บทที่ 18 ไม่อาจเห็นแก่ตัวเช่นนี้ (รีไรต์)
ลั่วฉิงเทียนกำลังจะหันหลังกลับ เสียงประตูโดนทุบก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แม้แต่กรอบประตูเองก็เริ่มสั่นคลอน
ลั่วฉิงเทียนหยุดเดินหันกลับมามองที่ประตู เธอก้าวช้า ๆ ไปที่ประตู และเปิดแม่กุญแจที่หน้าประตูทางเดิน
ทันใดนั้น ประตูก็ถูกกระแทกเปิดออก ชายร่างกำยำคนหนึ่งพุ่งเข้ามา
มันยื่นมือออกมาจะจับคอของลั่วฉิงเทียน เธอหรี่ตามองหลบไปด้านข้าง แล้วจับมือที่ยื่นออกมาบีบอย่างแรง
“อ๊าก!”
นายเฉียงร้องลั่นด้วยความเ็ป มันกำมืออีกข้างที่ถือค้อนทุบลงบนศีรษะของลั่วฉิงเทียน ลั่วชิงเทียนจ้องเขม็ง
เธอเหยียดฝ่ามือออกแล้วสับไปที่ข้อมือของนายเฉียง ค้อนที่เขาถืออยู่ก็หลุดออกจากมือทันที
ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ในมือของลั่วฉิงเทียนมีดาบเล่มหนึ่ง เธอใช้ดาบเล่มนั้นแทงเข้าไปที่ท้องของนายเฉียง
“อ๊าาาก!”
นายเฉียงร้องลั่นด้วยความเ็ปอีกครั้ง ลั่วฉิงเทียนชักดาบออกแล้วแทงนายเฉียงไปอีกหลายครั้ง
เธอแทงจนกระทั่งโจรร้ายขาดใจตาย ลั่วฉิงเทียนจึงหยุด
ตอนนี้ทั่วร่างของลั่วฉิงเทียนเปรอะเปื้อนไปด้วยเื เธอเงยหน้ามองไปที่เสิ่นอวิ๋นหรานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้เสิ่นอวิ๋นหรานใจนสติแตกไปแล้ว
เธอเบิกตากว้างกรีดร้องไม่หยุด จนกระทั่งลั่วฉิงเทียนพูดด้วยน้ําเสียงเ็าว่า
“ถ้าแกยังร้องอีก ฉันจะฆ่าแก!”
เสิ่นอวิ๋นหรานหยุดเสียงทันที
“อย่าฆ่าฉันเลย ฉันถูกบังคับ ฉันถูกบังคับจริง ๆ ! มัน มันเป็คนบุกเข้ามาในบ้านของฉัน มันบังคับให้ฉันทําเื่บ้านี่!”
“เดี๋ยวก่อน”
ลั่วฉิงเทียนพูดจบก็หันหลังกลับเข้าไปข้างใน และเดินออกมาอีกครั้งโดยที่มือของเธอมีถังน้ำและไม้ถูพื้นอยู่
“ทําความสะอาดที่นี่ให้เรียบร้อยแล้วไสหัวไป ไม่งั้นฉันฆ่าแก!”
