เหตุผลที่เขาไม่ยอมหลับนอนกับเธอใน่หลังเพราะจับได้ว่าเธอหลอกให้เขาหยุดใช้เครื่องป้องกันด้วยการโกหกว่าตัวเองคุมกำเนิด
เขารู้เสมอมาว่ายาเ่าั้มีเอฟเฟคกับร่างกายของเธอ ดังนั้นแล้วปวริศาไม่มีทางทานยา หรือฉีดยาคุมกำเนิด และเขาไม่เชื่อว่าเธอใช้วิธีการอื่นป้องกันเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องท้อง เพราะ้าลูกจึงใช้คำพูดล่อลวงเขา
นานวันเข้า เขาก็ยิ่งท้ออยากถอดใจ ในเมื่อไปกันไม่ได้ก็ไม่จำเป็ต้องเสียเวลารั้งกันไว้
ปริณธวัฒน์เงยหน้ามองหมู่ดาวนึกอยากพาตัวเองหนีไปในที่สงบไกลแสนไกลเสียเดี๋ยวนั้น ไปในที่ที่สามารถมองหมู่ดาวนับหมื่นนับพันดวงบนผืนท้องฟ้าปลอดโปร่ง พร้อมฟังเสียงแมลงร้อนประสานกันหรือฟังเสียงฝนตกกระทบหลังคาไหลลงสู่ทางระบายน้ำ มากกว่าฟังเสียงความฟุ้งซ่านว้าวุ่นภายในหัวใจของตัวเอง
การที่เขายังคงหมั้นหมายกับปวริศามันกักขังหัวใจของเขา ทันทรมานอย่างสาหัสเมื่อไม่อาจคิดถึงใครบางคนที่มีคุณค่ากับหัวใจอย่างมากมายได้อย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดบาปละอายใจ
เขาอยากคิดถึงนรารินโดยที่ไม่ต้องสำเหนียกได้ว่าตัวเองกำลังผิดศีลธรรมนอกใจใครอีกคนซึ่งไม่เคยยึดพื้นที่ในหัวใจเขาอย่างแน่นเหนียวเท่ากับผู้หญิงที่ชอบยิ้มจนตาเป็สระอิ เสียงหัวเราะกังวานสดใส แก้มเป็สีแดงระเรื่อยามกอดรัดกับเขาจนสองร่างหอบเหนื่อยด้วยกันบนเตียงนอน
หัวใจของเขาอัดแน่นด้วยความคิดถึง่เวลาแสนดีเ่าั้ และยิ่งคิดถึงแทบคลั่งเมื่อได้เจอเธอในรอบหลายปี
ชายหนุ่มมองจอโทรศัพท์มือถืออย่างชั่งใจนานหลายนาที
เบอร์โทรที่เขาขอกึ่งบังคับนรารินปรากฏอยู่บนนั้น ง่ายเพียงกดโทรออกแต่ชายหนุ่มต้องยับยั้งชั่งใจหลายรอบ
แม่ง!
ชายหนุ่มขยี้เรือนผมดกหนาตัดสั้นของตัวเองแรงๆ ว้าวุ่นใจจนคล้ายกำลังจะเป็บ้าเมื่อหาทางยุติปัญหาของตัวเองไม่ได้สักที
เขาลืมไปว่าไม่ได้ดับจอมือถือปลายนิ้วพลาดไปโดนเบอร์ของนรารินแล้วโทรออกจนได้กว่าเขาจะรู้ตัวก็ตอนได้ยินเสียงหวานเจือแหบดังมาจากปลายสายเสียแล้ว
[พี่ปัณ มีอะไรหรือเปล่าคะ] เสียงไม่หวานกังวานตามธรรมชาติร้องถาม ฟังดูคล้ายคนจมูกบี้แบนนิดๆ แต่ชายหนุ่มไม่ทันคิดว่าเธอกำลังร้องไห้
เขาอึกอัก เมื่อกี้เป็ตัวเองแท้ๆ ที่อยากคุยกับเธอใจแทบขาดแต่เมื่อกดโทรออกไปก็อ้ำๆ อึ้งๆ นึกคำพูดไม่ออก
“ยังไม่หลับเหรอ” เขารู้ว่าคำถามนั้นฟังดูสิ้นคิดไปหน่อยแต่คิดประโยคที่ฟังดูดีเข้าท่ากว่านั้นไม่ออก
[ยังหรอกค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ]
เขานึกออกเดี๋ยวนั้นเองว่าสามารถหาความสบายใจได้จากที่ใด
คำว่ามีคู่หมั้นหมายค้ำคออยู่ก็จริงแต่เขามั่นใจว่ามีวุฒิภาวะพอที่จะหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ทำเื่เกินเลยผิดศีลธรรมกับนรารินได้
“พี่ไปหาได้หรือเปล่า”
นรารินคงอึ้งทีเดียวเมื่อได้ยินประโยคขอร้องของเขา
[เมื่อไหร่คะ]
“ตอนนี้”
[คะ!?]
“ได้ยินไม่ผิดหรอกพี่บอกว่าขอไปหาได้มั้ย ตอนนี้เลย”
[ทะทำไมล่ะคะ พี่ปัณกลับไปหาคุณปิ่นไม่ใช่เหรอ]
นรารินสับสนไปหมด เธอเพิ่งร้องไห้เป็เผาเต่าเพราะได้ยินกับหูว่าเขากลับไปหาคู่หมั้น แต่เพียง 2 ชั่วโมงถัดมาเขาก็โทรกลับมาด้วยเบอร์โทรที่คะยั้นคะยอแลกเปลี่ยนกับการกดปลดล็อกประตูรถให้ตอนขับวนไปส่งเธอที่เดิมตรงร้านสะดวกซื้อ
“อื้ม กลับไปเจอกันแล้วล่ะ”
[เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ]
“ทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะ” เขาสารภาพ
[เธอให้ออกมาจากห้องเหรอคะ]
เขายกมือเกาศีรษะเก้อๆ สมเพชตัวเองเล็กน้อย “ครับ”
นรารินคงกำลังคิดอย่างหนักว่าควรอนุญาตเขาดีหรือไม่ ก่อนตอบในที่สุด
[ก็ได้ค่ะ มาถึงแล้วโทรบอกนะคะอิงจะลงไปรับที่ล็อบบี้ แล้วขึ้นไปนั่งบนพื้นที่ส่วนกลางตรงชั้นดาดฟ้า] เธอต่อรอง [อีกอย่าง อิงไม่สะดวกให้ค้างคืนนะคะ]
ปริณธวัฒน์เกือบหลุดหัวเราะ เธอรู้ด้วยเหรอเนี่ยว่าคืนนี้เขาไม่มีที่ไป
“ครับ ตกลงตามนั้นทุกอย่าง”
อารมณ์ขุ่นมัวของเขาได้รับการเยียวยาขึ้นจากเดิมเล็กน้อย อย่างไรเสียศูนย์รวมความสบายใจของเขาก็เป็นรารินวันยังค่ำ