โจวอิ้งเยว่ยกยิ้มมองบ่าวชราที่สู้ไม่ไหวได้แต่กระทืบเท้าแล้วรีบจากไปด้วยความหวาดกลัวอย่างพอใจ ก่อนจะรีบแสร้งทำเป็ใเมื่อรู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องนางอยู่ โจวถิงถิงหลุดหัวเราะออกมาอย่างขบขันโดยมีท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายฉีกยิ้มด้วยความเอ็นดู
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่ทันแล้วเ้าตัวแสบ เก็บท่าทางแสร้งตื่นกลัวแบบไม่จริงของเ้าไปซะเถอะ" โจวถิงถิงพูดขึ้นมาทำเอาโจวอิ้งเยว่ถึงกับหน้าบูดบึ้งอย่างขัดใจ
"ชิ!!" โจวอิ้งเยว่รู้สึกชอบบรรยากาศแบบนี้มาก นางชอบความรู้สึกที่มีครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้ ทั้งๆที่พวกเขาลำบากขนาดนี้แต่จิตใจกลับเข้มแข็งมาก ที่ผ่านมาพวกเขาอดกลั้นอดทนกับความยากลำบากต่างๆเหมือนคนขี้ขลาดและไร้ศักดิ์ศรี แต่พอคิดจะสู้ก็สู้อย่างกับคนที่พร้อมชนทุกอย่างเสียอย่างนั้น
'คนอื่นอาจจะต้องใช้ความกล้าและความพยายามที่จะกล้าเป็เดือนหรือเป็ปี แต่ท่านพ่อของข้า…… หรือความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจจะมาจากข้า ข้าฟื้นขึ้นมาได้แค่สิบกว่าวันก็ได้เจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลย เป็เพราะพวกเขาเกือบจะเสียข้าไปตลอดการอย่างนั้นหรือ? แต่พวกเขาคงไม่มีวันรู้เลยว่าโจวอิ้งเยว่คนนั้นได้จากพวกเขาไปตลอดการแล้วจริงๆ'
"เอาล่ะ! เื่เป็แบบนี้แล้วอีกไม่นานบ้านใหญ่คงจะส่งคนมาเรียกเราแล้ว พวกเ้าเข้าเรือนกันไปก่อนพ่อจะไปหาพวกเขาเอง" ท่านพ่อพูดกับฮูหยินและลูกๆน้ำเสียงอ่อน
"ท่านพี่…ให้ข้าไปกับท่านเถอะเ้าค่ะ" ท่านแม่รีบพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วงสามี
"ท่านพ่อ ให้ข้าไปกับท่านด้วยเถิดขอรับ" โจวไห่เหวินก็รีบพูดขึ้นอีกคน
โจวหลินหู่ยกมือขึ้นให้ทุกคนหยุดพูดก่อนจะเอ่ยขึ้น "พอแล้ว เื่นี้พวกเ้าทุกคนไม่ต้องมายุ่งข้าจะเป็คนจัดการด้วยตัวของข้าเอง"
หูซูซ่านหายใจเข้าลึกๆหลับตาลงอย่างข่มใจแล้วค่อยๆลืมตาขึ้นมาพูดอย่างมั่นคง "ได้! ท่านพี่ข้ากับลูกจะรอท่านอยู่ที่นี่ ท่านไปจัดการเื่ที่ค้างคาในใจของท่านเถิดเ้าค่ะ แต่ว่าท่านพี่…" หูซูซ่านจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสามีอย่างจริงจัง "ท่านรู้ใช่หรือไม่ว่าข้ากับลูกๆอยู่ข้างท่าน พวกเรา้าท่านต่อให้ท่านจะตัดขาดจากคนพวกนั้นพวกเราแม่ลูกก็ยังคงเป็ครอบครัวของท่าน พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกันตลอดชีวิต"
ในใจของโจวหลินหู่รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เขารู้สึกว่าต่อไปนี้เขาไม่ใช่คนตัวคนเดียวเหมือนตอนเด็กๆอีกแล้ว 'จริงสินะ! ตอนนี้ข้าหาใช่คุณชายน้อยที่ไม่ได้รับความรักคนนั้นอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ข้ามีครอบครัวของข้าที่คอยยืนเคียงข้างข้าแล้ว พวกเขาคือครอบครัว…คือคนที่ข้ารักที่สุดและข้าจะต้องปกป้องพวกเขาให้ได้ น่าเสียดายที่ข้าพึ่งคิดได้ในวันที่ช้าไป'
"อืม พี่รู้แล้ว" พูดจบเขาก็หันหลังเดินตรงไปยังเรือนใหญ่ทันที ฝีเท้ายามก้าวเดินมั่นคงไม่มีท่าทีลังเลหรือหวาดเกรงอีกต่อไปแล้ว
"พวกเราก็เข้าเรือนกันเถอะ" หูซูซ่านหันไปพูดกับลูกๆหลังจากที่สามีเดินลับสายตาไปแล้ว
"ท่านแม่ ข้าจะไปทำอาหารเช้ารอท่านพ่อกลับมากินด้วยกันพร้อมหน้านะเ้าคะ" โจวอิ้งเยว่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ ไม่มีรอยยิ้มไม่มีความสดใสแต่แววตาของนางเต็มไปด้วยความนิ่งสงบและใจเย็นมาก
"ข้าก็จะไปช่วยน้องสาวเ้าค่ะ" โจวถิงถิงก็รีบเสนอตัวไปช่วยทำอาหารในครัวทันที
ที่เรือนใหญ่……..
