ท้องฟ้ายามราตรีกาลช่างดูงดงามยิ่งนักรังสิมันตุ์ยืนอยู่ที่หน้าบ้านของตนใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองดูหมู่ดาวบนฟากฟ้าครู่หนึ่งจากนั้นจึงไขกุญแจประตูรั้วเข้าไป วันนี้กลับบ้านค่อนข้างดึกทีเดียว ทั้ง ๆที่ตอนกลับถึงอู่ก็ยังไม่ได้มืดค่ำอะไรมากนัก
พขร.หนุ่มถอนหายใจ
...มันจะเพราะอะไรเสียอีกล่ะถ้าไม่ใช่ว่าเป็เพราะเขาถูกพกส.องุ่นที่เพิ่งเลิกงานคะยั้นคะยอให้อยู่ดูละครหลังข่าวเป็เพื่อนครั้นจะปฏิเสธก็กระไรอยู่ เพราะไม่ว่าใคร ๆต่างก็รู้ดีว่าองุ่นติดละครเสียยิ่งกว่าอะไร
‘ไอ้ติ๊ดไม่อยู่หรือครับ ? เห็นว่าวันนี้กะดึกไม่ใช่หรือ ?ให้มานั่งดูเป็เพื่อนสิ’
‘เพิ่งขับรถออกไปเมื่อสักครู่นี้เองน้องติว น่า... ดูเป็เพื่อนพี่หน่อยคุณวิรัตน์ก็ใจร้ายไม่ยอมมานั่งดูด้วยกัน’
‘เอ้า ! ผมก็ต้องทำงานนะคุณองุ่นนายท่าปล่อยรถจะให้ไปนั่งดูละครสบายใจเฉิบแบบนั้นได้อย่างไรล่ะ’
คิดแล้วก็เหนื่อยใจชายหนุ่มจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลงจนถึงเม็ดที่สอง เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างถอดเข็มขัดออก ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกง ยกมือขึ้นเสยผมให้เข้าที่ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่ห้องรับแขกอย่างเหนื่อยอ่อน
บ้านหลังนี้เป็บ้านหลังเก่าของพ่อและแม่ทั้งพี่ชายและพี่สาวของเขานั้นแต่งงานมีครอบครัว จึงย้ายออกไปปลูกบ้านหลังใหม่ฝ่ายพี่ชายซึ่งมีหน้าที่การงานมั่นคง และค่อนข้างจะมีฐานะร่ำรวยเป็ผู้รับทั้งพ่อและแม่ไปอยู่ด้วยส่วนฝ่ายพี่สาวก็ย้ายออกไปอยู่กับครอบครัวของตนเช่นกัน ซึ่งนาน ๆ จะติดต่อกลับมาทีบ้านหลังนี้จึงมีแต่เขาซึ่งเป็น้องคนสุดท้องอาศัยอยู่เท่านั้น
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้หากผู้โดยสารคนดังกล่าวโทรศัพท์ไปร้องเรียนที่อู่รถจริงก็ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้เหมือนกันว่าตัวเขาเองจะถูกผู้เป็หัวหน้าตำหนิว่าอย่างไรบ้างแต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญของเื่นี้เสียทีเดียวความสำคัญมันอยู่ที่อีกเื่หนึ่งต่างหาก...
วราภรณ์กดรีโมทคอนโทรลเปลี่ยนช่องโทรทัศน์กลับไปกลับมาหลายรอบแต่ไม่มีทีท่าว่าจะพบรายการที่ถูกใจจนในที่สุดร่างบอบบางก็ตัดสินใจเดินไปปิดโทรทัศน์ เป็จังหวะเดียวกับที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้หล่อนต้องเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดให้เปิดออก
“อ้าว ยังไม่นอนอีกหรือคะพี่ตูน ?นี่มันก็ดึกมากแล้ว ปลายง่วงนอนจะแย่อยู่แล้ว” ปาริฉัตรพูดอย่างงัวเงียยกมือขึ้นขยี้ตาเหมือนเด็ก ๆ
“ง่วงแล้วทำไมยังไม่นอน ทำอะไรอยู่น่ะปลาย? นอนได้แล้วนะ”
“พอดีอาจารย์ภูโทรศัพท์มาน่ะค่ะแต่ปลายก็กำลังจะนอนแล้วล่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะพี่ตูน” ที่แท้ปาริฉัตรก็อยู่คุยโทรศัพท์กับภูชิตนั่นเองเมื่อได้ยินดังนั้นหล่อนก็อดที่จะเป็ห่วงน้องสาวคนนี้ไม่ได้ภูชิตที่พยายามตามจีบหล่อน จะมาจริงใจอะไรกับปาริฉัตร!?