เมื่อเสิ่นอวิ๋นหรานได้ยินเช่นนั้นก็รีบหยิบไม้ถูพื้นและถังน้ำขึ้นมาทันที ส่วนลั่วฉิงเทียนก็ก้มลงไปอุ้มร่างของนายเฉียงขึ้นมา ก่อนจะเดินตรงไปที่หน้าต่างแล้วโยนร่างนั้นลงไปอย่างไร้เยื่อใย
ร่างของนายเฉียงตกลงไปเบื้องล่าง เหล่าซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างก็กรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวร่างของนายเฉียงก็เหลือเพียงแค่กระดูกขาวโพลน
การกระทำที่แสนจะง่ายดายของลั่วฉิงเทียนในสายตาของเสิ่นอวิ๋นหรานนั้นช่างน่ากลัวราวกับเป็ยมทูต
เดิมทีเธอเองก็อยากจะร้องะโออกมา แต่เมื่อลั่วฉิงเทียนหันกลับมามอง เธอก็รีบกลืนคำพูดลงคอไปในทันที
ลั่วฉิงเทียนไม่ได้สนใจเธอ ปัดมือหนึ่งครั้งแล้วเดินกลับเข้าไป
หลังจากที่ลั่วฉิงเทียนกลับเข้าไปแล้วเธอก็อาบน้ำชำระร่างกายอย่างสะอาดหมดจด จากนั้นก็นำเสื้อผ้าที่สวมใส่ไปเผาทำลายทิ้ง
เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ก็เดินกลับเข้าไปในครัว ต้มน้ำและทำน้ำแข็งเตรียมพร้อมไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
เมื่อเสิ่นอวิ๋นหรานเห็นว่าลั่วฉิงเทียนกลับเข้าไปแล้ว เธอก็ไม่กล้าเกียจคร้านรีบทำความสะอาดทางเดินอย่างขะมักเขม้น ก่อนจะรีบร้อนกลับ
เหตุการณ์นี้ไม่ได้สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายใด ๆ ราวกับเป็เพียงเื่เล็กน้อยที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แต่กลับทำให้คุณยายเจียงที่อาศัยอยู่ที่ชั้นสามสิบสองใกลัวจนเสียขวัญ
ตอนที่ลั่วฉิงเทียนต่อสู้กับนายเฉียงอยู่นั้น คุณยายเจียงได้แอบเปิดประตูและเดินออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณทางเดินอย่างเงียบ ๆ
เธอมองเห็นลั่วฉิงเทียนถือดาบแทงเข้าไปในร่างของนายเฉียงทีละครั้ง ทีละครั้ง ภาพนั้นทำให้ความรู้สึกหวาดกลัวจนขาสั่นเธอเดินกลับบ้านด้วยความหวาดผวา
พอถึงบ้านก็รีบส่งข้อความเข้ากลุ่มแชททันที
[ ฆ่ากันแล้ว ชั้นสามสิบสามมีฆาตกรโรคจิต ฉันเห็นกับตาตัวเองเลย เธอเอาดาบแทงผู้ชายคนนั้นจนตาย! น่ากลัวมาก เราไปแจ้งตำรวจกันเถอะ!]
[แจ้งตำรวจอะไรกัน ตอนนี้โทรศัพท์ยังโทรออกได้อยู่รึเปล?]
[แต่ถ้ามีฆาตกรโรคจิตอยู่ในตึกแบบนี้ พวกเราจะอยู่กันยังไง] ผู้พักอาศัยที่ชื่อ ‘หนุ่มน้อยแสงตะวัน’ พูดขึ้น
[ฉันเพิ่งดูเมื่อกี้ คนที่ถูกโยนลงมาจากชั้นสามสิบสามน่ะ เป็โจรใจโหดคนนั้นแหละ จะบอกให้ว่าฆ่าได้ก็ดีแล้ว ถ้าฉันทำได้ฉันก็ฆ่ามันเหมือนกัน!]
หลังจากผู้พักอาศัยคนนั้นพูดจบ ทุกคนก็เงียบไปครู่หนึ่ง สักพัก หญิงสาวที่ชื่อ ‘เด็กดี’ ก็ส่งข้อความ
[ที่จริงแล้ว เขาแค่ขึ้นไปขออาหาร แต่ใครจะไปคิดว่าขึ้นไปแล้วจะไม่ได้กลับลงมาอีก!]
ตอนนั้นเอง ชูเสี่ยวก็ส่งข้อความเสียงมา
[นี่เธอ นี่เธอเป็โรคพระแม่ชีหรือไง ฉันเห็น ๆ อยู่ ไอ้โจรนั่นมันถือค้อนจะมาทุบประตู พวกเราทุกคนที่นี่ก็ได้ยินเสียงกันหมดแล้ว ถ้ามันไม่ตาย พวกเรานี่แหละจะกลายเป็อาหารของซอมบี้ ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็หุบปากไปซะ! เห็นคนแบบเธอแล้วมันน่าขยะแขยงจริง ๆ ]
แล้วก็มีคนส่งข้อความสวนขึ้นมาว่า
[ทำไมแกพูดแบบนั้นล่ะ เธอก็เป็ผู้หญิงคนนึงนะ]
จากนั้นเธอก็พิมพ์ข้อความลงไปอีกว่า
[โลกใบนี้มันก็สิ้นโลกไปแล้ว ใครจะไปตามใจเธอ พวกเธอต้องเข้าใจไว้อย่างหนึ่งว่า โลกหลังความตายมันไม่แยกชายหญิงหรอก]
เวลาผ่านไปอีกหลายวัน ซอมบี้ข้างล่างก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ อากาศก็ร้อนขึ้นทุกวัน จนในที่สุดก็เริ่มมีคนในหมู่บ้านที่ทนความร้อนไม่ไหวจนเสียชีวิต
ชาวบ้านที่อยู่บนตึกจึงเริ่มโยนศพลงมาข้างล่าง
และเื่ที่ทำให้ทุกคนสิ้นหวังยิ่งกว่าก็คือ ในที่สุดไฟฟ้าและน้ำประปาก็ถูกตัด ทุกคนต่างก็ร้องไห้คร่ำครวญ
“จะทำยังไงดี ฉันไม่ได้กินอะไรมาสี่ห้าวันแล้ว อากาศแบบนี้นี่มันจะฆ่าฉันให้ตายอยู่แล้ว ตอนนี้น้ำไฟก็ไม่มี จะทำยังไงดี!”
