พลอยชนกตอนนี้ไม่เหลือเค้าของเด็กสาวแสนสวยผู้ร่าเริงสักนิดดวงตากลมโตเบิกกว้าง หน้าแดงก่ำ น้ำตาเอ่อ มือสองข้างจิกไหล่เอมิกาจนยุบ
“เอม...ได้ยินไหมบ้านหลังนี้เป็บ้านผีสิง ขืนไม่ทำอะไรแม่กับฉันต้องตายเหมือนพ่อแน่ๆ”
“พลอยใจเย็นๆก่อน ฉันเจ็บนะ” เอมิกาพยายามจะปลอบเพื่อนสมัยเด็ก ทว่าก็ไม่เป็ผล
“เอมบอกว่าจะช่วยฉันทุกอย่างใช่ไหม!ฉันจะบอกเธอทุกอย่าง...ที่นี่น่ะ...”
“พลอย! หยุดเถอะ!” แทนไทที่ได้ยินเสียงเอะอะก็วิ่งออกมาจากครัวด้านหลังเข้าแยกพลอยชนกออกจากเอมิกาที่ตอนนี้ใจนหน้าซีด
ั้แ่รู้จักกันมาเธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของเพื่อนสมัยเด็กมาก่อนเลย ไม่แปลกที่ลัลทริมากับมัณฑินีต่างก็ตะลึง
“หายใจเข้าลึกๆ”ชายหนุ่มกอดร่างบอบบางจากด้านหลัง รวบแขนเธอไว้ไม่ให้อาละวาด “มีอะไรค่อยๆ พูดกันไม่มีอะไรน่ากลัวทั้งนั้น หายใจยาวๆ”
น้ำเสียงแทนไทอ่อนโยนนุ่มนวลทว่าดูมีพลังอย่างประหลาด ไม่นานอารมณ์ที่คุกรุ่นของอีกฝ่ายก็บรรเทาลงราวกับเพิ่งได้สติกลับมาพลอยชนกกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นเอมิกากำลังบีบแขนตัวเองก็หน้าเสีย
“ขอ...ขอโทษนะเอมฉัน...เครียดไปหน่อย”
“วันนี้กินยามื้อเย็นแล้วหรือยัง”ชายหนุ่มถามพลอยชนกเบาๆ เธอก็พยักหน้าตอบ “ขึ้นไปนอนพักข้างบนเถอะอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย”
พลอยชนกอิดออดมองเอมิกาแวบหนึ่งพร้อมอ้าปากจะพูดบางอย่าง ทว่าพอเห็นเงาคนอีกคนเดินเข้ามาในห้องก็เปลี่ยนใจ
“ฉันไปนอนก่อนนะขอโทษที่ทำให้หมดสนุกกัน พวกเธอกินกันต่อเถอะ”
ไม่มีใครพูดอะไรตอนที่ผู้ช่วยของไลลาพยุงเธอออกจากห้องอาหารสวนกับการินที่เดินเข้ามาพอดีคล้อยหลังทั้งสองคน มัณฑินีทรุดตัวลงนั่ง เอมิกาเองก็เข่าอ่อนไม่ต่างกัน
การินเดินลงไปนั่งที่เก้าอี้ข้างลัลทริมาคว้าจานอาหารที่เธอตักแบ่งเอาไว้ให้ไปทาน
“นายหายไปไหนมาแล้วมาั้แ่เมื่อไหร่” เธอถาม พยายามทำตัวเป็ปกติ
“มาทันได้ยินอะไรดีๆก็แล้วกัน หึ...หึ คิดอยู่แล้วว่าที่นี่ไม่ธรรมดา ดูจากท่าทางของยัยนั่นแล้วคงเจอดีเข้าไปไม่น้อย”
“ปกติเพื่อนแกเป็คนเชื่อเื่...” มัณฑินีจะพูดก็เกิดเสียวสันหลังขึ้นมา“เื่แบบนั้นหรือเปล่า ก่อนหน้าพลอยเคยเล่าอะไรให้ฟังบ้างไหม”
