ทันทีที่เหลือกันอยู่สองคน ฟีออนก็หันหน้าไปมองชายหนุ่มคนรัก หญิงสาวยื่นมือไปจับเสื้อบริเวณหน้าอกของคาอูลแล้วดึงลงมา ก่อนจะแนบเรียวปากทั้งสองไว้ด้วยกันเบาๆ
คาอูลยังคงอึ้งจนขยับไม่ได้ไปชั่วขณะ แม้ว่าฟีออนจะปล่อยมือละใบหน้าออกมาแล้ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าหญิงสาวจะกล้าจนเป็นฝ่ายลงมือรุกเขาก่อนแบบนี้ หลังตั้งหลักเรียกสติกลับมา ชายหนุ่มก็ทำท่าจะตอบโต้อีกฝ่ายด้วยกริยาเดิมอีกครั้ง แต่แล้วหญิงสาวคนรักกลับเบือนหน้าหันหนีเขาไป
“ท่านคุยเรื่องอะไรกับเจ้าหญิงเหรอคะ”
คาอูลกะพริบตาปริบๆ ปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทัน น้ำเสียงนั้นฟังดูอย่างไรก็เข้าข่ายเง้างอนอยู่พิกล แต่ว่า... เรื่องที่คุยกันระหว่างเต้นรำตอนนั้นจะให้เขาเอามาบอกนางได้อย่างไร
เพราะตั้งแต่เริ่มรู้จักเรียนรู้กันมา แม้จะปราชญ์เปรื่องเพียงใด แต่สาวน้อยของเขาเป็นคนจำพวกคิดมากแน่ๆ ฟีออนเก่งไปทุกเรื่องนั่นแหละ ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
“ก็เรื่องธรรมดาทั่วไป ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก”
ฟีออนหลุบตามองคาอูลอย่างไม่อยากเชื่อนัก หญิงสาวแอบมองปฏิกิริยาของคนรักของตัวเองกับเจ้าหญิงมาโมเนตอยู่ตลอดเวลา ทั้งสองไม่ได้มีท่าทีสนุกสนานหวานแหววให้ขุ่นเคืองใจหรอก แต่อาการตกตะลึงกลืนไม่ได้คายไม่ออกของเขาต่างหากที่ช่างชวนให้น่าแปลกใจ
ฟีออนมุ่ยหน้าเบะปากอย่างไม่พอใจ สะบัดหันหน้าหนีคาอูลแล้วเดินหนีออกไปในทันที
“เดี๋ยวก่อน! ฟีออน!” เสียงร้องเรียกของคาอูลดังตามหลังหญิงสาวขึ้น ชายหนุ่มตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นอากัปกริยาเหล่านั้น นางเป็นอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น
คาอูลออกวิ่งตามไปแต่ดูเหมือนฟีออนจะรู้ตัว หญิงสาวจึงได้ขยับขาจากก้าวเดินไวๆ เป็นวิ่งหนี และเป็นการวิ่งที่มีระดับความเร็วอันน่าตื่นตกใจเหลือเกิน ชายหนุ่มเร่งความเร็วเพื่อไล่ตาม แต่ในขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปคว้าแขนจากด้านหลังของคนรักไว้ได้นั่นเอง
เสียงร้องอย่างตกอกตกใจของชายหนุ่มดังขึ้น เมื่ออยู่ๆ ฟีออนก็หยุดชะงักกับที่อย่างกะทันหัน แต่คาอูลไม่ทันหยุดตัวเองได้แล้ว เขาชนเข้ากับด้านหลังของฟีออนเข้าเต็มแรง ก่อนที่ทั้งสองจะกระเด็นตกลงไปในสระน้ำลึกเบื้องหน้า
