ตอนที่10เหตุไม่คาดฝัน
แสงแดดยามสายกระทบกับชายคาบ้านเรือนและต้นไม้ดูงดงามสร้างความอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิที่ตอนเช้ายังคงหนาวเย็นวันนี้เป็อีกวันที่
ฮวาเซียงเซียงรับอาสานำอาหารมาส่งให้บิดาที่กำลังดูแลร้านปักผ้าฮวาจิ่นเช่นเดิมแต่่นี้พี่สาวต่างมารดาของนางมักจะออกมากับนางด้วยเช่นกันนางหันไปมองฮวาเย่เอ๋อร์ที่เดินเคียงกับนางฮวาเย่เอ๋อร์ที่กำลังเดินชมดอกไม้และร้านค้าข้างทางรู้สึกได้ว่าน้องสาวที่เดินอยู่ด้านข้างมองมา
นางจึงหันไปถาม “มีอันใดหรือทำไมเ้ามองข้าเช่นนั้นเล่า”
“ไม่มีอันใดเ้าค่ะ” ฮวาเซียงเซียงเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานก่อนจะเดินต่อไปสายลมที่พัดผ่านมาบางเบาทำให้เสื้อผ้าและเส้นผมที่ไร้การผูกมัดปลิวไสวสวยงามร่วมกับก้าวเดินเนิบช้าเป็จังหวะทำให้ผู้พบเห็นต่างเมียงมองโฉมสคราญทั้งสองจนสุดสายตาเมื่อเดินมาใกล้ร้านอาหารจินฟง ฮวาเย่เอ๋อร์ลอบมองไปทางร้านก็เห็นว่าชายหนุ่มหนวดเคราดกดำ ร่างกายสูงใหญ่กำลังเดินออกมาจากทางหลังร้านและกำลังเดินตรงมาทางที่พวกนางเดินอยู่นางหันกลับไปมองน้องสาวของตัวเองแล้วยกยิ้ม
“เซียงเซียง! เ้าดูต้นอิงฮวาที่ริมน้ำนั่นสิสวยงามยิ่งนักข้าอยากเข้าไปดูใกล้ ๆ เราเดินไปดูสักหน่อยดีหรือไม่” ฮวาเย่เอ๋อร์ไม่รอให้
ฮวาเซียงเซียงเอ่ยตอบนางเดินนำไปที่ต้นอิวฮวาที่กำลังออกดอกสีชมพูสวยงามตรงริมน้ำที่ไหลผ่านตัวอำเภอ
“เซียงเซียงเ้าดูยิ่งใกล้ยิ่งงามนักดอกสีชมพูช่างสวยงาม อ๊ะ..” ฮวาเย่เอ๋อร์ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดริมฝีปากที่กำลังยิ้มกว้างของตนด้วยใครเห็นจะเป็การเสียกริยาของหญิงสาวแต่เมื่อนางยกขึ้นลมที่พัดผ่านมากลับทำให้ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นปลิวตกลงไปในแม่น้ำ“ผ้าเช็ดหน้าของข้า!กว่าข้าจะปักลายนี้ได้เช่นนี้จะทำอย่างไรดี ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!” ฮวาเย่เอ๋อร์มองลงไปในแม่น้ำที่ผ้าเช็ดหน้าของตนตกลงไปแล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเศร้ามองไปหาฮวาเซียงเซียง
ฮวาเซียงเซียงเองก็ใเช่นเดียวกันนางรีบเดินมายืนข้าง ๆพี่สาวของนางแล้วก้มมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นที่กำลังลอยออกไปตามกระแสน้ำที่ไหลผ่านนางเองก็รู้สึกเสียดายเช่นกันการที่จะปักผ้าให้เสร็จสักผืนต้องใช้ความพยายามและเวลามากนัก
ฮวาเย่เอ๋อร์ทำหน้าเศร้ามองไปที่น้องสาวของตนที่มายืนข้างๆ แล้วหันไปมองด้านหลังเห็นพรานป่าที่ตนหมายตาไว้เดินเข้ามาใกล้ก็ยกยิ้มไม่ทันที่ฮวาเซียงเซียงจะรู้ตัวนางก็ตกลงไปในแม่น้ำตรงหน้าจนเกิดเสียงดัง
“เซียงเซียง! ช่วยด้วยยใครอยู่แถวนี้ช่วยน้องสาวข้าที!” ฮวาเย่เอ๋อร์ร้องเสียงดังด้วยความใ นางหันมองไปมาด้วยความร้อนใจ
“คุณหนู!” อาจือร้องเรียกคุณหนูของนางเสียงดังก่อนจะร้อนใจเมื่อคุณหนูของนางว่ายน้ำไม่เป็!และนางเองก็ว่ายน้ำไม่เป็เช่นกัน!
