ตอนนี้เป็เวลาหนึ่งทุ่มยี่สิบนาที ฉันเอื้อมมือไปจับที่แขนแกร่ง ปลุกจาฟาห์ให้ตื่นขึ้นมาเพื่อที่เขาจะได้กลับบ้านกลับช่องของตัวเองไปซะ
ฉันเอื้อมมือไปเขย่าตัวจาฟาห์สองสามครั้ง เขาก็ลืมตาขึ้นมามอง แม้จะยังงัวเงีย แต่ก็ถือว่าตื่นล่ะนะ
บอกแล้วว่าจาฟาห์น่ะตื่นง่าย
"อืมม ได้เวลาแล้วเหรอ?" จาฟาห์เอ่ยถามฉันด้วยเสียงงัวเงีย พลางปิดปากหาวหนึ่งครั้ง ดูก็รู้ว่าน่าจะยังง่วงอยู่ แต่ก็นั่นแหละเขาต้องกลับแล้ว จะให้มานอนกับฉันที่ห้องก็คงไม่ดี เสียภาพลักษณ์ท่านประธานหมด (แต่ถ้าฉันย้ายห้องไปแล้วอันนี้ก็ไม่แน่)
อืม จาฟาห์ตอนตื่นนอนใหม่ๆ น่ารักจัง เหมือนเด็กน้อยเลย อยากรู้จริงว่าตอนที่ท้องแม่ของเขากินอะไรเข้าไปทำไมลูกถึงได้ออกมาน่ารักขนาดนี้ แล้วตอนที่เลี้ยงมีแบบภูมิใจในหน้าตาหล่อๆ นี้บ้างมั้ย มีแอบหยิกแก้ม บีบแก้มเขาบ้างรึเปล่า คิดแล้วก็อิจฉา ฉันอยากบีบแก้มจาฟาห์บ้างจัง
แต่อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันอยากบีบเพราะรู้สึกเอ็นดูต่างหาก ถึงแม้ว่าเราจะมีอายุเท่ากันก็ตาม =..=
"อือ กลับได้แล้วล่ะ"
หลังฉันพูดจบจาฟาห์ก็เด้งตัวลุกขึ้นมานั่ง พร้อมหัวที่ฟูเหมือนสิงโต ชี้ไปไม่เป็ทาง ฉันแอบขำนิดๆ ก่อนจะเดินไปหยิบหวีอันใหญ่ของตัวเองส่งไปให้เขา
"หวีหน่อยค่ะท่านซีอีโอ ผมยุ่งไม่ไหวแล้ว" ฉันพูดขำๆ แล้วเดินนำหน้าเขาไปที่ประตู
จาฟาห์ตามออกมาที่รถด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ไม่วายหันไปมองรอบข้างไม่วางตา ราวกับว่ากำลังสแกนหาอะไรสักอย่าง
"ฉันบอกแล้วไงว่า่นี้ไม่ค่อยมีคน" ฉันตบบ่าเขาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถและดันตัวของเขาเข้าไปและปิดประตูให้เสร็จสรรพเมื่อเขาเข้าไปนั่งประจำที่แล้ว
จาฟาห์สตาร์ทรถ แต่ก่อนไปก็ไม่วายเปิดกระจกมาคุยกับฉัน
"อย่าลืมนะ พรุ่งนี้ผมจะมารับออกไปจากที่นี่" จาฟาห์เอ่ยเสียงนิ่งและขับรถออกไป ฉันได้แต่มองตามจนสุดสายตาพลางพึมพำเบาๆ
"นี่ขนาดฉันเป็แค่เพื่อนของนาย ฉันยังเป็ขนาดนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าแฟนในอนาคตของนายจะน่าอิจฉาขนาดไหน แต่ไม่แน่ว่าอาจจะเป็ฉันก็ได้นะ บ้าบอ คนอะไรอิจฉาตัวเอง... ก็ว่าไปนั่น" ฉันพูดกับตัวเอง ก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องไปเพื่อทำงานที่ค้างต่อ
[Jafah Part]
สวัสดีครับผมจาฟาห์เอง จาฟาห์ที่หน้าตาดีที่สุดนั่นแหละ ผมมีเพื่อนอยู่สี่คน เมื่อรวมผมไปด้วยกลุ่มเราจะมีห้าคน เรียกว่า0.2 ง่ายๆ คือคนละ0.2 รวมกันห้าคนก็เป็เลข 1 พอดี
คนที่ตั้งชื่อกลุ่มก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้ลูคัสหรือที่ทุกคนมักจะได้ยินพวกผมเรียกบ่อยๆ ว่าไอ้ลูซนั่นแหละครับ