“ไม่มีนะพลอยไม่เคยเล่า ฉันก็ไม่เคยคิดจะถาม แต่ฉันรู้นิสัยเพื่อนฉันดี พลอยไม่ใช่คนพูดจาเพ้อเจ้อถึงจะไม่ชอบใจนักก็เถอะ ฉันว่า...คราวนี้การินอาจจะพูดถูกก็ได้”
“ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าเสียงเคาะประตูเมื่อตอนบ่าย...ก็เป็”เด็กสาวสวมแว่นเหลือบตามองลัลทริมาพลางลูบขนแขนที่ลุกเกรียว
“เธอ...รู้สึกอะไรได้บ้างไหม...ลัล”เอมิกาถามอย่างไม่อ้อมค้อม
ทุกคนในห้องนี้รู้เื่ที่เธอมีความสามารถพิเศษดีญาณอาถรรพ์ของลัลทริมานั้นน่ากลัว และต่างก็รู้ว่าเ้าตัวไม่ได้รู้สึกดีที่มีพลังในการดึงดูดสิ่งชั่วร้ายแบบนี้อยู่
แต่ในเวลาแบบนี้สิ่งนี้กลับดูเป็ประโยชน์ขึ้นมาอย่างน่าเจ็บใจ
เอมิกาเองก็คาดหวังให้เธอช่วยถึงลัลทริมาจะลังเลแต่สุดท้ายเด็กสาวก็หลับตา ตั้งสมาธิเพื่อเปิดประสาทัั เหมือนกับการกางเสาอากาศรับคลื่นสัญญาณจากสิ่งที่มองไม่เห็น
‘อาถรรพ์’...
และเธอรู้ดีว่าเมื่อััถึงมันร่างกายของเธอจะตอบสนองด้วยความเ็ป จึงกำมือแน่น เตรียมตัวรับผลของมัน คิ้วของลัลทริมาขมวดแน่นคนที่เหลือในห้องต่างก็กลั้นใจไปพร้อมเธอ ผ่านไปอึดใจ เธอก็ลืมตาขึ้นช้าๆแล้วส่ายหน้า
“ไม่มี...ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย”
เอมิกากับมัณฑินีผ่อนลมหายใจการินทิ้งช้อนลงกับจานดังลั่น
“ชิ! น่าเบื่อ” แววตาเย้ยหยันเหยียดมองอย่างไม่พอใจ
ในตอนนั้นเองทุกคนก็ได้ยินเสียงส้นรองเท้ากระทบแผ่นไม้ เดินจากห้องด้านหน้าขึ้นบันไดวนไปห้องชั้นบนที่อยู่เหนือขึ้นไป
“แขกห้องอื่นคงกลับกันเข้ามาแล้วล่ะ”
เห็นการินไม่กินต่อลัลทริมาก็เก็บจานของเขามาซ้อนเอาไว้เพื่อนอีกสองคนก็เริ่มช่วยกันเก็บจานของตัวเอง พอดีกับที่แทนไทกลับลงมาจากชั้นบน
“ไม่ต้องหรอกครับผมทำเอง เป็งานของผม” ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างเป็มิตร พร้อมเดินเข้ามาจัดแจงเก็บโต๊ะอย่างคล่องแคล่วเดินไม่กี่ครั้งก็เคลียร์จานชามได้หมด ซ้ำยังรินน้ำชาร้อนๆ ออกมาเสิร์ฟทุกคนอีก“เสร็จงานแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“นาย...เอ๊ย...คุณแทนไทบ้านอยู่ไกลไหม”เอมิกาจะชวนคุยก็ชะงัก เพราะอายุของอีกฝ่ายที่มากกว่าไม่มากแต่ดูท่าทางการพูดจาเป็ทางการเกินวัย ทำให้เธอไม่รู้จะใช้คำพูดกับเขายังไง
