พี่แพรวพยักหน้ารับคำแล้วเดินออกไปพอเห็นร่างสูงของคณินก็ตรงไปเรียกเขาทันที “นายหัวคณินคะ ทางนี้ค่ะ”
คณินเก็บโทรศัพท์ลงทีแรกนึกว่ากัญญาภัคจะไม่ยอมให้เขาไปหาลูก ยังดีที่ให้พี่เลี้ยงออกมารับชายหนุ่มเดินตามพี่เลี้ยงลูกไปยังห้องพักด้านใน ซึ่งอยู่ติดกับออฟฟิศพี่แพรวเคาะห้องแล้วเปิดประตูให้ชายหนุ่มเข้าไป แพรวจะตามเข้าไปแต่ถูกชายหนุ่มขอร้องไว้
“คุณแพรวครับผมขออยู่ตามลำพังได้ไหม ผมรับรองว่าจะไม่ทำร้ายเ้านายคุณเด็ดขาด”
“คุณกั้งต้องไม่พอใจแพรวแน่ๆค่ะ นายหัวอย่าทำให้แพรวลำบากใจเลยนะคะ”
“ผมเอาเกียรติเป็ประกันผมไม่ทำอะไรไม่ดีแน่นอนครับ ผมเป็พ่อของน้ำใส ผมมาหาลูก ผมคิดถึงลูกคุณแพรวก็ทราบ เ้านายคุณแพรวกีดกันผมมาก”
พูดถึงตรงนี้แพรวก็ใจอ่อนเธอเห็นความจริงใจของคณินแต่นี่คือความเห็นของเธอที่จะไปตัดสินใจแทนเ้านายไม่ได้“ตกลงค่ะ” แพรวถอยออกมาแล้วให้คณินเข้าไปตามลำพัง
ห้องที่กัญญาภัคใช้เป็ห้องพักส่วนตัวมีขนาดไม่ใหญ่มากนักแค่พอใช้พักผ่อนชั่วคราวเท่านั้นเอง มีของใช้และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งครบครัน เขาเดินเข้ามาก็เห็นกัญญาภัคกำลังกล่อมลูกนอน
“เบาๆนะคะน้ำใสกำลังจะหลับค่ะ” เธอยกมือจุ๊ปากบอกเขาสีหน้าของกัญญาภัคที่ดูเหมือนแม่หวงลูกทำให้คณินลอบยิ้ม เธอดูน่าฟัดเป็บ้า แต่ว่าเขาคิดอะไรวะเนี่ยกับคนกล่อมลูกนอนก็ไม่เว้น
“ขอผมอยู่ด้วยได้ไหม”
กัญญาภัครู้เจตนาของเขาเลยไม่ขัดคณินเลยเดินไปนั่งข้างเปลนอนของลูก มองร่างกลมป้อมที่หลับตาพริ้มไปแล้วด้วยสายตารักใคร่ปากเล็กขมุบขมิบ หน้าตายามหลับใหลยังมีรอยยิ้มประดับ ประพิมพ์ประพายใบหน้าเหมือนเขาตอนเล็กๆไม่มีผิด คณินนึกครึ้มใจเลยเปิดโทรศัพท์แล้วเข้าแกลอรีไล่เปิดภาพหนึ่งขึ้นมา
เขาดูแล้วยิ้มเพราะภาพเด็กผู้ชายในนั้นตอนห้าขวบช่างเหมือนกับทารกน้อยวัยสี่เดือนตอนนี้ต่างกันแค่ว่าเขามีใบหน้าคมชัดมากกว่า
“ดูสิลูกหน้าตาเหมือนผมมาก”
กัญญาภัคดูแล้วก็ปฏิเสธไม่ได้พยักหน้าหงึกๆ แทนคำตอบหัวใจดวงน้อยเต้นตุบตับเป็จังหวะประหลาดเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้กับเขาด้วย
กัญญาภัคไม่อยากให้เขารู้สึกผิดสังเกตเลยหันไปมองลูกแทน“ฉันได้รับเงินแล้วนะคะขอบคุณมาก”
