Freedom?

    จุดเริ่ม01

    “เดนนี่”เสียงชายหนุ่มในเครื่องแบบนักเรียนทหารสีน้ำเงินเข้มกำลังเดินมาเรียกคนที่นั่งในโบสถ์“มีอะไรหะ ลูก้า?”“มาหลับอะไรตรงนี้ ปกติจะไปหลับที่ห้องนี่?”“ตอนแรกมานั่งคิดอะไรนิดหน่อยแต่น่าจะนั่งนานไปหน่อยเลยเผลอหลับไป”“พระเจ้าได้ยินสิ่งที่นายคิดแล้วท่านจะอวยพรให้นายพบแต่สิ่งดีๆแน่นอนแต่ตอนนี้รีบไปเก็บของเถอะจะกลับบ้านไหม”“อืมๆ”“งั้นรีบลุก ทางโน้นเรียกรวมแล้ว”“อืม”ผมลืมแนะนำตัวเลยผม เดนนิส เมาริส ส่วนมากเรียกว่า เดนนี่ เข้ามาเรียนโรงเรียนทหารอิ้ส พ้อยมาได้จะ2ปีแล้วเหลืออีกแค่1ปีเท่านั้นที่จะจบการศึกษาออกไปมาจากครอบครัวฐานะปานกลางแถวตอนเหนือของทางประเทศเลยมีผมสีดำตาสีน้ำตาลเข้มซึ่งเป็นลักษณะของคนแถวนั้นส่วนคนที่เซ้าซี้ผมอยู่เนี่ยคือจอร์น ลูก้า เพื่อนร่วมห้องในโรงเรียน ตอนเด็กๆครอบครัวเขาอพยพจากดินแดนอื่นมาที่ประเทศเราเลยทำให้สีผมของเขาเป็นสีแดงเข้มซึ่งต่างกับคนอื่นเป็นอย่างมากแถมพ่อแม่เป็นพวกเคร่งศาสนา ลูก้าก็เลยพลอยติดนิสัยพวกเขาไปด้วยมักจะหยิบหนังสือคำสอนพระเจ้าเล่มเล็กมาอ่านเมื่อมีเวลาว่างๆ“เขาเรียกรวมทำใม?”“ก็..เหมือนเดิมหละชี้แจงนิดหน่อยก่อนจะปล่อยให้นักเรียนกลับบ้านตัวเอง”“งั้นไม่ต้องรีบหรอก วันนี้ชิลๆ”“แม้1ปีต่อจากนี้เขาจะไม่สอนเยอะแล้วก็ตามแต่นายอย่าลืมว่าเรายังเป็นนักเรียนที่นี่อยู่”“คร้าบบบๆ รีบไปเถอะครับ”โรงเรียนอิ้ส พ้อยท์ เป็นโรงเรียนนักเรียนทหารตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศหลังจากเรียน2ปีอันทรหดไปแล้วอีก1ปีจะให้เรียนแค่ทฤษฎีและในทุกๆ1ปีจะปล่อยให้นักเรียนกลับบ้านไปพบกลับครอบครัวได้1เดือนลานหน้าโรงเรียนอิ้ส พ้อย 7.30น.“แถวตรง!”เสียงของหัวหน้ากองร้อยนักเรียนดังขึ้นเสียงที่คุยกันเบาๆเงียบกริบทันที“ทำความเคารพ!”“สวัสดีครับ!!(นักเรียนในแถว)”ชายวัยกลางคนไว้รองทรงผมสีบลอนในเครื่องแบบทหารเต็มยศได้มาอยู่ด้านหน้าพวกเรา“สวัสดีนักเรียนทหาร อิ้ส พ้อย ทุกคน ผมพลโทอาเธอร์ แม๊คเคลสัน วันนี้ก็เหมือนปีก่อนๆนะครับเรื่อง.....”“เห้ยใครวะ ลูก้า ปกติผอ. ต้องออกมาพูดดิ” ผมกระซิบถามลูก้าที่อยู่ด้านหลังแถว“แล้วผอ.