
เมื่อเห็นแบบนั้นวิลจึงหันหลังและเดินนำเธอ ซึ่งเธอก็เดินตามออกมาห่างๆ อย่างเชื่องๆ วิลชี้นิ้วไปยังตำแหน่งโต๊ะ ธมนเข้าใจความหมายนั้น จึงเดินไปนั่งที่เก้าอี้อย่างว่าง่าย สายตามองรอดหน้าต่างบางเล็ก เขายังอยู่กลางทะเลจะหนีก็คงต้องโดดน้ำ แบบนั้นก็ไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย ด้านของวิลเขาเปิดตู้เก็บอาหารไล่มองเมนูอาหารสำเร็จรูป เมื่อ
ตอนเที่ยงเขาอุตส่าห์ทำ สปาเก็ตตี้ไปวางไว้ให้เธอก็ไม่ออกมาหยิบกินเลย งั้นก็ลองดูอีกครั้งแล้วกัน เมื่อคิดได้วิลก็ยัดสปาเก็ตตี้เข้าไมโครเวฟไป
ปิ้ง! เสียงเตือนของไมโครเวฟทำให้ร่างบางที่นั่งเหม่อลอยสะดุ้งอย่างช่วยไม่ได้ กลิ่นหอมของสปาเกตตี้ซอสแดงลอยแตะจมูกเธอ คร่อกก เสียงท้องก็ร้องประท้วงให้เธอรู้สึกต้องอับอายเขา ที่เดินมาพร้อมกับสาเหตุของเสียงท้องร้อง
“กินสิ...หิวไม่ใช่เหรอ” ธมนก้มหน้ามองสปาเกตตี้ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่กล้าสบตาเขา มือเล็กจึงยกขึ้นมาจัดการกับสปาเกตตี้ เมื่อคำแรกเข้าไปคำที่สองก็เข้าตามไปติดๆ “ค่อยๆ กินก็ได้ ไม่มีใครจะแย่งคุณหรอก” วิลอดแซวไม่ได้และอดคิดไม่ได้ว่า ‘น่ารักดี’
ธมนลดความเร็วลง นี่ถ้าคุณย่าอยู่ตรงนี้ ท่านก็คงปรามเธอเช่นกัน...เมื่อคิดถึงคุณย่ามือบางก็หยุดการเคลื่อนไหวทันที แหมะ แหมะ และจู่ๆน้ำตาที่หยุดไปได้สักแป็บก็ไหลออกมา
วิลหลี่ตาลงทันที นี่เขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า ที่บอกให้ค่อยๆ กินก็เพราะเป็ห่วงกลัวจะสำลัก แล้วเธอจะร้องทำไมกันว๊ะ ! กรรม...จริงๆ
“นั่งกินไปแล้วกัน...ไม่อิ่มก็ไปเปิดเลือกดูในตู้และทำกินเอง” วิลเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ สิ่งที่เขาเบื่อหน่ายที่สุดก็คือผู้หญิงที่อะไรๆ ก็ร้องไห้ คิดอะไรไม่ออกก็ร้องไห้ แบบนี้ไงเล่าที่เขาไม่อยากมีใครเป็ตัวเป็ตนเลย
ธมนไม่กล้ามองตามแผ่นหลังที่เดินออกไป แต่เมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองได้อยู่ตามลำพังเธอจึงเลื่อนจานสปาเก็ตตี้ออกไปและทรุดหน้าลงบนท่อนแขนที่วางพาดบนโต๊ะและปล่อยโฮอีกครั้ง ฮื้อออ ฮือออออ
กึก วิลที่เดินห่างออกมา ซึ่งไม่ใช่เรือลำหญ่มาก เฮ้ยยยย ร่างสูงได้แต่ถอนหายใจและเร่งเดินออกมาให้ห่างมากเท่าที่จะทำได้ เขาทอดตัวนอนบนตาข่ายก่อนหน้านี้อีกครั้ง ตอนนี้ความรู้สึกเดียวที่เกิดขึ้นคือเซ็ง เป็ทริปที่เซ็งที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเลย
“นายครับจะกลับเข้าฝั่งเลยมั้ยครับ” คนเรือเอ่ยถามเมื่อคิดว่าเ้านายจัดการเื่ยุ่งๆ แล้ว
“เดี๋ยวบอกอีกที” วิลตอบกลับโดยไม่ขยับใบหน้าหันมามองคนที่สนทนาด้วย
ทางด้านธมนเมื่อเธอร้องจนพอใจแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตากินสปาเกตตี้ที่เหลืออยู่ ซืด ซืด ซืด สลับกับการสูดน้ำมูกที่ไหลออกมาตามปกติยามร้องไห้ และเธอยังนั่งอยู่ที่เดิม สายตาสลับมองจานเปล่าบนโต๊ะกับหน้าต่างข้างตัว เธอไม่รู้ว่าต้องนั่งอยู่แบบนี้อีกนานมั้ย แต่จะให้ทำอะไรได้...เมื่อตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์
