ภายในทะเลความรู้
เงาสีเทาที่มุดเข้ามาในหัวซูหยุน บิดตัวไปมาจนกลายร่างเป็ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีแดงสด ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความชั่วร้าย เขาแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจขณะกวาดตามองรอบๆ
แต่ทันใดนั้น สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับ โม่หิน สีขาวดำขนาดเล็กที่กำลังหมุนวนช้าๆ อยู่เหนือ วังม่วง
"หือ? นั่นมันอะไร?"
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงลอยตัวเข้าไปดูใกล้ๆ วัตถุประหลาดชิ้นนั้น...
วูบ!
ราวกับโม่หินรับรู้ถึงผู้บุกรุก จู่ๆ มันก็เร่งความเร็วในการหมุนขึ้น! แรงดูดมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานได้พุ่งเข้าล็อคร่างชายชุดแดงทันที!
ชายชุดแดงหน้าถอดสี ััได้ถึงอันตรายร้ายแรง เขาพยายามถอยหนีสุดชีวิต แต่แรงดูดนั้นรุนแรงเกินไป ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนหรือใช้วิชาอะไร ร่างกายก็ไม่ขยับเขยื้อนหนีไปไหนได้เลยแม้แต่นิ้วเดียว
ลางสังหรณ์แห่งความตายกรีดร้องในหัว ถ้าโดนไอ้โม่หินบ้านี่ดูดเข้าไป จุดจบของเขาต้องสยดสยองแน่ๆ!
ความคิดที่จะยึดร่างซูหยุนหายวับไปในพริบตา ตอนนี้เขาคิดแค่อย่างเดียวคือ... หนี! หนีไปให้พ้นจากไอ้ที่บ้าๆ นี่!
...
ทางด้านซูหยุนที่กำลังสิ้นหวังสุดขีด รีบดิ่งจิตเข้ามาดูสถานการณ์ในทะเลความรู้ กะว่าจะสู้ตายถวายชีวิต แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เขาตาค้าง...
ไอ้ 'บรรพชน' ผู้ยิ่งใหญ่ที่ขู่จะยึดร่างเขาเมื่อกี้ กำลังดิ้นพราดๆ เหมือนปลาติดเบ็ด พยายามตะเกียกตะกายหนีโม่หินของเขาอย่างน่าสมเพช
ความกลัวหายไปทันที แทนที่ด้วยความสะใจ ซูหยุนหัวเราะร่า
"อ้าวๆๆ ท่านบรรพชน ไหงสภาพดูไม่ได้แบบนั้นล่ะ? ไหนว่าจะมายึดร่างข้าไง? ข้าเป็คนใจกว้างนะ เชิญท่านตามสบายเลย ไม่ต้องเกรงใจ!"
เขาก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่านอกจากจะช่วยขัดเกลาพลังปราณแล้ว โม่หินยังมีฟังก์ชัน 'เครื่องกำจัดิญญา' แถมมาด้วย ขนาดผีระดับบอสยังสู้แรงดูดมันไม่ได้
เมื่อกี้โดนข่มเหงจนแทบกระอักเื ทีนี้ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าร้องก็แล้วกัน!
ชายชุดแดงเห็นว่าตัวเองกำลังจะโดนดูดเข้าไปเรื่อยๆ ก็ทิ้งมาดราชันย์มารผู้ยิ่งใหญ่ไปจนหมดสิ้น ปั้นหน้าประจบสอพลอสุดชีวิต
"น้องชาย! ข้าเห็นแวบแรกก็รู้เลยว่าเ้าไม่ใช่คนธรรมดา! อนาคตเ้าต้องยิ่งใหญ่คับฟ้าแน่ๆ! เมื่อครู่ข้าวู่วามไปหน่อย น้องชายอย่าได้ถือสาหาความเลยนะ!"
ซูหยุนยืนกอดอกยิ้มกริ่ม ไม่พูดไม่จา มองดูอีกฝ่ายดิ้นรนอย่างเพลิดเพลิน
ชายชุดแดงยิ่งร้อนรน ะโลั่น "น้องชาย! ได้โปรดเก็บอิทธิฤทธิ์ของท่านเถอะ! แค่เ้าปล่อยข้าไป ข้ายินดีสาบานต่อฟ้าดิน จะยอมเป็ทาสรับใช้เ้าไปชั่วชีวิต!"
