เสียงรถหรูมาจอดที่หน้าศาลาวัด นิชาได้ก้าวเท้าลงจากรถเดินขึ้นบันไดวัดกลิ่นธูปลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นดอกไม้สด เธอสวมชุดดำสนิทผมสวยยาวถูกปล่อยทิ้งอย่างไม่ใสใจดวงตากลมสวยที่เคยสดใสเต็มไปด้วยน้ำใสๆไหลออกจากดวงตาคู่นั้นดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยสีแดงช้ำจากการร้องไห้จนดวงตาบวมเป่ง
ภายในศาลาวัดเสียงสวดอภิธรรมดังเป็จังหวะช้าๆหนักแน่น รูปถ่ายพ่อแม่อยู่หน้าพวงหรีดสีขาวเธอหยุดยืนชั่วครู่ ลมหายใจสั่นเครือ มือบางยกพนมไหว้ แต่ปลายนิ้วกลับสั่นไม่หยุดหยดน้ำตาร่วงลงบนพ้นกระเบื้องเย็นเฉียบ
“หนูกลับมาหาแล้วค่ะ”ร่างบางจ้องมองไปยังภาพถ่ายที่ท่านยิ้มแย้มตั้งอยู่ที่หน้าทั้งคู่เหมือนท่านทั้งสองมีความสุขภาพนั้นที่เธอเองเป็คนถ่ายให้หลังจากไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน ไม่คิดว่าจะเป็ภาพที่มาตั้งยู่ตอนนี้“หนูไม่น่าดื้อกับคุณพ่อคุณแม่เลยหนูน่าจะมาเร็วกว่านี้”ร่างคุณหนูผู้สง่างามนั่งก้มหน้าลงไปกับพื้นร้องไห้อย่างหนักต่อหน้าผู้คนที่มาแสดงความเสียใจ
ฮือฮือฮือ!
“นิชาคุณหนูมาแล้วหรอ”ป้านวลเดินเข้ามาทักทายมาหานิชาที่เดินเข้ามาที่หน้ารูปของท่านทั้งสองพร้อมไปนั่งข้างหลังคุณหนูที่เธอนั้นเลี้ยงมากับมือของเธอ
“ค่ะคุณป้า”มือเรียวเล็กของเธอเช็ดน้ำที่ไหลออกจากดวงตากลมโตคู่นั้นที่อยู่ใบหน้าอันแสนหวาน
“ท่านทิ้งหนูไปทิ้งหนูไว้คนเดียว”
“คุณหนูอย่าพูดแบบนั้นสิค่ะ”ป้านวลเข้าไปโอบกอดร่านิชาเบาๆเธอรักและเอ็นดูคุณหนู เธอเลี้ยงมาั้แ่เด็กรักมาจึงอยากให้เธอนั้นไม่เศร้ามากไปกว่านี้
ขณะที่นิชาก้มลงกราบภาพเงาร่างหนึ่งสะท้อนผ่านพื้นมันเงา ทำให้เธอชะงัก หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้สาเหตุขณะที่เงยหน้ามาสายตาก็สบเข้ากับหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้างานคอยส่งธูปให้กับแขกที่มางานเหมือนเป็บุคคลสำคัญภายในครอบครัว แขกสำคัญหลายคนพูดคุยกับหญิงที่แปลกหน้าคนนั้นเธอจัดการทุกอย่างภายในงาน
“นั้นคือ พี่สาวบุญธรรมของนิชา”คุณอาปาริฉัตร สาวสวยภรรยาของน้องพ่อของเธอนั้นเองเดินมาข้างนิชา พร้อมอธิบายเื่ราวของเหตุการณ์เกิดขึ้น เพราะสายตาของเธอไปหยุดกับดาวเหนือที่ยืนรับแขกอยู่ภายในงาน
นางสาววาริษฐา รัตนบดินทร์ หรือดาวเหนือเธอมีอายุ27ปีเป็ลูกบุญธรรมของตระกูล เธอมีหน้าตาสวยคมมีนิสัยที่เงียบนิ่งหน้าคมผิวขาวอมชมพูดวงตาเปล่งประกายเหมือกวางเล็กเป็คนที่ใช้ความคิดไม่ค่อยพูดมาบริหารบริษัทแทนพ่อแม่บุญธรรมให้ท่านได้พัก
