ท่านประธานคะ...อย่าติดฉัน

    # บทที่ 24: การปกป้องและเยียวยา NC18++

    หลังจากเสียงลงกลอนประตูบานยักษ์ของห้องนอนดังลั่น คฤหาสน์ทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงันปนเสียงลมพายุฝนภายนอกที่ยังคงสาดซัดละอองฝนเข้ามาทางกระจกหน้าต่างระเบียงที่พังยับเยิน ลมหนาวเย็นจัดพัดโบกผ้าผ้าม่านสีขาวสลัดไหวว่อน พ่นละอองน้ำฝนให้เกลี่ยกระจายตัวเปียกปอนหินอ่อนสีดำ ลินินประคองร่างสูงใหญ่ของกวินทร์ที่กำลังสั่นสะท้านขึ้นไปบนเตียงปูผ้าไหมสีดำขลับที่ขาดวิ่นและยังคงหลงเหลือไออุ่นจางๆ จากร่างกายของพวกเขาก่อนหน้านี้
    ใบหน้าคมคายของกวินทร์ยามนี้ซีดเผือดปานกระดาษ ริมฝีปากหยักลึกกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ลมหายใจแผ่วระรัวจนแทบไม่ได้ยิน รอยเส้นใยพิษสีม่วงเข้ม (Shadow Poison) บนบาดแผลกรงเล็บสามแนวที่หัวไหล่ซ้ายเริ่มเต้นตุบๆ และแผ่ขยายลามขึ้นมาถึงแนวสันกรามของเขา บ่งบอกว่าพิษมืดของอสุรกายกำลังกัดกินพลังชีวิตส่วนสุดท้าย
    ลินินมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่แดงก่ำและหัวใจที่บีบคั้นอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าคำเตือนของวัชระเป็นความจริง ชีพจรเวทมนตร์ในร่างของกวินทร์โดนพิษเย็นยะเยือกแช่แข็งจนปิดสนิท หากเธอพยายามส่งพลังสีทองเข้าทางฝ่ามือตรงๆ พลังนั้นจะปะทะกับกำแพงน้ำแข็งในเส้นเลือดและระเบิดร่างของเขาจนแหลกสลาย
    มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะละลายน้ำแข็งในชีพจรของเขาได้... คือการประสานกายเนื้อขั้นสูงสุด
    ลินินปลดเปลื้องเสื้อคลุมผ้าไหมสีแดงของเธอที่เปียกละอองฝนออกช้าๆ ปล่อยให้มันล่วงหล่นลงกองกับพื้น เผยให้เห็นเรือนร่างผุดผ่องเปลือยเปล่าผุดสว่างเรืองแสงสีทองประกายจางๆ ในความมืด เธอรีบดึงกางเกงนอนของกวินทร์ออกจนร่างแกร่งของเขาเปลือยกายสนิทเช่นกัน ลินินคลานขยับขึ้นคร่อมทับบนตักแกร่งที่หนาวเหน็บของเขา
    เธอก้มตัวลงโอบกอดประคองแก้มสลักของกวินทร์ขึ้นมา กดริมฝีปากจูบลงบนเรียวปากที่เย็นเฉียบของเขาอย่างรักใคร่และเปี่ยมล้นไปด้วยความกังวล ลินินเป่าลมหายใจส่งผ่านกระแสพลังชีวิตอุ่นสีทองตรงเข้าสู่ช่องปากของเขาเพื่อช่วยประคองจิตสำนึกสุดท้ายของเขาไว้ กวินทร์ครางหอบเบาๆ ดวงตาคู่คมปรือลืมขึ้นมาอย่างยากลำบาก แววตาสีม่วงดำที่ปั่นป่วนไปด้วยพิษมืดจ้องมองใบหน้าสวยของเธอ
    "ลินิน... ร่างกาย... ร้อนเหลือเกิน... แต่ข้างใน... เยือกแข็ง..." กวินทร์พึมพำกระซิบสั่นสะท้าน
    "ฉันรู้ค่ะ กวินทร์... คุณต้องยอมฉันนะ คืนนี้ฉันจะเป็นฝ่ายดึงพิษมรณะนี่ออกไปจากตัวคุณเอง อย่าต่อต้านกระแสพลังของฉันนะกวินทร์" ลินินกระซิบสั่งเสียงสั่นพร่าทว่าเด็ดเดี่ยวเฉียบคมข้างใบหูของเขา
    ลินินจับแก่นกายแกร่งร้อนจัดของกวินทร์ที่ขยายตัวอย่างอุ่นร้อนขัดกับร่างกายภายนอกที่เย็นเฉียบ จ่อเข้าช่องทางรักที่คับแน่นอุ่นระอุและเปียกชื้นของเธอ ลินินกดสะโพกมนลงไปสอดประสานร่างกายเข้ากับกายแกร่งของเขาอย่างเชื่องช้าและมั่นคง
    "อ๊า...!" ลินินเงยหน้าขึ้นกรีดครางแผ่วระรัว รอยแผลบนข้อมือของเธอเปล่งออร่าสีทองสว่างไสว ยามที่แก่นกายร้อนชื้นแทรกผ่านช่องทางนุ่มที่ตอดรัดแน่นหนา สัมผัสแรกเปี่ยมไปด้วยความเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งที่แทรกเข้ามาในเนื้อกายสาว ก่อนที่เตาปฏิกรณ์พลังงานแสงในร่างของเธอจะตอบสนอง แผ่ความร้อนอบอุ่นล้นพ้นออกมากดทับละลายไอพิษเหล่านั้น