เห็นซูหยุนยังนิ่ง เขาจึงรีบงัดข้อเสนอสุดพิเศษออกมาล่อใจ "น้องชายอย่าพลาดโอกาสทองนะ! ข้ารู้เคล็ดวิชาลับสุดยอดมากมาย แค่หยิบมาสักวิชา ก็เหนือกว่าวิชาขยะในโลกใบเล็กๆ นี่เป็ร้อยเท่า! มีข้าคอยช่วย ต่อให้เ้าออกไปผจญภัยใน 'มหาพิภพชางเสวียน' เ้าก็จะเป็ยอดคนได้สบายๆ!"
ซูหยุนเลิกคิ้ว "โลกใบเล็ก? มหาพิภพ?"
ชายชุดแดงเห็นเหยื่อติดกับ ก็ลอบถอนหายใจโล่งอก แอบหมายมั่นปั้นมือว่า 'รอให้ข้าหลุดไปได้ก่อนเถอะ ไอ้เด็กเวร ข้าจะจับเ้ามาทรมานให้สาสม! ส่วนคำสาบานบ้าบออะไรนั่น สำหรับระดับข้าแล้ว มีวิธีซิกแซกเป็ล้านวิธี!'
เขาอธิบายรัวเร็ว "โลกใบเล็กก็คือโลกที่เ้าอยู่นี่แหละ มันเป็แค่เศษเสี้ยวที่ลอยอยู่นอกจักรวาล กฎเกณฑ์ธรรมชาติก็ไม่สมบูรณ์ ฝึกให้ตายก็ไปได้ไม่ไกลหรอก เทียบกับมหาพิภพของจริงไม่ได้เลย... ว่าไงน้องชาย ข้อเสนอข้าน่าสนใจใช่ไหม? ถึงเ้าพลังจะต่ำต้อยไปหน่อย แต่ความบริสุทธิ์ของปราณเ้านี่ระดับเหนือชั้นเลยนะ อย่ามาจมปลักอยู่ในที่กันดารแบบนี้เลย!"
พูดไปตัวก็ไหลเข้าไปใกล้โม่หินเรื่อยๆ เสียงเริ่มสั่นเครือ "น้องชาย... ตัดสินใจเร็วๆ สิ! ข้ายอมสาบานแล้วนะ เ้ายังจะลังเลอะไรอีก!"
ซูหยุนพยักหน้า "ฟังดูน่าสนใจจริงๆ ข้าชักอยากเห็นโลกภายนอกบ้างแล้วสิ แถมยังมีเื่อยากถามท่านอีกเยอะแยะ... ข้าก็อยากปล่อยท่านนะ..."
ชายชุดแดงดีใจจนเนื้อเต้น "ใช่ๆๆ! คิดแบบนั้นถูกต้องที่สุด! ให้ข้าพาเ้าไปเปิดหูเปิดตาเถอะ!"
"แต่ว่า..." ซูหยุนฉีกยิ้มไร้เดียงสา ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ "ขอโทษทีว่ะ... ข้าเอง... ก็คุมไอ้เ้าก้อนนี้ไม่ได้เหมือนกัน..."
รอยยิ้มของชายชุดแดงแข็งค้าง รู้ตัวทันทีว่าโดนไอ้เด็กนี่ปั่นหัวเล่นเข้าให้แล้ว!
ความกลัวเปลี่ยนเป็ความโกรธแค้น "ไอ้มดปลวก! เ้ากล้าหลอกข้าเรอะ! ดี! ดีมาก! รอให้ร่างจริงข้ามาถึงเมื่อไหร่ ข้าจะทำให้เ้าอยู่มิสู้ตาย..."
คำด่ายังไม่ทันจบ ร่างของเขาก็ถูกดูดหายวับเข้าไปในโม่หิน!
เสียงกรีดร้องโหยหวนผสมคำสาปแช่งดังสะท้อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงียบกริบ
โม่หินดูแ่าและมีมิติขึ้นกว่าเดิม เหมือนคนเพิ่งกินอิ่ม มันสั่นเบาๆ 2-3 ที แล้วคาย แก่นพลังงานบริสุทธิ์มหาศาล ออกมา!