หวังจงที่กำลังเดินมาทางนี้เขาได้ยินเสียงเหมือนมีสิ่งของตกลงน้ำเสียงดังตอนแรกเขาจะไม่สนใจแล้วเดินต่อไปแต่เมื่อได้ยินคำขอความช่วยเหลือของหญิงสาวเขาก็หันขวับไปมองก็พบว่าเป็คุณหนูใหญ่สกุลฮวา และเมื่อได้ยินว่าคนที่ตกน้ำเป็น้องสาวของนางซึ่งก็คือคุณหนูรองฮวาเซียงเซียงก็ทำให้เขาร้อนใจรีบวิ่งไปทางฝั่งริมน้ำ
หวังจงมองลงไปก็เห็นฮวาเซียงเซียงที่ตอนนี้ดำผุดดำว่ายใช้มือตีน้ำรอบๆ กายเพื่อจะยกตัวขึ้นแต่ก็ไร้ผลเมื่อร่างกายของนางที่มีเสื้อผ้าหลายชั้นเมื่อเปียกน้ำก็ยิ่งมีน้ำหนักมากรวมทั้งนางเองก็ว่ายน้ำไม่เป็ร่างกายของนางกำลังจะจมลงไปในแม่น้ำนี่นางต้องจมน้ำตายแล้วหรือ
ฮวาเซียงเซียงคิดในใจร่างกายของนางเริ่มจมลงในแม่น้ำ
หวังจงเมื่อเห็นดังนั้นเขาก็รีบะโลงไปในแม่น้ำแล้วว่ายไปหาหญิงสาวที่กำลังจะจมลงไปในแม่น้ำตรงหน้าเขาคว้าไปที่เอวของนางแล้วว่ายมาขึ้นอีกฝั่งที่มีบันไดทอดลงสู่ลำน้ำที่อยู่ไม่ไกลมากนักหวังจงยกตัวฮวาเซียงเซียงขึ้นไปบนฝั่ง เสื้อผ้าที่สวมใส่ใน่ที่อากาศเริ่มอบอุ่นทำให้
ไม่หนามากนักยามเปียกน้ำทำให้เสื้อผ้าลู่ติดกายจนเปิดเผยเรือนร่าง หวังจงที่เห็นดังนั้นรีบถอดชุดคลุมของตนเองคลุมตัวหญิงสาวยกตัวนางขึ้นมากอดไว้ในอ้อมแขนแล้วใช้ร่างกายที่สูงใหญ่บดบังสายตาของชาวบ้านที่เริ่มเดินมามุงดู
ฮวาเซียงเซียงที่เริ่มได้สตินางมองไปรอบๆ ก่อนจะใเมื่อตนอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของชายหนุ่มแต่เมื่อนางมองหน้าของเขาก็พบว่าเป็คนที่เคยช่วยชีวิตนางไว้ นางหันมองไปรอบ ๆก็พบกับชาวบ้านที่กำลังจ้องมองมาที่นาง นางไม่รู้ว่านางเป็อันใดไปแต่เมื่อเป็เขาที่ช่วยนางไว้นางก็วางใจแล้วก้มหน้าซุกเข้าที่อกเขาแน่นหลีกหนีสายตาของชาวบ้านที่มองมาหวังจงก้มมองหญิงสาวเมื่อรับรู้ว่าคนในอ้อมกอดเริ่มขยับตัวเขาก้มลงมองนางทั้งสองสบตากันสักพักก่อนฮวาเซียงเซียงจะก้มหน้าลงด้วยใจที่เต้นแรง
“คุณหนูคุณหนูใช้ผ้านี่คลุมก่อนเ้าค่ะ” อาจือที่เห็นว่าคุณหนูของนางได้รับการช่วยเหลือจากชายหนุ่มก็รีบวิ่งไปขอผ้าห่มผืนใหญ่จากชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นแล้วรีบมาหาคนทั้งสอง
หวังจงเมื่อเห็นว่าสาวใช้ของนางนำผ้าห่อผืนใหญ่มาเขาจึงรีบขยับตัวออกแล้วให้อาจือนำผ้าห่มเข้ามาคลุมตัวของนางไว้เมื่อหวังจงขยับตัวออกห่างนางจึงเห็นว่าชาวบ้านต่างมามุงดูริมน้ำมากมายและมองนางทั้งพูดกันเสียงเซ็งแซ่นางก้มหน้าด้วยความเสียใจชื่อเสียงของนางคงไม่เหลือเสียแล้ว!
