ขุนเสียวสันหลังวาบค่อยๆหันกลับมาตามเสียงนั้น "จะรีบไปไหนกันคะ เพิ่งเข้าอยู่เมื่อเช้านี้เอง" เป็สองผัวเมียเ้าของห้องเช่า "พอดีเพื่อนอาการไม่ค่อยดีครับ ต้องรีบพากลับโรงพยาบาลด่วน" ขุนหยุดพูดนิดหนึ่งก่อนที่ส่งกุญแจห้องให้ "ห้องนี้ปล่อยให้คนเช่าได้เลยนะครับ ผมคงต้องเฝ้าไข้เพื่อนนานจนกว่าจะหาย" เ้าของห้องเช่ารับกุญแจไว้ "เงินมัดจำทางเราคงไม่ได้คืนให้นะคะ ตามสัญญาอยู่ไม่ครบหกเดือน" ขุนพยักหน้า "ครับไม่เป็ไรครับ ผมขอตัวก่อนเดี๋ยวหมอจะรอ" แล้วรถรับจ้างก็ขับออกจากที่นั่นมุ่งสู่กรุงเทพฯตามที่อยู่ที่ระบุไว้ ขุนขับบิ๊กไบค์แซงอย่างรวดเร็ว เพื่อจะเอาเซิร์ฟเวอร์ไปให้เพื่อนถอดเนื้อหาที่บันทึกไว้ดูให้รู้ชัดว่า ใครบ้างที่ร่วมกันวางะเิในรถของจุ๋ม
ชัยได้รับข้อมความจากขุนว่าคนที่วางะเิในรถคือจ่าสิน เขารีบโทรหาผู้กองเดชาเื่ของจ่าสิน คำตอบคือจ่าสินถูกย้ายเข้าไปประจำที่กรุงเทพฯเรียบร้อยแล้ว ชัยวางหูแล้วกดโทรหาจ่าแช่มให้มาหาในสวนทุเรียนอย่างด่วน "พี่กำลังคิดถึงใครอยู่คะ" เสียงใสๆของอาหมวยเด็กมัธยมต้นลูกสาวอาเฮียเ้าของร้านคาร์แคร์ "คิดไปเรื่อยเปื่อยจ้ะ" เขาตอบแล้วยิมให้สาวน้อยวันแรกแย้ม ทำเอาสาวหมวยหน้าแดงก่ำท่าทางขวยเขิน ชัยรู้ดีว่าอาหมวยชอบแอบมองเขาทุกครั้งที่มาที่นี่ แต่เธอยังเด็กเกินไปที่จะคิดเป็อย่างอื่น "หมวยขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ" เธอถามด้วยท่าทางเอียงอาย "พี่กำลังจะไปธุระพอดี นั่นไงรถมารับแล้ว" ชัยชี้ไปทางรถของจ่าแช่มที่กำลังขับเข้ามา อาหมวยทำหน้าเซ็งอย่างเห็นได้ชัด "พี่ไม่อยู่ห้ามทุกคนออกไปไหนนะ ไอ้พวกนั้นมันอยู่แถวๆนี้หลายคน กำลังตามหาตัวหมวยและพ่อแม่หมวยอยู่ ถ้าโดนมันจับไปครั้งนี้คงไม่มีใครรอดกลับมาแน่" ชัยแกล้งพูดให้กลัวแล้วก็ได้ผลอาหมวยรีบเดินเข้าบ้านทันที ชัยเดินไปขึ้นรถของจ่าแช่มแล้วบอกให้ไปที่บ้านอีกหลังในสวน ชัยเล่าเื่ของจ่าสินตามข้อมูลที่ได้จากขุนและผู้กองเดชา "มันต้องย้ายเข้ากองบัญชาการแน่ๆครับหมวด" จ่าแช่มบอก "ผมก็คิดแบบนั้นครับอาจ่า ยังไงอาจ่าช่วยสอดแนมให้ทีว่ามาเป็ลูกน้องของใครในนั้น" จ่าแช่มรับปากว่าจะสืบให้ได้ข้อมูลอย่างชัดเจน อดีตสายสืบนครบาลอย่างจ่าแช่มเคยมีผลงานมากมาย เื่แค่นี้คงไม่ยากสำหรับเขาแม้จะอยู่ใกล้วัยเกษียณก็ตาม
