หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ เขาเองกล่าวเตือนสติ หยุนเทียนในทันใด “เจ้าอย่าได้ ลนลานไป หยุนเทียน มันเป็นแค่สัญญาณ แรกเริ่มของการเลื่อนขั้นปราณจิตก็เท่านั้น”
ทว่าเหมือนว่าน้ำเสียงของชายชรา ที่เอ่ยเตือนสติขึ้นมา จะไม่ทันการเสียแล้ว ฉับพลันปากของอสรพิษเพลิง ยักษ์ หยุนเทียนก็พุ่งปราด อ้าปากออกกว้าง หมายมั่นจะกลืนกินอี้เฉินเข้าไปทั้งตัว ประหนึ่งงูที่อ้าปากออกกว้าง หมายจะกลืนสวรรค์ปฐพี
ด้านอี้เฉินที่เห็นปากอสรพิษเพลิง พุ่งปราดเข้าโจมตี เขาไม่รอช้า สำแดงวิชาหมื่นโลกออกมาป้องกันกาย พร้อมแค่นเสียง คำรามออกมาดังก้อง
“วิชาคุ้มกันกาย!” ม่านพลังแผ่ขยายออกจากร่างกายอี้เฉิน สร้างโลกใบเล็กขึ้นมาในทันใด
ก่อนเสียงแตกร้าวของโลกใบเล็กอี้เฉิน จะดังออกมาก้องฟ้า ม่านพลังแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา จากปากอันใหญ่โต พร้อมกับคมเขี้ยวที่แหลมคม ของงูแผดเผาเพลิงตะวัน ทำให้อี้เฉินหน้ามืดทะมึนไม่น้อย จากเพลิงสีดำที่มันพ่นออกมา จากปากอันใหญ่โต ส่งให้ผิวกายอี้เฉินแดงฉาน หลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ ราวกับว่าอี้เฉินมายืนบนปากหุบเหว อเวจีอีกครา รับรู้ถึงความตายได้จนเด่นชัด
ก่อนฝ่ามืออี้เฉิน จะสำแดงอักขระออกมาลอยล่อง สร้างวงแหวน หมุนโคจรบริเวณฝ่ามือขึ้นมาเป็นชั้นๆ ส่องแสงสีแดงสว่างจนพร่างพราว แค่นเสียงดุดันแข็งกร้าวออกมาในทันใด
“เคล็ดวิชาฝ่ามือผนึกโลหิต” ก่อนอี้เฉินจะซัดฝ่ามือ เข้าใส่ปากอันใหญ่โตมโหฬาร ของอสรพิษเพลิงอย่างรุนแรง ประหนึ่งฝ่ามือที่สลักคำว่าตายลงไป ฉับพลันเสียงตู้ม! ก็ดังออกมาก้องฟ้า ฉีกกระชากสวรรค์เก้าชั้นฟ้า จนสั่นไหว เต็มไปด้วยปราณพลังที่บ้าคลั่ง แตกกระจัดกระจาย
ส่งให้ร่างอสรพิษ เพลิงดำทมิฬตัวใหญ่โต ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด “อ๊ากๆ!”กายาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวในพริบตา สายเลือดของหยุนเทียน ถูกตราประทับบางอย่าง สะกดไว้ในทันใด
ก่อนจะถูกหนึ่งดัชนีตัดฟ้า อี้เฉินสำแดงผ่าแยกท้องฟ้า ประหนึ่งว่าตัดผ่าสวรรค์และโลกออกจากกัน ตัดผ่าร่างของหยุนเทียน ขาดเป็นสองส่วน ตายตกในพริบตา
