หลังจากค่ำคืนแห่งการสังหารผู้าุโของทั้งสองตระกูล เมืองเหมันตนครก็ตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า "ความสงบก่อนพายุจะเข้า" อย่างแท้จริง การปะทะกันซึ่งๆ หน้าได้หยุดลงโดยสิ้นเชิง แต่บรรยากาศกลับตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว ราวกับอากาศทั้งหมดในเมืองได้จับตัวเป็น้ำแข็ง
ทั้งตระกูลเซียวและตระกูลหลันต่างเพิ่มการป้องกันของตนเองขึ้นสู่ระดับสูงสุด ยอดฝีมือระดับสูงไม่ออกมาเดินเพ่นพ่านตามลำพังอีกต่อไป พวกเขาเคลื่อนไหวกันเป็กลุ่มและมีองครักษ์ติดตามตลอดเวลา ราวกับเป็สัตว์ป่าที่หวาดระแวงซึ่งรู้ดีว่ามีนักล่าที่มองไม่เห็นตัวตนกำลังซุ่มจ้องมองพวกมันอยู่จากในเงามืด
สำหรับเฟิงหลงแล้ว... สถานการณ์เช่นนี้ทำให้การ "ล่า" ของเขายากขึ้น... แต่มันก็ทำให้ "รางวัล" ที่ได้นั้นหอมหวานยิ่งขึ้นเช่นกัน
ณ โรงฆ่าสัตว์ที่ถูกทิ้งร้าง เขานั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่ง จิตใจของเขาหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับความมืดรอบกาย เขากำลังทบทวนแผนการขั้นต่อไปอย่างรอบคอบที่สุด การตายของเซียวเลี่ยเป็การตอบโต้ที่สาสม แต่ตอนนี้... เพื่อให้สมดุลแห่งความหวาดระแวงยังคงอยู่... ถึงเวลาแล้วที่ตระกูลหลันจะต้องเป็ฝ่ายสูญเสียบ้าง
เป้าหมายต่อไปของเขาคือ หลันเฟิง... ผู้าุโฝ่ายการค้าของตระกูลหลัน ชายชราผู้มีรอยยิ้มจอมปลอมประดับใบหน้าอยู่เสมอ แต่เื้ัรอยยิ้มนั้นคือสุนัขจิ้งจอกเ้าเล่ห์ที่เคยใช้วิธีการสกปรกในการฮุบกิจการเล็กๆ ของตระกูลเฟิงไปหลายแห่งในอดีต เขาคือเส้นเืใหญ่ทางเศรษฐกิจของตระกูลหลัน และที่สำคัญที่สุด... เขาเป็คนขี้ขลาดและไม่ได้มีฝีมือในการต่อสู้สูงส่งนัก พลังของเขาอยู่เพียงขั้นปราณปฐีระดับหกเท่านั้น
"การตัดเส้นเืใหญ่... ต้องตัดให้ขาดทั้งสองข้าง" เฟิงหลงพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาฉายแววเย็นเยียบ "เ้าเฒ่าหลันเฟิง... หนี้แค้นที่เ้าเคยสร้างไว้กับตระกูลข้า... ถึงเวลาที่ต้องชดใช้แล้ว"
คืนนั้น... หลังจากที่แน่ใจว่าบิดาของเขาหลับใหลและปลอดภัยดีแล้ว เฟิงหลงก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง
เขาไม่ได้มุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลันในทันที แต่เขากลับใช้ "เคล็ดวิชาอสูรเร้นเงา" กระบวนท่าที่หนึ่ง... "หลอมเงา"!
ร่างของเขาค่อยๆ เลือนหายไปราวกับภาพมายา ปราณอสูรที่แผ่ออกมาได้บิดเบือนแสงและเสียงรอบตัวในระดับจุลภาค ทำให้เขากลายเป็ส่วนหนึ่งของเงาที่ทอดตัวอยู่ตามพื้นดินอย่างสมบูรณ์แบบ! มันคือการล่องหนที่แท้จริงในรัตติกาล... เป็เคล็ดวิชาที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการแทรกซึมและการลอบสังหารโดยเฉพาะ
เขาเคลื่อนตัวผ่านหน่วยลาดตระเวนที่เพิ่มขึ้นเป็สองเท่าของตระกูลหลันไปอย่างง่ายดายราวกับสายลมที่พัดผ่าน ยามเ่าั้ไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาไม่รู้เลยว่าพญามัจจุราชได้เดินผ่านหน้าของพวกเขาไปแล้ว
ในที่สุด เฟิงหลงก็แทรกซึมเข้ามาถึงเขตที่พักของเหล่าผู้าุโตระกูลหลันได้สำเร็จ เขาหลบซ่อนอยู่บนขื่อหลังคาของเรือนพักหลังหนึ่ง จ้องมองไปยังเรือนที่ใหญ่ที่สุดและสว่างไสวที่สุด... เรือนของหลันเฟิง
ภายในห้องทำงานที่โอ่อ่า หลันเฟิงกำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ บนโต๊ะเต็มไปด้วยม้วนตำราและบัญชีที่กองสุมกันอยู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"บัดซบ! ั้แ่เกิดเื่... การค้าของเราก็หยุดชะงักไปเกือบทั้งหมด! ไม่มีคาราวานไหนกล้าเดินทางผ่านช่องเขาหมาป่าคร่ำครวญอีกต่อไป! แล้วไอ้เฒ่าเซียวคังมันก็ยังฉวยโอกาสขึ้นราคาสินแร่เหล็กอีก! นี่มันคิดจะบีบให้เราแห้งตายชัดๆ!" เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย
เฟิงหลงที่ซ่อนตัวอยู่บนหลังคายิ้มเย็น... 'ถูกต้อง... จงเครียดเข้าไปอีก... จงกังวลเข้าไปอีก... เพราะมันจะเป็ความรู้สึกสุดท้ายที่เ้าจะได้รู้สึก'
เขารอคอยอย่างใจเย็น... รอให้องครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องผลัดเปลี่ยนเวรยาม... รอจังหวะที่สมบูรณ์แบบที่สุด
และโอกาสนั้นก็มาถึง... เมื่อหลันเฟิงลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินไปรินสุราที่ชั้นวางของริมหน้าต่าง... หันหลังให้กับประตูอย่างสมบูรณ์
‘ตอนนี้แหละ!’
