เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 8 ศพโบราณภายในถ้ำ

     เสียงสายลมที่โชยพัด ร่างกายอันใหญ่โตของเจวี๋ยหวู่หมิงที่กำลังร่วงหล่นอยู่ ความเร็วนั้นยังคงเพิ่มพูนขึ้นไม่หยุดไม่หย่อน แต่ทางด้านล่างกลับยังคงไม่พบเห็นก้นบึ้ง เขากลับเป็นห่วงว่าถ้าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เป็นไปได้อย่างมากที่อาจจะตกไปในบ่อโคลน เมื่อฉุกคิดได้เช่นนี้ เขาเองก็ได้รีบปรับสภาพร่างกายในทันที พร้อมกับทำให้ร่างกายชิดติดกับบนกำแพงหินผาศิลา ในเวลาเดียวกัน ก็ได้ใช้ทักษะของกระดูกเหล็กผิวทองแดง นี่กลับยังไม่เพียงพอ! เขาได้ปล่อยพลังมนตราออกมา เพื่อผ่อนแรงจากการร่วงหล่น ในเมื่อไม่มีพลังของการบินเหิน ที่ใช้ออกมาทั้งหมดก็เป็นขีดจำกัดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้แล้ว เกล็ดงูอันแข็งทนทานขูดกับกำแพงจนเกิดเป็นสะเก็ดไฟขึ้นนับไม่ถ้วน แม้ว่าจะมีทักษะของกระดูกเหล็กผิวทองแดงก็ยังไม่สามารถยับยั้งความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้ ในตอนนี้เขากลับมีความคิดเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือขอให้การร่วงหล่นนี้จะผ่านพ้นไปได้เร็วที่สุด คล้ายกับว่าสวรรค์จะได้ยินคำอธิษฐานของเขา เมื่อผ่านไปนานถึงครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเขาก็ได้พบเห็นพื้นดิน แต่ยังไม่ทันที่จะยินดี ก็ได้เกิดเสียงตูมดังขึ้น กระแทกชนจนมึนงงตาลาย สลบไปในที่สุด ติ่ง……ติ่ง……ติ่ง…… หยดน้ำที่ทั้งเย็นทั้งเยียบ ได้หยดลงใส่ร่างของเจวี๋ยหวู่หมิง เกิดเป็นความรู้สึกที่ชุ่มชื้น จนทำให้เจวี๋ยหวู่หมิงราวกับได้สติมาจากท่ามกลางความฝันอันยาวนาน แค๊กแค๊กแค๊ก…… ขณะที่พึ่งจะได้สติ เจวี๋ยหวู่หมิงก็นอนอยู่บนกองดินบุปผาไปแล้ว ภายในปากยังเต็มไปด้วยกลิ่นของดินที่แห้งผาด โดยที่กวาดตามองไปรอบด้านอย่างตื่นตัว วินาทีที่เกิดความประหลาดใจ ก็คิดไม่ถึงว่าภายใต้หุบเหว ถึงกับมีถ้ำที่ซ่อนเอาไว้อยู่อีกแห่ง เป็นถ้ำที่อยู่ในถ้ำ! “เอ๊ะ? ที่นี่ถึงกับมีคนอยู่!” เจวี๋ยหวู่หมิงกลับเป็นฝ่ายที่ตกใจขึ้นมาก่อน แต่หลังจากที่ได้ดูอย่างละเอียด ก็พบว่าที่แท้ก็เป็นเพียงคนที่ตายไปแล้ว จึงค่อยวางใจขึ้นได้ ส่วนนี้ เจวี๋ยหวู่หมิงที่กำลังเลื่อยร่างกายที่เป็นงู ขยับเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง รอจนกระทั่งอยู่ห่างจากซากศพนั้นในระยะสามหมี่ ทำการสำรวจซากศพลึกลับนี้ ซากศพที่กำลังอยู่ในสภาพนั่งสมาธิอยู่บนเตียงศิลา ไม่ขยับมิเขยื้อน ราวกับได้ตายมาเนิ่นนานแล้ว แต่ที่น่าตกใจก็คือ บนหน้าอกของเขากลับมีกระบี่หักเล่มหนึ่งเสียบคาอยู่ ตรงปกคอเสื้อชุดโบราณที่ชุ่มไปด้วยสีแดงเอาไว้ จนถึงตอนนี้ก็ได้แห้งจนกลายเป็นสีดำเข้ม เจวี๋ยหวู่หมิงคาดเดาว่าเขาจะต้องเคยสู้กับใครสักคนก่อนที่จะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แน่นอน เนื่องจากเป็นเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งกลับมายังที่แห่งนี้ ก็สายเกินการที่จะแก้ไขแล้ว ท้ายที่สุดก็ต้องสิ้นใจชีวาวาย หมดลมหายใจและตายลง รอจนกระทั่งแน่ใจได้แล้วว่าคนคนนี้ตายแล้ว จริง ๆ เจวี๋ยหวู่หมิงจึงค่อยกล้าที่จะขยับเข้าไปใกล้ ความสุขุมรอบคอบจึงล่องเรือหมื่นปีได้ นี่ถือเป็นหลักหัวใจสำคัญที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล! หลังผ่านไปประมาณครึ่งถ้วยชา (5นาที) เจวี๋ยหวู่หมิงได้ค้นทั่วร่างศพโบราณ สิ่งของมีค่าจากทั้งหมดของร่างกายก็มีแค่กระบี่หักเล่มนั้นเท่านั้น นอกเสียจากนี้แล้ว คนผู้นี้ก็ช่างยากจนกันเกินไปแล้ว เมื่อเทียบกับเจวี๋ยหวู่หมิงก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก นี่ได้ทำให้เจวี๋ยหวู่หมิงหดหู่ไม่คลาย ภายใต้ความสิ้นหวัง เจวี๋ยหวู่หมิงก็ได้ระบายความอัดอั้นผ่านการฟาดหาง เพียะ! ครืนครืนครืน! ก้อนหินเก่าแก่สีเทาก้อนหนึ่ง ได้ลอยจนกระแทกชนเข้าบนกำแพง จากนั้นก็ได้ร่วงหล่นลงที่เบื้องหน้าของเขา “นี่ที่แท้แล้วก็คือ……” เจวี๋ยหวู่หมิงอ้าปากกว้าง แล้วกลืนศิลาสีเทาเข้าไปในปาก จากนั้นก็ได้ถ่ายเทพลังมนตราสายหนึ่งเข้าไป ภายในสมองแท้จริงแล้วถึงกับเกิดเป็นมนตราคาถาบทหนึ่งขึ้นมาจริงๆ : 《เคล็ดหลบหนีมารร้ายสามสิบหกม้วน》 “น่าเสียดายเคล็ดย่อได้มีบางส่วนที่เสียหาย ที่มีบันทึกเอาไว้เพียงบางส่วนเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นเคล็ดดำดินหลบหนีที่ไม่สมบูรณ์” เจวี๋ยหวู่หมิงจึงค่อยปิดปากลง คล้ายกับเกิดความเสียใจอยู่บางส่วน แต่ทันทีที่นึกขึ้นได้ ภายใต้พลังแห่งการผลักดันจากระบบ ไม่แน่ว่ายังสามารถอาจจะทำให้มนตราคาถาแขนงนี้สมบูรณ์ขึ้นได้ เมื่อคิดได้เช่นนี้ ช่วงวินาทีที่เขาเกิดความหดหู่ขึ้นในใจ วินาทีนั้นก็ได้ค่อย ๆ หายไปอย่างไร้ร่องรอย เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตแห่งการต่อสู้ เมื่อเขาดูดซับเนื้อหาของมนตราคาถาได้จนหมดสิ้น จิตสมาธิผ่อนคลายอย่างถึงที่สุด ทันใดนั้นได้มีเสียงแหบพร่าดังก้อง โดยที่ดังสะท้อนอยู่ภายในสมองของเจวี๋ยหวู่หมิง! “กายหยาบ ข้าต้องการกายหยาบ ยังมีดวงจิต! เอามาให้ข้า! เอามาให้ข้า!” หมอกควันสีเขียวแต่ละสายได้โถมเข้าใส่หินศิลาสีเทาปานสายวารี ภายในมิติช่องว่างกระเพาะได้เกิดเงาที่บิดเบี้ยวเต็มไปด้วยใบหน้าที่ชั่วร้ายผนึกขึ้นมาเป็นสาย กำลังหันไปคำรามก้องใส่เขา ในระหว่างที่กำลังคำราม ตัวตนจิตวิญญาณที่ไร้สภาพที่ได้บิดเบี้ยว ก็หันเข้าโจมตีเข้าที่จิตใจของเจวี๋ยหวู่หมิง