เมื่อเสียง “จงผ่าแยก”อี้เฉินแค่นเสียงคำรามออกมาดังกู่ก้อง แม้แต่หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ที่เข้ามาแทรกแซงการโจมตี จากการบังคับเขตแดนโบราณ เข้าลบล้างการโจมตีของอี้เฉิน ไม่อาจรั้งชีวิตของหยุนเทียน ไว้ได้ทัน จากความประมาทของพวกเขา ส่งให้หยุนเทียนต้องตายตกอย่างน่าอดสู
ทุกๆ อย่างเกิดขึ้นเร็วมากในเสี้ยววินาที หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ คำรามออกมาก้องฟ้าในทันที ด้วยความเดือดดาลบ้าคลั่ง “อ๊ากๆๆ!! เจ้าช่างสามหาวนักอี้เฉิน ถึงกับกล้า สังหารลูกหลานของจักรพรรดิโบราณ ของพวกเราเลยงั้นหรือ …เช่นนั้น เจ้าจงไปชดใช้ บาปนั้น ในนรกแล้วกัน”
ฉับพลันฝ่ามือของเขาก็บีบเข้าหากัน ช้าๆ ในทันใด มองอี้เฉินเป็นเพียงมดปลวก เมื่ออยู่ต่อหน้าขั้นราชันสวรรค์ อย่างตัวเขา
“เจ้าจงตายเสีย เขตแดนโบราณบีบอัด”
รอบด้านเขตแดนโบราณที่อี้เฉินอยู่ จู่ๆ ก็สั่นไหวไม่หยุด ก่อนมันจะขยับไหว ตามแรงบีบมือของชายชรา บีบรอบบริเวณให้เข้าหากันช้าๆ
อี้เฉินเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน คำรามก้องออกมาด้วยความน่าอดสู “ไอ้แก่ เจ้าถึงกับลงมือฆ่าสังหารข้า ด้วยตัวของเจ้าเองเลยหรือ เจ้ามันช่างปอดแหก เหมือนกับผู้เป็นนายของเจ้าจริงๆ”
“ฮ่าๆ เจ้าจะพูดดีได้ก็แค่ตอนนี้แหละ หนุ่มน้อย” ก่อนชายชรา หยุน ฟ่านซื่อ จะค่อยๆ บีบฝ่ามือเข้าหากัน ช้าๆ มองชมอี้เฉินทุกข์ทรมาน ด้วยสองตาที่ทอประกาย
บริเวณที่อี้เฉินอยู่ ราวกับถูกจำกัดอยู่ภายในโลกใบเล็ก พร้อมกับซากของเขตแดนโบราณ ที่พยายามพุ่งมาอัดกระแทก ร่างของอี้เฉิน ไม่มีทางให้เขาหนีเลยแม้แต่น้อย
จนยามนี้ร่างอี้เฉินลอยกระเด็นออกไป ราวกับสายป่านเว่าที่ขาด ริมฝีปากกระอักเลือด ออกมาไม่หยุด ร่างกายบาดเจ็บหนักไม่น้อย ทว่าแววตาของอี้เฉินยังคงทอแสงประกาย ไม่หมดไฟความหวังไปจากกรอบสายตา
แม้ยามนี้ ประหนึ่งว่า อี้เฉินอยู่ภายในฝ่ามือของราชันสวรรค์ หยุน ฟ่านซื่อ ก็มิปาน ส่งให้ร่างอี้เฉินถูกบีบอัด อย่างรุนแรง จากพื้นที่ ที่ค่อยๆ บีบเข้าหากันช้าๆ
อี้เฉินจ้องมอง ราชันสวรรค์ ผู้นั้น ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ โกรธแค้น ก่อนจะนำสมบัติกระดูกเต่าโบราณ ขึ้นมาถือไว้ในฝ่ามือ ขับเคลื่อนปราณพลัง เข้าไปภายในสมบัติศักดิ์สิทธิ์อย่างบ้าคลั่ง
