หลังจากสงบจิตสงบใจระงับความตื่นเต้นจากความร่ำรวยในชั่วข้ามคืนลงได้บ้างแล้วหยางเถาอวี้จึงตัดสินใจย่อยข้อมูลที่ซ่างเสินอู่ตี้ถ่ายทอดให้ก่อนพวกตำราต่างๆที่พบในแหวนมิติ ข้อมูลส่วนหนึ่งเป็เื่ที่ได้ฟังจากรุ่ยเอ๋อมาบ้างแล้ว
ส่วนต่อไปกล่าวถึงประวัติที่ผ่านมาของโลกบำเพ็ญเซียนในยุคา โลกบำเพ็ญเซียนเป็โลกที่เต็มไปด้วยเซียนหรือกระทั่งเทพเซียนแต่เมื่อเวลาผ่านไป พลังปราณและพลังธาตุต่างๆ อ่อนจางลงจนไม่เพียงพอให้เหล่าผู้ฝึกปราณพัฒนาตนสู่ความเป็เซียนหลายพันปีที่แล้วเหล่าเซียนและเทพเซียนจึงตัดสินใจโยกย้ายไปยังโลกเบื้องบนอื่นๆจำนวนผู้ฝึกปราณที่บรรลุถึงวิถีเซียนก็ค่อยๆลดน้อยถอยลงไปจนปัจจุบันหลงเหลือผู้ฝึกปราณที่มีระดับสูงสุดแค่ครึ่งเซียนหรือครึ่งก้าวสู่เซียนเท่านั้นทำให้โลกบำเพ็ญเซียนตกอันดับลงมาเป็เพียงโลกระดับล่างหรือโลกเบื้องล่างหากเป็เช่นนี้ต่อไปในอีกหมื่นปีแสนปีข้างหน้า โลกบำเพ็ญเซียนก็จะค่อยๆแห้งเหือดและตายลงตามวัฏจักรแห่งการดับสูญ ในบรรดาผู้ฝึกปราณบนโลกบำเพ็ญเซียนผู้ฝึกพลังธาตุที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผู้ฝึกปราณธาตุแสงด้วยเหตุว่าปริมาณธาตุแสงเจือจางลงกว่าธาตุอื่นๆ เป็อันมาก
หนึ่งในเทพเซียนที่อพยพโยกย้ายไปยังโลกอื่นมีซ่างเสินอู่ตี้รวมอยู่ด้วยซ่างเสินอู่ตี้มีจิตคิดเมตตา อยากหาวิธีปกป้องและชลอความดับสูญแก่โลกบำเพ็ญเซียนจึงได้สร้างกุญแจหยกไตรธาตุขึ้นมาเพื่อคัดเลือกเหล่ามนุษย์ในโลกนี้เขาคาดหวังให้อนุชนรุ่นหลังได้มีโอกาสปกป้องมาตุภูมิของตน
กุญแจหยกไตรธาตุเป็กุญแจที่ใช้เดินทางระหว่างโลกเบื้องล่างกับโลกเบื้องบนได้อย่างอิสระแต่ผู้ใช้ต้องบรรลุถึงระดับเซียนก่อนภายในกุญแจเป็ห้วงมิติขนาดใหญ่ซึ่งซ่างเสินอู่ตี้สรรหาของวิเศษหลายอย่างมาเก็บไว้เพื่อเกื้อหนุนให้ผู้มีความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ได้เร็วขึ้นดังที่หยางเถาอวี้ได้ไต่ถามรุ่ยเอ๋อมาแล้วไม่ว่าจะเป็บ่อกำเนิดน้ำทิพย์พิสุทธิ์ต้นไม้กำเนิดปราณพิภพหรืออัญมณีกำเนิดแสง์อนันต์
ก่อนจากไปเสินเซียนอู่ตี้ยังได้ทิ้งเจตจำนงและเคล็ดวิชาของตนไว้ในกุญแจหยกไตรธาตุและทำการปิดผนึกโลกบำเพ็ญเซียนไว้หนึ่งเพื่อกักเก็บพลังธาตุต่างๆ ในโลกมิให้รั่วไหลออกไปมากกว่านี้สองเพื่อป้องกันมิให้เหล่ามารบุกรุกเข้ามาทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ไม่หลงเหลือเหล่าเซียนคอยปกป้อง
