วันนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์อันที่จริงนักศึกษาปี 4 เขาไม่ได้ว่างกันขนาดนั้นหรอก เพียงแต่นิวรู้สึกเหนื่อยกับวิทยานิพนธ์ก็เท่านั้นเองเขาจึงนัดรุ่นน้องต่างคณะให้ไปเที่ยวห้างดูหนังเป็เพื่อนเพราะเพื่อนในคณะเขาไม่มีใครยอมมาด้วยเลยสักคนแต่กว่าจะชวนออกมาได้เล่นเอาขอร้องจนคอแห้งกันไปข้างหนึ่ง เลยถือโอกาสพาคนตัวสูงไปแปลงโฉมด้วยเลย
นิวแต่งตัวด้วยชุดลำลองธรรมดาเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงสีครีม เขาออกมาจากหอเร็วกว่าเวลานัดเกือบสิบห้านาทีนี่เป็ครั้งแรกเลยที่เขาต้องเป็ฝ่ายรอบ้างเพราะไม่อยากอยู่หอแล้ว มันฟุ้งซ่านอยากผ่อนคลายสักวัน
รอไม่นานเตก็มามือหนาแบยื่นมาด้านหน้าพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสดใส ไร้เค้าเมฆฝนตก
“ฝนไม่ตกหนิ ทำไมมาเร็ว”
ยิ่งสนิทก็ยิ่งรู้ว่าเตกวนไม่หยอก
“มาเร็วก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ”
นิวมองร่างสูงั้แ่ศีรษะจรดไปถึงเท้าเสื้อยืดสีเดียวกับเขา กางเกงยีนส์สีเข้ม และรองเท้าแตะแบบสวมความจริงเขาไม่ได้ติดใจจะอะไรกับการแต่งกายของคนอื่นนักหรอก แต่ดูจากคนตัวเล็กที่เตไปหลงชอบแล้วเขาคงไม่แลคนแบบเตแน่นอน
First impression จากรูปลักษณ์ภายนอกยังไม่ผ่าน
“อย่าเดินก้มหน้าสิเงยหน้าไว้” นิวเตือนคนตัวสูงกว่าที่เดินก้มหน้าก้มตาไม่มองทาง
“มันเผลอ”
“พ่อแม่อุตส่าห์ประทานหน้าหล่อๆ มาให้ ช่วยมั่นอกมั่นใจหน่อย”
ก้านนิ้วสวยเชยปลายคางของอีกฝ่ายให้เชิดใบหน้าขึ้นก่อนจะแตะที่แผ่นหลังของเตเบาๆ ให้อีกคนยืดหลังตรง เป็เพราะเตอยู่กับธันวาที่รูปร่างเตี้ยกว่าทำให้เขาเผลองอตัวเพื่อให้ระดับเท่ากันไหนจะต้องมาเดินข้างนิวที่ตัวเล็กกว่าไปอีก กลายเป็ว่าเสียบุคลิกไปเลย นิวจึงต้องคอยเตือนบ่อยๆ
เมื่อเข้ามาด้านในห้างสรรพสินค้าที่แรกที่นิวเดินตรงไปไม่ใช่โรงหนังอย่างที่นัดกับเตไว้เขาเปลี่ยนเป้าหมายเป็ที่ร้านทำผมแทน ซึ่งมันเป็ร้านประจำของเขาเอง
“พามาที่นี่ทำไม จะมาทำผมหรอ” เตถามด้วยความสงสัยเพียงเดินเข้ามาในร้านคนด้านข้างก็ทักทายช่างทำผม ดูเหมือนว่านิวจะสนิทกับคนในร้านพอดู
“ใช่ แต่ไม่ใช่ผมเรานะ ผมนาย”
“ไม่ทำ”
“ทรงผมเปลี่ยนชีวิตเคยได้ยินไหม”
“ไม่เคย”
“เดี๋ยวได้เคย...พี่ครับช่วยออกแบบทรงผมให้เพื่อนผมหน่อย”
“นิว ฉันไม่ทำ”
“เราจ่ายเองนี่เจียดเงินที่นายจ้างให้ช่วยจีบมีนมาเลยนะ”
มันควรภูมิใจไหม เตอยากจะถามแต่ไม่ทันจะได้เอื้อนเอ่ยเขาก็โดนพี่ช่างทำผมลากให้ไปนั่งเก้าอี้ด้านในสุดของร้านแล้วนิวเดินเข้ามาคุยกับช่างอยู่สองสามประโยคก่อนจะเดินไปนั่งรอที่ม้ายาวด้านหลังเปิดนิตยาสารอ่านฆ่าเวลา