ไม่ใช่ทหารเหรอ แกก็เป็นเหมือนกัน?”“ก็ใช่ แต่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร”“พลเอกอาเธอร์ แม๊คเคลสันไง”“ไม่ใช่ชื่อ อยากรู้ว่า--”“เดี๋ยวค่อยพูดตอนเลิกแถว อยากโดนลงโทษเหรอไง?”“………”“วันนี้ผมแค่มาดูรุ่นน้องในฐานะรุ่นพี่ขอให้อีก1ปีตั้งใจให้เต็มที่และก็ขอให้เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะครับ”“ทำความเคารพ!(หัวหน้ากองร้อย)”“ขอบคุณครับ!(นักเรียนในแถว)”“เดินไปทีละแถวไปที่สถานีรถไฟนะ เลิกแถวได้”หลังเลิกแถว 8.30น.“ทีนี้บอกได้ยัง ลูก้า?”“นายไม่รู้เหรอ จริงดิ?!”“ไม่รู้ไงเลยถาม”“พลโทอาเธอร์ แม๊คเคลสัน รุ่นพี่เราที่จบไปแถมมีส่วนช่วยที่ทำให้ประเทศเราชนะสงครามแย่งดินแดนใหม่กับประเทศทางใต้ได้ไง”“งั้นเขาก็เคยร่วมรบกับพลเอกเอ็ดเวิด ดี จีน วีรบุรุษคนนั้นนะเหรอ?!”“อืม ประมาณนั้น”“เห้ย ลูก้า!นั้นมันสุดยอดเลยนะเว้ยได้ร่วมรบกับวีรบุรุษอย่างพลเอกเอ็ดเวิด ด้วยมันเป็นเกียรติมากในฐานะทหารนะ”“ทุกคนก็เก่งหมดนั้นแหละไม่ใช่แค่เขา”“ก็ถูกของนายแต่ว่าวันนี้ร้อนเป็นพิเศษนะ” “เดือนนี้ฤดูร้อนนี่นาแต่ก็จริงของนาย”“ทำใมไม่ให้นั่งรถเกวียนไปเนี่ย”“โรงเรียนเราไม่มีรถเกวียน”“งั้นทำใมไม่ให้วิ่งไป”“วิ่งไปก็เหนื่อยหนักไปอีก”“โอเคจบ”“อืม”แสงแดดร้อนๆทำให้ผมไม่อยากพูดต่อความเงียบเข้ามาแทนที่ระหว่างเดินไปจนถึงสถานีรถไฟสถานีรถไฟ9.00น.“บ้าเอ้ย กว่าจะถึงเดินจนเมื่อยหมดแล้ว”“แต่ก็มาถึงแล้วอย่าบ่นเลย”ระยะห่างระหว่างโรงเรียนและสถานีรถไฟห่างกันประมาณ1โลครึ่งแต่วันนี้แดดแรงไปหน่อยเลยทำให้นักเรียนคนอื่นๆเพลียจัดถึงกับต้องนั่งกับพื้นทิ้งมาดนักเรียนทหารไป“รีบไปจองตั๋วเถอะลูก้าอยากกลับไวๆ”“ขอเช็ดเหงื่อแปปหนึ่ง”“เดี๋ยวขอไปซื้อก่อน”“เออ เดี๋ยวตามไป”หลังจากที่คุยตกลงกันเสร็จผมก็เดินไปที่ซื้อตั๋วที่หน้าเคาเตอร์เพื่อที่จะไป นอร์ท กรีนวิลและนั่นคือเส้นทางที่จะไปบ้านของผม“ซื้อแล้วเหรอ เดนนี่?”