ตอนที่ 7
ทางบ้านอีกหมู่บ้านหนึ่ง ที่เป็ที่อยู่ของชายหนุ่ม และเด็กชายกับเด็กหญิง ที่ตอนนี้อาศัยอยู่กัน สามคนพี่น้อง เนื่องจากพ่อและแม่ได้ตายจากไปเนื่องจากไข้ป่า ส่วนคนที่เป็ย่าและลุงทั้งสองคนก็ไม่คิดจะสนใจและคิดว่าทั้งสองคนเป็ภาระ จึงได้ทำการแยกบ้านออกไปให้ไปหากินกันเอง และไม่คิดจะสนใจเลยสักนิด มีแต่คอยมาเบียดเบียนซ้ำเติมความลำบากให้กับสามพี่น้องเสียมากกว่า
อย่างวันนี้ก็เช่นเดียวกัน คนเป็ย่าและป้าสะใภ้ ที่รู้ว่าหลานชายคนโตไม่อยู่บ้าน เข้าป่าไปล่าสัตว์ ซึ่งบางวันก็ไปค้างคืน จึงมักจะมาหาสองพี่น้องที่อยู่กันสองคน เพื่อที่จะมาบีบให้นำของที่มีมาแบ่งให้กับพวกตนเอง และเหลือเอาไวให้สองพี่น้องจนแทบจะไม่เหลือเลยด้วยซ้ำ และยังบังคับไม่ให้บอกกับพี่ชาย ด้วยความเป็เด็กจึงพยายามที่จะทน เพราะไม่อยากจะให้พี่ชายไม่สบายใจเื่ของตนเอง เพราะรู้ว่าพี่ชายเหนื่อยแค่ไหนกับการหาเลี้ยงพวกเขาสองคน
"หนิงเฉิง หนิงจิน ออกมาเปิดประตูหน่อยเร็วๆ เข้า นี่ป้าสะใภ้กับย่าเอง"
เมื่อมาถึงบ้านทั้งสองคนจึงได้เคาะประตูทันที เพราะได้รู้ข่าวว่าพี่ชายของเด็กทั้งสองคนเข้าป่าล่าสัตว์ไปั้แ่เมื่อวานแล้ว เช้าวันนี้จึงได้รีบมาหาทั้งสองคนทันที เหมือนกับที่แล้วมา
ส่วนเด็กชายหญิง ที่อยู่ในบ้านที่ได้ยินเสียงของย่าและป้าสะใภ้เรียกถึงกับสะดุ้ง เพราะไม่รู้ว่าย่าและป้าสะใภ้จะมาเอาอะไรกลับไปอีก ตอนนี้ที่บ้านก็แทบจะไม่มีอะไรกินกันอยู่แล้ว ยังจะมาเบียดเบียนพวกเขาสองคนอีกทำไมกัน แต่ไม่เปิดประตูก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน
"ย่า ป้าสะใภ้" ทั้งสองคนจำใจที่จะกล่าวคำทักทายออกไป แม้จะไม่อยากจะทำก็ตามที
"เรียกอยู่ตั้งนาน ทำไมถึงได้เปิดประตูช้าเหลือเกิน มัวทำอะไรกันอยู่ ไม่ใช่ว่าจะเก็บของไปซ่อนหรอกนะ"
เย่วชิง มองหลานชายของสามีด้วยความไม่พอใจ เพราะความชักช้า ให้เธอเคาะประตูนานจนเจ็บมือ
"ย่าและป้าสะใภ้อย่าเอาอาหารพวกเราไปเลยนะครับ ถ้าเอาไปเราสองคนจะกินอะไร พี่ใหญ่ก็ไม่อยู่บ้าน ไม่มีใครหาอาหารมาให้" เขาไม่ตอบอะไร แต่มาขอร้องมากกว่า เพราะรู้ดีว่าทั้งสองคนมาทำอะไรกัน
"เป็เด็กไม่ได้ทำงานอะไร จะกินอาหารมากมายไปทำไมกัน พวกลุงๆ นูนทำงานกัน ต้องมีอาหารให้พวกเขากินมากหน่อย"
เด็กพวกนี้ บอกกี่ครั้งก็ไม่เคยคิดที่จะจำ ยังจะต่อต้านไปเสียทุกครั้ง รู้ว่าทำไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังจะดื้อด้านไปได้ ไม่เห็นจะหน้าสงสารเลยสักนิด
"นั่นนะสิ หลบไป ป้าจะไปดู ว่ามีอะไรนำกลับไปได้บ้าง" พูดมากน่ารำคาญจริงๆ
"ป้าสะใภ้อย่านะครับ พวกเรามีข้าวแค่นิดเดียว เก็บเอาไว้ให้พวกเราเถอะครับ" พยายามที่จะขอร้องอีกครั้ง แม้จะรู้ว่าคงไม่มีประโยชน์ก็ตามที
"ป้าสะใภ้บอกให้หลบไป ไม่ได้ยินหรือยังไง หรือว่าอยากจะเจ็บตัว แล้วอย่าหาว่าป้าสะใภ้ ใจร้ายไม่ได้นะ" ขวางทางอยู่ได้
"ผมไม่หลบครับ ของพวกนี้เป็ของบ้านผม ป้าสะใภ้และย่า ไม่มีสิทธิ์ มาเอาไปนะครับ"
"ย่าไม่สน จะหลบหรือไม่หลบ" เป็เด็กจะกินอะไรมากมาย มีกันอยู่แค่สองคน ที่บ้านใหญ่คนเยอะจะตายไป
"ไม่ครับ"
แม้จะกลัวทั้งสองคนมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่ปกป้องอาหารที่เหลืออยู่ พวกเขาสองคนจะกินอะไรกัน ย่าและป้าสะใภ้ไม่สงสารเขากับน้องเลยสักนิด เขามองย่าและป้าสะใภ้ด้วยความน้อยใจ
"ดี ไม่หลบใช่ไหม สะใภ้ใหญ่จัดการ"
"ได้คะแม่"
เมื่อแม่สามีอนุญาต เย่วชิง จึงได้ผลักทั้งสองคนจนล้มลงไป เพื่อที่จะได้ออกไปให้พ้นทาง ไม่ได้สนเลยสักนิดว่าเด็กทั้งสองคนจะเป็อะไรหรือเปล่า โดยมีคนเป็ย่าที่ยืนมองเหมือนกับเป็เื่ปกติ เหมือนกับว่าทั้งสองคนไม่ใช่หลานเลยสักนิด
"แค่นี้ก็จบแล้ว ไม่รู้ว่าจะเื่มากทำไม" เมื่อเด็กทั้งสองคนพ้นทางไปแล้ว จึงได้พูดออกมา
"หนิงจิน น้องเป็อะไรหรือเปล่า"
"ฉันไม่ได้เป็อะไรค่ะ แต่พี่เจ็บมากหรือเปล่าคะ" เมื่อเห็นว่าพี่ชายล้มลงอย่างแรง จึงถามด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เป็อะไรหรอก แค่นี้พี่ทนได้ แต่ว่าอาหารที่พี่ใหญ่เตรียมเอาไว้ให้เรา พวกเขาคงเอาไปเกือบหมดแน่เลย เราจะเอาอะไรกินกัน"
ทั้งสองคนกอดกัน หนิงเฉิง ที่เป็พี่ชาย พยายามที่จะกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา เพราะอยากที่จะเข้มแข็ง เพื่อที่จะได้ปกป้องน้องสาวได้ แต่เขาก็แค่เด็กอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น จะไปสามารถทำอะไรได้มาก จึงทำได้เพียงให้พวกเขา หยิบจับของที่มีน้อยนิดกลับไปจนพอใจ เมื่อได้ของแล้ว จึงได้เดินออกมาอย่างหน้าตาเฉย ไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด ที่มาแย่งของเด็กกลับบ้าน
"แล้วอย่าได้บอกพี่ขายของแกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นน้องสาวของแก ฉันจะจับตีให้ก้นลายไปเลย ไม่เชื่อก็ลองดู"
ก่อนที่จะกลับยังไม่วายที่จะข่มขู่สองพี่น้อง เพราะทั้งสองคนไม่อยากจะมีเื่กับ หนิงหลง เนื่องจากเ้าตัวเป็คนที่จริงจัง และไม่ยอมคนถ้ารู้ว่าน้องชายและน้องสาวถูกรังแก จะต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน เพราะทั้งสามคนนี้แยกบ้านออกมาแล้ว จึงไม่สามารถมายุ่งเกี่ยวได้อีก ทางที่จะไม่ให้รู้เื่ คือต้องข่มขู่สองพี่น้องนี้แทน