บรรดาลิ่วล้อของนายอำนวยสีหน้าไม่สู้ดี เพราะกำลังถูกเ้านายด่ากราดแบบไม่ไว้หน้าใคร "พวกมึงมันโง่ๆๆ ไม่ทันเกมไอ้พวกนั้นสักอย่าง แม้แต่ของที่ไอ้บรรจงเอาไปซ่อนก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่เื่คุยโวโอ้อวดนี่เก่งกันจริงๆ..ถุย" นายอำนวยโมโหหน้าดำหน้าแดงด่ากราดหมดทุกคน "จ่าสินไหนมึงคุยนักคุยหนา ว่าฝีมือการวางะเิของมึงไม่เคยพลาด" จ่าสินก้มหน้ายอมรับเพราะะเิที่วางไว้ไม่สัมฤทธิ์ผล "กูอยากรู้นักว่ามันเป็ใครที่ช่วยนังจุ๋ม ใช่ไอ้หมวดนั่นหรือเปล่าวะ" เป็คำถามที่ไม่เจาะจงใครก็ตอบได้ถ้ารู้ "มันไม่ใช่ไอ้หมวดนั่นหรอกครับนาย ตอนที่รถออกไปจากคาร์แคร์ไอ้หมวดคนนั้นมันยังอยู่ที่กองบังคับการ มันกำลังยื่นหนังสือลาออกอยุ่ครับ" ชาติ มหาชัย ลูกน้องคนสนิทของนายอำนวยอีกคนตอบขณะเดินเข้ามาพอดี "แล้วมันเป็ใครกันวะ" นายอำนวยอารมณ์พลุกพล่านถามทุกคนในนั้น "เท่าที่รู้มามันเคยไปสมัครเล่นดนตรีที่ร้านนายบรรจง แต่มันก็ไม่ได้ไปเล่นดนตรีให้เพราะมัวนอนกอดนอนกกนังจุ๋มอยู่" จ่าสินก้มหน้าไม่พูดอะไรเหมือนเดิม ในใจก็คิดว่าน่าจะเป็ขุนเพื่อนชัย อยากจะบอกออกไปแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากบอก ขืนบอกไปไอ้คนที่อยู่ใกล้ชิดก็เอาความดีความชอบไปกินกันหมด จึงนั่งก้มหน้าอยู่เฉยๆไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
อิ๋วพยายามประคองรินลุกขึ้นนั่งพิงผนังห้อง โดยใช้หมอนหนุนหลังพอให้นั่งได้ถนัด "มีบุหรี่มั้ยครับ" อิ๋วก็เดินไปหยิบบุหรี่ที่ขุนซื้อเตรียมไว้มาให้ รินนั่งสูบบุหรี่เข้าปอดอย่างช้าๆจนหมดมวน อิ๋วก็เดินไปต้มโจ๊กร้อนๆมาให้ รินนั่งกินโจ๊กอย่างเชื่องช้าเจ็บทั้งหน้าและท้อง กินเสร็จก็ดึงสายน้ำเกลือออกอิ๋วพยายามห้ามแต่ไม่เป็ผล รินขอเสื้อและกางเกงอิ๋วหยิบของขุนมาให้เพราะรูปร่างพอๆกัน ใส่เสื้อผ้าอย่างทุลักทุเลจนเสร็จได้ รินขอให้อิ๋วไปซื้อสมุดปากกาและซองจดหมายให้ เธอก็ลงไปซื้อมาให้ตามที่ขออย่างครบถ้วน รินนั่งเขียนอะไรสักพักก็พับใส่ซองผนึกแล้วเซ็นชื่อทับตรงรอยปิดปากซอง "ผมฝากให้ขุนด้วย