“อะไรนะค่ะ”เสียงเข้มและสูงของเธอตังขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปหาคุณอาคนสวย
“ฟังไม่ผิดนั้นคือลูกของพี่บุญชัยกับพี่ปานวาดมาเลี้ยงถูกต้องตามกฎหมาย”
“หนูไม่เห็นรู้เื่เลย”นิชาเอยปากเสียงแข็งขึ้นมาไม่นึกว่าหญิงสาวที่เธอนั้นพลาด ONSเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น กลับกลายมาเป็พี่บุญธรรมที่มาเป็พี่น้องกันในวันต่อมา
“เดียวอาจะเล่าให้ฟังวันหลังนะลูก”คุณอาวิโรจน์ที่เป็น้องชายเพียงคนเดียวของพี่นิชา ที่เดินมาสมทบกันหลานสาวและภรรยาที่ยืนมองคนที่หน้าศาลาทำงานรับแขก อย่างคะมักเขม่น
“มีั้แ่ตอนไหน”นิชาบ่นกับตัวเอง
“มีมากว่าห้าปีแล้วลูก”
“แล้วทำไมท่านปิดบังหนู”
“อาไม่รู้...เลยเหตุผล”
หญิงสาวที่ปริศนาสบตากับนิชาสายตานิ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอช้าๆเธอไม่รู้จะทำตัวแบบไหน เขาจะจำเธอได้ไหมหัวใจเธอหล่นวูบ ความทรงจำไหลบ่าราวกับคลื่นซัดฝั่งเธอจำได้ชัดเจน สายตาคู่นั้นร้อยยิ้มเ้าเล่ห์ กายัั กลิ่นน้ำหอมยังฝั่งใจเธอไม่อาจลืม
“เสียใจด้วยนะ”เสียงนุ่มลึกนิ่งสงบ ราวกับน้ำแข็ง ที่เปล่งออกจากปากเขาขณะที่เดิมมาหยุดนิ่งตรงหน้าเธอ
“....”นิชาไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดีเธอได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบ
“เดียวเราคงได้คุยกันอีกไม่นานคงได้เจอกันแบบส่วนตัว”
“มี...อะไรจะคุย”
“....”ร่างหนายื่นสร้อยข้อมือที่เธอนั้นลืมไว้ที่ห้องนอนของนับดาวในคืนนั้นโดยที่ยื่นให้กับมือของเธอ
“คุณเจอที่ไหน”เพราะเป็สร้อยที่พ่อกับแม่ให้เธอมาในวันเกิดครบสิบห้าปีท่านบินมาให้ที่ฝรั่งเศส เป็สร้อยที่แทนความรักของเธอ เธอติดตัวไว้ตลอดเวลา
“ให้บอกไหมละ...”เขายื่นหน้าเขามาใกล้ๆหูของนิชาจนลมหายใจเขารดที่หูของนิชา
ร่างบางได้เดินหนีเขาไปที่บริเวณศาลากลางน้ำเพียงคนเดียวโดยที่เธอนั้นกำลังงงเื่ราวที่กลังเจอตอนนี้ ร่างหนาเดินมาหาที่ศาลาก่อนที่นั่งลงไปกับโต๊ะเขาไม่ยอมปล่อยให้เธอไปคนเดียว
“เหนื่อยไหม”ดาวเหนือถามด้วยความเป็ห่วง
“ก็เหนื่อย...แต่แปลกใจมากกว่า”
“เื่อะไร”
“เรื่อที่คุณมาเป็พี่ของฉัน”
“เดียวคุณก็จะเข้าใจ”
“แต่ฉันไม่เขาใจคุณหวังอะไรในตระกูลเรา”นิชาหันหน้าไปเผชิญกับดาวเหนือที่เธอยืนนิ่งเพราะครอบครัวของเธอนั้นร่ำรวยมากใครต่อใครก็ต่างเข้ามาในชีวิตของตระกูล
หญิงสาวปริศนาคนนั้นที่เขามาในชีวิตเธอคือบังเอิญจริงๆหรือถูกกำหนดไว้แล้วั้แ่แรก? เธอเริ่มสงสัยในตัวพี่บุญธรรม