“ราตรีสวัสดิ์เช่นกันจ้ะ”ผู้เป็พี่สาวเอ่ย ปิดประตูกลับดังเดิม ก่อนจะกลับมานั่งลงบนเตียงนอนของตน ใบหน้าสวยขมวดคิ้วเข้าหากันน้อยๆ เมื่อนึกถึงพขร.หนุ่มคนนั้น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขายังไม่จางหายไปง่าย ๆซึ่งแน่นอนว่า... รวมถึงคำพูดนั้นด้วย
‘ผมทนไม่ได้ที่เขาพูดแบบนั้นกับคุณ’
“ฉันก็ทนไม่ได้ที่เขาว่าคุณแบบนั้นเหมือนกันค่ะ...คุณรังสิมันตุ์”
ทันทีที่มาถึงอู่รถประจำทางในตอนเที่ยงอัญมณีแทบจะตั้งตัวไม่ทันกับการถูกจู่โจมจากคำถามของพัชราพรรณพขร.สาวมองหน้าหล่อนเหมือนจะคาดคั้นเอาคำตอบ
“เมื่อวานเกิดเื่อะไรขึ้นหรือผักกาด ?”
อัญมณีมีสีหน้าเบื่อหน่ายหญิงสาวผู้สวมแว่นตากรอบดำส่งเสียงจิ๊ปากอย่างขัดใจ
“อะไรของเธอยัยพัช ?คนมาถึงยังไม่ทันหายใจหายคอ ถ้าคนที่เธอตามหาล่ะก็วันนี้เวรหยุดของเขาย่ะ”
“ติวจะหยุดหรือไม่หยุดมันก็ไม่เกี่ยวกันหรอกนะแต่ที่ฉันถาม ก็เพราะว่าเมื่อเช้านี้หัวหน้าพวกเธอตามหาติวอยู่น่ะสิ”
“ก็แล้วว่าอย่างไรล่ะ ?ที่จริงเธอไม่ควรมาคาดคั้นเอาคำตอบจากฉันด้วยซ้ำถ้าอยากรู้นักก็รอถามจากเ้าตัวเองแล้วกัน” พกส.สาวตอบอย่างไม่ยี่หระก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้อีกฝ่ายมองตามหลังอย่างกินเืกินเนื้อ
“ยัยผักกาดเน่า จำไว้เลยนะ !” พัชราพรรณะโไล่หลังด้วยสีหน้าไม่พอใจพขร.สาวได้แต่ฮึดฮัดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มันน่าเจ็บใจก็ตรงนี้แหละ !
ไม่ใช่ว่าหล่อนไม่รู้เพียงแต่หล่อนี้เีตอบคำถามของพัชราพรรณต่างหาก อัญมณีมุ่งหน้าตรงไปยังร้านขายอาหารบริเวณอู่รถเพื่อรับประทานอาหารกลางวันตามปกติ หากแต่ั์ตาสีนิลที่มองผ่านแว่นสายตาก็สังเกตเห็นแผ่นหลังของใครบางคนไวๆ
...คนที่ทำให้หล่อนต้องเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะเดินตามให้ทันไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคืออภินันท์พขร.หนุ่มที่หล่อนเคยบอกกับวราภรณ์และปาริฉัตรไปก่อนหน้านี้ว่าเขาคือ ‘เพื่อนสนิท’
“ติ๊ดตี่ ติ๊ดตี่” อภินันท์หันมาทางต้นเสียงพขร.หนุ่มพยักหน้าน้อย ๆ เป็การทักทาย ก่อนจะเอ่ยถามประโยคสุดแสนธรรมดาแต่ก็ทำให้หัวใจของคนฟังพองโต
“กำลังจะไปทานข้าวหรือ ? ไปด้วยกันไหม ?”
“ใช่จ้ะ พอดีเลยติ๊ดตี่ เอ้อ...กาดมีอะไรจะเล่าให้ฟัง”
ในระหว่างการรับประทานอาหารกลางวันนั้นอัญมณีได้เล่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอภินันท์ฟังคำบอกเล่าของเพื่อนร่วมงานสาวด้วยสีหน้าเรียบขรึม นิ่งไปชั่วครู่ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจเอ่ยว่า
“แต่ก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันนะปกติมันออกจะเป็คนใจเย็น แล้วทำไมถึงเหยียบสะบัดขนาดนั้นได้ ?แล้วก็ไอ้ติวน่ะวันนี้เวรหยุดมันนี่นา รอดตัวไปหนึ่งวันล่ะนะ”
“คือเื่นั้นน่ะ... เอ่อ...”ยังไม่ทันที่อัญมณีจะพูดจบประโยคั์ตาของหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นใครบางคนซึ่งมีส่วนร่วมอยู่ในเหตุการณ์เมื่อวานด้วยอภินันท์ซึ่งนั่งประจันหน้ากับหล่อนหันหลังกลับไปมอง
“ผู้หญิงคนนั้นหรือ ?”