พลังงานนั้นพุ่งเข้าเติมเต็มทะเลิญญาของซูหยุนจนล้นปรี่ ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร แทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย ขับไล่ สิ่งสกปรก สีดำคล้ำออกจากรูขุมขนอย่างต่อเนื่อง
ซูหยุนตกตะลึง ในชั่วพริบตาเดียว สิ่งสกปรกในกายเขาถูกกำจัดออกไปถึง เก้าส่วน! เร็วกว่านั่งฝึกเองเป็ร้อยเท่า แถมไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
จนกระทั่งสิ่งสกปรกถูกกำจัดไปได้ เก้าส่วนครึ่ง พลังงานนั้นถึงหมดลง ส่วนที่เหลือเปลี่ยนเป็พลังวัตรสะสมในร่าง
ซูหยุนลืมตาโพลง ััได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่าน แต่เขาก็รู้ตัวว่า ลำพังแค่พลังของเขาเองคงไม่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกที่เหลืออีก ครึ่งส่วนได้แล้ว ถ้าอยากเข้าสู่ ขั้นขัดเกลาิญญา ด้วยกายาที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เขาต้องพึ่ง 'วารีหยกจือ' เท่านั้น...
'หึหึ... วารีหยกจือ... สำนักเสวี่ยซา... พวกแกรอก่อนเถอะ ท่านปู่ซูคนนี้จดบัญชีแค้นไว้หมดแล้ว!'
...
ภายนอก
เย่ชิง เห็นเงาสีเทามุดหายเข้าไปในหน้าผากซูหยุน ก็โกรธจนแทบคลั่ง ไม่สนอาการาเ็สาหัสของตัวเอง พุ่งเข้าไปดูอาการซูหยุน พร้อมกับบีบหยกสื่อสารส่งข้อความหาอาจารย์ทันที
เขาจ้องมองซูหยุนอย่างไม่กะพริบตา แต่หัวใจกลับดิ่งวูบลงเรื่อยๆ
เขารู้ดีว่าต่อให้ซูหยุนจะมีพลังปราณบริสุทธิ์แค่ไหน แต่ระดับพลังมันต่างกันเกินไป ไม่มีทางต้านทานการยึดร่างของปีศาจร้ายระดับนั้นได้
'คนที่ลืมตาขึ้นมา... คงไม่ใช่ศิษย์น้องซูคนเดิมอีกแล้ว...'
พอนึกถึงภาพน้องสาวสุดที่รัก เย่ซวน ร้องไห้ปานจะขาดใจเมื่อรู้ข่าวนี้ หัวใจเขาก็เ็ปเหมือนโดนมีดกรีด ความแค้นที่มีต่อสำนักเสวี่ยซาทะลุจุดเดือด
...
เหตุการณ์ในทะเลความรู้ดูเหมือนยาวนาน แต่โลกภายนอกเพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่ลมหายใจ
ซูหยุนค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นเย่ชิงจ้องมองเขาด้วยสายตาระแวดระวังและเปี่ยมด้วยความโกรธแค้น
เย่ชิงปกติเป็คนสุขุมนุ่มลึก มาดคุณชายผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ไม่เคยหลุดมาดขนาดนี้มาก่อน ซูหยุนเห็นแล้วก็อดซาบซึ้งใจไม่ได้ แต่ด้วยนิสัยขี้แกล้ง เขาเลยดัดเสียงให้แหบต่ำ พูดช้าๆ
"เ้าหนู... สนใจมาติดตามบรรพชนอย่างข้าไหม? ข้าจะไม่ให้เ้าต้องลำบาก..."
เย่ชิงหน้าซีดเผือด แม้จะทำใจไว้แล้ว แต่พอยืนยันความจริง เขาก็อดไม่ได้ที่จะตะคอกถามเสียงสั่น "เ้าทำอะไรกับศิษย์น้องซู! บอกมา!"
ซูหยุนเห็นปฏิกิริยาพี่ชายแสนดีแบบนี้ก็กลั้นขำไม่อยู่ กำลังจะเฉลยความจริง
ทันใดนั้น! มิติข้างกายบิดเบี้ยว!
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีเขียว ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ รอบกายมีกลิ่นอายลึกลับของเต๋าหมุนวน แววตาลึกล้ำดุจมหาสมุทร...
ลู่สิง! อาจารย์ (ในนาม) ของซูหยุน ผู้เพิ่งทะลวงด่านสำเร็จ!