คณินเก็บโทรศัพท์ลงแล้วหันไปยิ้มเป็การตอบรับประโยคนั้นของแม่น้ำใส“เพื่อนผมที่เป็ทนายบอกว่าต้องใช้เอกสารใบเกิดของน้ำใสด้วยคุณไม่ได้ใส่ชื่อพ่อในใบเกิดลูกใช่ไหม”
“ค่ะ”
“ผมต้องยื่นเื่ต่อศาลซึ่งอาจจะมีเื่ของการตรวจดีเอ็นเอตามมาด้วยคุณไม่ขัดข้องใช่ไหม”
“ก็คุณอยากเป็พ่อน้ำใสฉันเลยยอมค่ะอีกอย่างถ้าไม่ยินยอม คุณจะล้มเลิกไหมล่ะคะ”
คณินไม่แน่ใจคำถามนี้ของหญิงสาวเธอถามเพื่อตัวเองหรือว่าลูก ทำไมเขาต้องล้มเลิกด้วย ในเมื่อเขาอยากได้ลูกมากประโยคนี้จึงมีนัยสำคัญ แต่เขารู้ความ้าตัวเองดีจึงตอบได้อย่างไม่ลังเล
“คุณจะทดสอบความอดทนผมแค่ไหนผมก็จะสู้เพื่อให้ได้ดูแลลูกของผมผมรักน้ำใส ผมรักลูกของผม”เขาตอบเสียงหนักแน่นพร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวเพื่อประกาศย้ำชัดให้เธอแน่ใจ
กัญญาภัคประสานสายตากับเขาแล้วเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ จู่ๆ มือหนาก็เชยคางเธอขึ้น กัญญาภัคไม่ได้ปฏิเสธเขาตอนที่เขาเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้จนปากจะประชิดติดกันััแ่เบา ฉิวเฉียด เมื่อเสียงโทรศัพท์ของคณินดังขึ้น
มนตร์สะกดจบลงเพียงชั่วพริบตามือหนารีบกดรับโดยไม่ทันมองชื่อคนโทร.มาเพราะกลัวว่าถ้ารับช้าเสียงโทรศัพท์จะไปรบกวนการนอนของลูก
“นายหัวหรือคะเข็มเองนะคะ”
“เข็ม”เขาเรียกชื่อเธอออกมาแล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่ตามลำพังดวงตาคมกริบสบตากับคนร่วมห้องครู่หนึ่งแล้วจึงเดินถอยห่างออกมา “มีอะไรครับ”
กัญญาภัคไม่อยากเสียมารยาทฟังแต่ภายในห้องเงียบมากถึงไม่ตั้งใจฟังก็ได้ยินบทสนทนา
“ผมรู้แล้ว”
เขาวางโทรศัพท์ลงกัญญาภัคจึงรีบหันไปมองลูก เสียงเขาพูดอยู่ด้านหลัง “ผมมีธุระต้องรีบไปก่อนฝากจุ๊บลูกแทนผมด้วย”
กัญญาภัคไม่ได้ตอบขณะที่คณินมองอย่างรู้ทัน ว่าเธอแกล้งทำนิ่ง ถามแล้วไม่ตอบเหรอได้สิ...มือหนาประคองใบหน้าหวานให้หันมองมาแล้วทำสิ่งที่กัญญาภัคคิดไม่ถึง
จุ๊บ
ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างเมื่อถูกคณินขโมยจูบแม้จะเบาบางไม่ได้ดูดดื่มแต่ว่าก็ทำให้เธอใ มือบางดันเขาออกแล้วขยี้ปากตัวเองแรง“คุณคณิน”
“คุณไม่ยอมรับฝากผมเลยจุ๊บคุณแทน”
“คนบ้า”