นายทหารหนุ่มโผล่ศีรษะขึ้นพ้นเหนือน้ำได้แทบจะในทันที เขาปลดฝักดาบที่ห้อยอยู่ข้างตัวโยนขึ้นด้านบน ก่อนจะกวาดสายตาหาคนที่ตกลงมาด้วยกัน แต่แล้วหันไปทางไหนเขาก็ไม่พบฟีออนเลย เพราะวันนี้มีงานเฉลิมฉลอง คบไฟตามสถานที่ต่างๆ จึงถูกจุดมากกว่าปกติทั่วทั้งพระราชวัง ในละแวกนี้แม้จะไม่ถึงกับมืดสนิท แต่มันก็สลัวเกินกว่าจะมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนดังเช่นในยามกลางวัน
“ฟีออน!” คาอูลหันซ้ายขวาหน้าหลังร้องเรียกคนรักอยู่หลายครั้ง ไม่แค่เพียงไม่มีเสียงตอบรับ แต่พื้นน้ำในละแวกนั้นราวกับทุกอย่างหยุดนิ่งไม่มีสิ่งใดกำลังขยับนอกจากตัวเขาเอง
ในเขตพระราชวังมีสระน้ำอยู่หลายแห่ง และสระนี้ก็เหมือนจะเป็นสระที่ใหญ่และลึกที่สุด คาอูลดำดิ่งลงไปยังใต้น้ำอีกครั้งอยู่นานจนรู้สึกว่าอากาศเริ่มหมด จึงได้โผล่ขึ้นมารับอากาศใหม่ แต่แล้วก็ยังไม่พบใครเหนือพื้นน้ำนอกจากตัวเอง
“นั่นใครกัน!” เสียงนั้นดังขึ้นจากขอบสระ คาอูลพบเหล่าทหารยามที่คงอยู่ละแวกนี้แล้วได้ยินเสียงของเขาเข้า
“มีคนตกน้ำ! ข้าคือคาอูลสังกัดกองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ พวกเจ้ารีบลงมาช่วยกันหาเร็วเข้า!”
แม้จะมองเห็นกันไม่ถนัด แต่เมื่อได้ยินชื่อและกองสังกัดแล้วแน่นอนว่าไม่มีใครในวังที่ไม่รู้จักพวกเขาทั้งสี่ นายทหารยามหนึ่งคนวิ่งตามไปเรียกคนอื่นๆ มาช่วยกัน ในขณะที่อีกคนถอดรองเท้า วางอาวุธแล้วกระโจนลงน้ำมาช่วยกันหาในทันที
คาอูลลองกะระยะขยับไปไกลออกจากจุดที่ตัวเองตกลงมาพอสมควรแล้วดำดิ่งลงในน้ำอีกครั้ง และในครั้งนี้เองที่ชายหนุ่มควานไปจับถูกร่างที่ราวกับกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ใต้น้ำ
“ฟีออน!” หลังโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำแล้วหญิงสาวก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ คาอูลพาหญิงสาวว่ายมายังริมสระก่อนจะยกตัวหญิงสาวขึ้นเพื่อให้เหล่าทหารเวรยามที่ตามกันมารับตัวฟีออนดึงขึ้นไป หลังจากนั้นก็ช่วยดึงเขาขึ้นมาต่อ
“ฟีออน! ฟีออน!” คาอูลจับใบหน้าของฟีออนขยับไปมาเล็กน้อย แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะยังไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มพักหายใจแล้วเริ่มตั้งสติ ก่อนจะเริ่มวิธีการช่วยเหลือชีวิตคนตกน้ำขั้นต้นโดยการผายปอดให้หญิงสาว
“ฟีออน! ทำใจดีๆ ไว้ ฟีออน!” เรียกครั้งแรกหญิงสาวก็ยังไม่กระดิก
“เจ้าฟื้นสิ! ฟีออน! ฟื้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!” คาอูลเริ่มผายปอดอีกครั้งเมื่อหญิงสาวไม่มีปฏิกิริยาตอบรับเลย
“ได้โปรด! ฟีออน...เจ้าอย่าตายนะ ห้ามเจ้าตายเด็ดขาด! ฟีออน!” อาการสะอึกสะอื้นเล็กน้อยของนายทหารมหาดเล็กฯ ผู้เข้มแข็งขององค์ราชาเริ่มขึ้นอย่างไม่อายสายตาใคร
“แค่ก..”