“เซียงเซียงเ้าเป็อย่างไรบ้างโธ่น้องสาวข้าช่างน่าสงสารนักข้าเกือบเสียน้องสาวไปแล้วหรือนี่” ฮวาเย่เอ๋อร์รีบเดินผ่านชาวบ้านที่กำลังมุงดูสีหน้าแสดงถึงความเศร้าสงสารน้องสาวตนเองแล้วพูดเสียงดังให้คนที่ยืนอยู่แถวนี้รับรู้ว่าหญิงสาวที่ตกน้ำจนเปิดเผยเนื้อตัวให้พรานป่าน่ากลัวเห็นนี้เป็ใคร
“อาจือรีบพาเซียงเซียงกลับบ้านสกุลฮวาเสียข้าจะรีบส่งคนไปแจ้งท่านพ่อที่ร้านฮวาจิ่นเอง” ฮวาเย่เอ๋อร์พูดขึ้นเสียงดังอีกครั้งนางหันไปมองผู้คนที่ยังยืนอยู่รอบ ๆ ที่กำลังพูดวิจารณ์ด้วยความสาสมใจ
อาจือด้วยความในางไม่ทันได้สังเกตถึงความผิดปกติตอนนี้นางเพียงเป็ห่วงว่าคุณหนูของนางจะเจ็บป่วยจากการความเย็นจึงรีบรับคำแล้วประคองฮวาเซียงเซียงที่กำลังก้มหน้าซ่อนั์ตาเศร้าเอาไว้“เ้าค่ะ คุณหนูเรากลับเรือนกันเถิดเ้าค่ะ บ่าวจะประคองคุณหนูเอง”
ถึงแม้ฮวาเซียงเซียงจะอับอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่นางก็ไม่ลืมว่าชายหนุ่มที่กำลังมองนางอยู่ข้างๆ ได้ช่วยชีวิตนางอีกครั้งแล้วได้ข้าวมื้อเดียวก็ถือเป็พระคุณแต่เขากลับช่วยชีวิตนางไว้ถึงสองครั้งบุญคุณนี้ทดแทนอย่างไรก็คงไม่หมด “เซียงเซียงขอบคุณท่านหวังจงที่ช่วยชีวิตข้าอีกครั้งแล้ว”
“คำขอบคุณข้ารับไว้แล้วคุณหนูรีบกลับเรือนเถิดหากช้าจะเจ็บป่วยได้” หวังจงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเป็ห่วงฮวาเซียงเซียงได้แต่
พยักหน้าแล้วคำนับลาอาจือประคองนางแล้วรีบหารถม้าที่รับจ้างแถวนั้นแล้วพาฮวาเซียงเซียงกลับเรือน
ฮวาเย่เอ๋อร์มองส่งรถม้าจากไปก่อนใบหน้าที่ห่างกังวลจะเปลี่ยนเป็ยิ้มเยาะนางหันหลังเตรียมจะเดินไปหาบิดาที่ร้านเพื่อแจ้งข่าวก็ต้องชะงักเมื่อนางเห็นว่าหวังจงกำลังมองจ้องนางตาไม่กระพริบ นางย่อกายคำนับเขาก่อนจะเอ่ยว่า “ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือน้องสาวข้าสกุลฮวาเราต้องตอบแทนน้ำใจท่านแน่เ้าค่ะ”
“ไม่จำเป็”หวังจงเอ่ยเสร็จก็รีบเดินจากไป
ฮวาเย่เอ๋อร์มองตามหลังเขาด้วยสายตารังเกียจ“ฮึ! ทำเป็หยิ่งยโสนัก ข้ารึอุตส่าห์ยื่นเนื้อหงส์ให้กลับไม่รู้จักบุญคุณ ไปอาจูเราไปหาท่านพ่อกัน”
ฮวาเจียงซิ่วเมื่อได้รับข่าวที่บุตรสาวคนโตแจ้งก็รีบออกจากร้านแล้วกลับไปที่บ้านเขารีบเดินเข้าไปในเรือนของบุตรสาวคนรองด้วยความร้อนใจจนไม่ได้มองเหล่าสาวใช้ที่ย่อกายคำนับเขา
“เซียงเซียงเป็อย่างไรบ้าง!”ฮวาเจียงซิ่วรีบเอ่ยถามภรรยาของตนทันทีเมื่อเดินเข้ามาแล้วเห็นว่าภรรยากำลังห่มผ้าให้ฮวาเซียงเซียงที่กำลังหลับ