“อาจารย์วราภรณ์ !” อัญมณีร้องทัก วราภรณ์ซึ่งกำลังจะเดินไปรอรถประจำทางที่ท่าปล่อยรถนั้นมีสีหน้าฉงนเล็กน้อย อ้อ... ที่แท้ก็พกส.คนเมื่อวาน คุณผักกาดนั่นเองอาจารย์สาวแย้มรอยยิ้ม จากนั้นจึงเดินตรงไปยังที่ซึ่งทั้งสองนั่งอยู่
“ติ๊ดตี่จ๊ะ คนนี้ไงอาจารย์วราภรณ์น่ะ” อภินันท์ละสายตาจากจานใส่อาหารตรงหน้าพขร.หนุ่มเบิกตากว้าง เช่นเดียวกับอาจารย์สาวที่มีสีหน้าใไม่แพ้กัน
“นี่คุณ...”
“เราเคยเจอกันมาแล้ว คิดว่าคุณคงจำผมได้ที่ไปโวยวายกับไอ้ติววันนั้น” วราภรณ์ถึงบางอ้อทันทีรูปร่างหน้าตาและลักษณะการพูดจาแบบนี้ เห็นทีคงจะมีอยู่คนเดียวนั่นแหละแต่นึกไม่ถึงว่านี่คือบุคคลที่อัญมณีกล่าวถึงด้วยความชื่นชม
“เคยเจอกันแล้วหรือจ๊ะติ๊ดตี่ ?ว่าแต่ทำไมวันนี้อาจารย์มาขึ้นรถที่นี่ล่ะคะ ?” ประโยคหลังเอ่ยถามอาจารย์สาววราภรณ์นั่งลงบนเก้าอี้ยาวตัวที่อยู่ติดกับทั้งสอง
“พอดีฉันจะไปอบรม วันนี้ไม่มีสอนค่ะเลยออกจากบ้านสายได้ ”
“นี่มันจะบ่ายอยู่แล้ว”อัญมณีดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ “แต่ก็ดีเหมือนกัน วันนี้ติวไม่มาลองนั่งรถพขร.อภินันท์ดูแล้วกันนะคะ”
“รับรองว่าผมจะขับอย่างนุ่มนวลมาก ๆ”อภินันท์ยิ้มกว้าง รอยยิ้มสดใสแบบนี้เองที่ทำให้อัญมณีหลงรักเขาเข้าอย่างจังโดยที่เ้าตัวไม่เคยรู้เลย
‘เพราะแบบนี้เองผักกาดถึงได้...’
คิดแล้ววราภรณ์ก็อดที่จะอมยิ้มด้วยความรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้อภินันท์เป็คนช่างพูดช่างคุย ผิดจากรังสิมันตุ์ที่ค่อนข้างจะเงียบขรึมพอสมควรแต่นั่นก็เป็เช่นเดียวกับอุปนิสัยของหล่อน
อภินันท์กับอัญมณี...เท่าที่ดูแล้วบุคลิกของสองคนนี้ก็ออกจะไปด้วยกันได้ดีทีเดียวไม่น่าเชื่อว่าเพียงไม่กี่วันหล่อนจะทำความรู้จักกับพขร.และพกส.ทั้งสองได้รวดเร็วขนาดนี้ ด้วยความที่ในวันหนึ่งๆ หล่อนสอนหนังสือแล้วก็สอนหนังสือ ทำหน้าที่ความเป็อาจารย์ของตนโดยไม่ได้สุงสิงกับอาจารย์คนอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยมากนักนี่จึงเหมือนกับว่าหล่อนได้ค้นพบการสร้างมิตรภาพกับคนรอบข้างเพิ่มขึ้นด้วย
“ตอนแรกกาดเกือบจำคุณไม่ได้แน่ะติ๊ดตี่ยังจำแม่นกว่ากาดเสียอีก” ไม่แปลกที่อัญมณีจะพูดเช่นนั้นวราภรณ์ในวันนี้แตกต่างจากเมื่อสองถึงสามวันก่อนโดยสิ้นเชิงด้วยทรงผมที่เปลี่ยนไปผมยาวระต้นคอที่เคยดัดเป็ลอนใหญ่ บัดนี้ถูกสไลด์เป็ทรงรับกับใบหน้าขับใบหน้าของหล่อนให้ดูสวย... เป็ความสวยแบบผู้ใหญ่เหมาะสมกับความเป็อาจารย์ที่ใครเห็นต่างก็รู้สึกชื่นชม
