“เฉินซีกง ออกมารับความตายเสีย!”
“เฉินซีกง หากเ้ายอมออกมาตอนนี้ข้าสัญญาว่าจะละเว้นครอบครัวเ้า”
เสียงะโดังโหวกเหวกอยู่หลายชั่วยาม
เฉินซีกงยืนฟังอยู่ด้านในปราการถึงกับถมน้ำลายออกมา “ละเว้นครอบครัวข้า ถุย! ข้าได้ยินว่าทุกสำนักที่พวกมันไปกวาดล้างล้วนสังหารแม้แต่ลูกคนรับใช้ ไอ้สารเลวพวกนี้ยังชั่วกว่าจอมมารฝ่ายอธรรมเสียอีก”
“ข้าจะออกไปฆ่าพวกมันให้รู้แล้วรู้รอดไป” เฉินหลิวกำดาบตนเองด้วยความแค้น เฉินหลิวผู้นี้เป็ถึงทายาทผู้สืบทอดตระกูลเฉินแม้ไม่ได้สังกัดพรรคมารแต่อย่างได แต่เฉินซีกงก็เป็บิดาของมัน มันไม่อาจทนการเหยียดหยามได้
“อาหลิว ข้าจะเปิดทางให้เ้าและเมียของเ้าหนีไป ความหวังของตระกูลเฉินเราข้าฝากไว้ที่เ้าแล้ว หลังจากหนีรอดไปได้ก็เก็บตัวเปลี่ยนชื่อแส้ อย่าได้เข้ามาวุ่นวายในยุทธภพอีก เข้าใจรึไม่” เฉินซีกงพูดพลางกัดปากจนเืซิบ
“ท่านพ่อ ข้าไม่มีวันทิ้งท่านไว้ที่นี่เป็อันขาด”
“บัดซบ!”
ผัวะ!!! เฉินหลิวถูกตบเข้าเต็มหน้า คนยังงงอยู่ก่อนที่จะโดนตวาดใส่หน้าว่า
“นี่เ้าโง่จริงจังรึว่าแกล้งโง่กันแน่ เมียของเ้ามิได้บอกเ้ารึว่านางกำลังท้อง!”
เฉินหลิวหันมองเมียตนเองด้วยสีหน้าใ ก่อนที่น้ำตาของมันจะค่อยๆไหลออกมา
“ข้าไม่มีวันทิ้งท่านพ่อ...!”
ผัวะ!!!!
คราวนี้เฉินหลิวถึงกับปริวกระเด็นไปติดกำแพง
“ั้แ่เป็หัวหน้าตระกูลก็กล้าขัดคำสั่งข้าแล้วรึ” เฉินซีกงชักกระบี่ออกมาจ่อใส่หน้าผากลูกชายตนเอง ก่อนที่มันจะถอนหายใจและลดกระบี่ลง
“ไปเถอะ แค่เ้ามิใช่คนขลาดเขลาก็ทำให้ข้าภูมิใจแล้ว”
“ท..ท่านพ่อ!”
“อาหลิว หลังฟ้ามืดข้าจะบุกทะลวงออกไปด้านหลัง เวลานั้นเ้าต้องปกป้องเมียและลูกของเ้าให้ดี อย่างน้อยหลานของข้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เข้าใจรึไม่!”
“ข...ขอรับท่านพ่อ!” เฉินหลิวตอบรับด้วยความแค้น
ยามฟ้ามืดลง หน่วยองครักษ์กว่าสิบนายของป้อมตระกูลเฉินก็พุ่งเข้าโรมรันศัตรู เฉินซีกงพุ่งเข้าปะทะเหล่าจอมยุทธที่ซุ่มซ่อนอยู่ด้านหลัง ส่วนเฉินหลิวและภรรยานั้นหนีออกทางประตูลับ
ศรไฟหลายร้อยดอกปลิวว่อนทั่วท้องฟ้า เพียงครู่เดียวป้อมตระกูลเฉินก็ตกอยู่ในกองเพลิง
“ล้อมมันไว้!”