"พ่อบ้านฟาง ข้า้าพบท่านพ่อและพี่ใหญ่" โจวหลินหู่เดินเข้ามาบอกความ้ากับพ่อบ้านใหญ่ที่ยืนรอรับใช้บรรดาเ้านายอยู่หน้าห้อง
"พ่อบ้านฟางให้เขารอไปก่อน" เสียงคำสั่งดังออกมาจากในเรือนทันทีที่โจวหลินหู่พูดกับพ่อบ้านฟางจบ
ในขณะที่คนบ้านรองกำลังช่วยกันจัดเตรียมข้าวของและทำอาหารรอโจวหลินหู่ ที่เรือนใหญ่ตอนนี้โจวหลินหู่กำลังยืนรอให้คนในเรือนทานอาหารเช้าเสร็จอย่างใจเย็น คนในห้องอาหารต่างก็รู้ถึงการมาถึงของเขาแต่พวกเขากับพากันนั่งทานอาหารกันอย่างสบายใจไม่มีใครคิดจะอนุญาตให้เขาเข้าไปร่วมโต๊ะเลยสักคน
ผ่านไปครึ่งชั่วยามสาวใช้ก็ช่วยกันยกจานชามออกจากห้องและทำความสะอาดโต๊ะอาหารกันอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างก็เหลือบมองโจวหลินหู่ด้วยความสมเพชเวทนาบ้างก็เห็นใจแต่ก็เยาะเย้ยเสียส่วนมาก แต่โจวหลินหู่ชินชากับเื่แบบนี้มานานแล้วเื่นี้จึงไม่มีผลกระทบอะไรกับเขาแม้แต่น้อย เขายังคงยืนหลังตรงรออยู่ที่เดิมจนกระทั่งพ่อบ้านเดินออกมาบอกให้เขาเข้าพบได้
โจวหลินหู่จ้องมองไปยังผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าให้กำเนิดเขาทั้งสองคนด้วยแววตาเฉยเมยไร้ความรู้สึกก่อนจะทักทายพวกเขาตามมารยาท "ท่านพ่อ ท่านแม่"
สองสามีภรรยาชราจ้องมองมาที่ลูกชายคนรองด้วยความไม่พอใจ โจวไห่เทาเอ่ยปากถามขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "เ้ามาที่นี่มีเื่อะไร?"
โจวหลินหู่สูดหายใจเข้าลึกๆกำหมัดแน่นแล้วตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเ็า "ข้ามาขอหนังสือตัดขาดขอรับ"
………….
ทันทีที่โจวหลินหู่พูดจบในห้องพลันเงียบกริบขึ้นมาทันที สายตาของคนบ้านใหญ่และครอบครัวสามพากันมองเขาอย่างรังเกลียดและรอฟังว่าชายหญิงชราจะว่าอย่างไร? แน่นอนว่าพวกเขาอยากไล่คนบ้านรองออกจากตระกูลไปตั้งนานแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ามองโจวหลินหู่ด้วยสายตาเ็าและเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง
นายท่านผู้เฒ่าผู้เป็บิดาจ้องมองลูกชายคนรองด้วยสายตาเ็า เขานึกไปถึงคำพูดของบุตรสาวคนเล็กที่ตอนนี้เป็ถึงพระชายารองของจวิ้นอ๋องเมื่อไม่กี่วันก่อนขึ้นมาอีกครั้ง 'ท่านพ่อ…ท่านควรตัดขาดจากคนบ้านรองได้แล้ว หากท่านกลัวผู้คนจะนินทาจวนของเราก็แค่ให้เงินคนพวกนั้นไปไม่กี่ตำลึงเงินก็พอแล้ว ท่านพ่อเื่นี้ท่านไม่ควรชักช้าอีกต่อไปแล้ว'
"หึ! น้องรองเ้าแน่ใจหรือว่าจะตัดขาดจากตระกูลโจว? หากเ้าออกจากตระกูลของเราไปเ้าจะไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว" โจวเจี้ยนคุนนายท่านใหญ่คนปัจจุบันพูดกับน้องชายคนรองที่เขาไม่เคยสนใจอย่างเย้ยหยัน
"พี่ใหญ่พูดถูก พี่รองท่านคิดดีแล้วหรือ?" โจวเฟินหัวนายท่านสามเชิดหน้าอย่างถือดีพูดขึ้นมาอีกคน
"โอ๊ยท่านพ่อ ท่านอาสาม พวกท่านจะพูดให้มากความทำไมกันเล่า? ในเมื่อท่านอารองอยากตัดขาดไม่สู้เราก็ช่วยทำให้ท่านอารองสมหวังจะดีกว่านะขอรับ" คุณชายใหญ่โจวเฉินซีพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยไร้ความเคารพต่อคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ท่านอาคนรองของเขาอย่างชัดเจน
นายท่านผู้เฒ่าหรี่ตาลงมองเตือนไปยังคนอื่นๆที่กำลังพูดไม่หยุด เขาจ้องมองโจวหลินหู่เขม็งแล้วพูดขึ้นมาอย่างไม่ลังเล "หากเ้าจะตัดขาดเ้าก็ต้องออกไปแต่ตัว เ้ายังอยากจะตัดขาดหรือไม่?"
