บทที่ 23 รายได้ไม่มั่นคง (รีไรต์)
อวิ๋นซานจัดการทำแผลที่บ้านเสร็จก็ไปที่ถนนเจี้ยนเซ่อ ใช้เวลาทั้งวันรีบทำปกเสื้อแบบต่าง ๆ ออกมา พานหงเสียช่วยรีดทีละตัว แล้วก็เอาไปส่งให้ก่อนที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์จะเลิกงาน
เพราะเธอรับปากหลายคนไว้ว่าวันนี้จะมาอีก เธอต้องรักษาคำพูดจึงเตรียมแบบที่พวกเขา้าไว้ให้
วันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน เธอเอาเสื้อไหมพรมมาแขวนโชว์สองตัว แล้วตัวเองก็สวมเสื้อโค้ตขนสัตว์ไว้ด้านนอก โดยเสื้อด้านในเป็เสื้อคอกลมที่ทับด้วยปกคอวี ตอนที่เธอมองตัวเองในกระจก เธอรู้สึกว่าการแต่งตัวแบบนี้ทำให้ดูมีสไตล์แบบศิลปินมากกว่าปกติ
ก็เหมือนกับเมื่อวาน เธอใส่แบบไหน แบบนั้นก็ขายดี ปกเสื้อแบบธรรมดาถูกซื้อไปจนหมดอย่างรวดเร็ว ปกแบบอื่น ๆ ที่เหลือก็ขายหมดในเวลาต่อมา
นอกจากจะมีคนซื้อทีละสองตัวแล้ว ยังมีเพื่อนร่วมงานบอกต่อ ๆ กันอีก วันนี้จึงมีคนมาซื้อมากกว่าเมื่อวาน
ปกเสื้อ 50 ชิ้นขายหมดเร็วกว่าเมื่อวาน
แม้แต่ตัวอย่างสองชิ้นที่แขวนไว้บนจักรยานก็ขายหมด
“โอ้โห ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม อวิ๋นซาน เธอ…เธอกำลังขายของ เธอกลายเป็แม่ค้าไปแล้วเหรอเนี่ย?” หวงิ่มองตามสายตาของหลี่เว่ยเหอก็เห็นอวิ๋นซาน เธอจึงอุทานออกมาโดยไม่ปิดบัง
หลี่เว่ยเหอมองหน้าอวิ๋นซานแล้วขมวดคิ้ว ทำไมเธอกลายเป็แม่ค้าไปได้ ถึงแม้จะไม่มีงานทำ ก็ไม่น่าจะตกต่ำขนาดนี้?
อวิ๋นซานเก็บร้านเสร็จ เธอเข็นรถจักรยานออกไป ทันใดนั้นก็มีเงาร่างปรากฏขึ้นข้าง ๆ พร้อมกับเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า “อวิ๋นซาน เธอ…เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? บอกมาได้นะ พวกเราเป็เพื่อนกัน ช่วยได้ก็ยินดีช่วย”
อย่างน้อยก็ดีกว่าไปเป็พ่อค้าแม่ค้า หลี่เว่ยเหอคิดในใจ
อวิ๋นซานหันไปมอง เห็นใบหน้าไม่เห็นด้วยของหลี่เว่ยเหอ เธอคิดว่าการเป็พ่อค้าแม่ค้ามันไม่ดีตรงไหน นักศึกษามหาลัยอย่างเขายังคิดอะไรแคบ ๆ แบบนี้อีก “ขอบคุณนะหลี่เว่ยเหอ ฉันไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่้าความช่วยเหลือหรอก”
หวงิ่เองก็อดไม่ได้ “อวิ๋นซาน เธอก็เรียนจบมัธยมปลายมาแล้วนะ ถึงไม่มีงานที่โรงงานเหมืองถ่านหินก็หางานอื่นทำสิ ไม่คิดเลยว่าเธอจะ...”