ตูม! เจวี๋ยหวู่หมิงระดมความคิดขึ้นมา โดยที่ร่างกายโอนเอนไปมา รู้สึกคล้ายกับว่ามีเข็มนับไม่ถ้วนทิ่มแทงเข้ามาที่ดวงจิตก็ไม่ปาน พลังอันเข้มแข็งขุมหนึ่ง แฝงเอาไว้ด้วยอาฆาต จิตใจอันเกลียดชังได้โถมเข้าสู่ภายในความคิดของเจวี๋ยหวู่หมิง อีกทั้งยังคิดที่จะกระชากดวงจิตของเจวี๋ยหวู่หมิงออกทั้งเป็น เกิดเป็นความคิดละโมบหมายกลืนกินดวงจิตของเจวี๋ยหวู่หมิงแทน จากนั้นก็เข้ายึดครองกายหยาบของเขาไป “ไสหัวไป!ไสหัวออกไปซะ!” เจวี๋ยหวู่หมิงถึงกับโมโหขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว อีกทั้งยังได้ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันเดือดดาล ตอบโต้กลับไปโดยสัญชาตญาณ เพียงแต่ว่ามีอย่างที่ไหนที่เขาจะไปสามารถเป็นคู่ต่อสู้กับเฒ่าประหลาดที่มีการบ่มเพาะมาเนิ่นนานไม่รู้แค่ไหนกันแล้ว จนแทบเรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรไปจากแมลงหันหน้าเข้าเผชิญหน้ากับต้นไม้ใหญ่ก็มิปาน อ่อนแอจนไร้พลัง ปล่อยให้อีกฝ่ายก้าวเข้าหามาทีละก้าว “ไม่!” ในเวลาที่ดวงจิตใกล้จะถูกอีกฝ่ายดึงออกมาจากมิติช่องว่าง ภายใต้ขอบเขตของความเป็นตาย ในใจเจวี๋ยหวู่หมิงคล้ายกับเกิดแสงแห่งความหวังปรากฏ เหมือนกับได้เห็นโอกาสในการมีชีวิตรอดอันน้อยนิด “ให้ตายเหอะ เราก็ช่างสมองกลวงกันเกินไปแล้ว ถ้าเขาอยู่ในมิติช่องว่างกระเพาะเรา ยังต่างอะไรไปจากเนื้อที่อยู่บนเขียงให้เราแล่ตามใจอีก? ระบบ กลืนกินมัน ให้เร็วเลย!” พึ่งจะสิ้นเสียง ก็มีเสียงดังโฮกดังขึ้น! เงาสีเขียวเข้มที่บิดเบี้ยวดุจเงาของมนุษย์ผู้นั้นได้แผดเสียงร้องออกมาจากภายในดวงจิตอย่างเจ็บปวด เสียงแหลมแสบแก้วหูถาโถมโจมตีใส่ความคิดของเจวี๋ยหวู่หมิง จนทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด จนต้องตะโกนด้วยความเดือดดาล : “ประสาทกลับหรือไง ตายไปแล้วยังจะมาทำให้เราปวดหัวอีก ไสหัวไปไกล ๆ เถอะ!” ในระหว่างที่พูดอยู่ เงามนุษย์สายนั้นก็เริ่มเกิดเป็นสีสันที่จืดจางลง ยิ่งมาก็ยิ่งโปร่งแสง จนสุดท้ายที่มีเสียงพรวดดังขึ้น ก็ได้กลายเป็นควันกลุ่มหนึ่ง หายลับไปในพริบตา “ติ้ง!” “ขอแสดงความยินดีกับผู้อุปถัมภ์ คุณได้รับค่าปราณบริสุทธิ์11000แต้ม” เสียงการแจ้งเตือนของระบบได้ดังขึ้น จนทำให้เจวี๋ยหวู่หมิงเข้าใจว่าเด็กน้อยผู้นี้ในที่สุดก็จบสิ้นลงแล้ว “เห้อ!