“ท่านพี่เบาเสียงหน่อยเถิดเซียงเซียงเพิ่งหลับไป เราออกไปด้านนอกกันก่อนเถอะเ้าค่ะ”จางเหมยซูดึงแขนสามีให้เดินตามนางออกมาที่ห้องโถงด้านหน้าเรือน
“เย่เอ๋อร์บอกข้าว่าเซียงเซียงตกน้ำหรือเป็มาอย่างไรกันแน่”
“เฮ้อข้าสอบถามอาจือแล้วนางบอกว่าผ้าเช็ดหน้าของเย่เอ๋อร์ตกน้ำด้วยความร้อนใจเซียงเซียงเดินไปใกล้แม่น้ำไม่ระวังตกลงไปแล้วก็ได้หวังจงพรานป่าที่เคยช่วยไว้เมื่อคราวก่อนช่วยขึ้นจากน้ำมาข้าให้ท่านหมอมาดูอาการนางแล้วท่านหมอบอกว่าร่างกายต้องความเย็นไม่เป็อะไรมากกินยาเพียงสองสามเทียบก็หายดีแล้ว ท่านพี่ไม่ต้องกังวลเ้าค่ะ”
จางเหมยซูเอ่ยตอบก่อนจะทำหน้ากังวลมองไปที่สามีแล้วพูดต่อว่า
“อาจือบอกว่าตอนที่เซียงเซียงตกน้ำเสื้อผ้าที่เปียกลู่ติดตัวเปิดเผยร่างกายแล้วหวังจงที่ลงไปช่วยก็เป็ชายหนุ่มเซียงเซียงก็เหมือนเสียความบริสุทธิ์ไปเสียแล้ว ชาวบ้านก็มุงดูกันมากมายข้าเป็ห่วงว่าเซียงเซียงจะคิดมากจนป่วยใจเสียมากกว่า”
“เื่นี้! เฮ้อช่วยชีวิตกลับมาได้ก็ดีมากแล้วส่วนเื่ชื่อเสียงของสตรีเราคงจะแก้อะไรไม่ได้รอดูกันไปก่อนเถิด” ฮวาเจียงซิ่วเผยสีหน้ากังวลก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้จางเหมยซูจึงเดินไปเทน้ำชาแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆกันก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความกังวล
เหตุการณ์ตกน้ำของฮวาเซียงเซียงที่เกิดขึ้นก็ทำลายชื่อเสียงสตรีของนางตามที่ฮวาเย่เอ๋อร์้าแม่สื่อที่เคยตบเท้าเข้ามาทาบทามให้บุตรชายสกุลต่าง ๆ หายไปไม่มีเหลือฮวางเจียงซิ่วที่ออกมาตรวจตราร้านค้าของตนก็เห็นว่าชาวบ้านต่างมองมาที่ตนแล้วหันไปกระซิบกระซาบกันแต่เมื่อเขาหันไปมองก็ต่างทำเป็ว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ่งนานวันยิ่งเหมือนว่าเหตุการณ์ณ์นี้จะไม่หายไปเขาเดินกลับเรือนมาแล้วนั่งปรึกษากับภรรยาของตน
“ภายนอกยังคงพูดเื่เซียงเซียงไม่หยุดข้าไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วหากเป็เช่นนี้ต่อไปเซียงเซียงจะออกเรือนได้หรือ”
“ท่านพี่หรือว่าเราต้องให้เซียงเซียงแต่งกับหวังจง”จางเหมยซูหันไปมองสามีแล้วพูดขึ้นเสียงเบาสีหน้าจริงจัง
“เ้า! เื่นี้ค่อยว่ากันเถิดหากต้องให้เซียงเซียงแต่งกับหวังจงก็หาได้เป็ไรไม่อย่างน้อยเขาก็ดูเป็ชายหนุ่มที่ดีคนหนึ่ง เรารอดูท่าทีของสกุลหวังก่อนเถิดไม่แน่ว่ารอให้เื่ผ่านไปสักปีสองปีทุกคนก็คงจะลืมกันไปหมดแล้วถึงตอนนั้นเราค่อยหารือเื่แต่งงานของนางอีกครั้งก็ยังไม่สาย”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
หลังจากวันนั้นผ่านไปไม่นานฮวาเจียงซิ่วก็กลับบ้านมาด้วยสีหน้าทมึงทึงราวกับจะไปฆ่าคน จางเหมยซูเห็นดังนั้นก็รีบไปลูบที่แขนของเขาแล้วเอ่ยถาม “เหตุใดท่านพี่ถึงได้มีมีหน้าเช่นนี้เล่า ใครทำให้ท่านโกรธกัน”
“ก็ไอ้เ้าพวกคนแซ่ซูขายเนื้อน่ะสิข้าเดินผ่านร้านมันไปมันกลับเรียกข้าไว้แล้วพูดหยามเกียรติเซียงเซียงของเราหาว่าเราจะจับบุตรสาว
ใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้วรอส่งให้เป็อนุของคนรวย ข้าเลยโมโหด่ามันไปเสียหลายคำก่อนจะเดินกลับมา!”ฮวาเจียงซิ่วพูดเสร็จก็ไม่คลายความโกรธเขาหายใจเข้ารัวเร็วจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยอารมณ์โมโหไม่คลาย
“ท่านพ่อ ท่านแม่! ลูกขอโทษเ้าค่ะทำให้พวกท่านต้องกังวลเสียแล้ว” ฮวาเซียงเซียงที่เดินเล่นในสวนเห็นบิดาเดินเข้าเรือนมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีจึงเป็ห่วงแล้วเดินตามเพื่อจะสอบถามกลับต้องได้ยินว่าเื่ที่ทำให้บิดาโกรธขนาดนี้จะเป็เื่ของนาง
“เซียงเซียงเ้าอย่าได้คิดมากไปพ่อกับแม่หาได้โทษเ้าไม่ จะโทษก็ต้องโทษชาวบ้านปากไม่ดีเห็นการช่วยชีวิตคนเป็เื่เสื่อมเสีย!”
ฮวาเจียงซิ่วรีบเดินมาตรงหน้าบุตรสาวแล้วยกมือลูบผมนางด้วยความสงสาร
“ลูกหาได้สนใจเื่ชื่อเสียงไม่ลูกเพียงกลัวว่าท่านพ่อท่านแม่จะกังวลเื่นี้จนเจ็บป่วยได้เ้าค่ะ”
“โถ่เซียงเซียง...” จางเหมยซูมองบุตรสาวด้วยความสงสาร บุตรสาวของนางดีเช่นนี้เสมอไม่เคยห่วงตนเองห่วงแต่คนอื่นก่อนเสมอมาทั้งสามคนมองกันแล้วส่งยิ้มให้ส่งผ่านกำลังใจก่อนที่ฮวาเจียงซิ่วที่ยืนหันหน้าไปทางประตูจะเห็นสาวใช้คนหนึ่งยืนละล้าละลังไม่กล้าเข้ามาเขาจึงเรียกสาวใช้คนนั้น
“เ้า! มีเื่อะไรหรือเหตุใดไม่เข้ามารายงงาน”
สาวใช้นางนั้นเมื่อได้ยินเ้านายเรียกก็รีบเดินไปแล้วก้มหน้ารายงาน“นายท่านมีแขกมาขอพบเ้าค่ะ นายท่านจะให้เข้าเรือนหรือไม่”
“เป็ผู้ใดหรือ” ฮวาเจียงซิ่วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เป็แม่สื่อจางเ้าค่ะแม่สื่อจางมาสู่ขอคุณหนูรองให้หวังจง พรานป่าท้ายอำเภอเ้าค่ะ!” สาวใช้เอ่ยเสร็จก็รีบก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิมด้วยใจหวาดหวั่นนางรู้เื่ซุบซิบนินทาของชาวบ้านมาบ้าง แต่นางไม่คิดว่าพรานป่าคนนั้นจะกล้าให้แม่สื่อมาสู่ขอคุณหนูของนาง!
“เ้าว่าอะไรนะ!” ฮวาเจียงซิ่วและจางเหมยซูเอ่ยขึ้นพร้อมกันด้วยความใแล้วหันไปมองฮวาเซียงเซียงที่กำลังยืนตกตะลึง....