และแล้วเสียงสัญญาณหนึ่งที่ทำเอาหัวใจของคาอูลแทบหยุดเต้นก็ดังขึ้น หลังฟีออนไอสำนักน้ำออกมาจนน่าจะหมด ชายหนุ่มก็ดึงหญิงสาวลุกขึ้นมานั่งกอดไว้ในอ้อมอกทันที
“ข้าขอโทษ ข้าผิดเอง ขอโทษนะฟีออน ข้าขอโทษ”
ฟีออนรวบรวมเรี่ยวแรงยกมือขึ้นมาสัมผัสที่ใบหน้าของคาอูล เสียงของเขาสั่นเทาจนฟังออกได้ชัดเจนว่ากำลังร้องไห้
“ท่าน... ร้อง...ไห้ทำไม”
น้ำเสียงอ่อนเพลียเพียงลมแผ่วเบานั้นดังพอได้ยินเพียงคนอยู่ใกล้ คาอูลไม่สนใจอะไรอีกต่อไป ชายหนุ่มแนบริมฝีปากของตนไว้กับหญิงสาว ยาวนานไม่น้อยก่อนจะถอนใบหน้าออกมา แล้วใช้มือข้างหนึ่งที่ไม่ได้โอบพยุงตัวนางไว้ขึ้นสัมผัสใบหน้านั้นอย่างสเน่หา หากความตายไม่วนเฉียดเข้าใกล้ขนาดนี้ เขาก็คงจะไม่รู้ตัวถึงสิ่งนี้ขึ้นมาเหมือนกัน ความรู้สึกอันหนักหน่วงจุกแน่นในอก ที่ร้องบอกว่าเขาไม่สามารถแยกจากนางได้อีกต่อไป
“ข้ารักเจ้า... รักชื่อของเจ้า รักบาดแผลของเจ้า รักทุกอย่างที่รวมเป็นเจ้า ฟีออน...”
น้ำตาของฟีออนไหลเอ่อออกมาเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น ชีพจรของตนเองซึ่งกำลังเต้นอย่างอ่อนแรงราวกับถูกประท้วงฝืนแรงให้เต้นหนักหน่วงขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่หญิงสาวเฝ้าค้นหาต่างล้วนมีอยู่กับชายคนตรงหน้านี้แล้ว คนที่รักนางโดยทั้งหมดที่เป็นนาง ไม่ใช่เพียงชื่อ ไม่ใช่ใบหน้าหรือสติปัญหาอะไรใดๆ แต่เป็นทั้งหมด... ทั้งหมดของนางจริงๆ
ฟีออนอมยิ้มออกมาเล็กน้อย และตอบรับคำนั้นด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบเท่าที่หญิงสาวจะมีแรงเหลือ
“ข้าก็รักท่านคาอูล”
คาอูลรวบตัวหญิงสาวเข้ามากอดอีกครั้ง น้ำตาของชายหนุ่มไหลออกมาอีกอย่างยินดีปรีดา หลังจากจูบที่หน้าผากของหญิงสาวอีกครั้งแล้วคาอูลก็ถอนใจอย่างโล่งอกโล่งใจ
หลังเฝ้ามองตามติดสถานการณ์อย่างลุ้นระทึก บรรดาทหารมุงเริ่มเหลียวมองหน้ากันอย่างทำตัวไม่ถูก ได้ยินมาเหมือนกันว่าท่านคาอูลกำลังคบหาอยู่กับนางข้าหลวงอัปลักษณ์คนหนึ่ง หลายคนคิดว่านั่นคือข่าวโคมลอยของพวกนางกำนัล แต่ได้เห็นแบบนี้แล้วก็ยืนยันเรื่องราวได้อย่างชัดเจน
สรุปว่าตอนนี้คงรอดตายแล้ว ประเดี๋ยวท่านคาอูลก็คงจะพานางไปสถานพยาบาลเองนั่นแหละ ปล่อยให้คู่รักซาบซึ้งกันต่อไปตามลำพังคงดีกว่า หลายคนน่าจะคิดเช่นนั้นจึงได้พากันแยกย้ายกลับไปทำงาน
