จรดไว้ในทรวงว่า...

    ๕. นักบินขับไล่ไอพ่น เอฟ-5 เอ


    หญิงสาวหน้าเปียโนไม่ได้กำหนดในใจก่อนว่าจะเล่นเพลงใด  ครั้นพอจรดนิ้วบนแป้นเปียโนก็เป็๞เพลงเดียวกับที่บรรเลงคลอในค่ำคืน...งานฉลองยศเรืออากาศตรี  รุ่นนั้นมีหม่อมราชวงศ์ธเจต อักขระกานต์เป็๞หนึ่งในนายทหารที่ออกมารับใช้ชาติ  ส่วนเธอเพิ่งพ้นจากรั้วโรงเรียน  ออกงานสังคมครั้งแรกเด็กสาวนึกฝันให้คู่เต้นรำคนแรกเป็๞พี่ชายหมอก  เธอเพิ่งรู้จักความปรารถนาจะประทินแต่งเพื่อชายที่เก็บอยู่ในใจ  แต่งหน้าทำผมอย่างไม่เคยมาก่อน  พยายามจะเป็๞สาวสวยให้สมกับเป็๞คู่ควง  แต่เพราะไม่คุ้นชินจึงประดักประเดิดตัวเองไม่รู้จะวางท่าวางทางอย่างไร  แม้นสุดประหม่าเด็กสาวก็แสดงออกด้วยความจริงใจทั้งหมดที่มี 

            กระนั้น...  ทั้งที่เขายืนเคียงอยู่กลางรายล้อมคนรอบงานเธอรู้สึกดังหนึ่งถูกลอยเกาะคนเดียว  โดดเดี่ยวแท้จริงเป็๲เช่นไรได้รู้จักหนนั้น 

            ในภวังค์เหม่อลอยตามเสียงดนตรี  จู่ ๆ ร่างในเครื่องแบบสีฟ้าทหารอากาศปรากฏตรงหน้า  ภาพนั้นพร่าเลือนละม้ายแลผ่านม่านน้ำ  แต่ชุดที่เห็นไม่เคยทำให้นึกถึงใครอื่น  หัวใจหญิงสาวเต้นตึ้กตั้กตัวร้อนวูบวาบเช่นคราวยืนก้มหน้าวาดหวังเขาจะยื่นแขนคล้องควงไปเต้นรำ 

            พอเงยหน้าเท่านั้น  ตื่นจากฝันมาพบความจริง 

            นายคนนี้เป็๞ใคร มายืนจ้องหน้าฉันทำไม ! 

            เรืออากาศโททัศน์ มนัสเนตรก็กำลังมองสวนสายตาหญิงแปลกหน้า  

            คลับคล้ายคลับคลาแฮะ แต่เป็๞คนละคน 

            ดวงตาเธอจ้องเขม็งที่เครื่องแบบอันติดตราตรึงใจเสมอ 

            ตื่น ! กล้วย ตื่น !  นึกว่าตัวเองอยู่ในฝันหรือไง 

            เพ่งอีกที  ชายตรงหน้ามิใช่คนที่คะนึงหา  พลันงงงันกับความบังเอิญชั่วขณะ  

            “อย่าบอกนะ!  ฝูงบิน 13 กองบิน 1 นักบินขับไล่ไอพ่น เอฟ-5 เอ”  

            นายทหารนักบินอึ้งสนิท นี่เป็๲คำถามหรือเ๽้าหล่อนร้องกับตัวเอง...เขาก็ไม่แน่ใจ 

            “เอ้าลูก กลับมาแล้วเหรอ  นั่นไปทะลึ่งยืนอะไรตรงนั้น!” 

            ได้ยินมารดาเอ็ดเสียงเขียว  ทัศน์รู้สึกตัวละสายตาจากวงหน้านวล  เอี้ยวไปอ้อมแอ้มถามกลับแก้เก้อ  “ไปต่างเมืองไม่กี่วัน  เอ้อ... ครูคนใหม่อีกแล้วเหรอครับ”  คุณหญิงสดศรีบอกหญิงสาวและตอบลูกชายไปในตัว  “วันเสาร์มาสอนได้เลยนะ  ครูพิศ” 

            ‘พิศ’กร่อนมาจาก ‘เพียงพิศ’ ตามชื่อที่แจ้ง  เ๯้าตัวยิ้มบาง ๆ ลุกขึ้นไหว้ลาคุณหญิงเ๯้าบ้านก่อนเบี่ยงมาไหว้นายทหารด้วย  ทิ้งสายตาจับเปียโนประหนึ่งจะร่ำลาจึงค่อยสาวเท้ายังประตู  ทัศน์ปรายตาตาม...รูปทรงคล้ายคลึงกันเสียจริง  แลข้างหลังหญิงชุดกระโปรงผ้าพื้นสีตองอ่อนสะพายถุงผ้าปักใบโตแทบจะพิมพ์เดียวกับแม่สาวชุดพิมพ์ลายสีสดตัดเด่นฉูดฉาดมองปราดเดียวรู้ว่าแพง  ชายกระโปรงพลิ้วตามลมรับกระเป๋าหนังใบเก๋แกว่งไกว  ยังไงก็เถอะ เขาไม่เห็นเหตุผลหรือความเป็๞ไปได้ อยู่ ๆ สาวมาดเฉี่ยวคนนั้นจะมาโผล่บ้านเขาในอีกสภาพหนึ่ง 

            เมื่อครูดนตรีคล้อยหลังจากบ้านมนัสเนตร  ในครัวที่ชุมนุมบรรดาบริวารพูดอื้ออึงเป็๲เสียงเดียวกัน 

            “ครูคนใหม่ยังดูเด็กหน้าตาเป๋อเหลอ  เจอคุณหนูเฟื่องเข้าไป  สามวันจะรอดรึเปล่า !”