“เ้าว่าอย่างไรนะ เซี่ยลี่หยางซื้อทาสาเ็กลับมามากถึงสิบคนอย่างนั้นหรือ? เขาจะซื้อทาสกลับมาทำไมมากมายขนาดนั้น” ลุงใหญ่เซี่ยถามภรรยา
“ข้าส่งคนของเราเข้าไปทำงานที่อบอุ่นการแพทย์ถึงได้รู้เื่นี้ ท่านพี่...เื่ที่หลี่เหิงเยว่ถูกท่านหมอฉีกับท่านหมออันเรียกว่าหมอเทวดาน้อยนั้นคงไม่เกินจริง คนของเราบอกว่าวิธีการรักษา ยาที่ใช้ รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์ของที่นั่นล้วนเป็สิ่งล้ำค่าและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน” ฮูหยินใหญ่เซี่ยทำหน้าเครียด “ฝีมือการรักษาของหลานชายข้าอาจจะสู้ทางนั้นไม่ได้จริงๆ”
“ไม่ใช่เ้าหรือที่บอกข้าว่าสือต้าเฉียงเรียนจบมาจากสำนักแพทย์ในเมืองหลวง เ้าให้คำมั่นกับข้าเสียดิบดีว่าในอำเภอเสียนโจวย่อมไม่มีใครเก่งเท่าหลานชายของเ้าแล้ว แม้แต่หมอฉียังเทียบไม่ได้ ข้าถึงได้กล้าไปบอกท่านแม่ให้ร่วมทุนกับสกุลสือของเ้าเพื่อเปิดโรงหมอและร้านขายสมุนไพร แต่มาวันนี้เ้ากลับบอกข้าว่าฝีมือการรักษาของสือต้าเฉียงเทียบกับหมอฉีไม่ได้ ทั้งหลี่เหิงเยว่ยังมีวิชาแพทย์ที่ยอดเยี่ยมกว่า ไม่เท่ากับกิจการของเรากำลังอยู่ใน่วิกฤติหรือ?”
“ท่านพี่จะมาโทษข้าคนเดียวได้อย่างไร ตอนนั้นเป็ท่านที่ให้ข้าไปเรียกต้าเฉียงให้กลับมาที่เสียนโจว หากต้าเฉียงไม่เกรงใจข้าที่เป็ป้าของเขา ป่านนี้เขาคงประจำอยู่โรงหมอในเมืองหลวงและไม่กลับมาทำให้ตนเองเสียหน้าแบบนี้แน่”
“ที่เขาต้องเสียหน้าก็เพราะความสามารถของเขาสู้คนอื่นไม่ได้ หากเป็เื่เกี่ยวกับตระกูลสือ เ้าก็ไม่เคยที่จะยอมรับข้อผิดพลาด” ลุงใหญ่เซี่ยมองภรรยาอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้าจะไปวั่งโจวสักเดือน เื่ของโรงหมอให้เ้ากลับไปปรึกษากับตระกูลสือให้ดีว่าจะจัดการกับเื่นี้อย่างไร ถึงแม้เซี่ยไห่ถังจะเปิดโดยตระกูลเซี่ย แต่ตระกูลสือก็นับว่าเป็เ้าของอยู่ครึ่งหนึ่ง ตระกูลเซี่ยเราเสียเงินไปได้ไม่นับว่าเป็อันใด แต่ตระกูลสือจะแบกรับชื่อเสียงที่เสียหายและยอมขาดทุนไปกับเื่นี้ได้จริงหรือ?”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ว่าแต่ท่านพี่จะไปวั่งโจวอีกแล้วหรือเ้าคะ เมื่อก่อนข้าไม่เห็นท่านจะไปวั่งโจวบ่อยเพียงนี้”
“วั่งโจวเป็แหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดของแคว้น ถึงแม้โรงเก็บข้าวสารจะไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ แต่ฝ้ายที่ถูกเผาไปย่อมส่งผลต่อร้านขายผ้าของเราอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องมุ่งไปที่การขายข้าวเพื่อจะได้นำกำไรมาชดเชยกับความเสียหาย”