“ข้าจะพาเจ้าไปสถานพยาบาล”
แต่เมื่อคาอูลกำลังจะลุกขึ้นอุ้มพาหญิงสาวไปนั่นเอง ฟีออนกลับฉุดชายหนุ่มไว้ไม่ให้ลุก มิหน้ำซ้ำยังเกาะกอดคอคนรักไว้แน่นราวกับจะไม่มีวันยอมปล่อยเลยทีเดียว
“ไม่เอานะ ข้าไม่อยากไป แค่ตกน้ำกลับไปพักผ่อนที่ห้องก็พอแล้ว”
“อย่าดื้อสิ เจ้าควรจะไปให้ท่านหมอตรวจให้แน่ใจนะ”
“ข้าก็พอมีความรู้เรื่องการแพทย์นะ วินิจฉัยตัวเองได้”
คาอูลนิ่งไปชั่วขณะ ได้ฟังอย่างนั้นแล้วเขาก็คร้านจะถกเถียงกับแม่สาวจอมรู้มากคนนี้ต่อ
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะพาเจ้ากลับไปส่งที่ห้อง ตัวเปียกอย่างนี้ต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้านะ เดี๋ยวก็ไม่สบายเอาหรอก” แม้ชายหนุ่มคนรักจะเอ่ยอย่างนั้น แต่หญิงสาวก็เพียงส่ายหน้าไม่มีทีท่าว่าจะขยับลุกไปไหนอย่างเอาแต่ใจ
“ข้าคิดถึงท่าน กลับเข้าห้องแล้วคงอยู่กับท่านแบบนี้ไม่ได้ ขอให้ข้าได้อยู่กับท่านต่ออีกสักนิดได้มั้ยคะ”
สุดท้าย...นายทหารหนุ่มก็ใจอ่อนยวบยอมแพ้แต่โดยดี
“ข้าก็อยากอยู่กับเจ้าเหมือนกัน ตรงนี้มันโล่งแจ้งไปใครเห็นเข้าจะไม่ดี ไปนั่งตรงโน้นกันเถอะ” พูดจบคราวนี้คาอูลก็ได้ลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มฟีออนขึ้นมา ใจจริงคาอูลก็ไม่อยากปล่อยหญิงสาวกลับไปอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังแบบนี้ได้ แถวนี้ค่อนข้างมืด เขาเลือกหาทำเลในจุดอับสายตาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพาหญิงคนรักไปนั่งพิงต้นไม้ต้นใหญ่ ซึ่งมีพุ้มไม้เตี้ยปลูกอยู่โดยรอบเป็นวงกลมโดยละส่วนหนึ่งเป็นทางเข้าไว้ มองจากข้างนอกคงยากจะสังเกตทีเดียวว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งพิงชายหนุ่มที่โอบกอดนางไว้อย่างแนบแน่น
“แล้วเจ้าเป็นอะไรไปฟีออน เมื่อครู่นี้วิ่งหนีข้าทำไม”
นึกย้อนถึงเหตุที่มาแล้วหญิงสาวก็รู้สึกผิดขึ้นมาถนัด แทบนึกไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะงี่เง่าได้ถึงขนาดนั้น
“ขอโทษค่ะ ขอโทษที่ข้าทำตัวแบบนั้น ข้ากลัว... ข้ารู้ว่าที่ข้าโมโหนั้นมันไม่มีเหตุผล แต่ว่า...”