    ลินินหลับตาลงเพื่อเพ่งมองกระแสพลังงานภายในร่าง ในจิตสำนึกของเธอ เส้นชีพจรเวทมนตร์ของกวินทร์เปรียบเสมือนแม่น้ำสายใหญ่ที่จับตัวเป็นน้ำแข็งสีม่วงคล้ำ ลินินส่งคลื่นความร้อนสีทองของเธอทะลวงผ่านจุดสอดประสาน ค่อยๆ กัดเซาะและละลายน้ำแข็งสีม่วงเหล่านั้นให้กลายเป็นกระแสของเหลวสีทองสว่างไหลเวียนได้อย่างเป็นอิสระ ร่างกายของกวินทร์กระตุกเกร็งเป็นระยะยามกระแสพลังแล่นผ่านใต้ผิวหนังดุจกระแสไฟฟ้าสถิต
    ลินินขยับสะโพกกลมกลึงขึ้นลงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงทันทีตามสัญชาตญาณการเยียวยาเร่งด่วน เสียงเนื้อกระทบเนื้อเปียกชื้นดังประสานเบาๆ สลับกับเสียงหอบครางระรัวรอบเตียง ลินินใช้ฝ่ามือเรียวทาบลงบนบาดแผลกรงเล็บสามแนวที่หัวไหล่ของเขา กระตุ้นพลังฟิวชั่นสีทองให้ไหลหมุนเวียนลงไปตามแขนแกร่งตรงเข้าสู่จุดประสานทางกาย ทุกจังหวะการโยนสะโพกกดลึกเน้นย้ำของลินินนำพากระแสพลังสีทองแล่นพล่านทะลวงเข้าไปในชีพจรที่เยือกแข็งของกวินทร์ มันทำหน้าที่เสมือนน้ำเดือดที่ชะล้างไข้พิษและละลายกำแพงน้ำแข็งในเส้นเลือดของเขา กวินทร์สะท้านกายกระหึ่ม ความเจ็บปวดแผ่ซ่านแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวสยิวรุนแรง พิษเงามืดสีม่วงดำในตัวเขาเริ่มหลั่งไหลลื่นไหลย้อนกลับผ่านจุดเชื่อมประสานตรงเข้าสู่ร่างกายของลินิน
    ลินินครางหอบสะบัดหน้าหนีความอึดอัดเย็นเฉียบยามที่พิษมรณะแล่นเข้าสู่ตัวเธอ ทว่าเตาปฏิกรณ์แสงในทรวงอกของเธอทำงานอย่างบ้าคลั่ง หมุนวนปั่นซักฟอกสายพิษสีม่วงเหล่านั้นจนกลายเป็นกระแสลาวาสีทองบริสุทธิ์ พลังงานสะสมในตัวเธอพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 90% และ 95% ในเวลาไม่นาน
    กวินทร์เริ่มได้สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและพละกำลังกลับคืนมาจากการเบิกชีพจร พลังมืดที่บริสุทธิ์ขึ้นบวกความปรารถนาดิบเถื่อนในใจทำให้เขาไม่ยอมนอนนิ่งอีกต่อไป กวินทร์พลิกตัวดึงร่างบางของลินินลงใต้ร่างและก้าวขึ้นกอดรัดทับถมสะโพกสอบกระแทกกระทั้นจังหวะรักสวนกลับลงมาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนดิบตรงทันที
    "ลินิน... ร้อน... มันร้อนจนฉันจะบ้าตายแล้ว! กลืนกินมันเข้าไป... เอาความมืดของฉันไปให้หมด!" กวินทร์คำรามพร่ากระแทกกายหนาใส่ร่องรักของเธอถี่กระชั้น
    "อ๊า! กวินทร์... แรงอีก... อื้อ... ดีมากค่ะ... ปล่อยมันออกมา!" ลินินกรีดร้องครางลั่นห้อง สะโพกมนขยับรับแรงกระแทกดิบเถื่อนอย่างลื่นไหล หยาดเหงื่ออุ่นๆ ซึมท่วมกายสาวสะท้อนประกายแสงจันทร์ ลมหายใจของทั้งสองประสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบทรักเยียวยาแสนดุเดือดเผ็ดร้อนจนขอบเตียงไม้สั่นสะเทือนลั่น
    กระแสออร่าสีทองสลับม่วงระเบิดพวยพุ่งรอบเตียงหมุนเป็นเกลียวแสงปะทะอย่างตระการตา พิษสีม่วงเข้มบนแก้มและแผลหน้าอกของกวินทร์ค่อยๆ จางหายไปหมดจด เหลือเพียงผิวกายอุ่นมีเลือดฝาดและความสมบูรณ์แบบของร่างกาย จังหวะรักสุดท้ายหนักหน่วงและลึกซึ้งจนถึงจุดขีดสุด ลินินเกร็งสะท้านกายขยับสะโพกตอบรับอย่างรวดเร็ว กวินทร์คำรามลั่นและพ่นน้ำรักอุ่นร้อนล้นทะลักประสานลึกในตัวเธอพร้อมกันยามที่เกราะพลังสีทองระเบิดออกทลายไอพิษรอบห้องจนสูญสิ้นสว่างวาบชั่วขณะ