“ถ้าไม่รังเกียจเรียกแทนเฉยๆ ก็ได้ ห่างกันไม่กี่ปีเอง พลอยก็ไม่ได้เรียกฉันว่าพี่เหมือนกัน”เขาเลือกใช้คำพูดที่ดูเป็กันเองมากขึ้น “บ้านฉันอยู่ถัดไปนี่เอง ความจริงแล้วครอบครัวของฉันเฝ้าดูแลบ้านหลังนี้มาั้แ่รุ่นปู่แล้วพอพ่อพลอยมารีโนเวตที่นี่เป็โรงแรมก็เลยเอาฉันมาทำงานด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นแทนก็รู้จักบ้านหลังนี้มาก่อนที่จะกลายเป็โรงแรมอีกน่ะสิ”ลัลทริมาถาม
“ใช่เห็นมาั้แ่เกิดเลย เมื่อก่อนไม่มีใครอยู่ก็ปล่อยไปตามสภาพ”
“แล้ว...เคยเจออะไรแปลกๆบ้างไหม” มัณฑินียิงเข้าประเด็น เป็แทนไทที่ยิ้มกว้าง หัวเราะออกมาเบาๆ
“ไม่มีเื่อะไรแบบนั้นหรอกคนเห็นเป็บ้านร้างก็พูดกันไปเรื่อย ถ้ามีเื่น่ากลัวจริงบ้านฉันจะอยู่กันได้ยังไงมาตั้งนานเลยเวลาแล้วฉันกลับก่อนล่ะ” ชายหนุ่มรุ่นพี่หันหลังออกไปทางประตูด้านหลัง จู่ๆ ก็เหมือนเพิ่งนึกได้“อ้อ...มีอย่างหนึ่งลืมบอกไป สระบัวด้านหลังขอบสระมันลื่น แล้วก็เห็นแบบนั้นมันลึกกว่าที่คิดนะกลางคืนอย่าเดินออกไปแถวนั้นจะดีกว่า”
คำพูดนี้ตั้งใจสื่อสารให้เด็กหนุ่มที่นั่งเท้าคางท่าทางเบื่อหน่ายโดยเฉพาะซึ่งการินตอบสนองเขาด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยันในลำคอเบาๆ ก่อนชายหนุ่มจะเดินจากไป
“สรุปยังไงกันล่ะเนี่ย...พลอยคิดไปเองอย่างนั้นเหรอ”มัณฑินีเอ่ยถาม สายตายังคงระแวดระวัง
“ไม่รู้สิฉันเองก็อยากคุยให้รู้เื่เหมือนกัน” เอมิกาซดน้ำชาอุ่นๆ ตรงหน้า คว้ากล่องช็อกโกแลตกลางโต๊ะมาถือไว้ “ฉันจะขึ้นไปดูพลอยหน่อย”
“ฉันไปด้วยๆ”มัณฑินีเอ่ย
สองสาวเดินตามกันออกไปการินเองก็ลุกพรวดจากเก้าอี้เดินออกไปทางด้านหลัง ทิ้งลัลทริมาไว้เป็คนสุดท้ายเธอหันมองไปมา สุดท้ายก็ลุกตามเด็กหนุ่มไป
“จะไปไหนเหรอการิน”
“หมอนั่นอุตส่าห์ห้ามจะให้เสียน้ำใจได้ยังไงล่ะ หึ...หึ”
เด็กสาวถอนหายใจคิดอยู่แล้วว่าต่อให้ห้ามอีกคนก็คงไม่เชื่อ ได้แต่ตามเขาเลี้ยวไปยังทางเดินด้านหลังตึกเรื่อยๆ หน้าต่างของตึกสูงเกือบถึงเพดานมองเห็นสระบัวขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง โอบด้วยปีกตึกทั้งสองด้าน บรรยากาศกลางคืนดูวังเวงน่ากลัวเหมือนอย่างที่แทนไทบอกจริงๆ