พูดไปก็เกือบจะหลุดขำออกมา อวิ๋นซานก็แค่หลงตัวเองว่าสวย เป็ลูกคนเดียว เลยทำตัวสูงส่งไปงั้นเอง ตอนนี้ก็แค่คนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เพื่อหาเงินแค่ไม่กี่หยวน กลับกลายมาเป็พ่อค้าแม่ค้าข้างถนน น่าอายจริง
อวิ๋นซานทำสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ได้ลักขโมย ไม่ได้ปล้นชิง ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาอะไร ฉันยังมีธุระ ไม่คุยด้วยแล้วนะ ไปก่อนล่ะ”
พูดจบเธอก็ไม่สนใจพวกเขาและขี่รถจักรยานออกไป
หวงิ่ยังอยากจะพูดจิกอวิ๋นซานอีกสองสามคำ “อวิ๋นซานนี่เปลี่ยนไปเยอะจริง ๆ ไม่รู้ว่าเป็เพราะเื่ที่โดนหลอกลวงหรือเปล่า…” เธอพูดเตือนหลี่เว่ยเหอ
คิ้วของหลี่เว่ยเหอยิ่งขมวดแน่นกว่าเดิม เขาต้องหาโอกาสพูดเตือนสติอวิ๋นซานสักครั้ง
เห็นหลี่เว่ยเหอทำท่าทางเหมือนิญญาหลุดลอยไปกับอวิ๋นซาน สีหน้าของหวงิ่ก็เปลี่ยนเป็ซีดเผือด
เขาสนใจผู้หญิงผ่านมือคนอื่นแล้วจริง ๆ งั้นเหรอ? เขาอยากเป็พ่อเลี้ยงให้คนอื่นจริง ๆ เหรอ?
ต่อให้เขาเต็มใจ แต่คนในครอบครัวเขาจะยอมเหรอ?
อวิ๋นซานกลับถึงบ้านก็นำเงินไปให้พานหงเสีย เธอตั้งใจจะไปที่บ้านลุงใหญ่ เพื่อถามเื่ของอวิ๋นอ้ายหมิน แต่ไม่คิดว่าพานหงเสียจะบอกกับเธอว่า “เพื่อนของสุยอันให้ฝากข้อความมาบอกว่าอวิ๋นอ้ายหมินเข้าโรงพยาบาลแล้ว คาดว่าต้องพักรักษาตัวครึ่งเดือน บอกให้พวกเราสบายใจได้ เป็แผลภายนอก แค่เสียเงินเท่านั้น ยังบอกอีกว่าต่อไปนี้เขาไม่กล้ามารบกวนพวกเราที่บ้านอีกแล้ว”
พูดจบพานหงเสียก็พยักหน้า “ถ้าเป็แบบนี้ก็ดีแล้ว พวกเราก็ปล่อย ๆ เขาไปเถอะ เห้อ…พ่อของลูกก็ได้รับาเ็ สุยอันก็ไม่อยู่ ในบ้านไม่มีใครเป็หัวหน้าครอบครัว พวกเราอย่าไปหาเื่บ้านใหญ่เลย ต่อไปนี้ลดการติดต่อกันให้น้อยที่สุดก็พอแล้ว”
ความคิดของพานหงเสียยังไม่เปลี่ยนไป อวิ๋นซานก็ทำอะไรไม่ได้ “หนูรู้ค่ะแม่ หนูจะระวังตัว”
ย่าอวิ๋นกลับหมู่บ้านต้าเหอแล้ว ในบ้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง พานหงเสียกับอวิ๋นโหย่วฝูนอนห้องของพวกเขา อวิ๋นซานก็นอนกับช่านช่านได้กว้างขวางขึ้น
หลังอาหารเย็น ทุกคนในครอบครัวก็นำรายได้วันนี้ออกมานับ วันนี้ไม่ได้ลดราคาปกเสื้อคอวี 50 ตัวตัวละ 4 หยวนรวมเป็ 200 หยวน
อวิ๋นโหย่วฝูถึงกับตะลึง ทำไมถึงได้กำไรมากมายขนาดนี้? เกือบจะเท่ากับเงินเดือนสามเดือนของเขาแล้ว
แต่พอคิดอีกที การหาเงินแบบนี้ รายได้มันก็ไม่แน่นอน ขายได้ก็ได้เงิน แต่ถ้าขายไม่ออกก็ต้องเก็บไว้เอง แถมอนาคตก็ไม่รู้ว่านโยบายจะเป็ยังไงไม่มั่นคงเอาเสียเลย
“ซานซาน เอาผ้าที่อยู่ในมือไปขายให้หมด แล้วเราไปถามที่โรงเรียนกันเถอะ ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ”
“ค่ะพ่อ”