หวังว่าคุณจะให้ถึงมือมันและไม่เปิดอ่านก่อน" อิ๋วยื่นมือไปรับอย่างงงๆ "คุณจะไปไหนคะ หมอสั่งไว้ให้คุณนอนพักผ่อน จนกว่าน้ำเกลือหมดทุกกระปุกที่หมอเตรียมไว้ให้" เธอทำได้เพียงพูดห้ามแต่ก็ไม่สามารถห้ามได้ รินเดินไปที่ประตูช้าๆอิ๋วรีบเอาเงินที่มีอยู่ยื่นให้ "ไม่มีเงินไปไหนไม่ได้หรอกค่ะ อิ๋วพอมีอยู่แบ่งไปใช้ก่อนนะคะ" รินก็รับเงินที่อิ๋วให้มาใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินออกไปจากบ้านเช่าอิ๋วยืนมองตามหลังจนลับตา
ขุนกลับมาถึงบ้านเช่ามองไปที่เตียงคนเจ็บไม่เห็นริน อิ๋วก็ยื่นจดหมายที่รินฝากไว้ให้ เขาเปิดอ่านข้อความในจดหมาย กูเคยทำงานให้หน่วยงานหนึ่งถ้าสำเร็จ ก็กลับไปทำงานตามเดิมได้แต่ถ้าไม่สำเร็จก็เป็ผู้สาบสูญ กูจะบอกมึงว่าตอนนั้นกูทำงานสำเร็จ แต่กูก็ต้องกลายเป็ผู้สาบสูญ และคนที่สั่งให้กูทำงานตอนนี้มันก็ยิ่งใหญ่จนยากที่จะล้มลงได้ มึงจะเป็ใครมาจากไหนยังไงกูไม่รู้แต่กูแค่ดูออก ที่เหลือแล้วแต่มึงจะคิดเอาเองให้รอบคอบ ว่าแม่พิมพ์แบงก์ที่มึงเจอมึงควรจะเก็บไว้ก่อนโดยไม่บอกใคร หรือมึงจะแจ้งให้ใครต่อใครทราบมึงต้องคิดเองเอง จริงๆแล้วกูไม่ได้ชื่อ ริน เผาทิ้งเมื่ออ่านจบ" ขุนอ่านจบก็เผาทิ้งตามคำบอกในจดหมาย "เขาเขียนว่ายังไงบ้างคะ เขาจะไปอยุ่ที่ไหน" อิ๋วอยากรู้จึงถามออกไป "มันยังไม่บอกว่าจะไปไหน แต่เื่แม่พิมพ์แบงก์ที่ผมได้มาคุณอย่าได้บอกใครนะครับ มันจะเกิดอันตรายกับทุกคนรวมทั้งคุณด้วย" เธอพยักหน้ารับทราบ ขุนเปลี่ยนแผนใหม่พาอิ๋วไปฝากไว้กับป้าแก้วน้องสาวหลวงตาแก่นที่บ้านนานครนายก ขากลับขุนแวะไปหาเพื่อนที่เคยเรียนมัธยมด้วยกันแถววัดทองหลาง ไม่เจอเพื่อนก็แวะนั่งกินน้ำอัดลมร้านค้าข้างทาง นั่งกินน้ำอยู่หน้าร้านคิดอะไรไปเพลินก็มีรถมาจอดที่หน้าร้าน มีชายอายุเกือบๆห้าสิบเดินจากรถมาที่ร้านค้า "แม่ค้าซื้อเบียร์สองขวด" เสียงชายคนนั้นดังกังวานจนขุนต้องหันไปมอง เขามองแล้วมองอีกดูคุ้นหน้าว่าเหมือนเคยเจอที่ไหน นั่งนึกอยู่นานสองนานจนชายคนนั้นขับรถออกไปจากร้าน ใช่แล้ว .. คนนี้เองที่ไล่ยิงเรากับหลวงตาตอนนั้น พอนึกออกแล้วก้รีบขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์ขับตามไปทันที เขาบิดจนสุดไม่นานก็ตามทัน