เซียวหยวนหมิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น"อืม"
สีหน้าของเซียวหยวนซินเต็มไปด้วยความกังวล"อาหมิง นายทำบ้าอะไรลงไป! คราวหน้าห้ามไปอีกแล้วนะนายแต่งงานมีภรรยาแล้ว ไม่ใช่คนตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วนะถ้านายเกิดเป็นอะไรขึ้นมาละก็ นายจะให้เจียวเจียวอยู่คนเดียวได้ยังไงกัน!"
เซียวหยวนหมิงพยักหน้า"ผมรู้แล้ว"
เซียวหยวนซินถอนหายใจไม่รู้ว่าน้องชายของเธอจะฟังที่เธอพูดบ้างไหมพูดตามตรงก็คือเธอเองที่ทำให้น้องชายต้องลำบากหากไม่ใช่เพราะเธอพาหยวนหยวนกลับมาละก็น้องชายของเธอก็คงไม่ไปเสี่ยงทำเรื่องแบบนี้อีก
ดังนั้นเซียวหยวนซินจึงอยากจะกลับไปยังกองผลิตตระกูลหลิวแต่ซูเจียวเจียวก็ห้ามเธอไว้
เซียวหยวนซินเพิ่งมาถึงเมื่อวานนี้หากกลับไปเร็วขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าคนตระกูลหลิวจะนินทาและกลั่นแกล้งเธออย่างไรบ้าง
หลิวหยวนหยวนเองก็ไม่อยากไปแม้ว่าหลิวหยวนหยวนจะอายุเพียงสองขวบกว่าๆ และยังพูดไม่ค่อยได้พูดได้แค่ไม่กี่คำง่ายๆแต่หลิวหยวนหยวนรู้ว่าใครคือคนที่ปฏิบัติต่อเธอด้วยความจริงใจดังนั้นเธอจึงกอดซูเจียวเจียวไม่ยอมปล่อย "น้าสะใภ้กอดๆ"
เซียวหยวนซินจึงจำใจต้องอยู่ต่อแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารเช้า
ซูเจียวเจียวให้เธอช่วยต้มโจ๊กหนึ่งหม้อต้มไข่สี่ฟอง และผัดผักหนึ่งจาน นั่นก็คืออาหารเช้าแล้ว
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จเซียวหยวนหมิงก็ไปทำงาน หลังจากพักมาหลายวัน อาการบาดเจ็บของเขาก็หายดีแล้ว
เซียวหยวนซินเป็นคนอยู่ไม่สุขพอว่างก็จะหาอะไรทำในลานบ้าน ซูเจียวเจียวห้ามไม่ได้ ก็เลยปล่อยเธอไป
ทั้งสองช่วยกันซักผ้าแล้วไปถอนหญ้าที่สวนผักหลังบ้าน รดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยให้ผัก
หลิวหยวนหยวนก็เล่นอยู่ข้างๆ
หลังจากอยู่บ้านของเซียวหยวนหมิงมาสองวันสีหน้าของเซียวหยวนซินก็ดูคลายความกังวลลงไปมากอุปนิสัยของหลิวหยวนหยวนก็ร่าเริงขึ้นมากใบหน้าของเธอมักจะเปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุข แม้ว่าจะเล่นดินอยู่คนเดียวเธอก็เล่นอย่างสนุกสนาน
เมื่อเห็นรอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้าของหลิวหยวนหยวนเซียวหยวนซินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามที่นี่ไม่มีใครมาด่าลูกสาวของเธอว่าเป็นเด็กผู้หญิงไร้ค่า เป็นตัวกินเงินอีกแล้ว
ที่บ้านตระกูลหลิวผู้หญิงแม้แต่จะร่วมโต๊ะอาหารก็ยังไม่ได้ ส่วนข้าวและอาหารประเภทเนื้อสัตว์มีเพียงผู้ชายและหลานชายเท่านั้นที่กินได้ ผู้หญิงกินได้แต่ผักส่วนหลานสาวก็ได้ดื่มแค่โจ๊กเหลวๆ
เธอทำงานหนักทุกวันสุดท้ายกลับกินข้าวไม่อิ่ม แม้แต่ลูกสาวของเธอก็ไม่มีข้าวอิ่มกินทุกวันยิ่งกว่านั้นยังไม่เคยกินไข่แม้แต่ฟองเดียว
สองวันที่บ้านน้องชายไม่เพียงแต่ได้กินข้าวอิ่ม ยังได้กินข้าวสวยหอมๆ ได้กินเนื้อไก่ ได้กินไข่อีกด้วย!