เหล่าจอมยุทธมือดีพากันล้อมกรอบเฉินซีกงไว้ คนแม้เก่งกาจแต่ไม่อาจสู้การกรุ้มรุมจากยอดฝีมือของเหล่าพันธมิตรได้
“พวกเ้าล้วนขี้ขลาดตาขาว วันนี้อย่างไรข้าก็จะขอแลกชีวิตกับพวกเ้า” เฉินซีกงตวาดลั่นในมือของมันเริ่มปลดปล่อยปราณสีดำออกมา ปราณสีดำแผ่กระจายปกคลุมตัวกระบี่เกิดเป็ควันอันเบาบางสั่นไหวอยู่รอบกระบี่ของมัน
ยามที่เฉินซีกงลูบไล้ไปตามกระบี่ กระบี่ของมันก็สั่นไหวราวกับมีชีวิต
วูบบบบ!!! ผัวะ!!
แต่ทว่ายามยกกระบี่หวังฟัน ปราณสายหนึ่งก็พุ่งเข้ากระแทกข้อมือมันอย่างหนักหน่วงจนกระบี่ของมันกระเด็นหลุดมือไป
กลับกลายเป็พลองของหลวงจีนไร้พลังที่รวดเร็วกว่า!
เฉินซีกงรู้สึกได้ถึงความอันตรายได้ในทันที ที่ด้านหลังของมันปรากฏฝ่ามือหลายสิบสายพุ่งเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง และในแต่ละฝ่ามือกลับอัดแน่นด้วยพลังปราณอันมหาศาล
ตูมมมม!!!
คนกระเด็นไถลไปไกล ยังดีที่มันสามารถรับการโจมตีนั้นได้อย่างหวุดหวิด
แค๊กกก!! พรวดดด!!!
เืสีดำไหลออกมาทั้งจมูกปาก เวลานี้ลมปราณของมันปั่นป่วนจนยากจะควบคุมแล้ว
‘ฝ่ามือห้าธาตุร้ายกาจนัก ข้าไม่สามารถรวบรวมลมปราณได้แน่หากยังเป็เช่นนี้’
เฉินซีกงทำได้เพียงตั้งรับการโจมตี ยอดฝีมือฝ่ายอธรรมสองคนนี้กลับรุกไล่มันจนแทบจะหมดหนทางหนีแล้ว แต่ทว่า์กลับไร้ปราณี ประกายกระบี่สีขาวไม่รู้ปรากฏจากทิศทางใด กลับพุ่งตรงเข้าสู่ลำคอของมันอย่างรวดเร็ว
‘ไม่ทันแล้ว!!!’
เฉินซีกงรู้ดีการโจมตีเช่นนี้มีเพียงกระบี่์เท่านั้นที่ทำได้ แม้ว่าการโจมตีเช่นนี้จะฉาบฉวยไปหน่อย แต่ทว่าอย่างไรมันก็มิอาจป้องกันได้จริงๆ
‘อาหลิว หวังว่าพวกเ้าคงรอดไปได้’ เฉินซีกงหลับตารอรับความตาย
และในทันทีที่ปลายกระบี่ห่างจากคอหอยมันเพียงครึ่งนิ้ว พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
กิ๊งงงง!!!
จู่ๆหมอกควันสีขาวก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ประกายกระบี่ของกระบี่์กลับเบี่ยงทิศทางออกอย่างน่าประหลาดใจ
“เกิดอะไรขึ้นวะ!”
“มันหายไปไหนแล้ว!”
“อ๊ากกกก!!!”
“พวกเราถูกลอบโจมตี!!!”
“อ๊า!!!!”
เสียงร้องดังระงมจากทุกทิศทาง ราวกับว่ามีประกายระยิบระยับเกิดขึ้นในเมฆหมอก เฉินซีกงได้แต่หันซ้ายหันขวาด้วยความหวาดระแวง แต่ดูเหมือนการโจมตีปริศนานี้จะมุ่งเน้นไปที่ชาวธรรมะ มันจะไม่งงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างไร
‘อะไรกันกำลังเสริมรึ!?’