วิลเดินกลับเข้าข้างในอีกครั้ง เมื่อแสงตามธรรมชาติค่อยๆ เปลี่ยนไป อากาศก็เริ่มเย็นลง และเหมือนก็พึ่งจะนึกได้ว่าทิ้งบางอย่างไว้ที่โซนห้องครัว และสิ่งนั้นก็ยังอยู่ เชื่อเขาเลย ถ้าคำนวณเวลาแล้วก็เกือบสองชั่วโมงที่เขาแยกไป
หึหึหึ วิลยิ้มน้อยๆ เสียงหัวเราะเบาๆ ในคอเมื่อเธอหันมาทางเขา วิลเดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะ วิลมองคราบซอสที่ติดอยู่ข้างแก้มมอมแมมที่มันแห้งไปแล้ว เลยกลายเป็ว่าหน้าเธอที่เลอะเปรอะน้ำตาแล้ว
ก็ยังมีคราบซอสอีกด้วย แต่เมื่อเธอหลบและแสร้งหันไปมองหน้าต่างทำให้เขารู้ตัวว่าจ้องเธอนานเกินไปแล้ว
“ท้องก็อิ่มแล้ว ก็คุยๆ กันให้จบๆ คุณเสนอมาเลยว่าเท่าไหร่และต่างก็จบแยกย้ายหรือ...คุณอยากต่อก็ได้”
! ธมนนิ่งอึ้งไปเลย นี่เขาคิดว่าเธอมาขายตัวอย่างงั้นเหรอ สติจงอยู่ปัญญาจงเกิด คาถาประจำตัวการเกิดเื่ดังก้องในใจธมนทันที รอบแล้วรอบเล่า เธอคือธมน โชคเจริญภักดี ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล เธอมีทรัพย์สินกว่าร้อยล้าน แต่วันนี้เธอกลายเป็ผู้หญิงขายตัว โอ้วววว!!! โลกนี้ช่างอยู่ยากเสียแล้ว เธอใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศก็นานเกือบปี เจอคนต่างภาษาต่างเชื้อชาติมามากมาย ก็ยังไม่เคยเจอการดูถูกมากเท่าครั้งนี้กับคนไทยด้วยกันเอง และที่สำคัญบนผืนแผ่นดินไทยด้วย เธอควร...ควรทำยังไงดี ถ้าจะผิดก็ผิดตรงที่เธอก็แค่...แค่บุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลก็เท่านั้น
“นี่! ความเงียบไม่ได้ช่วยให้ผมเข้าใจได้หรอกนะ” วิลเริ่มรำคาญ เขามาพักผ่อนเขาก็้าพักผ่อนจริงๆ พระเ้า! นี่มันเื่ห่าเหวอะไรกันว๊ะ วิลได้แต่สบถในใจตามวิสัยเมื่อไม่ได้อะไรตามใจ้า
“แค่ส่งฉันกลับขึ้นฝั่งก็พอ” ในที่สุดธมนก็ยอมเปิดปาก
“ผมต้องเสียทั้งเวลาและเปลืองน้ำมันย้อนเรือกลับไปก่อนกำหนด เพียงแค่ให้คุณได้ตาม้าที่พูดมาเมื่อกี้นี้อย่างงั้นเหรอ” ธมนเบิกตากว้างมองคนตรงหน้าอย่างเอาเื่
“ฉันจะจ่ายค่าเสียหายให้คุณทุกอย่าง” นี่มันเื่บ้าเื่บออะไร!! ทำไมกลายเป็เธอที่ต้องมาขอความอนุเคราะห์จากเขา “และถ้า
คุณไม่พอใจ ฉันยินดีที่จะเข้าไปสถานนีตำรวจบอกว่าฉันบุกรุกพื้นที่ของคุณ เลยโดนคุณจับข่มขืนเป็การลงโทษ”
วิลหลี่ตาขบกรามแน่น แม้เื่จริงจะไม่ใช่เป็แบบนั้นซึ่งมีเพียงเขาและเธอเท่านั้นที่รู้ แต่สำหรับมุมมองของบุคคลภายนอกก็ต้องคิดอย่างที่เธอว่าไว้...ไม่ซื่อบื้อจริงๆ ด้วย มืออาชีพมาก นักต้มตุ๋นที่เป็งานมาก ขืนเขาปล่อยไปมีหวังกลับมาแบล็คเมล์เขาแน่นอน หรือว่าเธอจะเป็คนของคอนราดหลานชายของแจ็คสันกันนะ เขาไม่แปลกใจที่คอนราดจะรู้การเคลื่อนไหวของเขา ก็มันพยายามทุกอย่างที่จะขัดขวางและ้ากำจัดเขามาตลอด วิลเกิดความไม่แน่ใจขึ้นมาทันที เธอเข้ามาในเรือก่อนเขาและมี่หนึ่งที่คนเรือทิ้งเรือไปคุยโทรศัพท์...หรือว่า!
