ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 ท่านเจ้าของเรือนเบิกบานแล้ว!

            ถึงแม้ความคิดของซูอี้โจวจะเห็นแก่ตัวไปบ้างแต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นความจริง

            เมื่อได้ยินคำพูดของพี่ชายซูอี้หว่านก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเซียวจวิ้นอันที่เงียบขรึมอยู่ข้างๆ

            ฐานะของเขายังคงเป็นภัยคุกคามแฝงหากถูกผู้ใดจับจ้อง อาจนำภัยมาสู่ครอบครัวของนางได้

            แต่หากได้รู้จักขุนนางผู้มีอำนาจในเมืองอวิ๋นเฉิงมีพวกเขาคุ้มครอง สถานการณ์ก็อาจจะแตกต่างออกไปที่สำคัญที่สุดคือเวลานั้นจะไม่มีใครสงสัยฐานะของเซียวจวิ้นอันโดยง่าย

            ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็จะปักใจเชื่อไปก่อนแล้วว่า เซียวจวิ้นอันเป็นคู่หมั้นของนาง

            ฐานะของหมอเป็นเรื่องพิเศษใครๆ ก็ต้องเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเชื้อพระวงศ์หรือชาวบ้านทั่วไปต่างก็เท่าเทียมกันต่อหน้าโรคร้าย

            โรคร้ายไม่เลือกชนชั้นดังนั้นเหล่าขุนนางจึงปฏิบัติต่อหมอดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าในใจจะคิดอย่างไรแต่ก็จะไม่ล่วงเกินหมอที่มีฝีมือสูงส่งโดยง่ายแน่นอน

            เมื่อคิดได้เช่นนี้ซูอี้หว่านก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของซูอี้โจว

            "แล้วพี่ชายคิดว่าควรทำอย่างไรดี? หรือว่าตอนนี้ข้าควรจะรักษาคนเพื่อสร้างชื่อเสียง?"

            "ไม่!"

            ซูอี้โจวส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับความคิดของซูอี้หว่าน กลับกล่าวอย่างใจเย็นว่า"การสะสมชื่อเสียงต้องยกระดับชื่อเสียงของเจ้าการรักษาชาวบ้านทั่วไปหายจากโรคร้ายยากๆ มากมาย ก็ไร้ประโยชน์"

            "อย่างมากที่สุด ในสายตาพวกเขา เจ้าก็เป็นเพียงหมอที่มีฝีมือดีเท่านั้น"

            ซูอี้โจวมีสีหน้าสงบแต่ในดวงตากลับเปล่งประกายความมั่นใจ

            "เรื่องนี้มอบให้ข้า ข้ารับรองว่าจะทำให้เจ้าโด่งดังในเวลาอันสั้น!"

            ซูอี้หว่านไม่รู้ว่าพี่ชายของตนคิดอะไรอยู่แต่ก็เชื่อใจซูอี้โจว เมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรมาก

            ทั้งครอบครัวไม่ได้คาดคิดว่าอาหารเช้าจะขายดีขนาดนี้ขายหมดเกลี้ยงแล้ว ตอนนี้จึงมีเวลาว่างมาก

            เมื่อนำอุปกรณ์ขายของกลับบ้านแล้วซูอี้โจวก็ออกไปข้างนอกโดยอ้างว่ามีธุระราวกับว่าตั้งใจจะไปสืบเรื่องราวใหญ่เล็กในเมืองอวิ๋นเฉิง

            ไม่ว่าเมื่อใดข้อมูลข่าวสารก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง

            จางอ้ายหลินเห็นว่าซูอี้หว่านและเซียวจวิ้นอันว่างจึงสั่งให้ซูอี้หว่านพาเซียวจวิ้นอันไปซื้อผ้าที่ร้านแพรไหมกลับมา

            ครอบครัวของพวกเขาเพิ่งมาถึงเมืองอวิ๋นเฉิงยังไม่มีเวลาจัดหาอะไรเลย เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ยังเป็นเสื้อผ้าเก่าๆ ตัวเดิม

            ในเมื่อได้ลงหลักปักฐานในเมืองอวิ๋นเฉิงแล้วสภาพความเป็นอยู่ก็ต้องดีขึ้น

            "ท่านแม่ ท่านไม่ไปด้วยกันหรือเจ้าคะ?"