    สองร่างทอดกายนอนกอดรัดกันแนบชิดบนเตียงชื้นเหงื่อและละอองฝน กวินทร์กอดลินินไว้แน่น ลมหายใจสม่ำเสมอ แผลกรงเล็บหายสนิททิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นจางๆ สีเงิน กวินทร์จูบหน้าผากมนของลินินด้วยความขอบคุณและรักลุ่มหลงสะท้านวิญญาณ ทั้งคู่ก้าวผ่านค่ำคืนมรณะและเชื่อมโยงพันธะสมบูรณ์แบบถาวรแล้ว
    หลังจากพายุฝนและบทรักสงบลง กวินทร์ลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าขนหนูอุ่นชื้นชุบน้ำร้อนมาเช็ดทำความสะอาดคราบเหงื่อและรอยเลือดจางๆ ตามผิวกายของลินินอย่างอ่อนโยนที่สุด สัมผัสของเขาไม่มีร่องรอยของความกระด้างเผด็จการอีกต่อไป ลินินเอนกายอิงพิงอกกว้างที่อุ่นสบายของเขา รู้สึกถึงคลื่นพลังงานชีวิตที่หมุนเวียนมั่นคง
    "ระดับพลังของเราขึ้นถึงเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะค่ะกวินทร์" ลินินเอ่ยขึ้นเบาๆ มือลูบตามโครงร่างอกแกร่งที่อุ่นสบายของเขา "ข่ายเกราะพลังงานที่พวกมันบุกเข้ามาเมื่อครู่ถูกทำลายลงแล้ว... แต่พลังของฉันสะสมเข้มข้นจนสามารถต้านทานพวกมันได้มากกว่าเดิม"
    กวินทร์ขมวดคิ้วลง สีหน้าปรากฏความตึงเครียดครั้งใหม่ "แต่จดจำไว้... อาจารย์เดชจะไม่ละความพยายามแน่ รอยสักรูปรูนที่พวกมันทำไว้กับอกฉันมีหน้าที่กึ่ง 'เครื่องติดตามตัว' (Tracking Rune) มันรู้แล้วว่าฉันรักษาสมดุลพลังได้ และมันจะใช้รูนตามตัวนี้บีบกวาดพลังมืดเพื่อดึงตัวฉันกลับไปวิหารศักดิ์สิทธิ์มืดให้ได้ เราต้องเฝ้าระวังตัวอย่างที่สุดนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป พรุ่งนี้ฉันควรให้วัชระพาย้ายไปเซฟเฮาส์บนเกาะส่วนตัวดีไหม?"
    "ไม่จำเป็นหรอกค่ะกวินทร์" ลินินตอบเสียงเด็ดเดี่ยว แววตาส่องประกายสีทองแข็งกร้าวทระนง "ถ้าเราหนี พวกมันจะคิดว่าเรากลัว ลัทธิมืดปกครองตระกูลของคุณมาเป็นศตวรรษ ได้เวลาทำลายการควบคุมของพวกมันแล้ว พรุ่งนี้เราจะเข้าบริษัท ลงทะเบียนประวัติฉันเพื่อเปิดคลังโบราณชั้นห้าสิบ และหาหนทางล้างรูนติดตามตัวนี้ออกไปให้พ้นจากร่างกายของคุณถาวรกันเถอะค่ะ"
    "ในคลังโบราณชั้นห้าสิบ..." กวินทร์พูดต่อพลางกระชับวงแขนแน่น "มีกระบอกหินออบซิเดียนที่ทวดใช้จดบันทึกและเซ็นสัญญากลืนกินเงากับลัทธิมืดไว้ ในนั้นมีโครงสร้างแผนภูมิพลังงานทั้งหมด ถ้าเราได้มันมา เราอาจหาวิธีสลายรูนติดตามตัวได้โดยไม่ต้องทำลายแกนพลังวิญญาณของฉัน"
    "ดีค่ะ พรุ่งนี้เราจะไปเอามาวิเคราะห์และจัดกระบวนการพลังงานใหม่ ตอนนี้... นอนหลับพักผ่อนเถอะค่ะ กวินทร์" ลินินซุกกายอุ่นเข้าหาอกของเขา กวินทร์ยิ้มและจูบหน้าผากเธอเบาๆ ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราแสนหวานที่ปลอดภัย
    ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องนอนที่พังยับเยินอีกครั้ง ลมฝนยามดึกเริ่มซาลง เหลือเพียงความอุ่นใจและไอรักของสองจิตวิญญาณที่พร้อมจะสยบอำนาจมืดใดๆ ในโลกใบนี้ไปด้วยกันเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกันต่อไปโดยปราศจากความกลัว