อุ้ย! ธมนร้องออกมาเมื่อจู่ๆ เขาก็ลุกพรวดพราดและพุ่งตัวเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว
หมับ! “โอ้ย!!! ปล่อยฉันนะ” ธมนร้องเสียงดัง เมื่อไหล่บางของเธอถูกคว้าและบีบด้วยมือทั้งสองของเขาจนเธอรู้สึกเจ็บ
“เธอเป็สาวเวอร์จิ้นฉันเชื่อแล้ว แต่เธอเลือกข้างผิด คิดจะเป็ศัตรูกับคนอย่างฉัน เธอจะได้รู้ว่าตัวเองโง่แค่ไหน...”
แค่วกกกก กรี๊ดดดดดด ธมนกรีดร้องเสียงดังเมื่อจู่ๆ เื่เปลี่ยนมาเป็แบบนี้ได้ไง เสื้อตัวบางของเธอถูกเขากระชากจนขาด วิลยิ้มเยาะอย่างเย้ยหยัน เอาสิ! เขาก็อยากรู้ว่า ถ้าเรือลำนี้มีกล้องซ่อนไว้คอนราดก็จะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ หรือถ้าไม่มี เขาก็จะทิ้งหลักฐานไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ฝากกลับไปให้คอนราด
กรี๊ดดดด ธมนกรีดร้องอีกครั้ง เมื่อเธอถูกลากออกจากห้องครัวอย่างทารุณ ทิศทางที่เขาไปคือห้องนอน “ปล่อยฉันนะ!...ไอ้บ้า” ธมนฝืนตัวเองอย่างสุดกำลัง มือข้างที่ว่างเกาะทุกอย่างที่อยู่รอบกายเพื่อไม่กลับไปยังห้องนอน เสียงหวีดร้องยังดังไม่ขาดและเหมือนจะดังมากขึ้นเรื่อยๆ
ตึกตึกตึก เสียงฝีเท้าวิ่งมาทางนี้ วิลไม่ทันระวังที่จู่ๆ คนเรือก็โผล่มาตรงมุมทางเดินทั้งสองเลยผงะใเล็กน้อย ทำให้จังหวะนี้ธมนสะบัดข้อมือออกจากมือใหญ่ได้
เฮ้ย! วิลร้องเสียงในคอ ธมนไม่สนใจอะไรเธอหันหลังวิ่งไปในทันที ก็เรือมีแค่นี้เธอก็มาสุดทางนอกจากะโแล้วเธอไม่มีทางอื่น ฮื้อ ฮื้อออออ เมื่อพระเ้าคิดว่าชีวิตเธอคงพอเท่านี้
ตูม!!! วิลที่วิ่งตามมาเบิกตากว้าง “ไปดับเครื่อง!” วิลร้องบอกคนเรือที่รีบวิ่งไปดับเครื่องให้เรือหยุด แต่จังหวะนั้นคนเรือได้ยินเสียงน้ำแตกกระจายอีกครั้ง นั่นก็หมายความว่าวิละโตามลงไปแล้ว คนเรือรีบเปิดสปอร์ตไลท์และส่งไปยังจุดเกิดเหตุก่อนที่จะวิ่งกลับไปยังจุดโดดของทั้งสอง ห่วงยางถูกโยนลงไปลอยอยู่กลางน้ำแต่ไม่ยังไม่เห็นคนสองคน
ผลั๊วะ เสียงน้ำคนเรือเห็นวิลและในอ้อมแขนของวิลก็มีอีกร่างโผล่พ้นน้ำมาพร้อมกัน เขาจึงรีบแกะห่วงยางอันที่อยู่ใกล้กว่าโยนไปให้วิลทันที วิลคว้าห่วงยางไว้และเอามาสวมหัวให้คนที่เหมือนไม่ได้สติไว้และปล่อยให้คนเรือลากพวกเขาสองคนกลับเข้าหาเรือ