แม้แต่หยวนหยวนก็ได้ขึ้นนั่งที่โต๊ะอาหารแล้ว!
แต่หลังจากอยู่บ้านเซียวมาอีกสองวันเซียวหยวนซินก็อยู่ไม่เป็นสุข เธอนึกอยากจะกลับบ้านตระกูลหลิวแล้ว อย่างแรกคือเธอกลัวว่าหลิวเฉิงเหว่ยจะไม่ต้องการเธอจริงๆถึงเวลานั้นผู้หญิงตัวคนเดียวที่พาลูกสาวอย่างหยวนหยวนจะใช้ชีวิตอย่างไรอย่างที่สองคือเธอแต่งงานออกไปแล้ว ถึงน้องชายและน้องสะใภ้จะดีกับเธอแต่เธอก็ไม่ควรรู้สึกไม่ละอาย หากอยู่ไปนานๆก็จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของน้องชายและน้องสะใภ้เป็นแน่…
ซูเจียวเจียวเห็นสีหน้าของเธอที่ดูเร่งร้อนจึงดึงเซียวหยวนซินมานั่ง แล้วถามเธออย่างจริงจัง "พี่หยวนซินคะ พี่เคยคิดไหมคะว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร?"
คืนแรกที่เธอกลับมาเธอเห็นบาดแผลบนร่างกายของเซียวหยวนซิน รอยหยิกเขียวช้ำจำนวนมากเป็นรอยหยิกที่จิกเนื้อเข้าไปอย่างแรง เมื่อซ่อนไว้ภายในจึงไม่มีใครสังเกตช่างเป็นความอำมหิตที่น่าสะพรึงกลัว
และตระกูลหลิวก็ไม่ให้ความสำคัญกับผู้หญิงเลยแม้แต่หลานสาวแท้ๆ ก็ยังไม่สนใจ ดวงตามีแต่หลานชายการกลับไปบ้านแบบนั้นก็เท่ากับกลับไปสู่ขุมนรกเท่านั้น
เซียวหยวนซินแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยดูเหมือนคนไร้จุดหมาย
ซูเจียวเจียวกล่าวว่า"พี่หยวนซินคะ ถ้าพี่กลับไปแบบนี้พวกเขาก็ต้องกลั่นแกล้งพี่อย่างหนักอีกแน่ หยวนหยวนยังเด็กกำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ถ้าได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ นอกจากจะตัวไม่สูงแล้วยังจะพัฒนาการช้าอีกด้วย..."
"พี่อยู่ต่ออีกสองวันนะคะ ถึงเวลานั้นพวกเขาก็ต้องส่งคนมารับพี่เองค่ะพอพวกเขาขอโทษพี่แล้ว พี่ค่อยกลับไปนะคะ แต่ถ้าพวกเขาไม่มาพี่ห้ามกลับไปเองเด็ดขาดยิ่งกว่านั้นกลับไปแล้วพี่ก็ห้ามเชื่อฟังพวกเขาไปซะทุกเรื่องด้วยนะห้ามยอมอ่อนข้อเด็ดขาด!"
"ไม่ใช่แค่เพื่อตัวพี่เองนะคะ แต่เพื่อหยวนหยวนด้วย!"
เมื่อได้ยินดังนั้นเซียวหยวนซินก็เงียบไป เธอนั่งขมวดคิ้วครุ่นคิดตามคำพูดของซูเจียวเจียว
ใช่แล้วเธอจะอ่อนแอแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว!
ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อหยวนหยวนต่างหาก!
เธอทำงานหนักทุกวันเพื่ออะไรกัน?ก็เพื่อลูกไม่ใช่หรือ?
แม่สามีของเธอบอกว่าจะชดเชยแต้มคะแนนงานให้ครอบครัวของเธอเธอก็ไม่เชื่อ มันเป็นไปไม่ได้เลย!
เฉิงเหว่ยได้แต้มคะแนนงานเต็มทุกวันเธอเองก็ได้แปดแต้มคะแนนงานทุกวัน เธอและเฉิงเหว่ยมีลูกสาวเพียงคนเดียวคือหยวนหยวนสามีภรรยาเลี้ยงลูกหนึ่งคน ไม่มีปัญหาเลย แถมยังมีเหลืออีกด้วย!
