อาหารบนจานก็ร่อยหรอลงไป ขวัญนภัสนั่งจิบไวน์ที่ภัทรพลส่งมาให้รสชาติความหวานผสมแอลกอฮอล์คละคลุ้งในปาก พอกลืนลงท้องรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบ ที่ค่อยๆ ไหลลงไปยังช่องท้อง ยังดีที่เธอทานอาหารรองท้องลงไปแล้ว
ภัทรพลที่นั่งจิบไวน์อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่อาจจะละสายตาจากดวงหน้าสวยหวานนี้ไปได้เลย ไม่รู้ว่าอคติบังตาหรือเขาโง่กันแน่ที่มองไม่เห็นความน่ารักนี้ โชคดีที่ตอนนี้ขวัญนภัสมองไม่ค่อยชัด ดวงหน้าหวานและตาที่ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอดูเซ็กซี่ทั้งที่ใส่ชุดเลขาย้อนยุคขนาดนี้
“ขวัญอิ่มหรือยัง เรากลับกันเลยไหม ? ” ภัทรพลเรียกชื่ออย่างเป็กันเอง ไม่รู่ว่าเป็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรืออะไรดลใจทำให้เขากล้าขนาดนี้ เห็นที่ภัทรพลต้องกลับบ้านไปเตรียมใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้
“ดิฉันอิ่มแล้วค่ะ กลับเลยก็ดีเหมือนกันค่ะ” ขวัญนภัสเห็นด้วยเพราะเวลานี้เธอ้าพักผ่อนเช่นกัน
ภัทรพลและขวัญนภัสลงลิฟท์แก้วที่สามารถมองเห็นวิวยามค่ำคืนจากชั้นบนสุดของตึกไปยังชั้นลานจอดรถ บรรยายสุดโรแมนติกนี้ทำให้สองหนุ่มสาววางตัวแทบไม่ถูก ภัทรพลทนความอึดอัดไม่ไหวจึงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
“ขวัญ พรุ่งนี้ใส่คอนแทคเลนส์มาแทนดีกว่านะ ผมว่ามันคงจะสะดวกกว่า” ภัทรพลเอ่ยอ้างขึ้นด้วยความอยากเห็นหน้าหวานๆ โดยที่ไม่มีอะไรมาบดบัง
“ดิฉันคงตัดแว่นไม่ทันหรอกค่ะ คงต้องใส่คอนแทคเลนส์ไปก่อน” ขวัญนภัสตอบรับ
ภัทรพลอาสามาส่งขวัญนภัสที่คอนโดด้วยความเต็มใจ ถึงแม้ว่าเลขาสาวจะบอกว่าไม่เป็ไรก็ตามเขาก็อ้างถึงความรับผิดชอบที่ตนเองเป็คนพาหญิงสาวมาต้องดูแลให้ถึงที่พัก ภัทรพลจอดรถส่งขวัญนภัสที่คอนโดแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาพอจะรู้จักแบรนด์นี้ดี หรูหราชนิดที่ว่าถ้าไม่รวยจริงคงอยู่ไม่ได้ ภัทรพลเกิดความสงสัยในที่มาของตัวขวัญนภัส ถ้ารวยถึงขนาดจะอยู่ที่พักขนาดนี้ทำไมเธอถึงมาเป็เลขาเขา ภัทรได้แต่เก็บงำความสงสัยนี้ไว้คาดเดาต่างๆ นาๆ
..............................................................................................................................