ถึงแม้เหวยเจาจะส่งข่าวมาแล้ว แต่อวิ๋นซานก็ยังไปที่โรงพยาบาลประจำเมืองเพื่อสืบข่าว ถือโอกาสพาอวิ๋นโหย่วฝูไปตรวจร่างกายด้วย ก็ได้ข่าวว่าอวิ๋นอ้ายหมินเข้าโรงพยาบาลจริง อย่างที่เหวยเจาบอกเป็แผลภายนอก ไม่ได้แขนหักขาหัก
มองไปที่ห้องพักของอวิ๋นอ้ายหมินเห็นหงชุนฮวากำลังยืนด่าคนอยู่หน้าห้อง ด่าพยาบาล ด่าอวิ๋นเจินที่ดูแลน้องไม่ดีบอกว่าหมอเก็บค่ารักษาแพง
อวิ๋นซานเห็นแล้วยังอดขำไม่ได้ อวิ๋นอ้ายหมินอายุแค่ 17 อายุน้อยกว่าเธอตั้งสี่ปี เขาเป็ลูกคนเล็ก แถมยังเป็ลูกชาย เลยเป็ที่รักของที่บ้าน นิสัยเลยเอาแต่ใจตัวเอง แม้แต่การลักพาตัวทำร้ายร่างกายคนอื่นก็ยังทำลงไปได้ อนาคตคงได้มีเื่ให้พวกเขาต้องเจออีกเยอะ
หลังจากเื่ของอวิ๋นอ้ายหมิน เวลาออกจากบ้านอวิ๋นซานก็พกอิฐติดกระเป๋าไว้ก้อนนึง เผื่อเจออันตรายจะได้มีอาวุธไว้ป้องกันตัว
อวิ๋นโหย่วฝูไปตรวจร่างกายแล้ว หมอเปลี่ยนยาให้บอกว่าแผลหายดีขึ้นมาก อีกประมาณสิบกว่าวันก็คงจะหายเป็ปกติดี
อวิ๋นโหย่วฝูอยากจะหายดีในวันพรุ่งนี้เสียเลย จะได้ออกไปทำงานได้
เพราะลูกสาวลาออกจากงาน เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่ไม่ได้ไปทำงาน และยังกังวลว่างานที่เขารับผิดชอบจะมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถกลับไปทำงานเดิมได้อีก
อวิ๋นซานบอกให้บิดาพักรักษาตัวอยู่บ้าน ไม่ต้องคิดมาก เื่หาเงินเดี๋ยวเธอจัดการเอง
หลังออกจากโรงพยาบาล ทั้งสองคนก็เดินกลับบ้านช้า ๆ
วันนี้ไม่ได้ยืมรถสามล้อ รถจักรยานก็นั่งไม่ค่อยสะดวก นั่งรถเมล์ก็ลำบาก เสียเวลา แถมยังไม่มีรถไปถึงที่หมายสุดท้ายเลยต้องเดินกลับ
อวิ๋นซานพูดกับอวิ๋นโหย่วฝูว่า “พ่อคะ พวกเราซื้อรถสามล้อกันเถอะค่ะ”
อวิ๋นโหย่วฝูตอบ “ไม่ได้หรอก ซื้อรถสามล้อเพื่อพาพ่อมาตรวจซ้ำครั้งเดียว เสียเงินเปล่า ๆ”
อวิ๋นซานส่ายหน้า “ไม่ใช่แค่พาพ่อมาตรวจซ้ำค่ะ หนูจะเอาไปใช้ขายของข้างทางได้ด้วย ขนของได้เยอะกว่า”
“ที่บ้านก็มีจักรยานแล้วไม่ใช่เหรอ ซานซาน ของลูกก็มีไม่มาก รถจักรยานคันเดียวก็ขนไหวแล้ว” ตอนนี้ขาดรายได้ไปหนึ่งคน อวิ๋นโหย่วฝูเลยต้องประหยัดหน่อย
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะพ่อ พอผ้าล็อตนี้ขายหมด หนูก็ขายอย่างอื่นอีก รถสามล้อต้องได้ใช้ประโยชน์แน่ ๆ ค่ะ”
เมื่อเห็นลูกสาวยืนกรานจะซื้อ อวิ๋นโหย่วฝูเลยใจอ่อนยอมตกลง แต่การจะซื้อรถสามล้อก็ไม่ใช่เื่ง่าย ต้องใช้ตั๋วซื้อจักรยาน แถมราคาก็ไม่ถูกด้วย
ตั๋วซื้อจักรยาน…? ที่บ้านไม่มีเลย อวิ๋นซานคิดว่าจะลองไปถามคนอื่นดูว่าจะหาซื้อได้จากที่ไหน
ถงเสี่ยวอวี้บอกว่าอีกสองสามวันนี้มีเพื่อนร่วมชั้นจะแต่งงานไม่ใช่เหรอ? ถือเป็งานรวมรุ่น งั้นเดี๋ยวเธอลองไปเพื่อน ๆ ดูว่าจะหาซื้อตั๋วได้จากที่ไหน