7 2-2
ตอนที่13 บทสรุปอันแสนดำมืด
กู่หวานหวานก้มหน้าสลดด้วยความรู้สึกอัปยศที่ถาโถมใส่ทันที เธอเริ่มร้องห่มร้องไห้อีกครั้ง พร้อมส่งเสียงตัดพ้อขึ้นว่า
“ฮืออ…ฮืออ… ไม่ใช่แบบนั้นนะคะสหายเฉิน ฉัน…ฉันก็แค่มาซื้อไข่ไก่ให้พี่สาวจริงๆ! แล้วก็เสื้อผ้าสวยๆพวกนี้อีก! เป็เพราะเมื่อวานฉันรู้สึกว่าพี่สาวของฉันทำตัวแปลกไป ฉันก็เลยอยากจะซื้อของพวกนี้ไปให้ หวังว่าเธอจะมีความสุขขึ้นมาบ้างก็เท่านั้นเอง ฮึกๆ…สหายเฉินช่วยฉันด้วย ฉันกลัวไปหมดแล้ว..ฮึกๆ…”
เธอเช็ดน้ำตาหยดใสพิสุทธิ์ร่ายเสียงโอดครวญร่ำไห้ประหนึ่งดอกท้อกลางสายฝน ใครต่อใครที่พบเห็นต่างต้องรู้สึกเหมือนใจสลายและอดที่เห็นอกเห็นใจไม่ได้
ส่วนพี่หลงได้แต่หัวเราะคิกคักอยู่ในใจ ‘นังตอแหลนี่มันแสดงละครเก่งจริงๆ เวลาร้องไห้มีน้ำตาก็ยิ่งน่ารักมีเสน่ห์มาก คราวหน้าคราวหลังอย่าได้เผลออีกเชียวล่ะ ฉันจะจัดหนักเอาให้ท้องป่องไปเลย!’
แต่ไม่ว่าอย่างไร ลูกไม้เล่ห์เหลี่ยมของหญิงสาวคนนี้กลับใช้ไม่ได้ผล เฉินหยุนถิงทอดสายตาจ้องจับเสื้อผ้าที่ยับยู่ยุ่งเหยิง อีกทั้งริมฝีปากบวมแดงฉ่ำของเธอ ยิ่งเห็นหลักฐานคาตาแบบนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจมากขึ้นเท่านั้น
บรรดากลุ่มทหารและตำรวจที่อยู่ด้านหลัง ต่างก็เริ่มจับกลุ่มซุบซิบเกี่ยวกับกู่หวานหวานขึ้นแล้วเช่นกัน
ท้ายสุด เมื่อต้องเผชิญพบกับหญิงสาวดอกบัวขาวตรงหน้า เฉินหยุนถิงก็ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใดๆอีก เหลือเพียงความเ็าที่มอบให้แก่กัน แทนที่จะพูดอะไรกับเธอสักนิดก็ไม่ แต่กลับหันไปบอกเ้าหน้าที่ตำรวจแทน
“สหายตำรวจ ระหว่างที่พวกเรากำลังเดินตรวจตราประจำวันอยู่ ก็บังเอิญได้ยินเสียงปืนดังขึ้นถึงได้ใรีบแห่กันมาที่นี่ ยังไงต้องขอโทษด้วยจริงๆที่เข้ามารบกวนการทำงานของพวกคุณ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวก่อน”
สิ้นเสียงพูดจบ เฉินหยุนถิงก็นำกลุ่มทหารของตนเดินจากไป
ทิ้งท้ายก่อนแยกจากกัน เขาได้ปรายหางตาที่แฝงหลากความหมายมองไปทางกู่หวานหวาน
กู่หวานหวานกัดฟันกรอดร้องสบถกับตัวเองด้วยความเจ็บแค้นใจ ไอ้ขยะชิ้นนี้มันช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี จะช่วยกันสักนิดยังไม่มีปัญญา! เฮงซวย! เวลานี้เธอสติแตกจนแทบจะคลั่งแล้ว!