มันบอกว่าห้าคนรวมกันได้หนึ่งบาทพอดี จบแยกย้าย
เอาล่ะเข้าเื่ ผมรู้จักคนหลากหลายประเภททั้งจากการทำงาน เรียนและเที่ยว
เื่ที่ผมจะพูดคือเื่ที่เกี่ยวข้องกับไอ้เดย์และเมียของมันครับ
ไอ้เดย์คือผู้ชายประเภทปากหมา ปากหนัก ฟอร์มจัด กลัวไม่เข้าเื่ อารมณ์คืออยู่ดีๆ มันก็กลัว อาชิเช่น กลัวเสียหน้าเวลามีคนถามว่ามันกลัวเมียรึเปล่า
ปากหนักคือการที่มันไม่ค่อยจะยอมอธิบายเหี้.ยอะไรสักอย่างให้คนอื่นเขาเข้าใจง่ายๆ
ปากหมาคือการที่มันชอบพูดไม่คิด พูดเพื่อให้พ้นเื่ที่มันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง
ฟอร์มจัดคือการที่มันชอบวางท่าไปเรื่อย ทั้งที่ความจริงไม่จำเป็ต้องทำก็ได้
ส่วนกลัวไม่เข้าเื่ก็อย่างที่บอกไปตอนแรกเลยครับ มันเป็คนกลัวไม่เข้าเื่จริงๆ อะไรที่ไม่ควรกลัวมันก็จะกลัวล่วงหน้าไป ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันจะกลัวอะไรขนาดนั้น
แต่ยังไงซะมันก็คือเพื่อนผม ดังนั้นจะหาว่ามันไม่มีข้อดีเลยก็คงไม่ใช่ เพราะถ้าไม่มีผมก็คงไม่มาเป็เพื่อนกับมัน
ส่วนแฟนมันอย่างที่รัก ั้แ่ที่ได้รู้จักกันแรกๆ จนมาถึงตอนนี้ ผมตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ผมอิจฉาไอ้เดย์ที่มันได้ที่รักไป
อ่ะๆ อย่าเพิ่งด่าผมนะครับ เพราะผมจะบอกว่ามันไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่รู้สึกอิจฉา เพราะทั้งไอ้ลูซไอ้คุนหรือแม้กระทั่งไอ้ทีก็รู้สึกแบบเดียวกันกับที่ผมรู้สึก
ที่รักคือคนประเภทมนุษย์เป็ด เพราะอะไรผมถึงได้บอกว่าเธอคืุ์เป็ดน่ะเหรอครับ
เพราะเป็ดน่ะมันสามารถว่ายน้ำได้แม้จะไม่เก่งเท่าห่านและสามารถบินได้แม้จะไม่เก่งเท่านก
เช่นเดียวกันครับ ที่รักเธอเป็แบบนั้น เธอบอกว่าเรียนไม่เก่งแต่สิ่งที่ผมและเพื่อนๆ เห็นคืองานที่อาจารย์สั่งมาเธอก็สามารถทำได้แม้ว่านั่นจะเป็ครั้งแรกที่เธอลองทำ ขนาดว่าไม่ใช่งานที่เกี่ยวข้องกับสายที่เรียนเธอยังทำได้เลยครับ ดูได้จากโมเดลของพวกผม
ที่รักคือหน่วยซัพพอร์ตที่ดีๆ มาก จะเรียกว่าเบ้เจเนอเรชั่นก็ได้ครับ
เข้าเื่ที่ผมจะเล่ากันดีกว่า
หลังจากที่คืนนั้นไอ้เดย์ดันพูดจาหมาๆ แล้วที่รักมาบังเอิญได้ยินเข้าตามที่ไอ้เนสกับไอ้บอสเล่ามา บอกตามตรงเลยครับว่าผมเสียวสันหลังแทนไอ้สองคนนั้นจริงๆ
คืนนั้นบอกตามตรงว่าผมแอบคิดไปแล้วว่าสองคนนั้นจะต้องเลิกกันแน่ๆ เพราะได้ยินไอ้สองคนนั้นพูดว่าที่รักน่ะดูโกรธมาก
ผมกลัวถึงขนาดที่คิดไปเองเลยว่าที่รักคงจะไม่ยอมคุยกับพวกผมสี่คนแล้ว คืนนั้นผมเลยเผลอตัว พาลโกรธไอ้เดย์ไปซะได้ แต่พอเช้ามาเห็นอาการของมันแล้วก็โกรธไม่ลง
จนมาถึงเมื่อคืนที่ที่รักทักมาหาหลังจากที่เธอลงรูปนั้น ว่า้าเจอ บอกตามตรงว่าผมโล่งใจมากที่ที่รักไม่ได้โกรธผมไปด้วย