[โทรศัพท์ฉันแบตจะหมดแล้ว ใครมีที่ชาร์จแบตบ้าง ฉันยอมเอาแหวนทองไปแลกเลย!]
ข้อความพูดคุยดังเซ็งแซ่อย่างไม่หยุดหย่อนในกลุ่มแชท ลั่วฉิงเทียนเปิดอ่านข้อความอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะปิดโทรศัพท์แล้วเตรียมออกกำลังกาย
เพราะภายในห้องของเธอไม่มีวันขาดแคลนสิ่งใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ไฟฟ้า’ ยิ่งไม่ขาดแคลน
ผ่านการฝึกฝนมาหลายวัน ลั่วฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าพละกำลังของเธอกลับแข็งแกร่งขึ้น แม้กระทั่งประสาทััก็ยังไวขึ้น
ทว่าขณะที่เธอกำลังจะก้าวเข้าห้องฝึก โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น ลั่วฉิงเทียนหยุดชะงักแล้วหยิบมันขึ้นมาดู พบว่ามีคนในกลุ่มแท็กหาเธอหลายคน
[คุณคนที่อยู่ชั้นสามสิบสามช่วยออกมาพูดหน่อย!]
[ใช่ ๆ ทำแบบนี้เห็นแก่ตัวเกินไปแล้วนะ]
ลั่วฉิงเทียนขมวดคิ้วพลางเลื่อนอ่านข้อความที่ผ่านมา จึงได้รู้ว่าคุณยายที่อยู่ชั้นสามสิบสองเป็คนพูดขึ้นว่า
[ชั้นสามสิบสามมีระบบไฟฟ้าส่วนตัว แอร์ในบ้านก็เงียบมาก เปิดได้ตลอดเวลา แถมยังเป็ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อาศัยอยู่คนเดียว มีพื้นที่เยอะแยะ เราลองขึ้นไปถามหน่อยดีไหม? ฉันเห็นว่าเธอดูสุขสบายดี ที่บ้านน่าจะมีของกินเหลืออีกเยอะ]
ด้วยเหตุนี้ ผู้คนในละแวกนั้นจึงเริ่มเกิดความคิด โลภมาก อยากให้เธอเปิดบ้านแล้วให้พวกเขาผลัดกันเข้าไปอยู่
ครู่หนึ่งก็มีแชทของใครบางคนเด้งขึ้น
[ผู้ใช้งานตึกสองชั้นสามสิบสาม พวกเรารอคุณตอบอยู่นะ ถ้าคุณกลัวพวกเราจะทำอะไรไม่ดี งั้นอย่างนี้ก็ได้ คุณเอาปลั๊กพ่วงออกมาจากห้องคุณให้พวกเาาร์จแบตมือถือก็ได้!]
พอเห็นข้อความพวกนี้ เธอก็ได้แต่หัวเราะออกมาอย่างโมโห ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า
[งั้นฉันคงต้องทำความสะอาดห้องรับแขก แล้วคอยดูแลปรนนิบัติพวกคุณอย่างดีด้วยไหมล่ะ]
แล้วก็มีข้อความตอบกลับมาทันที
[ไม่ต้องถึงขนาดปรนนิบัติหรอก แค่ให้พวกเราไปพักที่ห้องคุณสักสองสามวันก็ดีมากแล้ว!]
[เหอะ ไอ้โง่!]
หลังจากพิมพ์ประโยคนั้น ก็ออกจากกลุ่มแชททันที ไม่เปิดโอกาสให้ใครพูดอะไรทั้งนั้น
และหลังจากที่ลั่วชิงเทียนออกจากกลุ่มไป กลุ่มแชทก็ะเิเป็พลุแตก
[ผู้หญิงคนนี้มันเป็บ้าอะไรหรือเปล่า]