ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงกระแทกประตูไม้ด้านล่างดังกึกก้องแฝงไปด้วยพลังลมปราณสายหนึ่ง บดบังเสียงอึกทึกของตลาดใหญ่ฝั่งตรงข้ามจนสิ้นสูญ กู่เจี้ยนหุนในร่างอาเฉินั์ตาสาดประกายเย็นเยียบ เขาหันไปส่งสายตาให้เจ้ิและเสี่ยวหลินเป็เชิงบอกกล่าวให้หลบซ่อนอยู่้าเรือน เสี่ยวหลินดึงชายเสื้อของเขาไว้ครึ่งจังหวะด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ทว่าเมื่อสบสายตาอันมั่นคงดุจขุนเขาของสามี นางจึงยอมปล่อยมือช้า ๆ ด้วยความจำยอมสยบ
กู่เจี้ยนหุนสะบัดแขนเสื้อกว้าง ปล่อยให้ดาบดำทมิฬไหลวูบเข้าสู่ร่องแขนเสื้ออย่างมิดชิดปลอดภัย ก่อนจะก้าวเท้ายาวสั้นสลับลงบันไดไม้มายังชั้นล่างอย่างแ่เบาไร้ซึ่งสรรพเสียง
แกร๊ก...
ทันทีที่ปลดกลอน บานประตูหนาหนักถูกผลักเข้ามาอย่างรุนแรง ชายฉกรรจ์สามคนในชุดเครื่องแบบมือปราบสีครามเข้มขลิบเงินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หมวกทรงเหลี่ยมและป้ายทองแดงตราศาลว่าการที่ห้อยประดับอยู่ตรงเอวสะท้อนแสงแดดเป็ประกายวาววับ บุคคลที่นำหน้าคือยอดมือปราบวัยกลางคนหนวดเคราครึ้ม ั์ตาดุดันปานเสือร้าย นามของมันคือ 'หัวหน้ามือปราบลู่' ผู้ขึ้นชื่อลือนามเื่ความโเี้ในการจับกุมกวาดล้าง
"เ้าคืออาเฉิน หมอเถื่อนที่เพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาจากตรอกสลัมใช่หรือไม่" มือปราบลู่ตวาดถามเสียงกร้าว ฝ่ามือซ้ายกุมด้ามกระบี่ประจำตำแหน่งแ่า
"ใช่ ข้าเอง" กู่เจี้ยนหุนตอบวาจาเรียบเฉย แววตามิมีความหวาดกลัวแม้เพียงเศษเสี้ยว
"ดีนัก! มีผู้คนแจ้งความแก่ทางการว่าเ้าตั้งตนเป็นักเลงโต ก่อเหตุฆาตกรรมอย่างโเี้ผิดมนุษย์กลางถนนใหญ่ ปลิดชีพหัวหน้าเทียนแห่งสมาคมดาบโลหิตและสมุนรวมสี่ศพ!" มือปราบลู่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา กลิ่นอายกดดันจากลมปราณขั้นผสานชีพจรกดทับลงมาในทันที "ตามกฎหมายบ้านเมืองแห่งเมืองหลวง ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต จงยอมให้มัดพันธนาการมือไปรับโทษที่ศาลว่าการเสียแต่โดยดี มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไร้ความปรานี!"
‘หึ กฎหมายบ้านเมืองงั้นรึ ยามที่สมาคมดาบโลหิตขนกำลังคนมายกพวกถล่มข้าถึงหน้าเคหสถาน มิต่างเห็นพวกแกจักโผล่หัวออกมาสักตัว พอหอโอสถร้อยคุณธรรมจ่ายเบี้ยใบ้เงินใต้โต๊ะเข้าหน่อย พวกแกก็แล่นมาเป็สุนัขรับใช้ในทันทีเลยนะ’ กู่เจี้ยนหุนนึกคิดในใจด้วยภาษาสมัยใหม่พลางแค่นยิ้มเยาะหยัน
"พวกมันขนศัสตราวุธมาหมายจะสังหารข้าและครอบครัว ข้าเพียงแต่ลงมือป้องกันตนเอง" กู่เจี้ยนหุนเอ่ยสั้น ๆ วาจาเด็ดเดี่ยว "หากพวกท่านเป็มือปราบที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมจริง ย่อมควรไปลากคอเ้าของหอโอสถฝั่งตรงข้ามโน่น มิใช่มาหาเื่ราวกับข้า"
"สามหาว! เ้ามิมีสิทธิ์มาต่อรองอันใด จับตัวมันซะ!" มือปราบลู่สะบัดมือสั่งการเสียงเฉียบขาด
มือปราบผู้ช่วยสองคนด้านหลังชักโซ่เหล็กกล้าเสียงดังกังวาน แกร๋งงง พุ่งทะยานกายเข้ามาหมายจะคล้องคอและพันธนาการข้อมือของกู่เจี้ยนหุนให้สิ้นฤทธิ์
ฟึ่บ!
กู่เจี้ยนหุนมิคิดถอยหนี พลังแห่งวิถีกระบี่ขีดที่ 3 (เบิกเนตร) สำแดงผลทำงานในทันที ในสายตาของเขา วิถีของโซ่เหล็กที่พุ่งทะยานเข้ามานั้นปรากฏเป็เพียงเส้นด้ายบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยจุดบกพร่องช่องว่าง เขาก้าวเบี่ยงกายเฉียงขวาเพียงครึ่งก้าว โซ่เหล็กก็พุ่งเฉียดหน้าอกไปอย่างหวุดหวิด ฝ่ามือขวาของเขาสะบัดออกจากแขนเสื้อดุจประกายไฟแลบ ดาบดำทมิฬหลุดออกจากฝักในชั่วเศษเสี้ยวพริบตา!
เคร้ง! เคร้ง!
คมดาบดำตวัดฟาดฟันสองคราอย่างแม่นยำและดุดัน ตัดผ่านโซ่เหล็กหนาหนักจนขาดสะบั้นะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เศษเหล็กปลิวว่อนกระแทกฝาผนังไม้จนเป็รอยพรุนเสียหาย
"อะไรกัน!" มือปราบผู้ช่วยทั้งสองอุทานด้วยความใอย่างยิ่ง ทว่าพวกมันมิมีโอกาสได้แก้ตัวอีกต่อไป
พลั่ก! พลั่ก!
กู่เจี้ยนหุนวาดท่อนเท้าเตะเข้าที่กลางอกของพวกมันทั้งสองอย่างรุนแรง พลังบดขยี้จากวิถีกระบี่ขีดที่สามส่งร่างของมือปราบทั้งสองให้ลอยละลิ่วทะลุบานประตูร้าน ออกไปนอนกระแทกพื้นเลนตมกลางถนนใหญ่จนกระอักโลหิตสีแดงฉานออกมาคำโต นอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ปเนื่องด้วยกระดูกซี่โครงหักสะบั้นแหลกลาญ
"เ้ากล้าบังอาจขัดขืนการจับกุมและทำร้ายมือปราบของทางการ โทษทัณฑ์ย่อมคือปะาชีวิตสถานเดียว!" มือปราบลู่โกรธขึ้งจนใบหน้าเขียวคล้ำสลับดำ มันชักกระบี่ประจำตำแหน่งออกเสียงดัง เช้ง!
ตัวกระบี่ส่องประกายสีฟ้าครามแฝงด้วยลมปราณสายน้ำอันดุดันเกรี้ยวกราด มันก้าวสืบเท้าสามก้าวอย่างรวดเร็ว วาดคมกระบี่แทงตรงเข้าที่ตำแหน่งคอหอยของกู่เจี้ยนหุน เพลงกระบี่รวดเร็วและหนักหน่วงดุจกระแสน้ำป่าไหลหลากทะลัก
กู่เจี้ยนหุนั์ตาสีชาดส่องประกายวาววับ ความมันสะใจในสัญชาตญาณนักฆ่าเริ่มเดือดพล่านขึ้นมา เขาพลิกหมุนใบดาบดำในมือ ตั้งรับมุมกระบี่อย่างเยือกเย็นไร้ความหวั่นไหว
เคร้งงงงง!
เสียงศาสตราปะทะห้ำหั่นกันกึกก้องปานฟ้าคะนองผ่า ประกายไฟแลบสลับพราวพร่างท่ามกลางความมืดสลัวของตัวตึก แรงกระแทกอันมหาศาลส่งผลให้โต๊ะเก้าอี้ไม้รอบข้างแหลกสลายกลายเป็ผุยผงในพริบตา มือปราบลู่รู้สึกได้ถึงแรงสะท้อนกลับอันมหาศาลที่สั่นะเืผ่านด้ามกระบี่เข้าสู่ทรวงอก จนร่างของมันต้องกระเด็นถอยหลังไปถึงห้าก้าว ใบหน้าซีดเผือดลงด้วยความจุกเสียดแน่น
‘ฝีมือมีเพียงเท่านี้ คิดจักมาเด็ดหัวของข้า ฝันกลางวันไปเถิด!’ กู่เจี้ยนหุนแค่นเสียงเย้ยหยันในใจ
เขาย่างสามขุมเข้าหาศัตรูในทันควัน มิยอมเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้หยุดหายใจ ดาบดำทมิฬในมือวาดเป็วงกลมสลับฟันปลา บุกจู่โจมด้วยเพลงดาบพิฆาตที่สั้น กระชับ และรวดเร็วปานอสูรกายร้าย
ฟับ! ฟับ! เคร้ง!
มือปราบลู่พยายามยกกระบี่ขึ้นต้านรับอย่างสุดกำลังชีวิต ทว่าความเร็วของกู่เจี้ยนหุนนั้นเหนือชั้นห่างชั้นเกินไป คมดาบดำครูดผ่านใบกระบี่ฟ้าครามจนเกิดเสียงแสบแก้วหูบาดจิต ก่อนจะสไลด์วูบลงสู่เบื้องล่าง
ฉั่ก!
คมดาบกรีดผ่านต้นขาซ้ายของมือปราบลู่จนเนื้อผ้าฉีกขาด เืสด ๆ พุ่งฉีดกระเซ็นเปรอะพื้นเรือน กลิ่นคาวเืโชยแตะจมูกในทันใด มือปราบลู่ร้องลั่นโหยหวน ทรุดเข่าลงข้างหนึ่งด้วยความเ็ปแสนสาหัสเกินทานทน
กู่เจี้ยนหุนมิรอช้า ขยับตลบด้ามดาบกระแทกเข้าที่แสกหน้าของมือปราบลู่อย่างจัง เสียง ปึ้ง หนาหนัก ส่งร่างของหัวหน้ามือปราบให้หงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นเรือน ใบหน้าอาบชโลมไปด้วยหยาดโลหิตสลบไสลมิได้สติสมประดีในทันที
ภายในร้านกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครา มีเพียงเสียงหอบหายใจแ่เบาของกู่เจี้ยนหุนที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเศษซากโต๊ะเก้าอี้ที่พังทลาย เขาสะบัดใบดาบชะล้างรอยเืสีแดงฉานออกจากใบดาบดำทมิฬอย่างเฉยชา
ที่้าบันไดเรือน เจ้ิและเสี่ยวหลินวิ่งลงมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกใ ทว่าเมื่อเห็นสามียังคงยืนหยัดอยู่อย่างปลอดภัยโดยไร้ซึ่งาแใด ๆ ความหวาดกลัวก็แปรเปลี่ยนเป็ความโล่งอกเป็ล้นพ้น เสี่ยวหลินถลันเข้าไปใกล้โอบกอดท่อนแขนซ้ายของเขาไว้แ่า สายตาประสานกันเต็มไปด้วยความห่วงใยอันลึกซึ้งที่ไต่ระดับแแ่ขึ้นอีกขั้น
"ท่านพี่... ท่านกระทำการใหญ่โตเกินไปแล้ว ศาลว่าการย่อมต้องมิปล่อยพวกเราไว้เป็แน่" เจ้ิเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
กู่เจี้ยนหุนเก็บดาบเข้าฝักช้า ๆ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองออกไปนอกบานประตู จ้องตรงไปยังหอโอสถร้อยคุณธรรมฝั่งตรงข้ามที่มีผู้คนลอบมองดูอยู่ด้วยความหวาดกลัวลนลาน
ในห้วงจิติญญา ตัวเลขระบบทอประกายถี่รัวเพื่อเร่งเร้าสภาวะ
[วิถีกระบี่สอดประสาน: ขีดที่ 3 (เบิกเนตร) มั่นคงเต็มสิบส่วน]
[เงื่อนไขถัดไป: ท้าทายอำนาจมืดเพื่อเบิกเส้นทางเปิดร้านโอสถ]
"ช่างศาลว่าการมันประไร" กู่เจี้ยนหุนเอ่ยน้ำเสียงเรียบต่ำทว่าทรงอำนาจลึกล้ำ "พวกมันปรารถนาอยากใช้กฎหมายรังแกข้า ข้าก็จักใช้คมดาบนี้สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่เอง! เจ้ิ เสี่ยวหลิน คอยจงทัศนาให้ดี... วันพรุ่งนี้ ป้ายร้านโอสถของพวกเราจักถูกแขวนขึ้นประกาศศักดา ณ ที่แห่งนี้!"
การเปิดศึกกับทั้งสมาคมนักเลงและศาลว่าการเมืองหลวงเช่นนี้ เท่ากับกู่เจี้ยนหุนได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหอโอสถร้อยคุณธรรมจนหมดสิ้น ในตอนต่อไป เ้าคิดว่าเ้าของหอโอสถร้อยคุณธรรมจะเลือกใช้วิธีการลอบกัดในเงามืด หรือจะใช้อำนาจที่เหนือกว่าของขุนนางระดับสูงบดขยี้ร้านโอสถเปิดใหม่แห่งนี้?