"ข้า้าตัดขาดขอรับ" โจวหลินหู่ตอบคำถามอย่างหนักแน่น
"ดี! พ่อบ้านฟาง…ไปเอากระดาษกับพู่กันมา" นายท่านผู้เฒ่าหันไปสั่งพ่อบ้านใหญ่ทันที
"ขอรับ"
ั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้โจวหลินหู่ไม่ได้ยินเสียงของคนที่ขึ้นชื่อว่าแม่ของเขาเลยสักคำ นอกจากสายตาเ็าและเกลียดชังแล้วก็ไม่มีอะไรอีก ราวกับว่าทุกเื่ที่เกี่ยวกับเขานางไม่ได้ให้ความสนใจเลยแม้แต่น้อย พี่น้องทุกคนก็ไม่เคยเห็นหัวเขา 'จริงสินะ! ข้าน่าจะเข้าใจดีทีี่สุดว่าข้าไม่ใช่คนในครอบครัวของพวกเขาเลยั้แ่ต้น ในสายตาของพวกเขาข้าก็เป็แค่คนนอกคนหนึ่ง'
หนังสือตัดขาดถูกเขียนขึ้นมาและประทับรอยนิ้วมือพร้อมสับถูกพ่อบ้านนำมาส่งให้โจวหลินหู่ประทับรอยนิ้วมือลงไป จากนั้นนายท่านผู้เฒ่าก็เอ่ยขึ้นน้ำเสียงราบเรียบ "ต่อจากนี้ไปเ้าไม่ใช่คนตระกูลโจวอีกต่อไปแล้ว ข้าจะลบชื่อของครอบครัวรองของเ้าออกจากตระกูลั้แ่วันนี้เป็ต้นไป จากนี้ไปเป็ตายไม่ข้องเกี่ยว…เ้าไปได้แล้ว"
"ขอรับ" โจวหลินหู่รับหนังสือตัดขาดมาถือเอาไว้ขานรับน้ำเสียงเรียบแล้วหันหลังเดินออกจากเรือนหลักไปทันทีไม่สนใจเสียงพูดคุยเสียงหัวเราะเยาะของคนพวกนั้นอีกต่อไป
นับว่าการพบเจอและพูดคุยกันครั้งนี้เป็ไปด้วยดี ต่อให้จะได้ยินเสียงพูดคุยกระทบกระทั่งเขาบ้างก็ไม่ถึงขั้นะโด่าทอหรือทำโทษเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ดูเหมือนพวกเขาเองก็อยากจะให้เขาและครอบครัวออกไปจากตระกูลนี้ตั้งนานแล้ว เป็เช่นนี้ก็ดีแล้ว…ตัดสินใจตัดขาดจากพวกเขาเช่นนี้ดีที่สุดแล้ว!
"ท่านพ่อ กลับมาแล้วหรือเ้าคะ?" โจวถิงถิงอาสามายืนรอบิดาที่หน้าเรือนได้พักใหญ่แล้ว นางเอาแต่เดินไปเดินมาอยู่หน้าเรือนด้วยความกังวลจนกระทั่งเห็นท่านพ่อเดินกลับมาถึงเรือนถึงได้แย้มยิ้มออกมาได้ด้วยความโล่งอก
โจวหลินหู่ยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาวแล้วพูดขึ้นน้ำเสียงอ่อน "อืม เข้าไปคุยข้างในกันเถอะลูก"