หยางเถาอวี้ออกจากภวังค์ความคิดเื่เจตจำนงที่ซ่างเสินอู่ตี้ถ่ายทอดให้เมื่อย่อยข้อมูลในส่วนนี้เสร็จแต่ละโลกก็มีปัญหาของตนสินะ โลกทวิภาคของนางจะเป็อย่างไรบ้างก็ไม่รู้รูหนอนเกิดเหตุการณ์ผิดวิสัย เื่นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรจะนำพาให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่อะไรขึ้นมาบ้างหรือไม่ คิดแล้วก็อดเป็ห่วงท่านพ่อท่านแม่และผู้คนบนโลกทวิภาคไม่ได้นางไตร่ตรองและหันไปถามรุ่ยเอ๋อ “รุ่ยเอ๋อต้นกำเนิดปราณพิภพสามารถนำออกไปปลูกที่โลกภายนอกได้หรือไม่”
“ได้เ้าค่ะนายหญิง แต่หากนำออกไปแล้วในมิติแห่งนี้เล่าเ้าคะอีกทั้งต้นกำเนิดปราณพิภพเป็ต้นไม้เซียน หากนำออกไปยังโลกภายนอกคงได้เกิดความวุ่นวายโกลาหลเป็แน่อาจมีผู้ไม่หวังดีมาแย่งชิงไปได้เว้นแต่ท่านจะแข็งแกร่งจนสามารถปกป้องตนและปกป้องสิ่งวิเศษเหล่านี้ได้”
หยางเถาอวี้ครุ่นคิด“ยังไม่พูดถึงเื่ความปลอดภัย เอาแค่เื่การนำออกไปก็มิใช่จะเป็ไปไม่ได้ ต้นกำเนิดปราณพิภพไม่มีดอกไม่มีผลหรือ”
“มีเ้าค่ะต้นกำเนิดปราณพิภพจะออกดอกทุกๆ หนึ่งพันปี นี่ก็ใกล้เวลาแล้วล่ะเ้าค่ะ”รุ่ยเอ๋อตอบ
“อืม เป็เช่นนี้นี่เองแต่ว่าต่อให้ยังไม่มีดอกผลก็ใช่ว่าจะไม่มีทาง ทำไมไม่ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ต่อกิ่งปักชำ หรืออะไรทำนองนั้นเล่า” หยางเถาอวี้สงสัย
“อะไรคือตอนกิ่ง ทาบกิ่งต่อกิ่ง ปักชำ เ้าคะ” รุ่ยเอ๋อไม่เข้าใจ
“เอ๋.. เ้าไม่รู้จักหรือ วิธีเหล่านี้คือการขยายพันธุ์พืชโดยไม่ใช้เมล็ดการตอนกิ่ง1 คือการทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากขณะติดอยู่กับต้นแม่จะทำให้ได้ต้นพืชใหม่ที่มีลักษณะทางสายพันธุ์เหมือนกับต้นแม่ทุกประการแต่ข้อเสียคือไม่มีรากแก้ว อาจทำให้ต้นไม้ล้มได้ง่าย... ช่างเถอะๆ เล่าไปแล้วยาวเอาไว้ข้าจะทำให้ดูก็แล้วกัน”
หยางเถาอวี้หันมาศึกษาคัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นในห้วงจิตเป็ลำดับต่อไป
คัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นอธิบายถึงขั้นตอนการฝึกพลังธาตุพลังปราณ ลำดับขั้น ตลอดถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ั้แ่เริ่มต้นจนสำเร็จสู่วิถีกำเนิดเซียน
คัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นบทที่หนึ่งอธิบายถึงลำดับพลังของผู้ฝึกตน ผู้ฝึกปราณมีสิบระดับใหญ่ ในแต่ละระดับยังแบ่งเป็สามขั้นย่อยคือขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย
ผู้ฝึกปราณอาศัยการดูดซับพลังปราณจากธรรมชาติรอบด้านเข้ามาส่งเสริมและสะสมพลังวัตรในร่างกายนอกจากนี้ยังสามารถดูดซับพลังจากยาเสริมพลังปราณขนานต่างๆ จากผลึกหยกลมปราณระดับต่างๆเพื่อช่วยให้เกิดการสะสมพลังปราณได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าการดูดซับจากธรรมชาติรอบด้านเพียงอย่างเดียว