...
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย
ไม่นานหลังจากซูหยุนกับเย่ชิงออกจากสำนัก ที่ถ้ำลับหลังเขา ก็เกิดปรากฏการณ์ฟ้าดินะเืเลือนลั่น กลิ่นอายทรงพลังพุ่งเสียดฟ้า
ลู่สิง เดินออกมาจากถ้ำด้วยมาดใหม่ ดวงตาฉายแสงแห่งปัญญา ในที่สุดเขาก็ก้าวข้าม ขั้นเคราะห์ใจ ได้สำเร็จ เข้าสู่ระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้น กลายเป็ตัวตนระดับสูงที่เหาะเหินเดินอากาศท่องไปในจักรวาลได้อย่างอิสระ
หลังจากไปคารวะอาจารย์ผู้เฒ่าที่เก็บตัวเงียบ เขาก็พบกับ เ้าสำนักเย่จง และเหล่าผู้าุโที่มาร่วมแสดงความยินดี
เย่จงดีใจหน้าบาน สำนักเสวียนหยวนมียอดฝีมือเพิ่มขึ้นอีกคน ศึกชิงดีชิงเด่นกับอีก 4 สำนักคราวนี้ เขาไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนแล้ว คำชมเชยพรั่งพรูออกมาไม่หยุดปาก ทำเอาเหล่าผู้าุโคนอื่นแอบหมั่นไส้เล็กๆ
ลู่สิงเป็คนพูดน้อย ได้แต่ยืนฟังเงียบๆ
แต่สาเหตุที่เขาฝ่าด่านสำเร็จ ส่วนหนึ่งเป็เพราะได้แรงบันดาลใจจากซูหยุน ดังนั้นในบทสนทนา เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถึงศิษย์นอกสายตาคนนี้ด้วยความชื่นชม
เหล่าผู้าุโพอได้ยินคำนิยามที่ลู่สิงมอบให้ซูหยุน ต่างก็มุมปากกระตุกกันถ้วนหน้า
"ซื่อสัตย์?" "ว่านอนสอนง่าย?"
'เอ่อ... ผู้าุโลู่ ท่านแน่ใจนะว่ากำลังพูดถึงไอ้เด็กเปรตซูหยุนคนเดียวกับที่เรารู้จัก?'
ลู่สิงเห็นสีหน้าแปลกๆ ของทุกคน ก็ใจคอไม่ดี ถามด้วยความเป็ห่วง "หรือว่า... ศิษย์ข้าโดนรังแก?"
เขารู้ดีว่าั้แ่เย่จงขึ้นเป็เ้าสำนัก กฎระเบียบเข้มงวดขึ้นมาก การกลั่นแกล้งกันในสำนักลดลง แต่ซูหยุนที่ระดับพลังต่ำต้อย ดันได้เป็ศิษย์สายในทันที อาจทำให้คนอื่นหมั่นไส้และหาเื่ได้ ยิ่งเขาไม่อยู่คอยปกป้องด้วย...
'ข้าผิดเอง... ที่ทิ้งเขาไว้แล้วหนีไปปิดด่าน...' ลู่สิงรู้สึกผิดจับใจ
มือของ ผู้าุโเฉียน (อาจารย์กัวเลี่ยง) สั่นระริก แทบจะะโสวนออกไปว่า
'โดนรังแกบิดามารดาเ้าน่ะสิ! เอ็งลองไปดูสภาพศิษย์คนอื่นดูบ้าง! ตอนนี้ศิษย์สายนอกบูชามันยังกับเทพเ้า ส่วนศิษย์สายในโดนมันปั่นหัวจนเป็บ้ากันหมดแล้ว! ลูกศิษย์ข้าโดนมันไถจนหมดตัวไม่พอ ยังต้องไปเป็สมุนช่วยมันต้มตุ๋นชาวบ้านจนได้ฉายา 'ความอัปยศ' แปะหน้าผากอยู่นั่นไง!'
'ถึงไอ้กัวเลี่ยงมันจะดูเป็ผู้เป็คนขึ้นมาบ้างก็เถอะ... แต่จะให้ข้ายอมรับว่าไอ้เด็กซูหยุนมัน ซื่อสัตย์... ฝันไปเถอะ!'
'คนอย่างข้า... ฆ่าได้หยามไม่ได้โว้ย!'