สหายตำรวจหลายนายเข้าจับกุมตัวเธอและพี่หลงกลับไปที่สถานีตำรวจ ไม่รับฟังคำแก้ตัวใดๆอีกต่อไป
หลังจากที่สถานการณ์ภายในตรอกแห่งนั้นสงบลง เซิ่งเต๋าอันจึงได้เผยกายปรากฏขึ้นอีกครั้งภายใต้ความมืดมิด พร้อมก้าวเดินจากไปอย่างเงียบงัน
ก่อนจะเคลื่อนกำลังบุกเข้าจับกุม เขาได้กำชับย้ำกับฮ่าวกั๋วฉิงไว้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ห้ามแพร่งพรายชื่อของเขาออกไปโดยเด็ดขาด ส่วนเื่ผลงานความดีความชอบทั้งหมดขอยกให้กับทางตำรวจไปแต่เพียงผู้เดียว
เหตุผลที่เซิ่งเต๋าอันจำต้องทำให้มือสะอาดเข้าไว้นั้น ก็เพราะคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนและตระกูลกู่เป็สำคัญ หากต้องแตกหักขึ้นมาจริงๆ แล้วเขาจะมีหน้าไปขอซูหนี่แต่งงานได้อย่างไร?
แต่พูดไปก็อดห่วงไม่ได้เช่นกัน หากวันหนึ่งคนเหล่านี้เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา แล้วซูหนี่จะรับมือยังไงในยามที่เขาไม่อยู่?
เขาไม่มีทางปล่อยให้ซูหนี่ต้องเผชิญกับภัยอันตรายเพียงลำพังอย่างแน่นอน
….
ซูหนี่เพิ่งเดินกลับจากร้านค้าสหกรณ์ หลีกเลี่ยงเส้นทางทุกสายที่สามารถเชื่อมต่อไปยังตลาดมืด พยายามทำให้ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้มากที่สุด
แต่จู่ๆเธอก็พลันถูกชายนิรนามคนหนึ่งพุ่งเข้าใส่อย่างฉับพลัน พร้อมฉุดลากเธอเข้าไปในตรอกใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว
เสี้ยวอึดใจเดียวกันนั้น ซูหนี่ก็กำลังอ้าปากจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่นับว่าโชคยังดีที่เซิ่งเต๋าอันสามารถปิดปากเธอไว้ได้ทัน พร้อมผลักร่างอีกฝ่ายกดแนบติดกับผนังและรีบร้องบอกทันที
“นี่ผมเอง!”
เซิ่งเต้าอันลดระดับเสียงลงกึ่งหนึ่ง
“เฮ้อ ใเกือบตาย”
ซูหนี่ปัดมืออีกฝ่ายทิ้งเบาๆ ั์ตาพิสุทธ์ใสของหญิงสาวสั่นไสวเป็ประกายงดงาม
ยามที่ใบหน้าของคนทั้งคู่อยู่ใกล้กันเพียงแค่เอื้อมนี้ เซิ่งเต๋าอันถึงใจสั่นพร้อมแอบลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อย
ถึงกระนั้น ร่างแกร่งกำยำของเขาก็ยังคงกดแนบชิดอยู่กับร่างของหญิงสาวไม่ขยับเคลื่อนหนีไปไหน
ซูหนี่ััได้จึงรีบขมวดคิ้วพร้อมบ่นออกไปว่า
“มองแบบนี้หมายความว่ายังไง? อย่าทำให้ฉันกลัวสิ!”
เซิ่งเต๋าอันตอบกลับ
“สักพักจะมีตำรวจลงพื้นที่ตรวจตราแถวนี้ ขืนบังเอิญพบเจอกับคุณเข้าจะยุ่งน่ะสิ”
“โอ๊ะ? ที่ตลาดมืดล่ะ โดนกวาดล้างหมดแล้วเหรอ? แล้วกู่หวานหวานล่ะ?”
คล้ายว่าทุกอย่างจะสำเร็จไปด้วยดี ซูหนี่ถึงกับยิ้มขณะร้องถาม ดวงตาเป็ประกายสดใสขึ้นฉับพลัน
เซิ่งเต๋าอันกระซิบเสียงต่ำทุ้มตอบกลับไปว่า
“เธอถูกจับกุมตัวไปแล้ว ถูกจับไปพร้อมกับพี่หลง ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณรู้เื่ที่เกิดขึ้นภายในตรอกนั่นได้ยังไง แต่ทางที่ดีอยู่ให้ห่างจากผู้ชายที่ชื่อพี่หลงไว้เป็ดีที่สุด!”
ห๊ะ? พี่หลงเหรอ?
ได้ยินชื่อนี้ซูหนี่ก็นึกออกในทันที ผู้ชายคนนี้ได้ชื่อว่าเป็หัวหน้ากลุ่มอันธพาลใหญ่ในตลาดมืด และนับเป็อีกหนึ่งตัวละครที่ถูกกู่หวานหวานนางเอกของเื่ต้มจนเปื่อย
ภายหลังจากที่กู่หวานหวานวางแผนหลอกใช้พี่หลงเป็เครื่องมือเพื่อจัดการกับเธอแล้ว เมื่อหมดประโยชน์ นางเอกผู้แสนประเสริฐคนนี้ก็ได้แจ้งความจับอีกฝ่ายและกลุ่มอันธพาลใต้อาณัติของเขาทั้งหมด เรียกว่าได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง นอกจากสามารถจัดการเขี่ยซูหนี่ให้พ้นทางได้สำเร็จแล้ว ยังได้ผลงานครั้งใหญ่เป็ของแถมอีกด้วย!
เป็ดั่งคำพูดที่ว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจรจริงๆ!
ซูหนี่อธิบายไขความจริงให้เซิ่งเต๋าอันฟัง
“ความจริงแล้วฉันบังเอิญไปเห็นหวานหวานทำตัวลับๆล่อๆเข้าไปที่ตลาดมืด ก็เลยสะกดรอยตามไปจนพบว่า เธอกำลังจ้างวานให้ผู้ชายคนนั้นมาฉุดฉันไปข่มขืน เพราะแบบนี้ยังไงล่ะ ฉันถึงต้องชิงลงมือทำอะไรสักอย่างก่อน”
หญิงสาวยังแสร้งทำเป็พูดเสียงออดอ้อนชวนให้น่าสงสารเห็นใจอีกว่า
“เฮ้ออ…ทำยังไงได้ล่ะ ฉันมันก็แค่สาวน้อยไร้เดียงสาไม่มีพิษมีภัยคนหนึ่ง ถ้าต้องถูกอีกฝ่ายทำมิดีมิร้ายขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง? น่าหนักใจจริงๆ น่าหนักใจจริงๆ”
เซิ่งเต๋าอันยืนชะงักชะงันจ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก เพราะเวลานี้ เขาเริ่มจะเชื่อขึ้นมาบ้างแล้วว่า หากเกิดเื่ร้ายแรงขึ้นมาจริงๆ คนที่น่าจะตกเป็เหยื่อดูท่าจะต้องเป็พี่หลงมากกว่าจะเป็ผู้หญิงคนนี้
หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ทั้งแข็งแกร่งและเ้าเล่ห์ มิหนำซ้ำยังมากไปด้วยความสามารถอีกด้วย ที่สำคัญ เธอดูไม่หวาดกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย เซิ่งเต๋าอันถึงกับอดยิ้มออกมาไม่ได้
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็จำเป็ต้องเอ่ยปากเตือนเช่นกัน
“เอาล่ะ เอาล่ะ วันหน้าวันหลังก็ให้มันน้อยๆหน่อย อย่าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย?”
ได้ยินคำเตือนพร้อมสีหน้าจริงจังของอีกฝ่าย ซูหนี่ได้แต่หลบสายตาเบี่ยงหนีเล็กน้อย ใบหน้าของเธอเริ่มแดงระเรื่อ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงระคนหงุดหงิดเล็กน้อย
“รู้แล้วน่า รู้แล้ว”
เธอพยายามยกสองมือขึ้นผลักไสแผ่นอกหนากำยำของอีกฝ่ายให้พ้นตัว ปากก็ร้องบอกว่า
“ใกล้ขนาดนี้จะสิงกันเลยรึไง? หัวเข็มขัดของคุณมันจิ้มหน้าท้องฉันอยู่ ใส่ซะอันบะเร่อระร่า มันเจ็บนะ!”
หัวเข็ดขัด?
แต่วันนี้ฉันไม่ได้ใส่เข็มขัดนี่นา?
เซิ่งเต๋าอันรีบก้มศีรษะมองลงเบื้องล่างทันที เท่านั้น เ้าตัวก็ถึงกับะเิเสียงกระแอมไอออกมาชุดใหญ่ และเร่งตบเท้าถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว
ซูหนี่คล้ายตระหนักได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ใบหน้าของเธอก็ยิ่งแดงก่ำคล้ายเตาปฏิกรณ์ร้อนจัด รีบผลักไสร่างอีกฝ่ายออกไปให้พ้นพร้อมกับร้องะโต่อว่า
“ตาบ้านี่! ออกไปเลยนะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!”
เซิ่งเต๋าอันระบายยิ้มหลุดขำเล็กน้อย สาวเท้าเข้าใกล้พร้อมกุมมืออุ่นๆของหญิงสาวไว้อย่างนุ่มนวล ครั้งนี้เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“สหายซู พรุ่งนี้ผมต้องขึ้นรถไฟกลับแล้วนะ เราสองคนอาจไม่ได้พบกันอีกพักใหญ่เลยล่ะ อย่าลืมโทรไปหา หรือไม่ก็เขียนจดหมายมาเล่าสู่กันฟังด้วยล่ะ แล้วถ้าไปถึงที่ชนบทเมื่อไหร่ ต้องรีบแจ้งที่อยู่ให้ผมรู้ด้วยนะ”
พูดจบ เซิ่งเต๋าอันก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง เนื้อความภายในบันทึกที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของเขาไว้ครบถ้วน
เขาเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในหมู่บ้านหยุนเฉิงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และในฐานะสายลับ เขาจำต้องระมัดระวังทุกย่างก้าวและไม่สามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงได้ในเร็ววัน และดูเหมือนว่าจะเกิดเหตุบางอย่างขึ้นที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ ดังนั้น เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรีบกลับไปเพื่อตรวจสอบสถานการณ์
ซูหนี่กำกระดาษแผ่นนั้นไว้ในมือ แอบชั่งใจลังเลกับตัวเอง ควรจะบอกเขาดีไหมว่า พรุ่งนี้ตัวเธอเองก็มีกำหนดการต้องขึ้นรถไฟไปจากที่นี่เช่นกัน?
คิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงถอนหายใจเล็กน้อยและตัดสินใจที่จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น
นึกถึงอนาคตที่แสนดำมืดและบทสรุปอันน่าสังเวชของผู้ชายที่ชื่อ ‘เซิ่งเต๋าอัน’ คนนี้แล้ว ร่องรอยความเศร้าโศกพลันโฉบแล่นผ่านดวงตาของซูหนี่ จนบดบังความสดใสเมื่อครู่ไปจนหมด
“มีอะไรรึเปล่า?”
เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางที่แปลกไปของหญิงสาว เซิ่งเต๋าอันก็อดกังวลใจแทนไม่ได้ จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงเป็ใยทันที