หญิงสาวหน้าเปียโนไม่ได้กำหนดในใจก่อนว่าจะเล่นเพลงใด ครั้นพอจรดนิ้วบนแป้นเปียโนก็เป็เพลงเดียวกับที่บรรเลงคลอในค่ำคืน...งานฉลองยศเรืออากาศตรี รุ่นนั้นมีหม่อมราชวงศ์ธเจต อักขระกานต์เป็หนึ่งในนายทหารที่ออกมารับใช้ชาติ ส่วนเธอเพิ่งพ้นจากรั้วโรงเรียน ออกงานสังคมครั้งแรกเด็กสาวนึกฝันให้คู่เต้นรำคนแรกเป็พี่ชายหมอก เธอเพิ่งรู้จักความปรารถนาจะประทินแต่งเพื่อชายที่เก็บอยู่ในใจ แต่งหน้าทำผมอย่างไม่เคยมาก่อน พยายามจะเป็สาวสวยให้สมกับเป็คู่ควง แต่เพราะไม่คุ้นชินจึงประดักประเดิดตัวเองไม่รู้จะวางท่าวางทางอย่างไร แม้นสุดประหม่าเด็กสาวก็แสดงออกด้วยความจริงใจทั้งหมดที่มี
กระนั้น... ทั้งที่เขายืนเคียงอยู่กลางรายล้อมคนรอบงานเธอรู้สึกดังหนึ่งถูกลอยเกาะคนเดียว โดดเดี่ยวแท้จริงเป็เช่นไรได้รู้จักหนนั้น
ในภวังค์เหม่อลอยตามเสียงดนตรี จู่ ๆ ร่างในเครื่องแบบสีฟ้าทหารอากาศปรากฏตรงหน้า ภาพนั้นพร่าเลือนละม้ายแลผ่านม่านน้ำ แต่ชุดที่เห็นไม่เคยทำให้นึกถึงใครอื่น หัวใจหญิงสาวเต้นตึ้กตั้กตัวร้อนวูบวาบเช่นคราวยืนก้มหน้าวาดหวังเขาจะยื่นแขนคล้องควงไปเต้นรำ
พอเงยหน้าเท่านั้น ตื่นจากฝันมาพบความจริง
นายคนนี้เป็ใคร มายืนจ้องหน้าฉันทำไม !
เรืออากาศโททัศน์ มนัสเนตรก็กำลังมองสวนสายตาหญิงแปลกหน้า
คลับคล้ายคลับคลาแฮะ แต่เป็คนละคน
ดวงตาเธอจ้องเขม็งที่เครื่องแบบอันติดตราตรึงใจเสมอ
ตื่น ! กล้วย ตื่น ! นึกว่าตัวเองอยู่ในฝันหรือไง
เพ่งอีกที ชายตรงหน้ามิใช่คนที่คะนึงหา พลันงงงันกับความบังเอิญชั่วขณะ
“อย่าบอกนะ! ฝูงบิน 13 กองบิน 1 นักบินขับไล่ไอพ่น เอฟ-5 เอ”
นายทหารนักบินอึ้งสนิท นี่เป็คำถามหรือเ้าหล่อนร้องกับตัวเอง...เขาก็ไม่แน่ใจ
“เอ้าลูก กลับมาแล้วเหรอ นั่นไปทะลึ่งยืนอะไรตรงนั้น!”
ได้ยินมารดาเอ็ดเสียงเขียว ทัศน์รู้สึกตัวละสายตาจากวงหน้านวล เอี้ยวไปอ้อมแอ้มถามกลับแก้เก้อ “ไปต่างเมืองไม่กี่วัน เอ้อ... ครูคนใหม่อีกแล้วเหรอครับ” คุณหญิงสดศรีบอกหญิงสาวและตอบลูกชายไปในตัว “วันเสาร์มาสอนได้เลยนะ ครูพิศ”
‘พิศ’กร่อนมาจาก ‘เพียงพิศ’ ตามชื่อที่แจ้ง เ้าตัวยิ้มบาง ๆ ลุกขึ้นไหว้ลาคุณหญิงเ้าบ้านก่อนเบี่ยงมาไหว้นายทหารด้วย ทิ้งสายตาจับเปียโนประหนึ่งจะร่ำลาจึงค่อยสาวเท้ายังประตู ทัศน์ปรายตาตาม...รูปทรงคล้ายคลึงกันเสียจริง แลข้างหลังหญิงชุดกระโปรงผ้าพื้นสีตองอ่อนสะพายถุงผ้าปักใบโตแทบจะพิมพ์เดียวกับแม่สาวชุดพิมพ์ลายสีสดตัดเด่นฉูดฉาดมองปราดเดียวรู้ว่าแพง ชายกระโปรงพลิ้วตามลมรับกระเป๋าหนังใบเก๋แกว่งไกว ยังไงก็เถอะ เขาไม่เห็นเหตุผลหรือความเป็ไปได้ อยู่ ๆ สาวมาดเฉี่ยวคนนั้นจะมาโผล่บ้านเขาในอีกสภาพหนึ่ง
เมื่อครูดนตรีคล้อยหลังจากบ้านมนัสเนตร ในครัวที่ชุมนุมบรรดาบริวารพูดอื้ออึงเป็เสียงเดียวกัน
“ครูคนใหม่ยังดูเด็กหน้าตาเป๋อเหลอ เจอคุณหนูเฟื่องเข้าไป สามวันจะรอดรึเปล่า !”