ตอนที่29 ตัดผ่าน
เสียงคำรามลั่นของทั้งสองเฟิงอี้กับบุรุษร่างอาภรณ์สีดำทมิฬที่บัดนี้มีสภาพย่ำแย่ยิ่งกว่าขอทานเฟิงอี้เองก็มีสภาพมิได้ต่างกันมากมายเท่าใดนัก
ก้อนพลังงานสีดำทมิฬขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆสองเมตรถูกผลักออกมาด้วยความรวดเร็ว
มันพุ่งทะยานเข้ามาหาเฟิงอี้อย่างดุดันและไร้ปราณีฉับพลันนั้นเฟิงอี้ก็พลันวาดมือลงมายังเบื้องหน้าในชั่วพริบตา
เปรี้ยง!
วิชากระบี่อัสนีแยก์ถูกสำแดงเดช!
ราวกับ์จักล่มคลืนกระบี่อัสนีสีทองอันเจิดจรัสและก้อนพลังสีดำทมิฬดุจดั่งหลุมดำเข้าปะทะเสียดสีกันจนพื้นที่รอบบริเวณเปลี่ยนสีเป็สีเหลืองทองอร่ามกับสีดำมืดทมิฬดุจดั่งราตรีที่ไร้ดวงดาราหรือดวงจันทรา
“ย๊าก!”บุรุษร่างอาภรณ์สีทมิฬคำรามลั่นดวงตาของเขาแดงฉานราวกับเปลวเพลิงแห่งนรกอเวจีส่องประกายอย่างน่าหวาดผวา
ทางด้านเฟิงอี้ก็ดวงตาเปล่งแสงสีทองอร่ามเส้นสายอัสนีสีทองแผ่กระจายออกมาตลอดเวลา
“ย๊าก! ตายไปเสีย!”เฟิงอี้ทุ่มสุดตัวด้วยพลังลมปราณทั้งหมดที่มีฉับพลันด้วยสภาพร่างกายที่ยังดีกว่าบุรุษร่างอาภรณ์สีดำทมิฬอยู่หลายส่วนคลื่นกระบี่อัสนีสีทองอันเจิดจรัสพลันะเิพลังอันมหาศาลราวกับว่าจักสามารถตัดผ่านสิ่งใดก็ได้ออกมา
ทันใดนั้นร่างกายของเฟิงอี้ก็ราวกับว่าแปรเปลี่ยนเป็คนั์ที่สามารถยกมือก็สามารถปิดท้องนภาได้
ร่างของเฟิงอี้ในตอนนี้มีเงาซ้อนทับที่หากเหล่าผู้ฝึกตนระดับเทพเมื่อหลายหมื่นปีที่แล้วได้พบเห็นจักต้องหวาดผวาหรือถึงขั้นตัวสั่นหนีหัวซุกหัวซุน
เพราะว่าเงาร่างขนาดั์ในตอนนี้ของเฟิงอี้คือรูปร่างตอนที่เฟิงอี้เป็จักรพรรดิ์! ผู้เจิดจรัสจนเหล่าทวยเทพต่างยำเกรงและหวาดผวา!
ฉึก!
ตูม!
ได้ยินเพียงเสียงที่ราวกับว่าคมมีดหรือคมกระบี่ตัดผ่านบางสิ่งที่มันเพ่งเล็ง! ก้อนพลังสีดำทมิฬถูกตัดผ่านแยกออกเป็สองส่วนทันใดนั้นก้อนพลังสีดำทมิฬก็ะเิออกเสียงดังสนั่น!
บัดนี้หากทอดสายตามองก็จักพบว่าร่างของบุรุษอาภรณ์สีดำทมิฬบัดนี้พลันร่างกายแยกออกเป็สองส่วน
บุรุษร่างอาภรณ์สีดำทมิฬได้สิ้นชีพลงเสียแล้ว! ร่างกายถูกคลื่นกระบี่อัสนีสีทองตัดสะบั้น!
“หึหึ..มิเลวเลยทำให้ข้าทุ่มสุดกำลังเช่นนี้"เฟิงอี้พลันทิ้งกายลงพื้นในตอนนี้เฟิงอี้มีสภาพย่ำแย่มากจริงๆเขาผลาญพลังลมปราณของตนจนหมดสิ้น
เวลานี้หากทอดสายตามองดูรอบๆบริเวณก็พลันพบว่าพื้นที่ที่เฟิงอี้หันหน้าไปหาบุรุษร่างอาภรณ์สีดำทมิฬที่บัดนี้ร่างกายแยกออกเป็สองส่วนเกิดร่องรอยตัดผ่านทอดยาวไปจนสุดกำแพงของสถานที่แห่งนี้
มองผ่านร่องรอยนี้จักเห็นพื้นที่ด้านนอกข้างล่างได้นั่นก็คือตำหนักใหญ่ทั้งห้าและหากมองขึ้นไปยังร่องรอย้าจะปรากฏท้องนภาที่มีสีฟ้าสวยงาม
นี่หมายความว่าคลื่นวิชากระบี่ของเฟิงอี้ตัดผ่านทรงพลังยิ่งกว่าเดิมเสียอีก! มันสามารถสร้างความเสียหายได้มหาศาลเมื่อปณิธานของเฟิงอี้ลุกโชน!
…
ขณะเดียวกันนั้นในวังหลวงของอาณาจักรต้าเหว่ย
"องค์ชายมิอยู่ที่ตำหนักเช่นนั้นหรือ?"เป็เสียงของสตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นนางก็คือมารดาของเฟิงอี้นั่นเอง
"เพคะ องค์ชายมิอยู่ที่ตำหนักเ้าค่ะ"หญิงรับใช้เอ่ยตอบก่อนที่จักอยู่ในความสงบ
‘เ้าหายไปที่ใดกันบุตรข้า…’มารดาของเฟิงอี้เกิดความกระวนกระวายใจขึ้นมาเพราะว่าบุตรของนางถูกกลั่นแกล้งอยู่ตลอดและตอนนี้ยังต้องไปอาศัยอยู่ในตำหนักในป่าเพียงผู้เดียวแล้วมิมีผู้ใดรู้ว่าจักเกิดอันใดขึ้นบ้าง
แม้ว่านางจักรู้สึกว่าบุตรของนางโตขึ้นมาแล้วก็ตามความคิดความอ่านของเขาก็ดูสุขุมขึ้นแต่ทว่านางก็อดเป็ห่วงมิได้อยู่ดี
“หากว่าข้าแข็งแกร่งกว่านี้ก็คงดี…"หากว่านางแข็งแกร่งกว่านี้มีหรือจักอยากอยู่ในวังหลวงที่มิมีความสุขนี้แต่นางรู้ดีว่าหากออกไปเผชิญโลกภายนอกด้วยพลังที่อ่อนด้อยจักต้องมิได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแน่นอนดังนั้นนางจึงได้ยอมทนอยู่ในที่แห่งนี้ต่อไปนี่ก็เพื่อบุตรของนางด้วยเช่นกันหากว่านางจากไปบุตรของนางก็คงจักมิมีที่พึ่งอีกต่อไป
“เอ่อ…"
“มิจำเป็ต้องเอ่ยถึงมันอีกเ้าจักให้บุตรข้าที่ไร้พลังไปเข้าร่วมการประลองได้เช่นไรอย่าได้เอ่ยถึงมันอีกเลยทิ้งๆมันไปเสีย”มารดาของเฟิงอี้บอกหญิงรับใช้ให้ทิ้งสารที่ฮองเฮาส่งมาให้ทิ้งไปเพราะรู้ทั้งรู้ว่าบุตรของนางไร้พลังยังจักส่งมาให้
นางผู้นี้ชมชอบการเย้ยยันนักหรือไงกันช่างเป็สตรีที่น่ารังเกียจเสียจริงๆ…
มันคืองานประลองประจำปีของวังหลวงที่จักให้รุ่นเยาว์มาแสดงฝีมือและจัดอันดับความแข็งแกร่งกันในงานนี้
เฟิงอี้มิได้ติดแม้แต่อันดับสุดท้ายของรายชื่อนักสู้แห่งวังหลวงเลย…
จบ..โปรดติดตามตอนต่อไป…