เขาชะลอรถให้ช้าลงไม่ยอมแซงขึ้นไป ขับตามไปเรื่อยๆจนกระทั่งรถคันนั้นตบไฟเลี้ยวขวาเข้าซอย สักพักก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดที่หน้าบ้านชั้นเดียวสภาพเก่าพอสมควร ขุนขับเลยไปเลี้ยวเข้าป่าละเมาะจอดแล้ว เอาต้นหญ้าสุมไว้แค่พอพรางตาคนได้ ซ่อนรถไว้แล้วเขาก็เดินย้อนกลับไปทางบ้านหลังนั้น เขาซุ่มมองอยู่นานจนฟ้าเริ่มมืดลงไปเรื่อยๆ ก่อนที่ฟ้าจะมืดมิดเด็กวัยรุ่นอายุประมาณสิบแปด เดินออกจากบ้านแล้วขับรถคันนั้นออกไป ขุนจึงลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งไปที่บ้านหลังนั้นอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปยืนตรงประตูหลังบ้านที่ค่อนข้างมืดมากแล้ว เขาได้ยินเสียงคนอาบน้ำในห้องน้ำ ซ่า ๆ ขุนเดินเข้าไปในบ้านที่โล่งไม่มีห้องนอนมีแต่ห้องน้ำ เขานั่งรอคนในห้องน้ำจนอาบน้ำเสร็จ แกร๊ก เสียงกลอนดังขุนรีบลุกขึ้นแล้วเดินตรงที่ห้องน้ำ ชายคนนั้นเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ อึ้ก หมัดขวาฮุคเข้าลิ้นปี่เต็มแรง คนที่โดนไม่ทันได้ตั้งตัวเกร็งท้องก็ตัวงอด้วยความจุก ขุนเข้าล็อคคอเอาลากชายคนนั้นออกหลังบ้านไปที่ต้นหูกวาง ซึ่งห่างจากตัวบ้านประมาหกถึงเจ็ดสิบเมตร "คุณเป็ใครทำผมทำไม" ชายคนนั้นถามด้วยเสียงลนลาน "พี่ชาย ยังจำเื่เมื่อสิบแปดปีก่อนได้ไหม ที่พวกพี่ไล่นยิงคนในป่าแถวท่าขี้เหล็กเชียงราย" ขุนชักมีดออกมา "ยิงสองผัวเมียกลางป่าตายแล้วก็ไล่ยิงเสือแก่นด้วย จำได้หรือไม่ถ้าตอบตามความจริงก็รอด" ชายคนนั้นหน้าซีดกลืนน้ำลาย "ผมไม่ได้ฆ่าพี่แก่นสองผัวเมียนั่นด้วย ผมไม่ได้ฆ่าและไม่ได้ยิงปืนเลยสักนัด" ตอบด้วยน้ำเสียงที่ลนลานอย่างที่สุด "แสดงว่าพี่ชายเบื่อโลกนี้แล้ว ที่ตอบแบบนี้" เสียงแข็งๆของเขาทำให้ชายคนนั้นหนาวไปทั้งร่าง "วันนั้นไปกันห้าคนคือผม คุณอำนาจ คุณอำนวย ไอ้แป และชะแวคนพื้นที่ที่นั่น ในนั้นไม่มีใครยิงปืนเลยในตอนแรก มีนายอำนวยคนเดียวที่ยิงสองผัวเมียกลางป่า เขายังหันมาด่าพวกผมที่ไม่ช่วยเขายิง ชะแวบอกห้ามยิงคนในพื้นที่ก็โดนคุณอำนวยยิงตายวันนั้น คุณอำนาจก็เลยตำหนิคุณอำนวยแล้วเดินออกจากป่านั้นไปก่อน คุณอำนวยสั่งให้ผมกับไอ้แปตามไปยิงพี่แก่น