หลังคุยกันเสร็จผมก็กลับไปนั่งทำโมเดลต่อ โมเดลที่กำลังทำอยู่นี่ก็ไม่ใช่ของใครของมัน แต่เป็การรวมหัวช่วยกันทำให้เสร็จเป็คนๆ ไป
เหตุผลก็เพราะไอ้ลูซมันเห็นว่าถ้าแยกกันทำ ชาตินี้คงไม่ต้องส่งกันพอดี สาเหตุก็มาจากไม่มีคนซัพพอร์ตอย่างที่รักคอยช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เหมือนเดิม กว่างานจะเสร็จก็ล่วงเลยเข้าไปตีสามแล้ว
ดังนั้นวันรุ่งขึ้นที่ที่รักโทรมา เธอถึงได้ยินเสียงงัวเงียเพราะพึ่งจะตื่นนอนของผม
อ่า เื่นี้แหละที่ผมลืมบอกเธอ ว่าตอนที่เธอโทรมานัดเวลาเจอกันผมดันกดเปิดสปีกเกอร์โฟนน่ะสิ
แต่โชคดีว่าไอ้เดย์มันแยกเข้าไปนอนในห้อง แต่ว่าก็ยังมีคนที่ได้ยินถึงสามคนอยู่ดี
ครับ สามคนที่ว่าจะเป็ใครไม่ได้เลย
"ที่รักนัดมึงทำไมวะ" ไอ้ทีมันถามผมอย่างสงสัย แม้ว่ามันจะเพิ่งตื่นนอนเหมือนผมก็ตาม
"ไม่รู้" นี้คือคำตอบที่ผมพอจะให้เพื่อนได้ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะคุยเื่อะไร
"พวกกูไปด้วยได้มั้ยวะ" ไอ้คุนถาม ไอ้สองคนที่เหลือก็พยักหน้าเห็นด้วย
"กูขอไปคนเดียวก่อนดีกว่า เผื่อว่าที่รักจะยังไม่พร้อมเจอพวกมึง" แม้ว่าที่รักจะบอกว่าไม่โกรธพวกผมสี่คน แต่เชื่อเถอะว่าร้อยทั้งร้อย อารมณ์ผู้หญิงก็น่าจะยังมียังเคืองๆ อยู่บ้าง
"โห๊ะ!" พอได้ยินคำตอบผม พวกมันสามคนก็ทำเสียงไม่พอใจออกมา
"เออ ก็ได้ ครั้งนี้พวกกูจะไม่ตามมึงไปเพราะเห็นแก่ที่รัก แต่ครั้งหน้ากูไม่รับปาก" ไอ้ทีพูด
"เออ" ผมรับปากพวกมันก่อนที่จะล้มตัวลงไปนอนบนพื้นต่อ
ตัดมาที่เวลาบ่ายโมงสี่สิบกว่าๆ ผมได้มาถึงสถานที่นัดหมายของที่ที่รักนัดเอาไว้แล้ว
แน่นอนว่าที่รักยังดูดีคงเหมือนเดิม คล้ายว่าเื่ที่ทะเลาะกับไอ้เดย์เมื่อสองวันก่อนไม่ใช่เื่ใหญ่เท่ากับร้านชานมเ้าประจำปิด
หลังเดินกลับจากไปซื้อช็อกโกแลตให้คนที่นั่งฝั่งตรงข้าม ผมก็เข้าเื่ทันที
"เห็นบอกมีเื่ให้ช่วย เื่อะไรหรอ"
"อ๋อ! คือฉันอยากให้นายช่วยจ้างฉันหน่อย"
"จ้าง? ... ทำไมล่ะ" ผมงงเล็กน้อยที่เธอขอแบบนั้น
"ก็...แบบว่ามันพูดยากนะ ตอนแรกก็กะว่าจะหางานพาร์ททามทำนั่นแหละ แต่เมื่อเช้าหลังจากได้ฟังที่นายพูดแล้ว ฉันคิดว่านายควรที่จะจ้างฉันนะ"
"หมายถึง ให้จ้างเธอมาช่วยทำงานเหมือนตอนที่ยังอยู่กับไอ้เดย์ใช่รึเปล่า"
"ก็ประมาณนั้น"
"หืม...ผมนึกว่าคุณเกลียดจนไม่อยากเจอหน้ามันแล้วซะอีก"
"จริงๆ ก็ใช่นะ แต่พอมาคิดดูแล้ว มันก็จริงอย่างที่เดย์มันพูดนั่นแหละ เขาซื้อฉันมาด้วยเงินจริงๆ นี่นา" ที่รักยักไหล่แสดงอาการว่าไม่คิดมากเื่ก่อนหน้านั้นแล้ว
"แล้วทำไมถึงหนีมันมาล่ะ แถมยังไม่โทรหามันด้วย"