ฟีออนกลัว...หญิงสาวกลัวเหลือเกินกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ฝ่าบาทให้นางช่วยซ้อมเต้นรำ มิหนำซ้ำวันนี้องค์แดริสยังทำให้นางเกือบหัวใจวายตาย เพราะนึกว่าพระองค์จะมาพานางไปเต้นรำเป็นคนแรก ไม่รู้แล้วว่านางจะสามารถดันทุรังยื้อแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน พระองค์จะทนให้นางปฏิเสธได้ถึงเมื่อไรก่อนที่จะทรงใช้มาตราการบังคับ
และอีกสิ่งหนึ่งที่แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามไม่คิดมากแต่มันก็กวนใจนางอยู่เสมอมา เพราะฟีออนรู้ดีว่าฝ่าบาทไม่มีทางอภิเษกฯ กับเจ้าหญิงมาโมเนต การที่ให้ท่านคาอูลคอยตามดูแลทุกวันแบบนั้น สายตาคนทั่วไปอาจมองว่าฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับเจ้าหญิงมาโมเนตมากถึงกับให้คนสนิทไปคอยดูแล แต่ฟีออนรู้ดี... รู้ดีว่ามันไม่ใช่แบบนั้น พระองค์กำลังพยายามทำบางสิ่งบางอย่างแน่ๆ บางสิ่งที่ฟีออนกลัวเหลือเกิน
“ถึงท่านจะบอกว่าเราคบหากันแบบคนรัก แต่ข้าก็ไม่ได้ตาบอด นางคือเจ้าหญิง ส่วนข้า... ข้ามันก็แค่...”
“เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ” คาอูลเอ่ยขึ้นก่อนจะจับตัวให้ฟีออนหันหน้ามาเพื่อพูดคุยกันดีๆ มองหน้าสบตากันในที่สลัวใต้แสงจันทร์นี้แล้ว ก็ช่างชวนให้ใจเต้นตุบตับขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเหลือเกิน
“เปล่าค่ะ แต่ว่า...” แต่พูดไม่ทันจบ ฟีออนก็ไม่มีโอกาสได้พูดอีกต่อไป
หญิงสาวสะดุ้งตื่นตกใจไปเล็กน้อยทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้เมื่อครู่ก่อนนี้เหมือนจะนึกได้รางๆ ว่าถูกจูบอยู่เหมือนกันก็เถอะ แต่ตอนนั้นสตินางคงยังกลับมาไม่ครบดีก็เลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นตกใจอย่างที่เป็นในตอนนี้ และด้วยหัวใจด้วยความรู้สึกที่ยอมจำนนโหยหาคนผู้นี้เช่นกัน ฟีออนจึงได้แต่ปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ เนิ่นนานทีเดียวกับความเงียบงันที่ผ่านพ้นไป คาอูลถอนริมฝีปากออกจากจูบอันลึกซึ้งโหยหา แล้วกอดหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น
“ข้าก็กลัว...”
คาอูลเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนใจ เขารู้สึกได้ว่าสถานการณ์รอบตัวตอนนี้ของเขามีอะไรบางอย่างไม่ปกติแน่ ฝ่าบาทกับเจ้าหญิงมาโมเนตทำตัวแปลกประหลาดกับเขาเหลือเกิน ยิ่งนึกแล้วก็ไม่อยากคิดให้ไกลกว่านั้น ชายหนุ่มกลัวเหลือเกินว่าในอีกไม่นานนี้จะได้รับรู้อะไรบางอย่างที่อาจเหลือรับ กลัวว่าจะไม่สามารถกอดหญิงสาวไว้แบบนี้ได้อีกต่อไป เขาภาวนาขอให้ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เขาคิดมากกังวลไปเอง
แต่เพราะไม่อยากให้ฟีออนไม่สบายใจกังวลไปมากกว่านี้ คาอูลจึงตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เก็บไว้ไม่พูดขึ้นมา และหยิบยกอีกเรื่องที่อยากจะพูดนานแล้วแต่ไม่ได้พูดเสียทีมาพูดแทน เขาไม่สนแล้วว่ามันจะเร็วไปหรือไม่ ช่วงขณะที่เกือบจะสูญเสียนางไปก็ทำให้คาอูลตระหนักได้ถึงความรู้สึกของตัวเองอย่างหนักแน่นชัดเจน
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น ไม่มีเลย เจ้าเป็นคนรักของข้า ฟีออน เจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ข้าไม่สนแล้วว่ามันจะรวดเร็วเกินไปจนมันจะบีบคั้นเจ้าหรือไม่ พรุ่งนี้ข้าจะไปบอกกับท่านพ่อท่านแม่ จากนั้นก็ขออนุญาตฝ่าบาท แต่งงานกับข้านะฟีออน ได้โปรดแต่งงานกับข้าได้ไหม”
“ท่านคาอูล...” หญิงสาวยิ่งอึ้งทึ่งเข้าไปใหญ่เมื่ออยู่ๆ ชายคนรักก็เอ่ยคำขอนั้นออกมาอย่างปุบปับ น้ำเสียงเขาดูร้อนรนผิดปกติ ฟีออนนึกว่าเขาจะโกรธที่ตัวนางนั้นทำตัวงี่เง่า จนยาวเลยเถิดกลายเป็นเกือบตาย แต่เปล่าเลย เอาเข้าจริงๆ พอลองมองดูอยู่ชิดใกล้แบบนี้แล้ว กลับเป็นเขาต่างหากที่ดูมีเรื่องกังวลร้อนรนในใจ และหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่แน่
และเมื่อได้ยินคำขอแต่งงานนั้น ฟีออนก็รับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่นางกำลังกังวลอยู่ก็คงไม่ต่างจากเขานัก คงกำลังมีเหตุการณ์ไม่ปกติธรรมดาบางอย่างเกิดขึ้นรอบตัวของทั้งสองคนจริงๆ
“ท่านแน่ใจแล้วจริงๆ หรือคะ ตัวข้าไม่มีอะไรดีพอกับท่านเล...”
พูดไม่ทันจบคำพูดก็กลืนกลับลงไปอีก ที่คราวนี้ไม่อาจเรียกว่าอ่อนโยนได้อีกต่อไป หญิงสาวซึมซับความโหยหาจากชายหนุ่มไว้ และรู้สึกได้อย่างแน่ใจว่าเขาไม่ชอบใจที่นางพูดอะไรแบบนั้น
“หากเจ้ายังไม่เลิกดูถูกตัวเองอีกล่ะก็ ข้าจะกรีดหน้าตัวเองให้เป็นแผลเท่าๆ กับเจ้า เราจะได้เหมือนกัน อย่างนั้นดีมั้ย”
“อย่าทำแบบนั้นนะคะ การเสียโฉมมันไม่ใช่เรื่องสนุกนะ”
“ถ้าข้าเสียโฉมแล้วเจ้าจะไม่สนใจข้าอีกต่อไปหรือไง”
“ไม่ใช่นะคะ จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง”
“ข้าเองก็เหมือนกันรู้ไหม ดังนั้นเจ้าเลิกดูถูกตัวเองได้แล้ว”
“ก็... ก็มันจริงนี่คะ ถึงไม่ใช่เรื่องใบหน้า ข้าก็ยังต่ำต้อยกว่าท่านไม่รู้ตั้งเท่าไร” หญิงสาวยังคงแย้งเถียง แม้น้ำเสียงนั้นจะเบาบางลงไปจนดูหงอยๆ ราวกับโดนดุแล้วพยายามหาข้อแก้ตัวอยู่ก็ตาม
