่ต้นรอให้พ่อฉันกลับมา ฉันจะให้พ่อชดใช้ให้เป็สองเท่า ฉันจำได้ว่าต้นปีที่แล้วลูกแกะบ้านอาก็เคยกินต้นข้าวสาลีของบ้านฉัน อาก็ไม่ได้ชดใช้อะไรให้บ้านฉันเลยนี่นาอาจะให้เราสองบ้านหักล้างกันไป หรือว่าจะให้บ้านฉันชดใช้ค่าผักกาดขาวให้บ้านอาก่อนแล้วค่อยให้บ้านอาชดใช้ค่าต้นข้าวสาลีให้บ้านฉันทีหลัง?”
อาสะใภ้สองโดนซินเยวี่ยตอกกลับจนหน้าหงายได้แต่เดินจากไปอย่างเสียไม่ได้
เมื่อมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไปของอาสะใภ้สองซินเยวี่ยก็ยิ้มเยาะอย่างเ็า