เฟิงหลงหลับตาลง... รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่ปลายนิ้วชี้ขวาของเขา เขาโคจรปราณอสูรและใช้ "คัมภีร์อสูรกลืนตะวัน" บีบอัด... และควบแน่นพลังงานที่ป่าเถื่อนและรุนแรงนั้น... ให้กลายเป็ "เข็มพิฆาติญญา"!
ปราณอสูรสีดำทมิฬที่ปลายนิ้วของเขาถูกบีบอัดจนกลายเป็เข็มพลังงานสีดำสนิทที่เล็กและบางเฉียบจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า! มันสั่นไหวเล็กน้อยราวกับพร้อมจะะเิออกทุกเมื่อ แต่ก็ถูกควบคุมไว้ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบของเฟิงหลง
เขาเล็งไปที่ช่องว่างเล็กๆ ของหน้าต่าง... เล็งไปที่ท้ายทอยของหลันเฟิงที่ปราศจากการป้องกันใดๆ... และดีดมันออกไปอย่างแ่เบา!
ชิ้ง!
เข็มพิฆาติญญาพุ่งทะยานออกไปโดยไร้ซึ่งเสียงและไร้ซึ่งรูป! มันคือความตายที่มองไม่เห็น!
หลันเฟิงที่กำลังจะยกจอกสุราขึ้นดื่ม พลันรู้สึกถึงความหนาวเยือกที่แล่นไปทั่วสันหลัง! สัญชาตญาณอันตรายถึงชีวิตที่สั่งสมมานานปีกรีดร้องเตือนเขาอย่างบ้าคลั่ง!
"ใคร!"
เขาพยายามจะหันกลับมาและะเิพลังปราณออกมาป้องกัน... แต่ก็ช้าเกินไปแล้ว
เข็มพิฆาติญญาได้เดินทางมาถึงเป้าหมายของมัน... มันพุ่งทะลุผ่านท้ายทอยของเขาเข้าไปราวกับแทงผ่านเต้าหู้ และทำลายก้านสมองของเขาจนแหลกละเอียดในพริบตา!
ดวงตาของหลันเฟิงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจ... จอกสุราในมือของเขาร่วงหล่นลงสู่พื้นแตกกระจาย... และร่างของเขาก็ล้มฟุบลงไปกองกับพื้น... สิ้นใจในทันทีโดยไม่ทันได้รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองถูกสังหารด้วยวิธีใด
เฟิงหลงไม่ได้จากไปในทันที... เขารออีกครู่หนึ่งจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น ก่อนจะทิ้งตัวลงมาจากหลังคาอย่างเงียบกริบและลอบเข้าไปในห้องทำงานนั้น
เขาเดินไปที่ร่างของหลันเฟิงและหยิบเอา "ป้ายหยกประจำตัว" ของมันออกมา... ก่อนจะนำ "เศษป้ายหยก" อีกครึ่งหนึ่งของเซียวเลี่ยที่เขาเก็บไว้ ออกมาจากแขนเสื้อ...
เขาวางเศษป้ายหยกของเซียวเลี่ยลงบนโต๊ะทำงานของหลันเฟิงอย่างจงใจ... ในตำแหน่งที่ทุกคนจะต้องมองเห็นเป็อันดับแรก
นี่คือ "หลักฐาน"... หลักฐานที่จะบอกกับทุกคนว่า... การตายครั้งนี้... คือการล้างแค้นของตระกูลหลัน!
เฟิงหลงมองผลงานของตนเองเป็ครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่เรียบเฉย ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆ เลือนหายและหลอมรวมเข้ากับเงามืดอีกครั้ง... หายลับไปโดยไร้ซึ่งร่องรอย
าเงา... ได้ดำเนินไปอีกหนึ่งก้าวแล้ว