เช้าวันใหม่ขวัญนภัสมาทำงานแต่เช้าเช่นทุกวัน แต่ต่างจากทุกวันตรงที่ไม่ได้ใส่แว่นเหมือนเคย
“น้องขวัญ” ดาวเรียกขวัญนภัสพร้อมกับเดินเข้าไปหา
“คะพี่ดาว” ขวัญนภัสหันมาหาเสียงเรียก
“ว้าว พอน้องขวัญไม่ใส่แว่นก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย อุ๊ย! มัวแต่เม้าท์เ้านายสั่งไว้ว่าถ้ามาถึงแล้วให้ไปหาแน่ะ” ดาวเอ่ยชมด้วยความจริงใจ แต่ก็ต้องทำหน้าที่ตามที่เ้านายสั่งไว้ก่อน
“เ้านายเรียกเหรอคะ ขอบคุณค่ะพี่ดาว” ขวัญนภัสยิ้มรับคำชมของดาวได้ไม่นาน ก็ต้องไปเจอเ้านายตามที่ดาวบอกไว้
............................................................................................................
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตค่ะ คุณภัทรให้พี่ดาวตามดิฉันเหรอคะ” ขวัญนภัสเดินเข้าไปหาภัทรพลที่โต๊ะทำงาน เรียกชื่อเขาอย่างที่ตกลงกันไว้ แต่สรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเองของขวัญนภัสยังคงเดิม
“ใช่” ภัทรพลยื่นขึ้นเต็มความสูงเดินอ้อมโต๊ะทำงานมายื่นตรงหน้าขวัญนภัส พอไม่ได้ใส่แว่นแล้วน่ารักเป็บ้าเลย ทีนี้ถ้าลองปล่อยผมบ้างก็คงน่ามองอีกแบบ ภัทรพลยืนจ้องเธออยู่อย่างนั้นจนขวัญนภัสรู้สึกร้อนๆ หนาว ๆ
“ผมว่าคุณอาจจะอึดอัดที่ต้องแต่งตัวยูนิฟอร์มนี้มาทำงาน”
“เปล่าค่ะ ดิฉันไม่ได้อึดอัดอะไรค่ะ” ขวัญนภัสพยายามอธิบายถึงแม้เสื้อผ้าพวกนี้เธอจะเพิ่งเคยใส่เป็ครั้งแรกในการทำงาน และพลันนึกถึงคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าที่แขวนอยู่เต็มตู้ที่หยิบมาใส่ได้เฉพาะวันหยุดเท่านั้น
“คุณสามารถใส่เสื้อผ้าตามสไตล์ของคุณได้นะ เลือกที่เหมาะสมก็พอไม่จำเป็ต้องเป็ชุดนี้ก็ได้ ทรงผมที่ม้วนไว้เป็มวยมันอาจจะลำบากกว่าการปล่อยผมมาทำงาน อะไรที่สบายๆ หยวนๆ ได้ผมก็โอเคนะ”
ขวัญนภัสยืนฟังภัทรพลพูดมาทั้งยังไม่มีอะไรเกี่ยวกับงานเลย มีแต่เื่การแต่งตัวของเธอที่ป้าบัวแนะนำแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรก็เธอมากนัก พลางนึกถึงผมที่เธอพยายามม้วนขึ้นเมื่อเช้ากว่าจะมาเป็ผมม้วนเป็มวยเรียบขนาดนี้
“ดิฉันจะรับไว้พิจารณาค่ะคุณภัทร วันนี้ชุดคงจะเปลี่ยนไม่ได้แล้ว ส่วนปล่อยผมวันนี้คงไม่สะดวก”
“ไม่ยากหรอกผมจะทำให้มันง่ายขึ้นเอง” ภัทรพลยิ้มอย่างไม่น่าไว้ใจก้าวเข้ามาประทับริบฝีปากบนต้นคอระหง ริมฝีปากนิ่มขบเม้มผิวเนียนละเอียดจนเป็รอยแดง แล้วถอยออกไปยิ้มมุมปาก “นี่ไงแค่นี้ก็ปล่อยผมได้แล้ว”
ขวัญนภัสโมโหเืขึ้นหน้าคว้าหนังสือเล่มหนาฟาดหัวเ้านายดัง ปึ๊ก !!! จนคนต้นเื่ยืนเห็นดาวระยืบระยับ
“คุณทำบ้าอะไรของคุณ ถ้าไม่ชอบหน้าฉันมากไม่ต้องลงทุนแกล้งฉันขนาดนี้ก็ได้ ฉันขอลาออกั้แ่ตอนนี้” ขวัญนภัสโมโหจนหน้าแดงก่ำ ประกาศลาออกต่อหน้าภัทรพลแล้วเดินออกจากห้องทำงานคว้ากระเป๋าสะพายเดินออกไป ปล่อยให้ภัทรพลยืนเห็นดาวล้อมเดือนไปสักสิบนาทีจนกว่าจะตั้งตัวได้
............................................................................................................