"เฮ้ออออ... จาฟาห์ ถ้าฉันบอกว่าจริงๆ แล้ว ฉันมีเื่ที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากพวกนายทั้งสี่คนยกเว้นเดย์ นายจะยอมช่วยรึเปล่า"
"ก็อยู่ที่ว่าเื่นั้นมันร้ายแรงรึเปล่า" ผมลองหยั่งเชิงที่รักดู
"ไม่หรอก แทบจะเล็กน้อยด้วยซ้ำ"
"งั้นเล่ามาสิ ผมรอฟังอยู่"
จากนั้นผมก็นั่งฟังเื่ราวในมุมมองของที่รักเฉยๆ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรให้มันขัดการเล่าของเธอ
"ถ้าคิดแบบนั้น...โอเค! ผมจะช่วยคุณและจะบอกไอ้สามคนให้ร่วมมือด้วย"
"จริงหรอ!?? ขอบคุณนะ" ผมคิดไว้แล้วว่าคำตอบนี้คือสิ่งที่ที่รัก้า
"อืม แต่มีข้อแลกเปลี่ยน" ผมเอ่ยขึ้นในขณะที่เธอกำลังนั่งอมยิ้มดูดช็อกโกแลตที่ผมซื้อเลี้ยง
"ข้อแลกเปลี่ยน? อะไรหรอ?" ที่รักเอียงคอถาม
"เธอต้องให้ผมไปส่งที่ที่เธออยู่ตอนนี้" ที่รักมีสีหน้าคิดหนักหลังจากได้ยินสิ่งที่ผมขอ
"นายแน่ใจนะจาฟาห์ว่าจะไปส่งฉันจริงๆ"
"แน่ใจสิ ตอนนี้เราก็มีสิ่งที่ต้องร่วมมือกัน เราไม่ได้โกรธหรือเกลียดกันซะหน่อย อย่างน้อยในฐานะเพื่อนผมก็อยากรู้ว่าหลังจากที่เธอออกมาจากห้องไอ้เดย์ เธออยู่ยังไง พักที่ไหน"
"ถ้านายคิดแบบนั้นฉันก็ไม่มีปัญหา"
"เธอไม่ควรมีปัญหาอยู่แล้ว :) " พูดจบผมกับที่รักก็ลุกขึ้นเดินออกจากร้านไปพร้อมกัน
"หลังจากนี้ถ้าเห็นอะไรก็ทำใจไว้หน่อยแล้วกัน" คำพูดของที่รักมันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ แต่ผมก็เลือกที่จะไม่สนใจ จนกระทั่งผมได้มาเห็นห้องพักที่ที่รักบอกว่ามาอยู่ชั่วคราวเข้าจริงๆ
พูดแบบไม่คิดเลยว่า ผมอยากเขย่าให้สมองที่รักไหลออกมามาก ผมอยากรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ถึงได้มาพักที่ม่านรูด
แถมพอผมกำลังจะออกมาจากห้อง เธอดันเอาไอ้เื่เวลาห่าเหวนั้นมาพูดกับผมอีก
บอกเลยว่าผมไม่ได้คิดถึงเื่นั้นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่พอที่รักพูดถึง มันทำให้ผมนึกขึ้นมาได้
ถึงจะรู้ว่าที่รักจะดูไม่ดีในสายตาคนอื่น แต่การที่ผมเข้ามาม่านรูดและออกไปในเวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง มันก็สามารถทำให้ทั้งผมและที่รักดูไม่ดีได้เช่นกัน
ดังนั้น ผมยอมอยู่รอเวลาอย่างที่ที่รักบอกก็ได้
เฮ้อ~ ชีวิตทำไมมันยากจังวะ!
หลังจากนั้นก็อย่างที่ทุกคนได้เห็นกันนั่นแหละครับ ผมถ่ายรูปกับที่รัก โดยที่รักก็เลือกเอารูปที่ไม่เห็นหน้าผมอัพลงโซเชียล จากนั้นผมก็หลับยาวไปเลยเพราะอย่างที่บอกไอ้ม่านรูดห่านี่มันจะมีอะไรให้ผมทำได้ นอกจากนอนรอเวลาล่ะครับ
ผมรู้สึกตัวอีกทีก็เป็เวลาทุ่มกว่าๆ แล้ว
ก่อนจะกลับผมก็ไม่ลืมที่จะย้ำเธอด้วยว่าพรุ่งนี้จะมารับ เอ่อ ผมลืมบอกที่รักไปอย่างหนึ่งใช่มั้ยว่าพรุ่งนี้ จะไม่ได้มีแค่ผมที่มารับเธอ