บทที่ 4
เริ่มต้นการค้าขาย (4)
เด็กน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้าแผงผักด้วยสายตาเปล่งประกายแห่งความคิดมันทำให้ท่านยายที่เป็เ้าของแผงผักมองเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูผู้นั้นด้วยความสงสัย
“ ยัยหนูมีอันใดงั้นรึ ” ท่านยายผู้นั้นเปล่งเสียงเอ่ยถามขึ้นมา
จูเฟยที่กำลังมองภาพตรงหน้าของนางด้วยสายตาเปล่งประกายก็ละความสนใจกับผักเ่าั้แล้วเงยหน้าขึ้นมามองท่านยายที่ดูท่าทางใจดีตรงหน้า
“ ท่านยายเ้าคะ แผงผักนี้เป็ของท่านยายเองเลยหรือเ้าคะ ” จูเฟยถามออกไป
หญิงชราตรงหน้าพยักหน้าตอบกลับไปด้วยสายตาที่เศร้าหมองเล็กๆ
“ ใช่แล้วล่ะยัยหนู.. ”
จูเฟยยิ้มแป้นออกมาเพื่อส่งความเป็มิตรผ่านใบหน้าที่ไร้เดียงสาให้กับท่านยายตรงหน้า
หญิงชราผู้นั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากันพลันมองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความฉงน นางมองยัยหนูตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เด็กน้อยตรงหน้าดูท่าทางผิดแปลกไปจากเด็กวัยเดียวกันและยังพูดจาฉะฉานไหลลื่นอีกต่างหาก
“ ท่านยายเ้าคะ ข้าขอถามอีกอย่างท่านปลูกผักพวกนี้เองใช่หรือไม่เ้าคะ ” จูเฟยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันน่ารักน่าเอ็นดู
หญิงชราตรงหน้าก็ได้แต่พยักหน้าตอบกลับไปอีกครั้ง
“ แล้วท่านกำลังขายไม่ดีใช่หรือไม่เ้าคะ ” ไม่เว้น่นางถามต่อทันที
ท่านยายตรงหน้าใบหน้าที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นก็ฉายความเศร้าหมองออกมาแล้วพยักหน้าตอบกลับยัยหนูที่อยู่ตรงหน้าไป
จูเฟยยิ้ม
“ อืม~ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เ้าคะให้ข้าช่วยขาย ” เด็กน้อยตรงหน้าเสนอขึ้นมาพลันให้ท่านยายผู้ที่เป็เ้าของแผงผักมองกลับมาด้วยด้วยความฉงนเข้าไปใหญ่
กระนั้นที่จูเฟยกล่าวไปนางก็คิดเช่นนั้นจริงๆจากการที่ได้ดูแผงผักแผงนี้แล้วสินค้าทุกอย่างที่อยู่บนแผงผักก็ล้วนแล้วแต่เป็ของที่มีคุณภาพ ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่ายๆมันก็เปรียบเสมือนพืชผักออแกนิคในยุคของนาง
พืชผักที่ที่ไม่ได้ใช้สารเจือปนอื่นๆ อีกอย่างก่อนหน้านี้นางก็ได้เดินสำรวจแผนผักภายในเมืองมาก็หลายแผงผักของพวกเขาไม่ได้เป็ผักที่มีคุณภาพเช่นผักของท่านยายผู้นี้แต่ก็ยังขายดิบขายดี