“ซื้อมาแล้ว”“งั้นรอตรงนี้ขอไปซื้อตั๋วก่อน”“อืม”ผมได้มองลูก้าเดินไปต่อแถวยาวเป็นรถไฟเพื่อซื้อตั๋ว‘เวรเอ้ย รอนานแน่ๆคราวนี้’ผมได้แต่ถอนหายใจนอนพิงบนม้านั่งไม้ก่อนจะหันไปมองรอบๆที่มีเต่นักเรียนทหารของเรานั่งเป็นกลุ่มคุยกันเสียงปะปนกัน“เห้ย นายได้ยินเรื่องประธานาธิบดีคนใหม่ยัง”เสียงของนักเรียนทหารคู่หนึ่งกำลังคุยกันด้านหลังผมทำให้ผมได้ยินไปด้วยเลย“คุณดอน เคลลิงตัน นะเหรอ?”“ใช่ๆที่มาจากพรรคทางตอนเหนือ”“พรรคนอร์ท ลีอองลีน ใช่ปะ”“อืมๆนั่นหละ ได้คะแนนเลือกตั้งไปได้มากกว่าพรรคทางใต้ไป2เท่าเลยนะ”“ไม่แปลกใจหรอก ใช้นโยบายความเท่าเทียมของมนุษย์เพื่อดึงคะแนนไปก็นำโด่งแล้วในสถานการณ์ตอนนี้”“นโยบายความเท่าเทียมของมนุษย์ที่ข่าวลือบอกว่าจะมีการเลิกทาสทั่วประเทศนั่นนะเหรอ!”“เห้ยๆๆ อย่าพูดดังไป”“แถวบ้านฉันก็ซวยดิอย่างนั้น แถวภาคใต้เป็นพวกเกษตรกับปศุสัตร์เป็นหลักเราต้องการทาสพวกนี้มากๆนะเว้ยเพื่อให้มีรายได้ของเราและปากท้องของคนในครอบครัวไอ้พวกทางเหนือคิดบ้าอะไรอยู่วะ!”“ใจเย็นๆน่า”‘นโยบายความเท่าเทียมของมนุษย์?เลิกทาสเหรอ?’เรื่องของทาสไม่ว่าทาสจะเป็นชาติไหนยังเป็นปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่รุ่นทวดแล้วเมื่อสมัยก่อนทาสคือสิ่งจำเป็นมากในการทำกำไรให้พวกค้าทาสและคนทางใต้ให้ไปทำงานให้กับไร่สวนส่วนทางตอนเหนือได้เริ่มสร้างโรงงานขึ้นมาซึ่งมากกว่าโรงงานทางใต้มากทำให้ได้กำไรมากกว่าเลยสามารถจ้างคนได้ทุกมากกว่าเลยไม่ซีเรียสเรื่องทาสเท่าไหร่ทำให้แต่ตอนนี้มีการเลือกตั้งอีกครั้งหลังประธานาธิบดีคนก่อนดำรงต่ำแหน่งมา5ปีแทนที่จะเป็น4ปีด้วยเหตุผลบางอย่างที่รัฐบาลตอนนั้นบอกไม่ได้แถมอยู่ฝั่งพรรคทางใต้ด้วยทำให้ประชาชนไม่พอใจเป็นอย่างมากเลยออกมาประท้วงให้เลือกตั้งให้เร็วที่สุดในฐานะประเทศประชาธิปไตย“ใจเย็นๆน่าฉันได้ยินว่าทางรัฐบาลจะค่อยๆลดทาสลงเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางที่นายอยู่”“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นแต่พรรคเซาท์ เวลลิงตัน ไม่ยอมแน่ๆไม่แน่บางทีอาจจะแยกตัวออกมาตั้งรัฐบาลตัวเองแข่งกับพวกทางเหนือแน่ๆ”“ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเถอะไม่งั้นประเทศนี้ได้เป็นบ่อเลือดแน่ๆ ฉันไม่อยากสู้พวกเดียวกันนะ”แล้วก็ได้ป็นดั่งใจประชาชน