ใช้เวลาอยู่พอสมควรเขาก็ได้ผมทรงใหม่ที่แลดูแปลกตาแต่รับกับใบหน้ากว่าเดิมไม่คิดว่าแค่เปลี่ยนทรงแล้วมันจะดีขึ้นอย่างที่ร่างบางว่าจริงๆ นิวเดินมาดูผลงานก่อนจะยิ้มกว้างชมช่างทำผมยกใหญ่เมื่อได้ผลลัพธ์เป็ที่น่าพอใจ
“เื่กลิ่นก็สำคัญ”
“ฉันตัวเหม็นหรอ” เตจับคอเสื้อยกขึ้นมาดอมดมอย่างไม่ค่อยมั่นใจเขาก็ทาโรลออนดับกลิ่นมาแล้วนะ
“ไม่เหม็น แต่ไม่ดึงดูด”
“ฉันไม่ชอบน้ำหอม มันฉุน”
“ฉุนเราไหม ฉีดมาเหมือนกัน”
“ไม่...หอมดี”
เตตอบก่อนจะเสหน้ามองไปทางอื่นเขาไม่ใช่คนปากแข็งแต่ให้พูดอะไรตรงๆ แบบนี้มันก็น่าเขินอายอยู่ไม่น้อย
นิวอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นใบหูที่ขึ้นสีของอีกฝ่าย
“เดี๋ยวพาไปเทส”
หลังจากนั้นเตก็ได้น้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจและเสื้อผ้าอีกสองสามตัว โดยมีนิวเป็คนช่วยเลือก ร่างสูงรู้สึกสบายใจที่อีกฝ่ายไม่ได้บังคับว่าจะต้องใส่แบบนี้นะใช้อันนั้นนะ แต่แค่แนะนำและให้เตได้เลือกเองในแบบที่ชอบแต่ดูดีกว่าต้องเลือกเองทั้งหมด เพราะนิวเป็คนมีเซ้นท์ด้านการแต่งตัวอยู่พอควร มันทำให้เขารู้สึกสบายใจแม้จะต้องจ่ายเงินอยู่ไม่น้อยก็เถอะ
รอพบกับเตฉบับใหม่ได้เลย
ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัยมาได้เล่นเอาเตยืนส่องกระจกมองตัวเองอยู่นานเขามองภาพสะท้อนที่ดูแปลกตาไปในทางที่ดีทำให้เขามั่นใจขึ้นเล็กน้อยแต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกกังวล ความจริงเขาลองจัดทรงผม ลองเปลี่ยนกางเกงอยู่หลายครั้งแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนมาแต่งตัวแบบเดิมเพราะไม่กล้าแต่วันนี้มีเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เป็วันที่จะได้เจอนิว ร่างสูงหวังว่าอีกฝ่ายจะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้
ั้แ่เดินเข้ามหาวิทยาลัยมาไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองไหมว่ามีแต่คนมองมาที่ตัวเองจากที่ตั้งใจจะเดินเชิดหน้าชูตาอย่างที่นิวคอยบอกให้ทำ แต่เตกลับมั่นใจน้อยลงเขาอยากรีบเดินไปให้ถึงโรงอาหารของคณะซึ่งเป็จุดนัดหมายประจำของเขาและเพื่อนสนิทไวๆ
“โหไอเต ไปทำไรมาวะ ทำไมดูดี” เมื่อพบหน้ากันธันวาก็เอ่ยทักทันทีเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนตัวเองผมยาวด้านหน้าที่เคยปัดเป๋ไปด้านข้างถูกตัดให้สั้นลง
“จริงหรอ”ถามออกมาอย่างไม่มั่นใจ
“เออดิ คนมองมึงเต็มเลย”
“ไม่ใช่มองเพราะมันแปลก ๆหรอวะ”
“แปลกอะไร ดูดีขึ้นเป็กองเลย”ธันวายื่นหน้าเข้ามาใกล้ตัวเพื่อนสนิททำจมูกฟุดฟิดไปมาราวกับสุนัขกำลังพิสูจน์กลิ่น“มึงฉีดน้ำหอม”
“ใช่”
“แล้วนี่มึงมองหาอะไร”
“นิว”เหมือนรู้ตัวว่าเผลอพูดชื่อใครออกมาจนได้รับสายตาแปลกๆจากเพื่อนสนิทจึงรีบแก้ตัวทันที “เอ่อ...แค่ไม่อยากให้เข้าเรียนสาย”
“ไม่รู้ว่ะมึงมีเบอร์ไม่ใช่หรอ โทรตามดิ”
“อือ”
นิวเดินเข้าตึกเรียนรวมมาด้วยความเคยชินอารมณ์ของเขาขมุกขมัวเป็พิเศษเมื่อเขากำลังนอนหลับฝันหวานแล้วจู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอกดรับก็เป็เสียงทุ้มของคนที่อยู่ต่างคณะโทรมาบอกว่าสายแล้วอาจารย์ตัดสิทธิ์สอบเขารีบเด้งตัววิ่งเข้าห้องน้ำทันที ไม่ได้มองนาฬิกาด้วยซ้ำ
รู้ตัวอีกทีว่าโดนหลอกก็ตอนลงจากวินมอเตอร์ไซด์แล้วบังเอิญได้ยินนักศึกษาแถวนั้นถามเื่เวลากันพอดีทำให้ได้รู้ว่าเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงกว่าจะเริ่มคลาส
ถ้าเจอหน้าจะด่าให้เข็ด! ไม่รู้หรือไงว่ากว่าจะได้นอนก็เกือบรุ่งสางแล้ว
แต่พอตั้งใจจะมาต่อว่า เมื่อเห็นหน้ากลับเปลี่ยนใจเป็ชมแทน
“ไม่เสียแรงที่แนะนำไปดูดีเลย”
“จริงหรอ”
“เห็นแล้วใจเต้นเลยถ้าเราเป็ผู้หญิงเราเดินมาจีบแล้ว”
“เว่อ”
“จริง ตัวก็โคตรหอมเราชอบกลิ่นนี้”
จะไม่ให้ชอบได้ยังไงในเมื่อตัวเองเป็คนเลือกแถมยังบอกให้รุ่นน้องตัวสูงฉีดมาทุกวันอีกโดยให้เหตุผลว่าเพิ่มเสน่ห์แต่ความจริงแล้วเขาแค่อยากดมกลิ่นนี้ไปทั้งวันมีคนเคยบอกไว้ว่าเราจะได้กลิ่นน้ำหอมได้ดีเมื่อมันอยู่บนตัวของคนอื่น ท่าจะจริง
“พี่นิวตันช่วยแต่งผมบ้างสิ” ธันวาว่าเขาเองก็อยากดูดีแบบเพื่อนบ้าง
“เรียกพี่นิวเถอะ เรียกพี่นิวตันแล้วมันแปลก ๆ”
“เรียกนิวตันเหมาะกว่าเรียกว่านิวอีก”เตบอก
“สำหรับนายถ้ามีคำว่าพี่นำหน้าให้เรียกพี่นิวเลยก็ได้”
“ไม่”
“พี่นิวความจริงเตมันอายุเท่าพี่แหละ เรียนแลกเปลี่ยนมาปีนึงเลยเข้ามหาลัยช้า”
“อ่าวหรอ ถึงว่าทำไมเก่งภาษา”
ขณะที่พวกเขานั่งคุยกันอยู่นั้นใครบางคนก็เดินเข้ามาขัดจังหวะกลางวงสนทนาร่างเล็กเ้าของหัวใจของเตเดินเข้ามาขอนั่งด้วย ร่างสูงไม่กล้าสบสายตาตรงๆได้แต่ก้มหน้าก้มตา
“เราขอนั่งด้วยคนนะเพื่อนยังไม่มาเลย”
“ได้” นิวเอ่ยอนุญาตก่อนที่ตัวเองจะส่งสัญญาณให้ธันวาเดินมานั่งข้างตัวเองมีนจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ว่างข้างเต
“คอแห้งจัง เตไปซื้อน้ำให้เราหน่อย”นิวแสร้งทำเป็กระหายน้ำ
“ซื้อเองสิ”
“มีนอยากได้น้ำอะไรไหม” เขาไม่ฟังสิ่งที่รุ่นน้องตัวสูงพูดหันไปหาคนตัวเล็กที่นั่งเล่นโทรศัพท์แทน
“ไม่เป็ไร”
“ชอบกินน้ำอะไรเรา” นิวถามมีนอีกครั้ง
“นมปั่นครับ”
“หรอ”
ใต้โต๊ะนิวใช้ขาสะกิดเตที่ขมวดคิ้วมาให้ด้วยความไม่พอใจนิวจึงส่งสัญญาณลับผ่านสายตา เขามองใบหน้าของคนมีศักดิ์เป็รุ่นพี่อย่างไม่เข้าใจจนนิวต้องพิมพ์ส่งไปทางแชทพร้อมสติกเกอร์รูปกระต่ายโมโห ที่คล้ายกับเ้าตัวที่ทำหน้าบูดในตอนนี้