เมื่อทั้งสองคนออกจากบ้านไปแล้ว สองพี่น้องจึงรีบวิ่งเข้าไปดูที่ครัวว่ายังมีอะไรเหลืออยู่บ้าง แม่จะทำใจเอาไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังหวังให้พวกเขาเห็นใจเด็กสองคนที่อยู่กันเอง แต่เหมือนกับว่าพวกเขาไม่มีมโนธรรมในจิตใจเลยสักนิด เพราะข้าวที่เหลืออยู่ มีเพียงกำมือเดียวเท่านั้น แล้วจะพอกินได้ยังไง และไม่รู้ว่าพี่ชายจะกลับมาวันไหน ถ้าอีกหลายวัน พวกเขาสองตนไม่อดตายไปก่อนหรอกหรือ ยิ่งคิดยิ่งเศร้าใจ
เมื่อเห็นอย่างนั้น หนิงเฉิง ที่ตอนแรกกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ แต่ตอนนี้ไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้แล้ว ทั้งสองคนจึงได้กอดกันร้องไห้กับความคับแค้นใจในครั้งนี้ ร้องไห้จนพอใจแล้วจึงได้หยุดร้อง
"พี่หนิงเฉิง เราจะทำยังไงกันดี พี่ใหญ่ไม่รู้ว่าจะกลับวันไหน เราไม่เหลือข้าวแล้ว เราสองคนจะกินอะไรกัน"
"หนิงจิน น้องไม่ต้องกลัวนะ พี่จะไม่ยอมให้น้องอดหรอก เดี๋ยวเราไปหาขุดเผือกขุดมัน คงพอประทังความหิวก่อนที่พี่ใหญ่จะกลับมา"
แม้มันจะไม่เหมือนกับข้าว แต่มันสามารถที่จะทำให้ไม่หิวได้ และเขาพอที่จะหามาให้น้องได้กินได้เช่นเดียวกัน เขาจะมามัวอ่อนแออย่างนี้ไม่ได้ พี่ใหญ่บอกว่าเป็ผู้ชายต้องเข้มแข็ง และต้องสามารถดูแลน้องได้ เพราะว่าน้องเป็ผู้หญิง และอ่อนแอกว่าเรา
"แต่ว่ามันอันตรายนะคะ หนิงจิน ไม่หิวก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเราเอาผักมาต้มกินพอประทังความหิวก็ได้ค่ะ หนิงจินไม่อยากให้พี่หนิงเฉิง เข้าป่าไปหามัน หนิงจิน กลัว"
"พี่ไม่เข้าไปในป่าแล้วก็ได้ เดี๋ยวเราไปหา เผือกที่ริมลำธารก็แล้วกัน น้องจะไปด้วยหรือเปล่า หรือว่าจะอยู่บ้านรอพี่กลับมา"
"หนูไปด้วยดีกว่า จะได้ช่วยพี่หนิงเฉิงขุดด้วย หนูไม่อยากอยู่คนเดียว"
"อย่างนั้นก็ไปเตรียมตัวกันเถอะ จะได้กลับมาไม่เย็นมาก และจะได้หาให้มากหน่อย"
"ค่ะ"
เมื่อทั้งสองคนไม่อยากจะคิดถึงสิ่งที่ย่าและป้าสะใภ้ทำ โดยการมาเอาข้าว ที่มีอยู่น้อยนิดไปเกือบหมด และทั้งสองคนไม่มีทางเลือกอื่น น้องจากต้องช่วยตัวเอง เพราะจะขอความเห็นใจจากพวกเขา คงไม่มีทาง เพราะพวกเขาใจดำกับพวกเขาสองพี่น้องเหลือเกิน ถ้าพี่ใหญ่ไม่บอกว่าย่าเป็แม่ของพ่อ เขาคงคิดว่าพ่อต้องถูกเก็บมาเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะทำกับหลานเหมือนกับไม่ใช่ย่าอย่างนั้น
แต่ทั้งสองคนก็ไม่คิดที่จะรอ อดตายอยู่ที่บ้าน เพราะพี่ใหญ่สอนเขาให้รู้จักหากินง่ายๆ เนื่องจากพวกเขาต้องหากินกันเองสามพี่น้อง ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ในบ้าน พี่ใหญ่จึงได้สอนการหากิน ที่สามารถทำได้ทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ทั้งสองคนสามารถหากินได้ ไม่อดตาย
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )