วันเวลาในห้องจองจำแห่งตำหนักน้ำแข็งไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า เย็นเยียบ และไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลง เฟิงอี้ไม่รู้แน่ชัดว่าตนเองถูกกักขังอยู่ในกรงน้ำแข็งที่มองไม่เห็นนี้มานานเท่าใดแล้ว อาจจะหลายวัน หรืออาจจะเพียงแค่ชั่วข้ามคืน การรับรู้เื่กาลเวลาดูเหมือนจะพร่าเลือนและถูกแช่แข็งไปพร้อมกับบรรยากาศรอบตัว ภายใต้สภาพแวดล้อมที่แสงสว่างมีเพียงน้อยนิดจากอักขระบนผนัง และอุณหภูมิคงที่จนน่าอึดอัด
กิจวัตรประจำวันมีเพียงน้อยนิดและซ้ำซากจำเจ ทุกเช้าและเย็น จะมีศิษย์ในชุดคลุมสีขาวราวหิมะสองคน นำถาดอาหารและน้ำมาส่งให้ถึงหน้าประตูที่ถูกผนึกไว้ อาหารนั้นเรียบง่ายจนน่าหดหู่ เป็ธัญพืชชนิดหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็น และผักใบเขียวที่มีรสจืดชืด แต่กลับแฝงไอเย็นจางๆ แผ่ออกมา เมื่อกินเข้าไปก็พอจะช่วยบรรเทาความหิวได้ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้พลัง "ปราณกระบี่" ที่พยายามโคจรอย่างยากลำบากยิ่งติดขัดและไหลเวียนได้ช้าลง ส่วนน้ำนั้นใสสะอาดบริสุทธิ์และเย็นจัดราวกับน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งบนยอดเขาสูงสุด
เฟิงอี้พยายามชวนผู้คุมสองคนนั้นพูดคุย สอบถามชื่อสถานที่แห่งนี้อย่างแน่ชัด หรือถามถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของสตรีชุดฟ้าผู้งดงามแต่เ็าราวกับรูปสลักน้ำแข็งผู้นั้น แต่พวกเขากลับนิ่งเฉยราวกับเป็หุ่นเชิดน้ำแข็งเสียเอง ไม่ตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่วางถาดอาหารลงหน้าผนึกแล้วก็หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาของพวกเขาราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ มีเพียงระเบียบวินัยอันเคร่งครัดและเยือกเย็นเท่านั้นที่สะท้อนออกมา ‘สุดยอด... หน่วยประชาสัมพันธ์ของที่นี่คงทำงานหนักน่าดู’ เขาคิดในใจอย่างประชดประชัน
เมื่ออยู่ตามลำพัง เฟิงอี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสังเกตและใคร่ครวญอย่างเงียบเชียบ เขาสำรวจผนังห้องที่มีเส้นสายพลังงานสีเงินจางๆ วิ่งวนสลับซับซ้อนราวกับแผนภาพดวงดาวอยู่อย่างละเอียดอีกครั้ง เขาลองใช้มือัั รู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่แทรกซึมเข้ากระดูกและพลังงานกดทับที่มองไม่เห็นซึ่งแผ่ออกมา มันคือค่ายกลผนึกรูปแบบหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย และดูเหมือนจะแข็งแกร่งและซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะสามารถทำลายหรือคลี่คลายได้ด้วยพลังอันน้อยนิดในตอนนี้ เขาสังเกตว่าเสี่ยวหู่เองก็มักจะหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้ผนึกด้านนั้นเป็พิเศษ แสดงว่ามันเองก็ััถึงอันตรายหรือพลังงานที่ไม่เป็มิตรจากผนึกนั้นได้เช่นกัน
นอกจากการสังเกตผนึกประหลาดแล้ว เขาก็พยายามทำสมาธิและโคจรพลัง "ปราณกระบี่" ตามเคล็ดวิชา 【สังสารวัฏดับสูญก่อเกิด】 เท่าที่ร่างกายอันบอบช้ำจะอำนวย แม้จะยากลำบากแสนสาหัสภายใต้ไอเย็นและพลังกดทับที่มองไม่เห็นในห้องนี้ และยังคงรู้สึกถึง "ต้นทุน" พลังชีวิตที่ถูกเผาผลาญไปทุกครั้งที่โคจรพลัง แต่เขาก็ไม่ย่อท้อหรือสิ้นหวัง เขาพยายามควบคุมพลังปราณกระบี่สายแรกที่ก่อกำเนิดขึ้นอย่างยากเย็นให้มั่นคงขึ้น และพยายามดูดซับพลังงานฟ้าดินอันบริสุทธิ์แต่เย็นเยียบในห้องนี้เข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง แม้จะทำได้ทีละน้อยนิดราวกับตักน้ำในมหาสมุทรก็ตาม
ในบางครั้ง ระหว่างที่จิตเข้าสู่สมาธิอันลึกซึ้งและล่องลอยไปในความว่างเปล่า เขาก็ได้ัักับ ภาพฝัน หรือ เงาเลือนราง จากอดีตอันไกลโพ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่ภาพที่ชัดเจนเสียทีเดียว แต่เป็ความรู้สึก... ความรู้สึกของการเคลื่อนไหวที่เฉียบคมและพลิ้วไหวราวกับสายลม... หรือเงาร่างอันโดดเดี่ยวที่ยืนหยัดท้าทาย์ท่ามกลางความเวิ้งว้างอันไพศาล... ภาพและความรู้สึกเหล่านี้วูบวาบเข้ามาในห้วงมโนสำนึกแล้วก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกโหยหา ความคุ้นเคยอย่างประหลาด และคำถามที่ยังคงดังซ้ำๆ อยู่ในใจ ‘เรา... เคยเป็ใครกันแน่?’
เสี่ยวหู่เองก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เมื่อไม่สามารถออกไปวิ่งเล่นหรือสำรวจที่ไหนได้ มันก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสำรวจทุกซอกทุกมุมของห้องจองจำเล็กๆ นี้ พยายามใช้กรงเล็บเล็กๆ แต่แหลมคมขูดขีดผนึกน้ำแข็งอย่างไม่ลดละ (ซึ่งไม่เกิดผลอันใด) หรือใช้จมูกดมฟุดฟิดไปตามช่องประตูที่ปิดสนิทแ่า
คืนหนึ่ง ขณะที่เฟิงอี้กำลังพยายามข่มตาให้หลับท่ามกลางความเงียบสงัดอันเย็นเยียบและกดดันนั้นเอง เสี่ยวหู่ที่นอนขดตัวอยู่ข้างๆ อย่างอบอุ่นก็พลันสะดุ้ง! หูเล็กๆ ของมันกระดิกถี่ๆ! ตั้งตรง ชี้ไปยังทิศทางของผนึกประหลาดด้านนั้น! มันเอียงคอ เงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ดวงตาสีฟ้าใสเบิกกว้างเล็กน้อย ฉายแววสงสัยระคนหวาดระแวง มันส่งเสียงครางฮึมฮัมในลำคอเบาๆ ราวกับได้ยิน บางสิ่ง ที่เขาไม่ได้ยิน... บางสิ่งที่ผิดปกติ...
เฟิงอี้ลืมตาขึ้นทันที มองดูท่าทีที่แปลกไปของเสี่ยวหู่ "มีอะไรหรือ?" เขากระซิบถาม พลางเงี่ยหูฟังตามอย่างตั้งใจ แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงใดๆ ผิดปกติ นอกจากเสียงลมหวีดหวิวเบาๆ ที่อาจจะดังมาจากภายนอก หรือเสียงภายในตำหนักอันเงียบสงัดแห่งนี้เอง แต่ปฏิกิริยาของเสี่ยวหู่กลับชัดเจนว่ามันได้ยิน "เสียงร้องครวญครางเบาๆ ที่แฝงความเ็ปและสิ้นหวัง" บางอย่างที่หูของมนุษย์ธรรมดาอย่างเขาไม่อาจจับเสียงได้... เสียงที่ทำให้แม้แต่สัตว์อสูรที่เริ่มแสดงความไม่ธรรมดาเช่นมันยังต้องตื่นตัวและหวาดระแวง... หรือว่าเื้ัผนึกนั่น... มีบางสิ่งถูกกักขังอยู่จริงๆ? ในตำหนักน้ำแข็งที่ดูสงบและศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ดูเหมือนจะมีความลับดำมืดซ่อนอยู่มากกว่าแค่การทดสอบที่เขากำลังจะได้เผชิญ...