หลังจากนั้นไม่นานวราภรณ์ก็เอ่ยปากขอตัวไปนั่งรอที่บริเวณท่าปล่อยรถซึ่งมีเก้าอี้จัดไว้ให้ผู้โดยสารที่มารอโดยสารรถประจำทาง หญิงสาวกวาดตามองไปรอบ ๆบริเวณ นี่เป็ครั้งแรกที่หล่อนเข้ามารอขึ้นรถถึงในอู่แบบนี้ถ้าไม่ได้อภินันท์และอัญมณีช่วยแนะนำให้ล่ะก็ ตัวหล่อนเองคงไม่กล้าเอ่ยปากถามใครเพราะปกติแล้วหล่อนจะรอขึ้นรถที่ป้ายซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด เพียงแต่วันนี้...หล่อนปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะรู้สึกเป็ห่วง ‘ใครบางคน’ ขึ้นมานั่นเอง
จำนวนผู้โดยสารใน่บ่ายมีไม่มากนักเพราะเท่าที่สังเกตเห็นดูเหมือนคนส่วนใหญ่ต่างก็มักจะเลือกเดินทางใน่เช้าเสียมากกว่าไม่นานนักหญิงสาวและผู้โดยสารอีกจำนวนหนึ่งก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถประจำทางสาย เอ ซึ่งมีอภินันท์ทำหน้าที่เป็คนขับ
เมื่ออยู่ในหน้าที่คนช่างพูดช่างคุยอย่างอภินันท์ก็เงียบสนิทได้ในบัดดลมือของพขร.หนุ่มกำพวงมาลัยแน่น สายตาจ้องมองตรงไปข้างหน้าซึ่งในความเป็จริงแล้วหล่อนอยากจะถามใครคนใดคนหนึ่งเหลือเกินว่าวันนี้ ‘เขา’ ไม่มาทำงานหรืออย่างไร ?แต่ก็เกรงว่าจะไม่สมควรจึงทำได้แต่เพียงทอดสายตามองบรรยากาศสองข้างทางถนนภายนอกหน้าต่างซึ่งเปลี่ยนแปลงตามเส้นทางของรถที่แล่นผ่านไปอย่างเงียบ ๆ
แม้จะใช้เวลาเพียงครึ่งวันแต่การอบรมช่างดำเนินไปด้วยความน่าเบื่อหน่ายเสียนี่กระไรนี่ถ้าไม่ใช่เพราะทางคณบดีของคณะขอร้องมาล่ะก็เห็นทีหล่อนคงไม่มีวันอยากมางานแบบนี้เป็แน่ !
“อาจารย์วราภรณ์ เป็อะไรหรือเปล่าครับ ?หน้าตาไม่ค่อยสดชื่นเลย”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อภูชิตยื่นมือมาแตะแขนของหล่อนเบา ๆ
“เอ่อ... ฉันไม่เป็อะไรค่ะ”เสียงหวานอ้อมแอ้มตอบกลับไป
“สีหน้าอาจารย์เหมือนจะรู้สึกเบื่อ ๆนะครับ ถ้าเป็อาจารย์ปาริฉัตรผมว่ารายนั้นคงจะชอบการมานั่งฟังอบรมแบบนี้มากกว่าการสอนหนังสือ”อาจารย์หนุ่มหัวเราะ
“แลอาจารย์จะรู้จักยัยปลายดีเหลือเกินนะคะ”วราภรณ์เอ่ย ั์ตาคู่สวยลอบสังเกตท่าทีของอีกฝ่าย
“ผมมองปาริฉัตรเหมือนน้องสาวคนหนึ่งครับ...แต่ไม่ใช่กับอาจารย์ ผมว่าอาจารย์คงจะทราบดีว่าผมคิดอย่างไร”คำพูดอย่างตรงไปตรงมาของภูชิตทำให้วราภรณ์รู้สึกตะขิดตะขวงใจเป็อย่างยิ่งอาจารย์สาวยิ้มแห้ง ๆ อย่างไม่รู้จะตอบอย่างไร หล่อนภาวนาให้การอบรมอันแสนน่าเบื่อและบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้สิ้นสุดลงเร็ว ๆ เสียที