“ว่าจะไปซื้อน้ำพอดี” เตพูดขึ้นมาหลังจากเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง
“ฝากด้วยกาแฟดำ” นิวบอกพร้อมรอยยิ้ม
“สองเลยเพื่อน” ธันวาสั่งอีกคน
เตจึงต้องจำใจเป็บริกรชั่วคราวเดินไปซื้อของตามสั่ง ก่อนจะเดินมาเสิร์ฟให้ถึงที่แต่เมื่อกลับมาถึงโต๊ะก็พบว่าเหลือเพียงแค่มีนที่นั่งเฝ้าของอยู่คนเดียว เพื่อนตัวเองทั้งสองคนไม่อยู่แล้ว
“พวกนั้นล่ะมีน”
“ขึ้นห้องเรียนแล้ว”
“อ่าว”
“เราช่วยถือนะ” มือเล็กเอื้อมหวังจะแย่งถุงที่มีแก้วน้ำอยู่สองแก้วไปถือเองแต่เตเบี่ยงหลบแล้วยื่นแก้วนมสดปั่นสีขาวนวลไปให้แทน
“มีนถืออันนี้เถอะ...คือ...เราซื้อให้”
“ขอบคุณ..ว่าจะทักทำผมทรงใหม่มาหรอ”
“อ่า..ใช่ มันโอเคใช่ไหม”
“ดูดีขึ้นมาก”
เตเกาจมูกแก้เก้อ ใบหูแดงจนมีนจับสังเกตได้แม้ว่าภายนอกของเตจะแปลกตาไปแต่นิสัยยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
“เราเรียนด้วยกันไม่เคยคุยกันเลยเนอะ”
“อื้อ”
ตลอดระหว่างทางเดินมาห้องเรียนทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเพราะเตชวนคุยไม่เก่ง เขาเสหน้ามองไปทางอื่นด้วยความรู้สึกเขินอายส่วนมีนก็ไม่รู้จะพูดอะไร เตอยากให้มันยาวกว่านี้จริงๆเขาจะได้มีโอกาสอยู่กับมีนไปนานๆ ถึงแม้ว่าจะอึดอัดไปสักหน่อยก็ตาม
“ทำไมมาไม่รอ”เมื่อมาถึงที่ประจำในห้องเรียนเตทักท้วงเพื่อนและรุ่นพี่ตัวดีด้วยน้ำเสียงธรรมดาไม่ได้เกรี้ยวกราดอย่างที่ธันวาคิดทำให้เขาโล่งใจไปเปราะหนึ่งไม่รอไม่ว่าเขาไม่ได้โทรไปบอกเพื่อนด้วยว่าอาจารย์เข้าแล้วเพราะรุ่นพี่ต่างคณะขอไว้
“ถ้ารอนายจะได้อยู่กับมีนสองต่อสองไหม”นิวว่า ก่อนจะถามถึงผลลัพธ์ “เป็ไง”
“ก็ดี เขาพูดถึงทรงผมด้วย”
“ว้าว”เป็ว้าวที่ไร้อารมณ์ที่สุดเลยก็ว่าได้ ราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังกวนนิ้วมือสวยถูกกันไปมาเพื่อเรียกร้องค่าตอบแทน เตจับมือเล็กเอาไว้ก่อนจะบอกว่า
“ไม่ให้”
“โกง ช่วยไปตั้งเยอะตกลงกันแล้วไง”
“กาแฟดำนี่กินไป”เขายืนแก้วกาแฟไปใกล้หน้าร่างบางจนหลอดทิ่มปาก
“เออนี่มีควิซด้วยอาทิตย์หน้าจารย์บอก” ธันวาเอ่ยแทรกขึ้นมา
“เต ช่วยด้วย” นิวหันไปส่งสายตาเป็ประกายไปให้เหมือนทุกครั้งที่เ้าตัวชอบอ้อนร้องขออะไร
“จ่ายเงินมา” เขายอกย้อนอีกคนคนตัวเล็กกว่าหน้ามุ่ยทันทีก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาสดใสเหมือนเดิม
“จ่ายเป็อย่างอื่นแทนได้ป่ะ” ถามพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อแกล้งคนขี้เขิน
“อะไร”
นิวก้มหน้าพิมพ์ข้อความยุกยิกลงในโทรศัพท์ก่อนจะยื่นมันมาให้เตพอดีกับที่มีข้อความจากแอปพลิเคชันแชทถูกตอบกลับมาพอดี
‘มีนเดี๋ยวเตติวอังกฤษให้เราติวด้วยกันเปล่า’
‘ได้ครับ’