วันต่อมา ขณะที่เฟิงอี้กำลังจดจ่ออยู่กับการโคจรพลังปราณอย่างยากลำบากอยู่นั้น ประตูห้องก็เลื่อนเปิดออก ศิษย์ชุดขาวสองคนเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช่นเคย แต่คราวนี้ หนึ่งในนั้นคือ เด็กหนุ่ม ที่เขาเคยเห็นแอบมองเขาตอนที่ถูกพามาถึงตำหนักใหม่ๆ! คนที่เข้ารับการทดสอบพร้อมเขาวันนี้งั้นรึ?
เฟิงอี้ชำเลืองมองเด็กหนุ่มผู้นั้นแวบหนึ่งอย่างประเมิน อีกฝ่ายดูมีอายุไล่เลี่ยกับเขา ใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตากลับมีประกายความอยากรู้อยากเห็นและความตื่นตัวบางอย่างซ่อนอยู่ เขาสวมชุดศิษย์ชั้นนอกสีขาวธรรมดาเช่นเดียวกับผู้คุมอีกคน และไม่ได้แสดงท่าทีพิเศษใดๆ ออกมา เพียงแค่วางถาดอาหารลงตามหน้าที่แล้วก็เตรียมจะหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว
แต่ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะก้าวออกจากประตูนั้นเอง เฟิงอี้ก็ได้ยินเสียงพูดคุยแ่เบาแต่ชัดเจนที่ลอดเข้ามาจากทางเดินด้านนอก เป็เสียงของผู้คุมสองคนที่น่าจะกำลังจะสับเปลี่ยนเวรยามกัน
"...การเตรียม 'การทดสอบคุณสมบัติ' สำหรับผู้มาใหม่ไปถึงไหนแล้ว?" เสียงหนึ่งถามขึ้นด้วยความอยากรู้
"ใกล้จะพร้อมแล้ว ท่านผู้าุโเน้นย้ำมาว่าต้องตรวจสอบ 'สายเืพิเศษ' ของเ้าตัวเล็กนั่นให้แน่ใจเสียก่อน จึงจะเริ่มพิธีใน 'ห้องเหมันต์' ได้..." อีกเสียงตอบกลับ
"แล้ว 'ผู้มาใหม่' ทั้งสองนั่นล่ะ? มีปฏิกิริยาอะไรน่าสงสัยบ้างหรือไม่?"
"ยัง... ดูสงบนิ่งจนน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะเ้าเด็กหนุ่มนั่น ไม่รู้ว่ามันใจแข็งหรือโง่เขลากันแน่ ส่วนแมวขาวตัวนั้นก็แค่ดูกระวนกระวายเล็กน้อยเวลาเข้าใกล้ผนึก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อถึงเวลาทดสอบใน 'ห้องเหมันต์' จริงๆ แล้วจะเป็อย่างไรต่อไป... หวังว่าจะไม่เกิดเื่วุ่นวายขึ้นอีกนะ"
เสียงพูดคุยค่อยๆ เงียบหายไป พร้อมกับประตูห้องที่เลื่อนปิดลงอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความเย็น
แต่คำพูดเ่าั้กลับฝังแน่นอยู่ในใจของเฟิงอี้ราวกับถูกสลักไว้! ‘ทดสอบคุณสมบัติ? สายเืพิเศษ? ห้องเหมันต์? ผู้มาใหม่ทั้งสอง?’ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหมายถึงตัวเขาและเสี่ยวหู่! ดูเหมือนว่าวันที่เขาจะได้รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของการจับตัวมาของสตรีชุดฟ้าผู้นั้น... กำลังจะมาถึงในไม่ช้า! และจากน้ำเสียงของผู้คุม ดูเหมือนว่ามันคงจะไม่ใช่เื่ดีสำหรับเขาและเสี่ยวหู่อย่างแน่นอน! ประกอบกับเสียงประหลาดที่เสี่ยวหู่ได้ยินเมื่อคืน... วังน้ำแข็งแห่งนี้มันมีความลับอันดำมืดอะไรซ่อนอยู่กันแน่? หรือว่าเขาและเสี่ยวหู่กำลังจะกลายเป็ส่วนหนึ่งของความลับนั้นโดยไม่เต็มใจ?
*** จบตอนที่ 16 ***