“ท่านแม่ก็บอกแล้วว่าความเสียหายนี้ควรเป็น้องชายรองที่ต้องรับผิดชอบ เหตุใดท่านพี่ไม่ให้น้องชายรองเดินทางไปวั่งโจวเองเล่า ท่านจะลำบากเดินทางไปทำไมกัน”
“เ้ารองถูกท่านแม่หักเงินปันผลไปแล้ว ข้าที่เป็พี่ใหญ่ก็ไม่อยากซ้ำเติมเขาอีก” ลุงใหญ่เซี่ยกอดภรรยาแล้วจูบนางอย่างรักใคร่ “ข้ารู้ว่าฮูหยินเป็ห่วงไม่อยากให้ข้าต้องเดินทางไกล แต่ตระกูลพ่อค้าอย่างเราจะหลีกเลี่ยงหน้าที่นี้ได้อย่างไรกัน”
ฮูหยินใหญ่เซี่ยเพิ่งถูกสามีจูบก็รู้สึกยินดี นานแล้วที่ทั้งคู่ไม่เคยแสดงความรักต่อกัน นางจึงโน้มคอสามีแล้วเริ่มจูบเขากลับอย่างโหยหา ลุงใหญ่เซี่ยไม่คิดว่าภรรยาจะเข้าใจความหมายของตนเองผิดไป เขาเพียงแค่อยากจูบเพื่อเอาใจนางและไม่อยากให้นางถามคำถามใดต่อเท่านั้น แต่เมื่อนึกถึงความปลอดภัยของภรรรยานอกจวนและบุตรชาย เขาจำเป็ต้องหลับนอนกับภรรยาหลวงสักครั้ง แม้ในใจจะนึกรังเกียจกับร่างกายที่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคนของภรรยาแล้วก็ตาม
“นายหญิง ข้าพบว่ามีเด็กฝึกงานคนหนึ่งคอยส่งข่าวในโรงหมอของเราให้กับเซี่ยไห่ถังรู้ขอรับ ตอนนี้ข้าจับเขาไปขังไว้ในห้องเก็บของเพื่อรอให้ท่านจัดการขอรับ” หลงจู๊หานบอกหลี่เหิงเยว่
“เด็กฝึกงานคนนี้มีหน้าที่อะไรในโรงหมอของเรา” หลี่เหิงเยว่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นถาม เวลานี้นางกำลังตรวจดูาแจากการรักษาให้กับองครักษ์ทั้งสิบคนอยู่
“เขามีหน้าที่คัดแยกสมุนไพรและทำความสะอาดหอพักผู้ป่วยเท่านั้นขอรับ”
“อืม...หมายความว่าเขายังไม่ได้รับหน้าที่สำคัญ ข้อมูลที่เขาส่งให้เซี่ยไห่ถังคงเกี่ยวกับวิธีการรักษาและอุปกรณ์การรักษาที่เขาไม่เคยเห็นเท่านั้น เอาเถอะ...เ้าแค่ไล่เขาออกไปก็พอ”
“ขอรับ” หลงจู๊หานรับคำแล้วเดินออกไป
เซี่ยลี่หยางเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยก็เห็นภรรยากำลังเดินตรวจอาการให้องครักษ์ทั้งสิบ “นี่เ้าได้พักผ่อนบ้างหรือไม่ อย่ามัวแต่รักษาผู้อื่นจนร่างกายตัวเองรับไม่ไหว”
“ข้าเพิ่งเข้ามาตรวจอาการพวกเขาเมื่อครู่นี้เองเ้าค่ะ” หลี่เหิงเยว่เดินเข้าไปหาสามี “ข้ารู้ว่าท่านเป็ห่วง แต่อย่างไรองครักษ์เหล่านี้ก็เป็คนของท่านตาของท่านไม่ใช่หรือ ข้าก็แค่อยากให้พวกเขากลับมาหายดีเร็วๆ เท่านั้นเอง อืม...ไหนๆ ท่านก็มาที่นี่แล้ว ท่านช่วยตั้งชื่อให้พวกเขาสักหน่อยเถิดเ้าค่ะ”
“ทำไมหรือ? ชื่อเดิมของพวกเขามีปัญหาอะไร”
“ชื่อแต่ละคนล้วนจดจำยาก ข้าคิดว่าตั้งชื่อพวกเขาให้เรียกขานง่ายกว่านี้น่าจะดีกว่าเ้าค่ะ” หลี่เหิงเยว่ตอบ
“พวกเ้าไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากหรอก ที่ผ่านมาพวกเขาล้วนต้องลำบากเพราะครอบครัวของเรา ตั้งชื่อพวกเขาให้ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ฮ่าว’ ที่แปลว่าดี ส่วนชื่อท้ายให้ใส่อักษรตัวเลขลงไปก็ได้แล้ว” เซี่ยฮูหยินเดินเข้ามา
“ท่านแม่ ท่านมาได้อย่างไรขอรับ” เซี่ยลี่หยางถามมารดา
“แม่ได้ยินจากเหวินซูว่าเ้าซื้อองครักษ์ลับของท่านตากลับมา ข้าจึงอยากมาดูพวกเขาสักหน่อย” เซี่ยฮูหยินเดินไปข้างเตียงคนไข้ก็เห็นองครักษ์ลับทั้งสิบกำลังมองมาที่ตน “เป็ท่านนั่นเอง”
“คุณหนู...ข้าไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เจอท่านอีกครั้ง ต้องขออภัยที่ข้าไม่อาจลุกขึ้นทำความเคารพท่านได้ขอรับ” องครักษ์เงาที่อายุมากที่สุดพูดทั้งน้ำตาคลอ
“พี่เจิ้งคุณ ถึงแม้ท่านจะเป็องครักษ์แต่ท่านพ่อก็เลี้ยงดูท่านมาั้แ่ยังเล็ก และข้าก็เห็นท่านเป็เหมือนพี่ชายของข้าเอง ท่านไม่จำเป็ต้องสุภาพกับข้าเพียงนั้น”
“ขอบคุณคุณหนูที่เมตตา แต่ข้าไม่อาจไม่เคารพท่านได้ขอรับ” เจิ้งคุณยังคงปฏิเสธ
“เอาล่ะ ท่านไม่ต้องมาเสียเวลาเถียงกับข้า ต่อไปท่านชื่อฮ่าวเจิ้งคุณ คอยเป็ผู้ช่วยให้กับลี่หยาง ส่วนที่เหลืออีกเก้าคน ให้เรียกฮ่าวอี (ฮ่าวหนึ่ง) ฮ่าวเอ้อ (ฮ่าวสอง) ฮ่าวซาน (ฮ่าวสาม) ตามลำดับาุโไปจนครบทั้งเก้าคน และเมื่อหายดีแล้วแต่ละคนจะไปทำหน้าที่ในส่วนใดก็ให้รอฟังคำสั่งของลี่หยาง” เซี่ยฮูหยินจัดการแทนลูกชาย “เ้าพอใจชื่อเรียกนี้หรือไม่ลูกสะใภ้”
“เป็ชื่อที่มีความหมายดีและจำง่ายมากเลยเ้าค่ะ” หลี่เหิงเยว่ยกนิ้วโป้งให้แม่สามี “ยังเป็ท่านแม่ที่จัดการเื่ราวต่างๆ ได้ยอดเยี่ยมและว่องไว”
“เ้ายังมาทำทะเล้น” เซี่ยฮูหยินยิ้มกว้างให้ลูกสะใภ้ “เย็นนี้พวกเ้าอย่าลืมกลับไปทานข้าวเย็นที่บ้านด้วยล่ะ แม่กับซิ่งเอ๋อทดลองทำอาหารชนิดใหม่ แม่อยากให้พวกเ้าไปลองชิม”
“ท่านแม่เ้าคะ ฝีมือของท่านแม่กับซิ่งเอ๋อดีปานนั้น มีอาหารชนิดใดบ้างที่ไม่อร่อย แต่ข้าขอติอย่างเดียวเ้าค่ะ”
“ทำไมหรือ? ในเมื่ออร่อยแล้วเ้ายังจะติอะไรแม่”
“ติที่ท่านกับซิ่งเอ๋อมักจะทำอาหารออกมาน้อยอย่างไรเ้าคะ อาหารแต่ละอย่างข้านึกว่าทำออกมาให้แมวดม ทำให้ข้าทานไม่เคยอิ่มเลยเ้าค่ะ” หลี่เหิงเยว่ย่นจมูก
“เ้าแมวตะกละ วันนี้หากเ้าทานอาหารไม่หมดแม่จะโกรธเ้าจริงๆ ด้วย” เซี่ยฮูหยินส่งยิ้มให้ลูกสะใภ้อีกครั้งก่อนจะเดินจากไป
หากคนอื่นที่ไม่รู้จักมาเห็นคงคิดว่าเซี่ยฮูหยินกับหลี่เหิงเยว่เป็มารดากับบุตรในสายเืไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ที่ดีเช่นนี้ไม่เคยมีให้เห็นมาก่อนจริงๆ แม้แต่ฮ่าวเจิ้งคุณที่นอนดูเ้านายกำลังสนทนากัน เขายังอดยิ้มไปด้วยไม่ได้ แต่เมื่อนึกถึงท่านแม่ทัพกับฮูหยินผู้เฒ่า ใจของเขาก็เริ่มกลับมาเศร้าอีกครั้ง