จนมันฉายภาพเต่านิลกาฬ โบราณขึ้นมา ป้องกันกายอี้เฉินไว้อยู่หลายชั่วอึดใจ ก่อนกระดูกเต่าโบราณ จะเกิดการแตกร้าวลุกลามไปทั่ว จากที่เคยปริแตกก่อนหน้านี้อยู่แล้ว พร้อมกับเสียงระเบิดดังออกมากึกก้อง ในอีกไม่กี่เสี้ยวอึดใจ เมื่อสมบัติศักดิ์สิทธิ์รับแรงบีบอัดที่มากมหาศาล ไม่ไหวอีกต่อไป
พร้อมกับฝ่ามือของ หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ ที่กำฝ่ามือลงไปจนมิด เกิดเสียงแตกร้าวของนิ้วมือดังออกมาก้อง ส่งให้รอบบริเวณ เต็มไปด้วยฝุ่นควันที่กระจัดกระจาย ลอยคละคลุ้งในทันใด
“ข้าแก้แค้นให้เจ้าแล้ว หยุนเทียน เจ้าหลับให้สบาย ชนรุ่นหลังของข้า ไม่ช้าดินแดนเทพ จะถูกความมืดเข้าปกคุมไปทั่วอาณา เจ้าคือส่วนหนึ่ง ที่แต่งแต้มสีดำสนิท ดุจหมึกเหล่านั้นลงไปภายในดินแดนเทพ เจ้าจงตายอย่างภาคภูมิใจเถอะ”
ทว่าในเสี้ยววินาที ที่หัวหน้าองครักษ์ หยุน ฟ่านซื่อ คิดจะจากสถานที่แห่งนี้ไป คำสั่งล่าสังหาร ที่เขาเตรียมจะเผาทิ้ง มันก็สั่น เร้าๆ ขึ้นมาบนฝ่ามือของเขาในทันใด
ชายชรารีบหันไปมอง บริเวณที่เขตแดนโบราณของเขา บีบอัดบดขยี้ อี้เฉินในฉับพลัน ก่อนเขาจะหดดวงตาจนเล็กแคบ
เมื่อเห็นท่ามกลางกลุ่มควันหนา เต็มไปด้วยเศษปราณพลังที่กระจัดกระจาย ปรากฏ ชุดเกาะสีทอง ตัดลวดลายโลหิตสีแดงขึ้นมา ส่องสว่างจนพร่างพราว ..ก่อนจะเผยให้เห็นชายหนุ่ม ที่สวมใส่ชุดเกาะคุ้มกันกาย พร้อมกับใบหน้าอี้เฉิน ที่เต็มไปด้วยคราบโลหิต แต่งแต้มใบหน้า เส้นผมจนเป็นสีแดงฉาน จากเลือดของเขาเอง แววตาเต็มไปด้วยความอิดโรย หม่นแสงอยู่ไม่น้อย ทว่าสายตาคู่นั้น ของอี้เฉินก็ยังมองทอดยาวออกไปด้านหน้า ยังไม่หมดความหวัง ที่จะรอดชีวิตไปแม้แต่น้อย

“เจ้า! เจ้า! ไอ้ตัวตายยากตายเย็น เจ้ายังจะรอดจากการโจมตีของราชันสวรรค์ มาได้อีกเช่นนั้นหรือ? …เกรงว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปแล้วกระมังอี้เฉิน เหมือนว่าชายชราผู้นี้จะต้องกลบฝังเจ้า ด้วยสองมือของข้าจริงๆ แล้วกระมัง”
****
ช่วงเวลาที่ไล่ๆ กัน โม่กวางเขา เร่งสืบฝีเท้าไปยัง เทือกเขาบรรพต ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งมั่น ของกลุ่มคนดินแดนเทพ ตั้งค่ายต่อสู้กับกลุ่มคนต่างดินแดน อย่างดุเดือดในทันใด