ขวัญนภัสรีบเดินออกจากบริษัทไปด้วยความโมโห เธอขับรถกลับคอนโดเพื่อเปลี่ยนชุดทันทีเพื่อไปหาพ่อที่นานๆ ทีจะเจอกันสักครั้งเพราะความบาดหมางในอดีต
ขวัญนภัสเปลี่ยนเสื้อผ้าเลขาที่ภัทรพลพยายามบอกเธอว่ามันเฉิ่่ม เชยออกคว้าเสื้อผ้าในตู้มาเปลี่ยนใหม่ ขวัญนภัสดูตัวเองในกระจกเดรสสายเดี่ยวสีดำเข้ารูปสั้นเหนือเข้าเล็กน้อย คลุมทับด้วยสูทลาย สก๊อตสีเทาแค่นี้ก็ทำให้ดูดีได้แล้ว สายตาเหลือบไปเห็นรอยแดงตรงต้นคอทำให้อารมณ์หงุดหงิดที่ทำท่าจะหายปะทุขึ้นมา แกะผมที่ม้วนเป็มวยตรงท้ายทอยปล่อยผมสยายเต็มแผ่นหลังเพื่อปกปิดรอยแดง
ขวัญนภัสขับรถหรูเข้าไปยังบ้านของเธอที่กลับเข้าไปเหยียบนับครั้งได้ ั้แ่พ่อเธอแต่งงานใหม่และแม่เลี้ยงพาลูกติดเข้ามาในบ้าน
“คุณหนู แก้วคิดถึงจังเลยค่ะ คุณหนูมาหาคุณท่านเหรอคะ” แก้วแม่บ้านเก่าแกที่อยู่ั้แ่เธอยังเล็ก วิ่งเข้ามาจับมือและกอดเธอเบาๆ
“ใช่จ้ะแม่แก้ว คุณพ่ออยู่ไหนเหรอคะ” ขวัญนภัสปล่อยให้แก้วแม่บ้านเก่าแก่กอดให้หายคิดถึงแล้วค่อยตอบคำถาม
“คุณท่านอยู่ในห้องทำงานข้างบนค่ะ”
“แล้วสองแม่ลูกนั่นล่ะ” ขวัญนภัสเอ่ยถามถึงแม่เลี้ยงและลูกชายของหล่อน
“คนแม่ยังไม่ตื่นค่ะ ส่วนคนลูกยังไม่กลับมาั้แ่เมื่อคืน ตอนนี้ทางสะดวกค่ะคุณหนู” แก้วรายงานความเคลื่อนไหวภายในบ้านให้ขวัญนภัสฟัง แม่บ้านวัยหกสิบมองคุณหนูอย่างเห็นใจที่ต้องสูญเสียเพียงเพ็ญผู้เป็มารดาั้แ่อายุสิบหกไม่นานไกรสรผู้เป็บิดาก็แต่งงานใหม่กับแม่หม้ายลูกติดอย่างนาถฤดี ซึ่งเธอก็พาพิภพลูกชายเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ซึ่งเป็จุดแตกหักของสองพ่อลูก เพราะั้แ่สองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้าน บ้านที่เคยน่าอยู่ของขวัญนภัสก็มีแต่เื่ทะเลาะเบาะแว้ง ก่อกวนใจจากผู้มาใหม่ จนไกรสรตัดปัญหาด้วยการส่งขวัญนภัสไปเรียนเมืองนอกจวบจนปัจจุบัน