ณ บ้านชานเมืองที่อำเภอวั่งโจว
“เจียวเอ๋อ เ้าไม่ได้รับาเ็ที่ใดใช่หรือไม่ ข้าขอโทษที่ไม่อาจมาหาเ้าได้เร็วกว่านี้” ลุงใหญ่เซี่ยถามภรรยาลับอย่างเห็นห่วง หลังจากที่เขาได้รับถุงหอมเปื้อนเื เขาก็รู้แล้วว่าถุงหอมใบนี้เป็ของภรรยา หากเขาไม่อยากให้ภรรยากับบุตรต้องตาย เขาจำเป็ต้องขายที่ดินผืนนั้นให้กับมือปริศนาที่เขียนจดหมายมาขู่เขา
เจินซื่อขยะแขยงอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้เต็มทน แต่นางรับปากกับคุณชายลี่หยางไปแล้วว่านางจะต้องทำแผนการของคุณชายลี่หยางให้สำเร็จเสียก่อน นางกับลูกชายถึงจะปลอดภัยจากมือของผู้ชายคนนี้ ดังนั้นเวลานี้นางคงทำได้แค่ต้องอดทนเท่านั้น
“ข้ากับลูกไม่เป็อะไรเ้าค่ะ แต่ข้าเสียใจที่ทำให้ท่านต้องเสียทรัพย์สินไปเพราะเราสองคนแม่ลูก”
“เ้าอย่าได้โทษตัวเอง เดิมที่ดินผืนนั้นท่านแม่ก็ตั้งใจจะขายมันอยู่แล้ว ข้าแค่ขายมันในราคาที่ถูกลงเท่านั้น” ลุงใหญ่เซี่ยมองหาบุตรชาย “แล้วอวี้เอ๋อไปไหนเสียแล้วเล่า ั้แ่ข้าเข้ามา ข้ายังไม่เห็นหน้าลูกเลย”
เจินซื่อก้มหน้าแล้วร้องไห้ออกมาเบาๆ กิริยาท่าทางของนางช่างน่าสงสารยิ่ง “อวี้เอ๋อคงไม่กล้ามาพบท่านแล้วเ้าค่ะ”
“ทำไม? เกิดอะไรขึ้น” ลุงใหญ่เซี่ยขมวดคิ้ว
“ไม่นานมานี้เราสองคนได้รับจดหมายมาฉบับหนึ่งเ้าค่ะ”
“จดหมายอะไร? เ้าอย่ามัวโยกโย้ ข้าอยากรู้ว่าจดหมายฉบับนั้นมันเขียนไว้ว่าอย่างไรถึงทำให้อวี้เอ๋อไม่อยากมาพบหน้าข้า”
เจินซื่อส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้กับลุงใหญ่เซี่ย เมื่อลุงใหญ่เซี่ยเปิดอ่านก็เห็นลายมือที่คุ้นเคย นี่มันลายมือของภรรยาหลวงของเขาไม่ใช่หรือ และเมื่อเขาอ่านข้อความในจดหมายจบ เขาก็ขยำจดหมายฉบับนั้นด้วยความโกรธ
“สือซื่อ! ที่แท้เ้าก็รู้ความจริงทุกอย่างแล้ว แต่เ้ากลับแสร้งทำเป็ไม่รู้และยังมาถามว่าข้ามาที่อำเภอวั่งโจวทำไม ดี! คิดจะขู่ฆ่าภรรยากับลูกชายของข้าอย่างนั้นหรือ ในเมื่อเ้ารู้การมีอยู่พวกเขาแล้ว เช่นนั้นข้าก็ไม่จำเป็ต้องปิดบังสถานะของพวกเขาอีกต่อไป” ลุงใหญ่เซี่ยหันไปบอกกับเจินซื่อ “ข้าจะพาเ้ากับอวี้เอ๋อกลับสกุลเซี่ย”
“ฮูหยินใหญ่จะเห็นด้วยหรือเ้าคะ”
“หากนางไม่ยินดี เช่นนั้นข้าก็จะหย่ากับนาง”
เจินซื่อทั้งใและดีใจที่ได้ยิน ที่ใคือปฏิกิริยาและคำพูดของชายผู้นี้เป็ไปอย่างที่คุณชายลี่หยางกับนายหญิงเหิงเยว่บอกมาจริงๆ และที่ดีใจคืออีกไม่นานนางกับลูกชายก็จะพ้นไปจากชีวิตของไอ้สารเลวคนนี้แล้ว แต่นางก็ยังหวังว่าหลังจากจบเื่นี้ คุณชายลี่หยางกับนายหญิงเหิงเยว่จะรับนางกับลูกชายเข้าไปดูแล แม้นางกับลูกชายจะต้องอยู่ในสถานะคนรับใช้ พวกนางก็ยินดี