ความหิวโหยเป็ความรู้สึกที่ยากจะรับได้โดยเฉพาะคนรักการกินเป็ชีวิตจิตใจอย่างเธอ ความหิวไม่ต่างอะไรกับการถูกทรมาน
ในยุคสมัยที่เห็นความผอมเป็ความงดงามส่วนสูงของเธอหนึ่งเมตรหกสิบสอง แต่น้ำหนักกลับพุ่งไปถึงหกสิบสามกิโล ทั้งกลมและตันไปทั้งตัวนักเรียนหญิงในชั้นเรียนยี่สิบกว่าคนนับว่าเธอตัวหนักที่สุด
แม้ยังไม่ถึงขั้นถูกคนทักว่ายัยอ้วนแต่ก็มีเสียงหัวเราะเยาะผ่านหูอยู่เป็ประจำ
เซวียเสี่ยวหรั่นเคยลองลดความอ้วนอดอาหารได้ครึ่งเดือน มือเท้าแทบไม่มีแรง แต่พอขึ้นชั่งน้ำเท่านั้น ลดไปแค่กิโลครึ่งเธอโมโหจนแทบกระอักเืก็เลยกลับไปกินดื่มชดเชยน้ำหนักที่หายไป
ั้แ่บัดนั้นเป็ต้นมาก็ไม่มีความคิดจะลดน้ำหนักอีกเลย
ตอนนี้ก็เป็โอกาสดีเซวียเสี่ยวหรั่นสามารถทำนายได้เลยว่ารูปร่างของเธอจะต้องผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูกเหมือนกับเหลียนเซวียนแน่ๆเธอไม่จำเป็ต้องลดน้ำหนักเป็พิเศษก็สามารถผอมได้ปานสายฟ้าแลบ
เซวียเสี่ยวหรั่นเดินต่อไปอย่างคนไม่มีเรี่ยวแรง
กระแสน้ำในแม่น้ำไหลเอื่อยริมฝั่งเต็มไปด้วยพงหญ้า ต้นไม้ โขดหินระเกะระกะเธอต้องเดินอ้อมหลบเลี่ยงไปตรงที่ราบเสมอกัน
"เอ๋? นั่นอะไร"
เซวียเสี่ยวหรั่นหรี่ตาเพ่งมองเชิงเขามีป่าธรรมชาติเขียวขจี ชายป่าด้านนอกมีต้นไม้ที่มีใบทั้งใหญ่และยาวแลดูคุ้นตา
"กล้วยน้ำว้าหรือกล้วยหอมเนี่ย?" สีหน้าของเซวียเสี่ยวหรั่นฉายแววประหลาดใจแต่ไม่ว่าจะเป็ชนิดไหน ล้วนเป็ของดีทั้งนั้น
เธอก้าวเท้าอย่างรวดเร็วตรงไปที่นั่นด้วยความตื่นเต้นดีใจ
เดินเข้าไปถึงก็จดจ้องใบไม้ขนาดใหญ่อย่างพินิจลำต้นสูงใบใหญ่ นั่นคือป่ากล้วยน้ำว้าต้นกล้วยน้ำว้าขึ้นกระจัดกระจายแทรกอยู่ระหว่างต้นไม้อื่นๆในหมู่บ้านของเธอมีครอบครัวหนึ่งปลูกต้นกล้วยน้ำว้าเธอกับปู่ยังเคยไปตัดด้วยกันมาแล้ว
"ว้าว ดีจังเลย ไม่ต้องอดตายแล้ว" เซวียเสี่ยวหรั่นฉีกยิ้มเดินเข้าไปถึงรสชาติของกล้วยน้ำว้าจะอร่อยสู้กล้วยหอมไม่ได้ แต่ก็ทำให้อิ่มท้อง
ทว่า...น่าเสียดาย เธอหัวเราะเร็วเกินไป
"ตุ้บ" มีของสิ่งหนึ่งปามาถูกศีรษะของเธอบนพื้นมีกล้วยน้ำว้าเละๆ ลูกหนึ่งตกอยู่
ใครปาใส่เธอ? ในป่าดงดิบแห่งนี้จะมีคนป่าด้วยหรือ เซวียเสี่ยวหรั่นตื่นตระหนก
เงยหน้ามองไปยังดงกล้วยน้ำว้าแห่งนั้นเงาดำร่างหนึ่งปาของเข้ามาอีก เซวียเสี่ยวหรั่นเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง "ตุ้บ" บนพื้นมีกล้วยน้ำว้าเละเพิ่มขึ้นมาอีกลูก
Shit!
พอเห็นของกินดีๆที่หัวใจเรียกร้องถูกโยนทิ้งเรี่ยราด หัวใจของเซวียเสี่ยวหรั่นก็อัดแน่นไปด้วยโทสะหันไปขึงตาใส่ตัวต้นเหตุในป่าแห่งนั้น แต่เพียงพริบตาเดียวใบหน้าของเธอก็พลันถอดสี
แม่เ้าโว้ย!ลิงทั้งนั้นเลย
บนต้นกล้วยน้ำว้าสูงใหญ่ถูกฝูงลิงไว้ทั้งหมด แม้จะอยู่กระจัดกระจายจนดูบางตา แต่อย่างน้อยก็มีลิงอยู่ในนั้นยี่สิบถึงสามสิบตัว
ดูท่าป่ากล้วยน้ำว้าจะเป็ถิ่นของพวกมันเซวียเสี่ยวหรั่นพลันรู้สึกปวดจี๊ดไปถึงศีรษะ
หากแย่งอาหารกับลิงจะไม่ถูกพวกมันรุมทำร้ายเอาหรือ
"เจี๊ยกๆ" เสียงลิงดังมาจากด้านหน้า เซวียเสี่ยวหรั่นชะโงกมองตามเสียงก็เห็นแม่ลิงตัวหนึ่งกำลังปีนป่ายอยู่บนกิ่งไม้ยาวๆเบื้องหน้าบนหลังของมันมีลิงน้อยยังไม่โตเต็มที่เกาะอยู่
ขนของลิงน้อยตัวนั้นมีสีทองแซมอยู่ในสีเทาโดยเฉพาะอย่างยิ่งขนสีทองที่หน้าผากของมันดูสะดุดตาเป็พิเศษในมือของมันถือกล้วยน้ำว้าสองผล ใบหน้าของมันฉีกยิ้มยิงฟันหันมาหาเธอ
เมื่อครู่ก็เป็ลิงน้อยขนทองตัวนี้ที่ปากล้วยน้ำว้าใส่ตนเองเซวียนเสี่ยวหลันหรี่ตากวาดมองลิงที่อยู่ด้านข้าง แถวนั้นมีลิงอีกคู่หนึ่งส่วนลิงตัวอื่นก็อยู่ไกลออกไป และก็ไม่ได้ถือของในมือ
ขณะกำลังตรวจสอบเ้าลิงน้อยก็ปาเข้ามาอีก กล้วยน้ำว้าผลหนึ่งลอยละลิ่วเข้าหาเธอ
"ว้าย" เซวียเสี่ยวหรั่นะโไปด้านข้างหลบได้หวุดหวิด
"เจี๊ยกๆ" ลิงน้อยตัวนั้นเริ่มร้องโวยวายมันปีนลงจากตัวแม่ของมันไปยังกิ่งด้านหน้าแล้วออกแรงขย่มจนลำต้นสั่นไหวพร้อมกับปากล้วยน้ำว้าอีกผลเข้ามา
"ฉิบ..." เซวียเสี่ยวหรั่นรีบหลบ โมโหจนแทบะเิ
เธอยังไม่ได้เข้าใกล้ดงกล้วยน้ำว้าด้วยซ้ำเ้าลิงน้อยผยองเกินไปแล้ว เซวียเสี่ยวหรั่นฉุนจัดกลายเป็ความกล้าบ้าบิ่นเก็บก้อนหินขึ้นมาจากพื้นแล้วขว้างใส่ลิงน้อยขนทองตัวนั้นเต็มแรง
ใครจะรู้การปาครั้งนี้ไม่โดนลิงน้อยแต่กลับกลายเป็เื่
เงาดำน้อยใหญ่ต่างพากันปาของใส่นางตุ้บตั้บๆจากที่สูง ฝูงลิงอาจรู้สึกว่าถูกศัตรูโจมตีจึงเริ่มออกมาขับไล่ศัตรูร่วมกัน
เซวียเสี่ยวหรั่นกรีดร้องยกมือป้องศีรษะเป็พัลวันพลางถอยหลังกรูด
แต่แข้งขาของนางยังปวดเมื่อยเคลื่อนไหวไม่คล่องตัว จึงโดนะุกล้วยซัดไปอีกหลายนัด
เมื่อถอยมาถึงระยะปลอดภัยเซวียเสี่ยวหรั่นเหนื่อยหอบ หันกลับมาถลึงตาใส่ลิงฝูงนั้นอย่างเข่นเขี้ยว
ลิงทั้งฝูงรังแกคนคนเดียวพวกเ้ายังมียางอายอยู่บ้างหรือไม่
กล้วยน้ำว้ามีตั้งเยอะจะแบ่งให้เธอบ้างไม่ได้หรือไง
เดิมทีเซวียเสี่ยวหรั่นก็หิวจนแข้งเข่าอ่อนเมื่อครู่วิ่งหนีมา รู้สึกเห็นดาววิบวับ ต้องเป็เพราะหิวนานเกินไปแน่ๆน้ำตาลในเืเลยต่ำ
เธอยกมือกุมศีรษะแต่หน้าผากกลับรู้สึกเจ็บจี๊ด เมื่อครู่ถูกปาด้วยของแข็งตอนนี้บวมปูดออกมาแล้ว
"ซี้ด เจ็บจังเลย"
เธอลูบหน้าผากบวมเป่งพลางทำสีหน้าเหยเก
"เจี๊ยกๆ" ลิงน้อยขนทองตัวนั้นเหมือนกำลังหัวเราะเยาะนางขย่มกิ่งไม้อย่างลิงโลด
"หน็อย เจ้จะวาดวงเวทสาปแช่งเ้า ลิงโสโครกไม่เห็นน่ารักเลยสักนิด"
เธอหย่อนก้นนั่งลงพื้นพลางด่าทอพวกลิง เซวียเสี่ยวหรั่นยังไม่อยากไปตอนนี้ กว่าจะหาของยาไส้พบไม่ใช่เื่ง่ายแล้วจะถอดใจยอมแพ้แค่นี้ได้อย่างไร
ลิงก็มีเวลางีบเหมือนกันเซวียเสี่ยวหรั่นมองไปโดยรอบสังเกตลักษณะภูมิประเทศอย่างละเอียด
ลิงฝูงนั้นเห็นเธอไม่ขยับเลยไม่สนใจเธออีก มีแต่ลิงน้อยขนทองตัวเดิมที่ยังคงะโโลดเต้นไปร้องเจี๊ยกๆวุ่นวายจดจ้องมาที่เธอไม่หยุด แม่ลิงปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้อื่น มองลิงน้อยอาละวาด
เซวียเสี่ยวหรั่นกลอกตาใส่มันเมื่อครู่หากไม่เพราะมันลงมือก่อน ก็คงไม่ต้องเผชิญหน้ากันเช่นนี้
อาจเป็เพราะเธอไม่สามารถขโมยกล้วยน้ำว้ากลับไปก็เลยถลึงตาอย่างโมโหโทโสใส่ลิงน้อยขนทองตัวนั้น เธอนวดต้นขาอย่างเมื่อยขบเริ่มวางแผนการในใจ
ตรงซอกหินข้างหน้ามีของบางอย่างสีเหลืองอมเขียวเซวียเสี่ยวหรั่นพิศมองอย่างละเอียด ั์ตาพลันเปล่งประกาย รีบคลานเข้าไปเก็บ
"ฮ่าๆ ที่แท้ก็สาลี่นี่เอง"
สาลี่ผลเล็กเปลือกสีเหลืองอมเขียวมีลายเป็จุดๆ ตอนตกบนพื้นก็ยุบไปข้างหนึ่งแล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นใช้เสื้อยืดเช็ดผลสาลี่ก่อนกัดดังกร้วม
"บ้าเอ๊ย เปรี้ยวฉิบ"
รสชาติเปรี้ยวฝาดทำให้หน้ากลมแป้นของเธอย่นเป็ซาลาเปา
อดกลั้นแล้วอดกลั้นอีกในที่สุดก็ไม่ได้คายทิ้ง กลับกลืนเข้าไปลำคอ
"มิน่าเ้าลิงพวกนั้นถึงใช้สาลี่ปาคนเพราะมันทั้งเปรี้ยวทั้งฝาดแบบนี้นี่เอง พวกมันต้องไม่ชอบกินอยู่แล้ว"
เซวียเสี่ยวหรั่นมองสาลี่ที่กัดไปแล้วคำหนึ่งในมือฝืนกัดคำที่สองไม่ลงจริงๆ ถูกความเปรี้ยวเล่นงานจนเข็ดฟัน กระพุ้งแก้มร้าวรานไปหมดรสเปรี้ยวยิ่งทำให้รู้สึกหิวหนัก เธอย่นคิ้วทำหน้าเบ้พลางแลบลิ้น
"สาลี่ป่าทั้งเปรี้ยวทั้งฝาด กล้วยน้ำว้าคงไม่เปรี้ยวแบบนี้หรอกนะ"
เซวียเสี่ยวหรั่นเหลือบมองปราดหนึ่งกล้วยน้ำว้ากับผลไม้อย่างอื่นถูกโยนทิ้งเกลื่อนกลาดไม่น้อย
หึๆ เซวียเสี่ยวหรั่นยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนถอดเป้สะพายหลังออกมา รูดซิปแล้วย่อตัวลงคุกเข่า ขยับไปข้างหน้าสองก้าวรีบเก็บกล้วยน้ำว้าใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว
ตำแหน่งด้านซ้ายที่ห่างออกไปไม่กี่เมตรมีกล้วยน้ำว้าลูกหนึ่งด้านขวาในพงหญ้าก็มีผลสีเขียวลูกเล็กอีกลูกเยื้องไปข้างหน้าก็มีผลสีดำแกมเขียว....