“เราอย่าออกไปเลย...อ้าว...การิน?” ทั้งที่นึกว่าอีกคนยืนอยู่ข้างๆแต่กลับมีเธอยืนอยู่ตามลำพัง
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าดังมาจากสุดทางเดินลัลทริมารีบตามไปก็เห็นเงาหลังของเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุไม่ถึง 10 ขวบ วิ่งหายออกประตูไปทางสระบัว
“น้อง...อย่าออกไปมันอันตราย!” เธอะโเรียกวิ่งตามออกไปด้วยความเป็ห่วง
พื้นที่ด้านหลังที่ลัลทริมาวิ่งมาเป็สวนไม้ใบทำให้พอมองเห็นแสงจากตัวตึกส่องออกมาสะท้อนผิวน้ำของสระบัวขนาดใหญ่เกือบเท่าสระว่ายน้ำย่อมๆที่ขอบบ่อเด็กชายในชุดกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินนั่งค้อมตัวก้มมองผืนน้ำ เอื้อมมือข้างหนึ่งลงไปอย่างิ่เหม่
“น้อง...อะไรตกลงไปเหรอเดี๋ยวพี่ช่วยเก็บให้น้องถอยออกมาก่อน มันอันตรายนะ”
อีกคนไม่ฟังกลับจุ่มมือลงไปในน้ำมากขึ้นทุกที ลัลทริมาเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปจับตัวเด็กชายเอาไว้ไม่ให้เข้าใกล้สระน้ำมากกว่านี้
“ระวัง!”
ตูม!
ไม่ทันแล้ววินาทีที่ลัลทริมากระโจนถึงตัว เด็กน้อยก็หน้าคว่ำตกลงไปในน้ำทั้งตัว
“ช่วยด้วย! มีคนตกน้ำ...การิน!”
เธอะโสุดเสียงด้วยความใคุกเข่าลงข้างสระที่น้ำกระเด็นจนเปียก ก้มลงมองผืนน้ำดำมืดไม่เห็นก้นทำยังไงก็ไม่เห็นเด็กคนนั้น
‘บ่อบัวลึกกว่าที่คิดเอาไว้มันอันตราย’
คำพูดของแทนไทแล่นวาบเข้ามาทำเอาลัลทริมาชาวาบไปทั้งตัว
“ทำไมจมเร็วขนาดนี้ล่ะใครก็ได้ช่วยด้วย!”
เด็กสาวมือสั่นเทิ้มหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไฟจ่อเอาไว้เหนือผิวน้ำพยายามมองลงไปในน้ำ จนในที่สุดแสงไฟสีขาว ก็กระทบกับมือเล็กๆ ที่ยื่นขึ้นมาจากก้นบ่อ
“เจอแล้ว!” ลัลทริมาโน้มตัวออกไปเท่าที่ทำได้มือข้างหนึ่งจุ่มลงไปในน้ำลึกจนเปียกถึงต้นแขน ในที่สุดปลายนิ้วก็คว้ามือเล็กๆ ไว้ได้สำเร็จ
ทว่า....
แปลบ!
“โอ๊ย!” ขมับข้างหนึ่งปวดแปลบยามคว้าโดนมือเย็นเฉียบ
ผิวััแข็งทื่อและบวมเป่งไม่เหมือนััมือคนเลยสักนิดน้ำสีดำเบื้องหน้าของเธอปรากฏใบหน้าบวมอืดของเด็กชาย ดวงตาขาวขุ่นเหมือนลูกปิงปองถลนออกจากหน้าบวมเป่งปากเขียวคล้ำแสยะยิ้มกว้าง แต่ไม่มีฟันแม้แต่ซี่เดียว
“มาเล่นกันเถอะ...พี่จ๋า”