ถ้าจะบอกว่าชดเชยก็คงจะเอาแต้มคะแนนงานของเธอและเฉิงเหว่ยไปชดเชยให้บ้านพี่ใหญ่ พี่รองและพี่สามต่างหาก!
บ้านพี่ใหญ่มีลูกสามคนลูกชายคนโตหลิวเกาอายุเก้าขวบ แล้วยังมีลูกสาวสองคนบ้านพี่รองมีลูกชายสองคนลูกสาวหนึ่งคน บ้านพี่สามมีลูกชายหนึ่งคนและอีกคนอยู่ในท้อง ตอนนี้น้องสะใภ้สามกำลังตั้งครรภ์ ไม่ต้องทำงานทุกวันแต้มคะแนนงานของพี่สามคนเดียวเลี้ยงลูกหนึ่งคนและหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งไม่เพียงพออย่างแน่นอน!
เอาแต้มคะแนนงานของเธอและเฉิงเหว่ยไปชดเชยให้พวกเขาแล้วยังปฏิบัติกับลูกสาวของเธออย่างโหดร้าย ให้เธอกินรำกินผักทุกวันสุดท้ายยังถูกผลักลงน้ำ ยังต้องถูกด่าว่าเป็นเด็กผู้หญิงไร้ค่าพวกเขามีสิทธิ์อะไรมาปฏิบัติต่อลูกสาวของเธอแบบนี้!
ยิ่งคิดเซียวหยวนซินก็ยิ่งรู้สึกโกรธ และยิ่งรู้สึกน้อยใจ
แล้วเฉิงเหว่ยสามีของเธอล่ะ ก็เอาแต่บอกให้เธออดทน ปล่อยเรื่องให้มันจบๆ ไปทำให้เธอถูกรังแกมาตลอด ลูกสาวของเธอก็ถูกรังแกไปด้วย!
ครั้งนี้เธอจะไม่ทนอีกแล้ว!
เมื่อคิดได้อย่างนั้นเซียวหยวนซินก็เงยหน้ามองซูเจียวเจียว พยักหน้าตอบ "เจียวเจียว เธอพูดถูก! ฉันจะกลับไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ไม่อย่างนั้นคราวหน้าพวกเขาก็จะรังแกฉันกับลูกอีก! แม้ไม่มีตระกูลหลิวฉันคนเดียวก็เลี้ยงหยวนหยวนได้ แค่ต้องลำบากหน่อยเท่านั้นเอง!"
ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนซินคิดได้เร็วขนาดนี้ก็อดแปลกใจไม่ได้ เธอนึกว่าเซียวหยวนซินจะต้องใช้เวลาคิดนานกว่านี้เสียอีก!
ไม่ใช่ว่าเธออยากให้เซียวหยวนซินหย่าร้างนะการหย่าร้างในยุคนั้น คำนินทาก็สามารถกดหัวคนจนตายได้จริงๆ
แต่ชาติที่แล้วเซียวหยวนซินและหลิวเฉิงเหว่ยไม่ได้อยู่ด้วยกันจนจบเพราะหยวนหยวนเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็กเซียวหยวนซินก็ซึมเศร้าเสียใจอยู่นานจนร่างกายทรุดโทรม อีกทั้งยังทำงานหนักมาตลอดขาดสารอาหาร ทำให้ยากที่จะมีบุตรได้อีก
สิบปีต่อมาทั้งสองก็ยังไม่มีลูกคุณย่าหลิวจึงยุยงให้ลูกชายหย่ากับเซียวหยวนซิน แล้วแต่งงานใหม่
ต่อมาเมื่อเซียวหยวนหมิงทำธุรกิจร่ำรวยแล้วก็ได้พาเซียวหยวนซินมาอยู่ด้วยกัน
แต่ถึงแม้จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแล้วใบหน้าของเซียวหยวนซินก็ไม่เคยมีรอยยิ้มอีกเลย เธออายุเพียงสี่สิบปีแต่ดูเหมือนคนแก่ห้าสิบหกสิบปี ดูแก่ชราจนแทบไม่น่าเชื่อ
ดังนั้นซูเจียวเจียวจึงหวังว่าชาติภพนี้เซียวหยวนซินจะมีตอนจบที่ดี
ซูเจียวเจียวเดิมทีคิดว่าจะต้องเกลี้ยกล่อมนานหรือค่อยๆ เปลี่ยนความคิดของเซียวหยวนซินอย่างช้าๆแต่ไม่คาดคิดว่าเธอจะคิดได้เร็วขนาดนี้