เมื่อ2สัปดาห์ก่อนได้มีการเลือกตั้งกันขึ้นระหว่าง2พรรคใหญ่ๆคือพรรคเซาท์ เวลลิงตันกับพรรคนอร์ท ลีอองลีน แต่คราวนี้พรรคนอร์ท ลีอองลีนได้ใช้นโยบายเด็ดที่สุดคือนโยบายความเท่าเทียมของมนุษย์ ทำให้ทางตอนเหนือและบางแห่งในใต้ให้ความสนใจกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัวเลยโกยคะแนนไปจนได้เป็นรัฐบาลชุดใหม่และส่งคุณดอน เคลลิงตัน เป็นประธานาธิบดี“เดนนี่ รอนานไหม?”ลูก้าได้เดินมาพร้อมกับตั๋วใบหนึ่ง“ไม่”“ไม่นาน?”“ไม่นานก็บ้าหละ”“คนมันเยอะไม่เห็นเหรอ?”“เห็น”“แล้วไอ้พวกนั้นเป็นใคร เห็นนั่งฟังอยู่เมื่อกี้”“ไม่มีไรหรอกก็แค่ฟังเรื่อยเปื่อย”แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!เสียงระฆังดังหลายทีพร้อมกับรถไฟไอน้ำได้มาจอดตรงชานชาลาข้างหน้าพวกเรา“รถไฟเที่ยวนายมาแล้ว”“อืม นายไปที่วินส์เบิกใช่ไหม ลูก้า”“บ้านฉันอยู่ที่นั่นก็ต้องไปสิ”“ฝากสวัสดีพ่อแม่นายด้วยนะ ลูก้าคงไม่โดนไม้กางเกนกันไม่ให้เข้าบ้านนะ”“นายก็เหมือนกันเดนนี่ ฝากบอกแม่นายด้วย อ้อ!และนี่ด้วย”ลูก้าไปหยิบช่อดอกไม้ช่อเล็กช่อหนึ่งแล้วเดินมาให้“นายรู้ด้วยเหรอ?”“อืม”“อีก1เดือนเจอกัน ลูก้า”“อีก1เดือนขอให้พระเจ้าคุ้มครองนาย”‘ผู้โดยสารที่จะไปสถานีนอร์ท กรีนวิล กรุณาเข้ารถไฟด้วยครับ’เสียงของเจ้าหน้าที่รถไฟเรียกผู้โดยสารทุกคนให้เข้ารถไฟให้ตรงตามเวลาผมรีบหยิบกระเป๋าเดินทางและช่อดอกไม้ไปทางเข้า“เออ! เดนนี่”จู่ๆลูก้าตะโกนเรียกผมจนผมต้องหันหลังมา“มีอะไร ลูก้า?”“ฝากสวัสดี เธอ ด้วยนะ”“ได้ๆ”สิ้นสุดคำบอกลาก็แยกกัน รถไฟไอน้ำก็เริ่มออกจากชานชาลาไปผมได้นั่งริมหน้าต่างมองไปด้านนอกที่เปลี่ยนฉากไปเรื่อยๆก่อนหยิบรูปหนึ่งมาดูมันทำให้ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อย “เธอสวยดีนะ พ่อทหารหนุ่ม”ชายชราในชุดสูทกับไม้เท้าได้มานั่งข้างๆผมด้วยรอยยิ้ม“ขอบคุณครับ”“รีบบอกสิ่งในใจก่อนที่จะไม่ได้บอกนะไอ้หนู”พูดจบเขาก็ลุกเดินออกไปทำให้ผมต้องมึนงง“รีบบอกสิ่งในใจก่อนที่จะไม่ได้บอกเหรอ?”ผมได้แต่คิดถึงประโยคของเขาก่อนเก็บรูปแล้วหันไปมองออกไปข้างนอกอีกครั้งและทบทวนเรื่องเก่าๆไปเรื่อยๆ