ลำดับขั้นการฝึกพลังปราณสัมพันธ์กับผลึกหยกลมปราณดังนี้
1. ขั้นแรกกำเนิดพลังปราณในจุดตันเถียนถือกำเนิด(ดูดซับผลึกหยกส้ม)
2. ขั้นปฐมก่อรูปเป็บ่อลม (ดูดซับผลึกหยกเหลือง)
3. ขั้นมัชฌิมก่อรูปเป็หยดน้ำ (ดูดซับผลึกหยกเขียว)
4. ชั้นปัจฉิมก่อรูปเป็ผลึกแข็ง (ดูดซับผลึกหยกคราม)
5. ขั้นกำเนิดเซียนก่อรูปเป็เพชร (ดูดซับผลึกหยกน้ำเงิน) – จบคัมภีร์ไตรภาคชั้นต้น
6. ขั้นครึ่งเซียนหรือครึ่งก้าวสู่เซียนก่อรูปเป็จักรวาลแรกกำเนิด (ดูดซับผลึกหยกม่วง)
7. ขั้นเซียน(เสี่ยวเซียน เซี่ยเซียน ซ่างเซียน) ก่อรูปเป็จักรวาลสมบูรณ์ (ดูดซับผลึกหยกแดง)
8. ขั้นเทพเซียน (ช่างเสิน)ก่อรูปเป็จักรวาลหลายจักรวาล (บัญชาจักรวาล) (ดูดซับผลึกหยกเงิน)
9. ขั้นจักรพรรคเซียน(เทียนเสิน) เข้าสู่สภาวะไร้รูป ไร้ลักษณ์ ก่อรูปเป็อนันตจักรวาล (ปกครองเอกภพ) (ดูดซับผลึกหยกทอง)
10. โลกุตระพ้นวิสัยโลก ไร้ตัวตน (เดินทางข้ามเอกภาพได้ตามใจนึก)
ทั้งนี้ผลึกหยกระดับต่ำไม่มีประโยชน์ต่อผู้ฝึกปราณขั้นสูงเพราะปริมาณพลังปราณที่ผลึกหยกระดับต่ำดูดซับสะสมจากธรรมชาติมีความเบาบางเกินไปทว่าผู้ฝึกปราณขั้นต่ำสามารถใช้ผลึกหยกระดับสูงกว่าขั้นของตนได้
เมื่อทบทวนข้อมูลมาถึงตรงนี้หยางเถาอวี้จึงเริ่มรู้สึกแล้วว่ากระเป๋าของตนไม่ได้พองโตอย่างที่คิดไว้ในคราวแรกหากใช้ผลึกหยกในการบ่มเพาะลมปราณ กว่าจะแข็งแกร่งได้ปริมาณหยกทั้งหมดที่มีคงไม่เพียงพอและหมดลงอย่างรวดเร็วแน่นอนอีกทั้งราคาซื้อในท้องตลาดก็สูงยิ่ง หากไม่มีทุนทรัพย์หนาๆก็คงไม่มีทางหามาได้
...
คัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นบทที่สองอธิบายเกี่ยวกับพลังธาตุ พลังธาตุเป็พลังซึ่งติดตัวมาแต่กำเนิดในตัวผู้คนหรือสัตว์อสูรได้แก่ ธาตุดิน น้ำ ลม อัคคี ไม้ ทอง เหมันต์ อัสนี ธาตุแสง นอกจากนี้ยังอาจมีธาตุพิเศษอื่นๆอีก พลังธาตุไม่มีสูงต่ำ แต่ละธาตุมีเอกลักษณ์และความพิเศษในตนพลังธาตุเหล่านี้ช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งของพลังยุทธ์ช่วยส่งเสริมการสะสมพลังปราณให้มีอัตราที่รวดเร็วกว่าผู้ไม่มีปราณธาตุ เพราะนอกจากผู้ฝึกปราณธาตุจะสามารถดูดซับพลังปราณจากธรรมชาติแล้วยังสามารถดูดซับปราณธาตุชนิดเดียวกับร่างกายของตนอีกด้วย ในแง่การต่อสู้ผู้มีปราณธาตุเปรียบเสมือนผู้ที่มีอาวุธในมือมากกว่า ยิ่งหากผู้ใดบรรลุเจตจำนงแห่งธาตุวรยุทธ์ย่อมเหลือล้ำกว่าผู้อื่นในระดับเดียวกัน
...
คัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นบทที่สามอธิบายจุดลมปราณพื้นฐานทั้ง 108 จุดในร่างกายและจุดลมปราณพิเศษ 7 จุดสำหรับผู้ฝึกคัมภีร์แห่งแสงเท่านั้นคนปกติทั่วไปสามารถเปิดจุดลมปราณได้ราว 20 – 30 จุดยิ่งเปิดได้มากก็ยิ่งหมายความว่าคนผู้นั้นจะมีความก้าวหน้าในการสะสมพลังปราณและเลื่อนขั้นเลื่อนระดับได้เร็วขึ้นสามารถะเิพลังเพื่อนำออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเปรียบได้ดังท่อน้ำที่มีความกว้างกว่า มีแรงดันสูงกว่า ผู้มีพร์มักสามารถเปิดลมปราณได้ 80 จุดขึ้นไป
จุดสะสมลมปราณพื้นฐานที่สำคัญได้แก่จุดตันเถียนบนจุดตันเถียนกลาง และจุดตันเถียนล่างบริเวณท้องน้อยซึ่งเปรียบเสมือนรากฐานแห่งลมปราณ
นอกจากนี้ผู้ฝึกลมปราณแห่งแสงยังมีจุดลมปราณพิเศษเรียงตามแนวร่างกายจากศีรษะลงมาอีกเจ็ดจุดจุดลมปราณทั้งเจ็ดนี้สัมพันธ์กับจิติญญา ถือเป็ความลับ์มีลักษณะพิเศษคือมันจะสร้างสีของลมปราณเป็เอกลักษณ์เรียงจากล่างขึ้นบนคือสีแดง ส้ม เหลือง เขียว คราม น้ำเงิน ม่วงตามคัมภีร์แห่งแสงชั้นต้น จุดลมปราณสีม่วงคือจุดลมปราณเชื่อมฟ้าจุดลมปราณสีแดงคือจุดลมปราณเชื่อมดิน และควรเปิดเป็จุดสุดท้ายผู้ที่เปิดจุดลมปราณพื้นฐานและจุดลมปราณพิเศษได้ครบทั้งหมดคือผู้ที่จะสามารถก้าวขึ้นสู่วิถีเซียนได้อย่างแน่นอน
...
คัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นบทที่สี่อธิบายวิธีการโคจรลมปราณเบื้องต้นตามวิถีแห่งแสงเพื่อก่อพลังปราณขั้นแรกกำเนิดในจุดตันเถียนบทต่อๆ มาอีก 3บทอธิบายวิธีการโคจรลมปราณจากขั้นปฐมสู่ขั้นปัจฉิม
...
คัมภีร์แห่งแสงชั้นต้นบทที่ 8 ถ่ายทอดเพลงยุทธ์
คัมภีร์แห่งแหสงชั้นต้นบทที่9 ถ่ายทอดวิชาอักขระและการวางค่ายกลเบื้องต้นเป็อันสิ้นสุดชุดคัมภีร์แห่งแสงชั้นต้น
...
หยางเถาอวี้ย่อยข้อมูลจนจบและทบทวนทฤษฎีอีกรอบหนึ่งเพื่อให้เกิดความชำนาญในหลักการเวลานี้ผ่านไป 3ชั่วยามในมิติของรุ่ยเอ๋อ ยังเหลือเวลาอีกราว 9ชั่วยามตามการคำนวณ แต่เนื่องจากนางตื่นมาเป็เวลายาวนานบัดนี้ร่างกายเริ่มเหนื่อยล้าเป็การประท้วงว่าสมควรพักผ่อน หยางเถาอวี้ไตร่ตรองแล้วเห็นว่าการเริ่มต้นฝึกพลังปราณมิใช่สิ่งที่สมควรกระทำอย่างลวกๆนางอยากจัดหาเวลาที่เหมาะสมเพื่อทุ่มเทสติกำลังกับมันอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงตัดสินใจกลับสู่โลกภายนอกเร็วกว่าความตั้งใจเดิมส่วนทีเจวันเองก็ชาร์จพลังงานจนเต็มแล้ว
.................
การตอนกิ่ง1 : https://guru.sanook.com/5963/