            ซูอี้หว่านได้ยินคำขอของจางอ้ายหลินก็ชะงักไปนางหันไปเหล่มองเซียวจวิ้นอัน

            ให้นางกับเซียวจวิ้นอันออกไปเดินเล่นด้วยกัน?

            เรื่องนี้มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว!

            "ไม่ล่ะ แม่เหนื่อยแล้ว" จางอ้ายหลินเห็นความอึดอัดของลูกสาวแต่ก็เลือกที่จะมองข้ามไป

            นางส่งสายตาให้กำลังใจเซียวจวิ้นอัน

            ในเมื่อลูกชายคนโตไม่เอาไหนเจ้าหนุ่มนี่ก็จงพยายามเข้านะ รีบคว้าตัวหว่านหว่านมาให้แม่มีหลานชายตัวโตไวๆ!

            เซียวจวิ้นอันอ่านสายตาของจางอ้ายหลินไม่ออกแต่ไม่รู้ทำไมในใจกลับเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมา

            รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆแต่ก็บอกไม่ได้

            "หรือว่าเจ้ายังอยากจะใส่เสื้อผ้าขาดๆ พวกนี้ต่อ?"

            "มันก็แค่เก่าไปหน่อย แต่ก็สะอาดดี..."

            ซูอี้หว่านยังคงดิ้นรนแต่เมื่อเห็นสายตาที่ไม่เป็นมิตรของจางอ้ายหลินก็ยอมแพ้ ปิดปากเงียบ

            นางมองเซียวจวิ้นอันอย่างไม่สบอารมณ์แล้วเดินนำไปข้างหน้า

            เซียวจวิ้นอันถูกนางมองอย่างไม่มีเหตุผลเขาก็เก้อเขินลูบจมูก แต่ก็ยังเดินตามไปอย่างเชื่อฟัง

            ทั้งสองเดินออกจากลานบ้านไปก่อนจะเดินไปได้ไม่ไกล ซูอี้หว่านก็รู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่ง

            ซูอี้หว่านเงยหน้าขึ้นก็เห็นร่างคนอยู่ไม่ไกลจากด้านหน้าลานเรือนรูปร่างหน้าตาของคนผู้นั้นอายุประมาณยี่สิบต้นๆ ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าขาดวิ่นมองจากลักษณะภายนอกก็ไม่ต่างอะไรจากคนจรจัดนอกเมือง

            แต่ไม่รู้ทำไมซูอี้หว่านกลับไม่รู้สึกว่าคนผู้นี้เป็นคนจรจัดกลับรู้สึกว่าเขาเป็นนักรบมากกว่า

            รูปร่างของอีกฝ่ายกำยำดูเหมือนคนมีกำลัง อย่างน้อยก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้ด้วยการขายแรงงาน

            ถึงแม้ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองจะยากลำบากแต่ในเมืองอวิ๋นเฉิงก็ยังมีคนรวยอยู่ไม่น้อย การหางานที่เหมาะสมไม่น่าจะยากเกินไป

            แต่คนผู้นี้กลับไม่ไปหางานทำกลับหลบซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ จ้องมองมาทางพวกเขาตลอดเวลา มันแปลกเกินไปแล้ว

            ซูอี้หว่านจึงหันกลับไปมองเซียวจวิ้นอันโดยไม่รู้ตัวในดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล

            เซียวจวิ้นอันเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าให้นางอย่างปลอบโยน บอกว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร

            "ไม่ได้จะไปซื้อผ้าที่ร้านแพรไหมหรือ? รีบไปกันเถอะ"

            น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาฟังไม่ออกว่ามีความรู้สึกใด

            เมื่อเห็นดังนั้นซูอี้หว่านก็ไม่ได้พูดอะไรอีก หันหลังกลับเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วอยากจะรีบออกไปจากสายตาของชายแปลกหน้าคนนั้นแต่กลับไม่ได้สังเกตว่าหลังจากที่นางหันหลังกลับไปแล้วเซียวจวิ้นอันก็ส่งสายตาเตือนไปยังคนผู้นั้น

            หลี่ชิงเห็นดังนั้นก็หดคอด้วยความน้อยใจเขาแค่ต้องการมาคุ้มครองความปลอดภัยของนายเหนือหัวใครเล่าจะคาดคิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้!

            รอจนกระทั่งเซียวจวิ้นอันและซูอี้หว่านเดินจากไปไกลหลี่ชิงก็ค่อยๆ เดินตามไป

            เขาจ้องมองไปยังร่างสองร่างที่อยู่ข้างหน้าในห้วงความคิดบังเกิดการคาดเดาที่ท้าทายอย่างยิ่ง

            หรือว่าเหตุผลที่นายเหนือหัวของพวกเขาไม่รีบร้อนกลับไปก็เพราะสตรีนางนี้?

            หลี่ชิงคิดถึงจุดนี้ก็ยิ้มกว้างเห็นทีว่านายเหนือหัวของเขาจะเข้าใจเสียที!

            ในตอนที่เขากำลังคิดเช่นนั้นจู่ๆ ก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไป สีหน้าพลันมืดครึ้มลงทันที

            ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มาผิดที่จริงๆ!

            ในเวลาเดียวกันสีหน้าของเซียวจวิ้นอันก็เปลี่ยนไป หยุดฝีเท้าลงทันที

            "หว่านหว่าน เจ้าไปร้านแพรไหมเองได้หรือไม่?" เซียวจวิ้นอันถามด้วยน้ำเสียงสงบ

            "หมายความว่าอย่างไร?"

            ซูอี้หว่านเดินออกมาได้ช่วงหนึ่งได้ยินคำพูดนี้ก็ไม่พอใจ

            ใช่ว่านางจะไปร้านแพรไหมเองไม่ได้เสียหน่อยแต่เมื่อครู่เซียวจวิ้นอันก็ไม่ได้ขัดขวางอันใด แต่บัดนี้กลับพลิกลิ้นทำให้นางไม่พอใจยิ่งนัก

            หรือว่าเขาจงใจแสร้งทำเป็นคนดีต่อหน้าท่านแม่ของนาง?

            ไหนจะต้องเลือกซื้อผ้าอีกเล่านางยังต้องหาคนมาช่วยขนของพะรุงพะรังนั่นอีก!

            ซูอี้หว่านไม่ปิดบังอารมณ์ของตนมองเซียวจวิ้นอันอย่างไม่พอใจ กล่าวว่า "ข้าไปเองก็ได้แต่เจ้าต้องให้เหตุผลที่สมเหตุสมผลแก่ข้า"

            เซียวจวิ้นอันเห็นว่านางไม่พอใจก็รู้ว่าไม่อาจปิดบังนางได้ จึงยืนกรานในสิ่งที่กำลังจะเกิด

            "จู่ๆ ข้าก็คิดขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการดังนั้นเจ้าไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพอข้าจัดการเรื่องของข้าเสร็จก็จะไปหาเจ้า"

            "เรื่องอะไร?"

            ซูอี้หว่านได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นสงสัยในคำพูดของเซียวจวิ้นอัน

            เมื่อเผชิญหน้ากับการซักถามของนางเซียวจวิ้นอันก็เงียบไป

            เห็นเซียวจวิ้นอันปิดปากเงียบซูอี้หว่านก็เข้าใจทันที

            "จะมีอันตราย?"

            "อืม"

            เซียวจวิ้นอันรู้ว่าซูอี้หว่านฉลาดมากไม่มีอะไรที่สามารถปิดบังนางได้ จึงพูดตามตรง

            "ดังนั้น เจ้าไปก่อน"

            ได้รับคำตอบที่แน่นอนซูอี้หว่านก็อดไม่ได้ที่จะเป็นกังวล แต่ก็พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว

            "ตกลง!"

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508