เกือบไปแล้วไหมล่ะ” เจวี๋ยหวู่หมิงก็รู้สึกว่าโชคดีไม่คลาย โชคดีที่เฒ่าประหลาดนั้นอยู่ในมิติช่องว่างกระเพาะ ในช่วงเวลาที่คับขัน ได้เปิดใช้งานทักษะกลืนกินของระบบออกมาได้ ไม่อย่างนั้น ตอนนี้เขาก็คงจะไม่ใช่เจวี๋ยหวู่หมิงอีกแล้ว เพียงแต่เป็นร่างที่ถูกเฒ่าประหลาดนั้นชิงไปแล้ว “ตาแก่น้อยผู้นี้ก็ช่างอำมหิตเกินไปแล้ว ถึงกับเอาฝังดวงจิตไว้บนเคล็ดย่อ ถ้าหากไม่มีสติแล้วละก็ ก็คงจะต้องเป็นไปตามแผนของมันอย่างแน่นอน” เจวี๋ยหวู่หมิงที่หัวเราะอย่างเย็นชา แล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า: “น่าเสียดาย ที่มันไม่รู้ว่าเรามีระบบ แม้แต่สวรรค์เราก็ยังกล้ากลืนกิน อย่าว่าแต่ดวงวิญญาณน้อย ๆ เพียงดวงเดียวของมันแล้ว? การที่ได้มาเจอกับเรา ก็ถือว่าเป็นความโชคร้ายของแกแล้ว หวังว่าแกจะได้เกิดใหม่ในภพที่ดีนะ อ๋อไม่ใช่สิ แม้แต่ดวงวิญญาณของแกก็สลายหายไปแล้วสินะ” ในระหว่างที่สลัดความคิดที่สับสนวุ่นวาย เจวี๋ยหวู่หมิงก็ได้กระตุ้นตรวจสอบหน้าต่างสถานะของตัวเองทันที ผู้อุปถัมภ์:เจวี๋ยหวู่หมิง พิภพในปัจจุบัน:พิภพไซอิ๋ว เผ่าพันธุ์:งูเหลือมปล้องฉนวนโลหิต ระดับขั้น:ช่วงโอสถอสูร(64%) มนตราคาถา:《เคล็ดเทวะเพลิงอัคคี》(ขั้นที่สอง:ระเบิดอัคคี) 《เคล็ดหลบหนี·เคล็ดดำดิน》(ยังไม่บรรลุ) ทักษะ:กลืนกิน มิติช่องว่างกระเพาะ(ติดมาจากระบบ) เขี้ยวพิษกัดกระชาก บีบรัดคร่าชีวิต เนตรเทวะเพลิงอัคคี กระดูกเหล็กผิวทองแดง สมบัติวิเศษ:กระบี่หักไร้นาม(อุปกรณ์ปราณชั้นเลิศ)(ยังไม่ได้สวมใส่) ค่าปราณบริสุทธิ์:11000แต้ม สถานีย้อนคืน:12000แต้มสะสม เขาได้ครุ่นคิดอยู่สักพัก เมื่อได้พ่นกระบี่หักเล่มนั้นออกมา ลิ้นงูยาวเหยียดได้เลื่อยพันเข้าไปที่กระบี่ จนมีหยดเลือดหยดหนึ่งลงบนกระบี่หัก ทันใดนั้น คล้ายกับได้เกิดการเชื่อมโยงเส้นเล็กๆ ผ่านกระบี่หักขึ้นมาน้อยๆ เขาพลันเกิดความคิดวูบ กระบี่หักกระโดดขึ้นจากบนพื้น หมุนคว้างวนเวียนอยู่บนร่างของเขา ลอยระบำ คล้ายกับเป็นแขนที่ยืดออกมาก็มิปาน “ติ้ง!กระบี่หักไร้นามหลอมสังเวยสำเร็จ ขอให้ผู้อุปถัมภ์โปรดตั้งชื่อด้วย” ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ได้ดังขึ้น “คร่าวิญญาณ” “ติ้ง!” “คร่าวิญญาณโปรดตั้งชื่อด้วยสำเร็จ” เจวี๋ยหวู่หมิงเกิดเป็นความสุขสมขึ้นในใจ เข้าควบคุมกระบี่หัก เหินบินเริงระบำอยู่ภายในถ้ำตามแต่ประสงค์ คร่าวิญญาณคมกริบอย่างถึงที่สุด ไม่เสียทีที่เป็นชื่อของมันเลย จนสามารถฟันกำแพงหินจนหลุดเป็นช่องได้อย่างไม่เปลืองเรี่ยวแรง เมื่อตัดลงบนหิน ก็แทบไม่ต่างไปจากผ่าเต้าหู้เลยก็มิปาน “ฮาฮา……เมื่อมีคร่าวิญญาณแล้ว พละกำลังของข้าอย่างน้อยก็เพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็สองถึงสามเท่า ถ้าหากสามารถบ่มเพาะเคล็ดดำดินของเคล็ดหลบหนีมารร้ายสามสิบหกม้วนได้สำเร็จ อย่างนั้นเจ้างูเหลือมเผือกประหลาดนั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเราแล้ว” เจวี๋ยหวู่หมิงหมายมั่นปั้นมือขึ้นในใจ และเมื่อบ่มเพาะเคล็ดดำดินสำเร็จ จากนั้นก็ออกไปจากการกักกันและต่อกรงูเหลือมประหลาดสีขาวตัวนั้น...