“ฟีออน...เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ ไม่รู้รึไงว่าข้ารักเจ้าแค่ไหน คิดว่าข้าแค่คบหากับเจ้าเล่นๆ ไปวันๆ อย่างนั้นหรือไง ข้าต้องอดทนแค่ไหนรู้บ้างรึเปล่าที่เห็นเจ้าอยู่ตำตาทุกวันแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย”
แม้จะไม่แน่ใจนักกับคำว่า ‘ทำอะไรไมได้เลย’ ของชายหนุ่มนั้นคืออะไรแค่ไหน แต่ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกเหมือนสิ่งที่ตัวเองโกรธโมโหไปนั้นช่างเปล่าประโยชน์ และเป็นการทำร้ายความรู้สึกของเขาเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เขารักนางมากมายถึงเพียงนี้
“ขอโทษค่ะ ข้ามันไม่ดีเอง”
“ข้าไม่ได้ขอเจ้าแต่งงานเพื่อให้ใครต่อใครเลิกพูดมาก มันอาจมีส่วนบ้างก็จริงแต่นี่เป็นความตั้งใจของข้าจริงๆ แต่งงานกับข้านะฟีออน หลังแต่งงานแล้วเจ้าก็ยังคงเป็นเจ้า ข้าจะไม่รั้งไม่เก็บเจ้าไว้ให้อยู่แต่ในบ้าน ข้าคงดีใจมากกว่าหากเห็นเจ้าได้เข้ามาทำงานที่เจ้าชอบในวังตามเดิม”
ในอกของหญิงสาวสะท้านไหววูบไปหมด สิ่งนี้เป็นความกังวลของฟีออนอยู่เสมอ จึงทำให้หญิงสาวยังไม่คิดอยากแต่งงานออกเรือน แม้จะกังวลเรื่องฝ่าบาทมากจนอยากแต่งงานกับท่านคาอูลไวๆ แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังรักยังอยากที่จะทำงานในวัง
เพราะตามธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติแล้ว หากหญิงสาวแต่งงานออกเรือนไปก็ต้องอยู่บ้านคอยเลี้ยงลูกและดูแลสามี แต่ฟีออนยังอยากจะทำในสิ่งที่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองมากกว่าการนั่งอยู่บ้านเฉยๆ อย่างสุขสบาย ชายคนนี้ช่างเข้าใจทุกอย่างที่รวมกันเป็นนางอย่างแท้จริง
นางช่างโชคดีเหลือเกิน ดีแล้วเหลือเกินที่เชื่อฟังคำพูดของท่านพ่อที่คอยบอกกล่าวสั่งสอนเรื่อยมา สักวันนางจะได้พบเจอคนที่รัก ได้พบเจอใครสักคนที่รักนางอย่างจริงใจโดยไม่สนใจว่านางจะเป็นอย่างไร
ฟีออนเชื่อว่าตัวเองได้พบ หญิงสาวได้พบกับคนคนนั้นแล้วจริงๆ
“ถ้าท่านไม่อับอายใครหากต้องแนะนำข้าว่าเป็นภรรยา ข้าก็จะพยายามเป็นภรรยาที่ดีที่สุดของท่านเช่นกันค่ะ”
ชายหนุ่มอมยิ้มดีใจจนรั้งตัวฟีออนเข้ากอดไว้จนแน่น
“ข้ารักเจ้า...ฟีออน รักเจ้าเหลือเกิน”
คราวนี้นอกจากคำรักที่กระซิบกระซาบบอกนางแทบไม่หยุดแล้ว สัมผัสจากเขานั้นก็ช่างเต็มไปด้วยความอ่อนหวานนุ่มนวลจนหญิงสาวรู้สึกวาบไหวไปทั้งร่าง
“เอ่อ...ข้ามีความจริงบางอย่างอยากบอกท่านค่ะ” ฟีออนเอ่ยอย่างเคอะเขิน ก่อนจะทำสิ่งหนึ่งซึ่งทำเอาคาอูลได้แต่มองตาค้างอย่างตกตะลึง
“นี่เจ้า...”
จากนั้นไม่นานคาอูลก็ดึงตัวหญิงสาวเข้ามากอดไว้อย่างตื้นตันใจ
เสียงร้องไห้กลายเป็นเสียงหัวเราะ
เสียงหัวเราะ...ที่อยู่กับคนทั้งสองได้เพียงชั่วข้ามคืน..