สิ่งที่จูเฟยคิดได้มันก็มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่อย่าง 1 คือทำเลการตั้งของแผงผัก ถนนเส้นนี้เป็ถนนด้านหลังของเมืองโดยเป็ด้านหลังของตลาดด้วยเช่นกันคนที่สัญจรไปมาก็น้อยยิ่งนักไม่แปลกที่จะไม่มีคนเดินเข้ามาซื้อผักร้านท่านยายผู้นี้เลย มันก็เพราะว่าผู้คนส่วนใหญ่ก็จะเลือกซื้อแผงผักที่ตนเองเจอด้านหน้าก่อนเป็อันดับแรก ซึ่งจูเฟยเองก็สำรวจดูบริเวณถนนเส้นหลักก่อนจะมาถึงบริเวณนี้แล้วว่ามีแผงผักตั้งอยู่ถึงประมาณ 5-6 แผง จะพูดง่ายๆก็คือไม่มีลูกค้าเหลือรอดมาให้ท่านยายผู้นี้แล้ว
อย่างที่ 2 มันคือไม่มีจุดดึงดูดเพราะว่าท่านยายผู้นี้เป็หญิงชราเพียงคนเดียวนางเลยไม่มีเสียงจะไปะโแข่งกับแม่ค้าผู้อื่น
จูเฟยตรวจดูคุณภาพของผักและราคาแล้วว่าอย่างไรเสียท่านางได้นำผักพวกนี้ไปขายต้องขายดิบขายดีอย่างแน่นอน คุณภาพก็ดีกว่าอีกทั้งราคาผักก็ถูกกว่าแผงผักด้านหน้าตั้งมาก
“ เ้าพูดอันใดยัยหนู.. ” หญิงชราตรงหน้ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ภายในความคิดของนาง นางคงคิดว่ายัยหนูตัวเล็กผู้นี้เพียงแค่อยากจะเล่นตามประสาเด็กน้อยเท่านั้น
“ อืม~ ” เด็กน้อยวัยเพียง 6 ปีที่ยืนอยู่หน้าแผงผักที่เงียบงันนางทำท่าทางครุ่นคิดราวกับผู้ใหญ่ คิ้วทั้งสองที่ประดับอยู่บนใบหน้าน้อยๆที่น่าเอ็นดูขมวดเข้าหากัน
สิ่งที่จูเฟยกำลังคิดมันก็คือว่านางจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ท่านยายผู้นี้เชื่อมั่นนางก่อนเป็อันดับแรก
“ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เ้าคะ ข้าขอผัก 1 ตะกร้าแล้วข้าจะไปลองขายมาให้ท่านยายดู ” จูเฟยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ตอนนี้นางก็เหมือนกับว่ากำลังจะขอเป็ตัวแทนจำหน่ายผักของท่านยายผู้นี้ อย่างแรกนางเองก็ต้องพิสูจน์ตัวเองก่อนเพราะว่าท่านยายผู้นี้เชื่อมั่นในความสามารถของนาง
“ แต่ว่านะเ้าคะข้าอยากจะขอค่าขนมเป็ค่าตอบแทนด้วยนะเ้าคะ ” เด็กน้อยไม่ลืมเอ่ยเื่ค่าตอบแทน
หญิงชราที่เป็เ้าของแผงผักก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล นางเกรงว่าถ้านางให้แม่หนูผู้นี้กระทำเื่เช่นนี้มันจะกลายเป็การใช้งานเด็ก เพราะดูจากสายตาแล้วยัยหนูตรงหน้าน่าจะมีวัยยังไม่ถึง 10 ปีเลยด้วยซ้ำ
“ น่าเ้าคะ~ ” จูเฟยลากเสียงยาวแสดงความน่ารักน่าเอ็นดูพร้อมกับใช้ดวงตากลมโตจ้องมองพร้อมกับกระพริบตาปริบๆ
สุดท้ายแล้วการใช้น้ำเสียงออดอ้อนมันก็ได้ผลท่านยายผู้นั้นได้ยอมให้จูเฟยลองขายผัก 1 ตะกร้า โดยนางก็หยิบผักบางส่วนโดยเลือกผักที่มีคุณภาพมากที่สุดใส่ตะกร้าให้กับเด็กน้อยไป
เด็กน้อยไม่รีรอนางเมื่อได้ของที่้ามาแล้วก็รีบเร่งไปปฏิบัติตามความคิดของตนเองทันที
จูเฟยวิ่งตรงออกไปตรงหน้าเมืองพร้อมกับตะกร้าสานไม้ไผ่ที่มีผักอยู่ไม่มากนัก เมื่อมาถึงบนถนนผู้คนก็พลุ่งพล่านมากมาย เด็กน้อยเลือกที่จะยืนหลบมุมอยู่ก่อนเพื่อใช้ดวงตากลมโตมองสำรวจด้านหน้า
นางกำลังหาลูกค้าตอนนี้จุดที่นางยืนอยู่มันอยู่ก่อนที่จะถึงแผงผักแรกประมาณนึง ด้วยสุดตรงนี้นางสามารถแย่งลูกค้าโดยการตัดหน้าก่อนได้โดยที่ใช้ผู้คนที่พลุ่งพล่านในการเป็ม่านบังตาไม่ให้ผู้ใดเห็น
ในการตัดหน้าขายของเช่นนี้มันเป็การกระทำที่ไม่ค่อยดีนัก จูเฟยเลยเกรงว่าเ้าของแผงผักต่างๆจะเขม่งนางเข้าให้
ดวงตากลมโตมองเข้าไปในฝูงคนที่มากมาย การจะระบุคนที่้าจะซื้อผักในกลุ่มคนขนาดนี้ได้มันไม่ใช่เื่ง่ายนัก
จูเฟยเลยใช้วิธีการคาดเดาจากสายตานางจ้องมองทิศทางการเดินและสายตาของผู้คน เมืุ่์ต้องสิ่งใดมักจะจ้องมองของสิ่งนั้นก่อนเป็อันดับแรก
หลังจากที่ยืนมองอยู่พักใหญ่ๆจูเฟยเองก็มองเห็นลูกค้าคนแรกของนาง นางเป็สตรีสาวชาวบ้านที่ทำท่าทำทางจะเดินตรงเข้าไปที่แผงผัก อีกจุดสังเกตหนึ่งก็คือดวงตาของนางที่กำลังจ้องมองไปที่ทิศทางที่กำลังจะเดินไป
เด็กน้อยที่ในมือหนึ่งข้างถือตะกร้าสานไม้ไผ่ที่มีผักใส่อยู่จำนวนหนึ่งได้รีบวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
จูเฟยเข้าชาร์จโดยการขวางหน้าท่านน้าผู้นั้นอย่างรวดเร็ว
แม่นางผู้นั้นเมื่อโดนเด็กน้อยวิ่งเข้ามาขวางตรงหน้าก็ผงะถอยหลังไปสองก้าวพร้อมกับแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“ เอ๊ะ!! ยัยหนู ” นางอุทานออกมาพร้อมกับใช้ดวงตาทั้งสองข้างมองลงที่ร่างของเด็กน้อยเพศหญิงที่ในมือข้างหนึ่งถือตะกร้าไม้ไผ่ใบน้อยๆอยู่ด้วยความฉงน
“ พี่สาวเ้าคะ~ ” จูเฟยเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอีกครั้ง
คำเย้าหยอกของเด็กน้อยผู้นี้ทำให้แม่นางผู้นั้นบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย เมื่อมองภายนอกแล้วนางก็น่าจะมีอายุประมาณย่างเข้าเลข 4 แล้วการที่โดนผู้คนเรียกว่าพี่สาวมันเป็เื่ที่ทำให้จิตใจของนางกระชุ่มกระชวยขึ้นมา
“ ว่าอย่างไรแม่หนู เ้ามีเื่อันใดให้พี่สาวช่วยหรือไม่ ” นางตอบกลับเด็กน้อยตรงหน้าด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนไปทันที ใบหน้าของแม่นางผู้นั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มและฉายความเป็มิตรออกมาหลายส่วน
จูเฟยก็ลอบยกยิ้มที่มุมปากทุกอย่างมันเข้าแผนการของนางทั้งหมด
“ พี่สาวคนสวยเ้าคะ~ ช่วยอุดหนุนข้าหน่อยสิเ้าคะ ” เด็กน้อยตรงหน้าทำหน้าตาน่ารักๆ แล้วยื่นตะกร้าสานไม้ไผ่ที่มีผักอยู่จำนวนหนึ่งให้กับแม่นางผู้นั้น
แม่นางผู้นั้นชะโงกมองของที่อยู่ในตะกร้า
“ งามนักผักอันใดปลูกได้งามขนาดนี้ ” แม่นางผู้นั้นอุทานออกมาทันทีเมื่อเห็นผักมากมายหลากหลายชนิดที่นอนนิ่งอยู่ภายในก้นตะกร้าสาน
นางเป็แม่บ้านของตระกูลใหญ่เลือกซื้อผักมาก็นานปี ไม่เคยเห็นผักร้านใดจะงามเช่นนี้มาก่อน
“ ยัยหนูนี่เ้าขายเท่าใด ”
เมื่ออีกฝ่ายถามเช่นนั้นจูเฟยก็ราวกลับว่านางนั้นชนะไปแล้วหลายส่วน การถามราคาเท่ากับว่าอยากจะได้
เด็กน้อยไม่รอช้าเริ่มรายงานราคาของผักที่นอนนิ่งอยู่ก้นตะกร้าอย่างรวดเร็วด้วยคำพูดจาฉะฉานไหลลื่นน่าฟัง
เมื่อได้ฟังราคาของผักทั้งหมดทันทีมันก็ทำให้แม่นางผู้นั้นตกลงซื้อผักของจูเฟยเอาไว้ทั้งหมด เหตุผลมันก็เพราะว่าผักของจูเฟยทั้งมีคุณภาพและรวมไปถึงราคาถูกกว่าผักร้านอื่นมากนัก
โดยเมื่อทำการซื้อขายเสร็จจูเฟยไม่ลืมที่จะบอกที่ตั้งแผงผักให้กับท่านน้าผู้นั้นไป โดยแผนผักของท่านยายมันก็ตั้งห่างไปเพียงได้มากนักแต่เพียงว่ามันอยู่ในตรอกเล็กๆเลยไม่มีผู้ใดได้พบเห็น แต่เมื่อมองจากระยะทางแล้วผู้ที่เป็ผู้ซื้อถ้ารู้ว่ามีผักที่ราคาถูกและคุณภาพดีกว่าก็ต้องยอมลงแรงเดินไปอีกเพียงนิดอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นเด็กน้อยวัย 6 ปีก็หอบเงินจากการซื้อขายทั้งหมดวิ่งกลับไปหาท่านยายที่อยู่ที่แผงขายผักอย่างรวดเร็ว
ก้อนกลมๆวิ่งดุ๊กดิ๊กมาแต่ไกล หญิงชราดวงตาพร่ามัวพยายามหรี่ดวงตาของตนเองเล็กลงเพื่อจ้องมองให้เห็นว่าเป็ยัยหนูผู้นั้นก็ให้ประหลาดใจด้วยที่กลับมารวดเร็วเช่นนี้
จูเฟยที่วิ่งกลับมาได้รีบส่งผลงานของตนเองอย่างรวดเร็วนางยื่นตะกร้าไม้ไผ่สานให้กับหญิงชราผู้นั้น แล้วนำเงินที่ได้มาจากการขายส่งให้ไปพร้อมกันทันที
“ เอ๊ะ!!! ยัยหนูขายหมดแล้วงั้นรึ ” หญิงชราเอ่ยถามด้วยใบหน้าตกตะลึง นางไม่คิดว่ายัยหนูน้อยผู้นี้จะสามารถขายผักทั้งหมดได้รวดเร็วเพียง
ด้วยยัยหนูวิ่งออกไปยังไม่ถึงครึ่งชั่วยามเลยด้วยซ้ำ
“ เ้าค่ะ!!! ข้าบอกแล้วอย่างไงเ้าค่ะว่าข้านั้นเก่ง ” จูเฟยพูดออกมาพร้อมกับแสดงท่าทางยืดอกให้กับความสามารถของตนเอง
“ หึ หึ หึ ” หญิงชราส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆภายในลำคอพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลง
“ เป็อย่างไรเ้าคะ เท่านี้ท่านก็รับข้าทำงานได้แล้วใช่หรือไม่ ” จูเฟยเปลี่ยนสายตาของตนเองกลายเป็สายตาที่เปล่งประกายแล้วจ้องมองไปที่ท่านยายตรงหน้า
นางได้พิสูจน์ตนเองแล้วก็หวังว่าท่านยายผู้นี้จะรับนางเข้าทำงานที่ร้านด้วย ถ้าสามารถเข้าทำงานที่ร้านนี้ได้สำเร็จเป้าหมายแรกของนางในการหาเงินทุนมันก็ไม่ใช่เื่ยากแล้ว เพราะว่านางมั่นใจว่าความสามารถของนางจะสามารถทำกำไรให้ร้านผักแห่งนี้ได้อย่างมากมาย
ท่านยายผู้นั้นแสดงรอยยิ้มออกมาบนใบหน้าที่อ่อนโยนแล้วตอบรับยัยหนูผู้ชั่งเจรจาตรงหน้ากลับไป “ ได้ยัยหนูยายรับเ้าเข้าทำงาน ”
ใบหน้าที่น่ารักน่าเอ็นดูยิ้มแป้นออกมาทันที
จบตอน