เขตเชิงเขาด้านหน้าเทือกเขาบรรพต ต่างก็เต็มไปด้วยภาพการสู้รบ พร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือด ความตายลอยคละคลุ้ง ส่งให้ทั่วบริเวณอาบย้อมไปด้วยโลหิต สีแดงฉาน
ทว่าโม่กวางก็ต้องละสายตา จากภาพอันน่าสังเวช ออกไปเขาล้วนรู้ดี ยามนี้เขาไม่อาจเปลี่ยนแปลง สงครามเบื้องหน้าได้ ก่อนเขาจะใช้อภิสิทธิ์ ส่งรายงานขอความช่วยเหลือ เข้าไปภายในที่ประชุมของผู้สูงส่ง
ทว่ามันพอดีกับที่ วังจินผู้บัญชาการ กลับมาจากปราการทมิฬพอดิบพอดี รายงานของโม่กวางท่ามกลางที่ประชุม ที่มีผู้คนไม่เห็นด้วย บางคนก็เห็นด้วย ถูกปัดตกลงไปอย่างรวดเร็ว
แต่ที่พวกเขาเป็นกังวล คงจะเป็นเรื่องที่ ขั้นพลังราชันสวรรค์ สอดมือเข้ามาภายในสงครามมหาทวีป ทว่ายังไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัด ทำให้โม่กวางต้องจากไป ภายในที่พัก ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง คอตกลงไปไม่น้อย
“ไอ้พวกเวร กว่าพวกเจ้าจะตรวจสอบเสร็จสิ้น เพื่อนของข้า ไม่ไปนอนคุยกับรากโสมแล้วหรอกหรือ” โม่กวางกล่าวสบถด่าขึ้นมาในทันใด ด้วยความไม่สบอารมณ์ ทั้งๆ ที่พวกเขา ต่อสู้ไปพร้อมกับกลุ่มคนดินแดนเทพแท้ๆ แต่กลับไม่ได้ความจริงใจ กลับมาแม้แต่น้อย
ครั้นโม่กวาง เตรียมตัวภายในห้องรับรอง พร้อมออกไปสู้ศึก หมายมั่นจะตายตกไปพร้อมกับอี้เฉิน จู่ๆ ด้านหน้ากระโจมของเขาก็มีเสียงฝีเท้า ฟึบ! ดังขึ้นมา
โม่กวางเอ่ยเสียงเรียบให้ เสียงฝีเท้าเหล่านั้น ที่เข้ามาหาเขาอย่างไม่ปิดบัง “เชิญพวกเจ้าเข้ามา ข้ามีเวลาไม่มาก หากมีธุระอันใดรีบเอ่ยมา”
สิ้นเสียงของโม่กวาง ซีเผิงกับ ซีเยว่ พวกเขาทั้งสอง เข้ามาทักทายโม่กวางในทันใด “โม่กวาง เจ้าคิดจะไปช่วยอี้เฉิน ใช่หรือไม่ ให้พวกข้าติดตามเจ้าไปด้วย” สัตว์อสูร เยว่ เยว่ กับ เจ้าสมิงน้อย ที่อยู่ภายในแหวนมิติ ซีเยว่ ก็พยักหน้าขานรับคำ ของผู้เป็นนายเช่นกัน พวกเขายังจดจำยามที่อี้เฉินช่วยเหลือซีเยว่ได้ดี
“แต่ ..พวกเจ้า สถานที่แห่งนั้นอันตรายไม่น้อย”
โม่กวาง กล่าวภายในกระโจม ยังไม่ทันจะสิ้นประโยค ซีเผิงเขาแค่นเสียงแข็งกร้าว ขึ้นมาในทันใด “ไม่มีแต่โม่กวาง พวกข้าเตรียมใจไว้แล้ว”
โม่กวาง ส่ายหัวกับความบ้าของพวกเขา “ดี…ดี ซีเผิง ซีเยว่ พวกเจ้ามาช่วยข้า ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ ข้าได้วางค่ายกลเคลื่อนย้าย ไปยังบริเวณนั้นแล้ว”