ระหว่างที่มันกำลังงงอยู่นั้นปรากฏเสียงอันทรงพลังขึ้น เสียงนั้นดูน่าขนลุกและไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็เสียงหญิงหรือชาย มันคล้ายกับเสียงปีศาจมากกว่า
“เฉินคุน ไอ้เ้าคนทรยศ วันนี้ข้าจะฆ่าเ้า”
เฉินซีกงทำหน้างง มันแน่ใจว่าน้ำเสียงที่มันได้ยินเป็น้ำเสียงของเด็กน้อย แต่ทว่าภายในเส้นเสียงนั้นกลับแผ่พลังปราณออกมาจนน่ากลัว
“เอ่อ ข้าน้อยเฉินซี....”
วูบบบบ!!
ประกายกระบี่สีขาวอีกสายพุ่งเข้ากลางกระหม่อมมันอีกรอบ แต่ทว่ายามห่างเพียงหนึ่งคืบก็เกิดเสียงกิ๊งเช่นเดิม
กิ๊งงง!!!
แต่คราวนี้ไม่ธรรมดา กระบี่สีขาวกลับถูกกระแทกจนบินลงมาปักต่อหน้ามัน
‘น..นี่มัน เป็ไปไม่ได้กระมัง กระบี่ของกระบี่์หลุดมืองั้นรึ!’
ผู้ที่งงงวยกับเหตุการณ์มิได้มีเพียงเฉินซีกง แต่ผู้เฒ่ากระบี่์ก็เช่นกัน
‘กระบี่หลุดจากมือเรา! ได้อย่างไรกัน!’
มันเบิกตาค้างพลางมองลงบนมือที่กำลังสั่นเทา ที่หลังมือของมันปรากฏรอยจ้ำเืเล็กๆขึ้นมาหนึ่งรอย มันคล้ายเป็ก้อนหินแต่ก็มิใช่ คล้ายเป็อาวุธลับแต่ก็มิใช่ ที่ััได้มีเพียงรอยหยดน้ำเล็กๆ
“เ้าเป็ใครกัน” ผู้เฒ่ากระบี่์ตวาดขึ้นด้วยความโมโห
ตูม!!!
ราวกับมีหินั์พุ่งชน ผู้เฒ่ากระบี่์กระเด็นชนทะลุกำแพงหายไปในพริบตา
“จอมมาร! จอมมารปรากฏแล้ว!” เสียงตวาดดังก้องไปทั่วบริเวณ นั่นเป็เสียงของหลวงจีนไร้พลัง มันกระชับพลองแน่นพร้อมกับพุ่งเขาหาร่างเงาที่ปรากฏตรงหน้า
ตูม!!!! อ๊ากกกก!!
แต่ยามที่พลองมันกำลังฟาดลง ราวกับมีหมัดั์พุ่งขึ้นจากพื้น พุ่งกระแทกใส่ลำตัวมันจนลอยขึ้นถึงสามจั้ง รู้ได้เลยว่าอวัยวะภายในของมันในเวลานี้บอบช้ำอย่างสาหัส
นักพรตห้าธาตุมองดูร่างของหลวงจีนไร้พลังปลิวไปต่อหน้าต่อตา ในหมอกควันสีขาวแห่งนี้ทุกอย่างยังคงชัดเจน มีเพียงร่างเงาสายหนึ่งเท่านั้นที่เห็นได้ไม่ค่อยชัดถนัดตา และยามที่มันรู้ตัวอีกที เงาร่างสายนั้นก็ประชิดตัวมันแล้ว
“ห๊ะ!!! เ้าเป็ใครกัน”
ผัวะ!!! อ๊ากกกกก!!!
เสียงร้องดังยาวนานจนกระทั่งคนลับหายไปจึงสิ้นเสียง เหล่าจอมยุทธฝ่ายคุณธรรมได้แต่ปัดป่ายอาวุธลับจนเหนื่อยแรง ก่อนที่จะมีคนะโ ‘ถอย!’ กลับมาเป็ทอดๆ เหล่าจอมยุทธพอเห็นท่าไม่ดีก็พากันถอยหนีไปอย่างรวดเร็ว
เฉินซีกงยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และยามเมื่อหมอกควันสีขาวจางหายไป ที่ตรงหน้ามันกับปรากฏเป็เด็กน้อยผู้หนึ่ง