แต่พี่แก่นหลบอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ๆบ้านผมก็เห็นเลยไปยืนบังไว้ คุณอำนวยก็สั่งให้ไอ้แปแกะรอยตามพี่แก่น ไอ้แปก็เลยพาเดินไปทางอื่นให้พ้นที่พี่แก่นซ่อนอยู่ ซึ่งไอ้แปก็รู้ว่าพี่แก่นซ่อนอยู่ตรงไหนเหมือนกัน เดินหากันจนทั่วก็หาไม่เจอก็เดินกลับมาทางเดิม เห็นกองไฟที่จุดเผาสองผัวเมียนั่นแต่ไม่เห็นมอเตอร์ไซค์แล้ว ทำให้คุณอำนวยโมโหมาก พอรู้ว่าพี่แก่นหนีไปแล้วก็พากันกลับไปพักที่ปางไม้เพื่อนคุณอำนาจ คุณอำนวยจะยิงผมทิ้งหาว่าผมหักหลัง แต่คุณอำนาจห้ามไว้เขาก็เลยยิงขาอ่อนผม ส่วนไอ้แปโดนจับมัดเหยียดยาวแล้วเอารถแทรคเตอร์ ขับเหยียบจนมันต้องตัดขาทิ้งทั้งสองข้าง โทษฐานพาเดินผิดทาง" ขุนมองหน้าชายคนนั้นแล้วบอกว่า "โอเค พี่ชายไปเถอะเดี๋ยวถ้าผมสืบรู้ว่าโกหก พี่ชายคงรู้นะว่าจะเจอกับอะไร" ชายคนนั้นส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าไม่ได้โกหก "ลองไปถามไอ้แปดูได้ครับ มันพักอยู่หลังอำเภอบ้านนา ถามชาวบ้านแถวนั้นเขารู้จักมันเกือบทุกคน" ขุนเดินจากไปทันทีแล้วมุ่งหน้าไปหลังอำเภอบ้านนา เจอนายแปแล้วก็ทำการสอบถามเื่ราวทั้งหมด ใจความเดียวกันกับชายคนนั้นไม่ผิดเพี้ยน เขาก็ขับรถกลับไปที่บ้านริมคลองออเงิน
จ่าสินเดินเข้าไปในห้องของ พ.ต.ต.ไชยยันต์ สารวัตรประจำกองบัญชาการ ตำรวจตระเวณชายแดนที่จ่าแช่มย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วย จ่าสินหายเข้าไปในห้องพักใหญ่ๆก็ออกมาแล้วขับรถออกไปทันที จ่าแช่มย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่สองเดือนแล้วเพิ่งเห็นจ่าสินสองครั้ง ไม่เคยแต่งเครื่องแบบและไม่ต้องเข้ามาบ่อยๆ แสดงว่าต้องเป็เด็กของนายตำรวจคนใดคนหนึ่ง ถ้าเป็เด็กของสารวัตรคงจะไม่มีอภิสิทธิ์ขนาดนี้ คนที่อยู่ข้างหลังของจ่าสินต้องระดับนายพลแน่ๆ "นั่งคิดอะไรอยู่ครับจ่า" หมู่เลิศถามด้วยความคุ้นเคยและอยากรู้ "กำลังอิจฉาคนอยู่ล่ะสิหมู่" จ่าแช่มตอบอย่างคนคุ้นเคยเหมือนกัน "จ่าคิดอิจฉาใครอยู่หรือครับ" หมู่เลิศถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เราย้ายมาทำงานแทบตาย แต่บางคนย้ายมาเหมือนกัน ขับรถร่อนไปร่อนมาสบายใจ" จ่าแช่มพูดอย่างมีเชิงให้คนถามพูดต่อ "ถ้าจ่าหมายถึงจ่าสินละก็อย่าไปคิดมากเลยวาสนาเขาดี ที่สารวัตรไชยยันต์ขอตัวเขามาเป็ลูกน้อง" จ่าแช่มไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยกับคำว่าวาสนาดี ที่ได้ย้ายมาเป็ลูกน้องสารวัตรแล้วทำอะไรก็ได้ "อ้าวแล้วพวกนายๆเขาไม่ว่าเหรอ ที่จ่าสินแทบไม่ได้ทำอะไรเลย" จ่าแช่มงงหนักจะว่ามาอยู่เพื่อสืบคงไม่ใช่ เพราะสืบนครบาลก็มีอยู่แล้ว "จ่าอย่าเสียงดังไปสารวัตรเส้นบิ๊กกว่าใครในนี้ เพราะเขาเป็เด็กของอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่ง ดูสิอายุยังไม่เท่าไหร่ก็เลื่อนมาเป็ พ.ต.ต.แล้ว เพื่อนๆร่วนเดียวกับเขามีผลงานโดดเด่นมากมาย ยังเป็ได้แค่ ร.ต.อ. เท่านั้นเอง ที่ได้ยินมาแว่วๆว่าจะเลื่อนขั้นเป็ พ.ต.ท.เร็วๆนี้แหละ" คำบอกเล่าเพียงเท่านี้ก็พอที่จะให้จ่าแช่มตามสืบต่อได้อีก จ่าแช่มนั่งคิดอยู่พักหนึ่งก็เดินเข้าห้องน้ำ แช็ทบอกกับชัยกับข่าวใหม่ที่เพิ่งได้มา
ชัยได้รับแจ้งจากจ่าแช่มล่าสุดว่าจ่าสินกำลังจะเดินทางไปเชียงราย เขาจึงโทรหาขุนบอกเื่จ่าสินและชวนไปเชียงรายด้วยกัน ขุนก็กำลังตามจ่าสินเื่วางะเิอยู่แล้วก็รับปากทันที ครั้งนี้ทั้งสองคนขับบิ๊กไบค์ไปกันเองเพื่อนความสะดวกและรวดเร็ว ก่อนไปชัยได้บอกกับจ่าแช่มให้ติดตามสารวัตรไชยยันต์ต่อไป ขุนกับชัยก็ขับบิ๊กไบค์แข่งกันไปจนถึงบ้านที่พงศ์พักอยู่กับลูกเมีย "คุณอาเพิ่งโทรมาว่ะขุน ว่าจะมีกลุ่มลำเลียงของเข้ามาอีกล็อตใหญ่" ชัยบอกกับขุนหลังจากที่วางหูจากผู้การภาค6 ขุนก็เลยชวนวางแผนเพื่อจะจัดการทั้งพวกลำเลียง และแค้มปฺผลิตยาตามที่พงศ์สืบมาได้ โดยชัยจะไปขอความร่วมมือจากทหารชุดที่ชัยคุ้นเคยด้วย จัดการกับพวกที่ลำเลียงของข้ามมา ขุนไปกับผู้กองเดชาช่วยกันถล่มแคมป์ผลิตยา พงศ์มีหน้าที่นำทางไปแค้มป์ผลิตยา แล้วกลับไปจัดการกับกำนันโนชย์ทีกำลังนอนกบดานบ้านเมียน้อย "งานหินทั้งสองด้านเลยครับพี่หมวดทั้งสองหมวด" พงศ์นึกภาพดูแล้วจึงพูดออกมา "แกก็อย่าประมาทนะพงศ์ ยังมีลูกเมียคอยอยู่" ชัยบอกด้วยความเป็ห่วง "ผมรู้ว่าไอ้เลี๊ยบ เวียงพิง มันมาคุมการผลิตยาที่แคมป์ไอ้นี่ตัวแสบเลยนะครับหมวด ส่วนทางพวกลำเลียงเมื่อครั้งก่อนไอ้ส่างโต่งมันคุมมา ถ้าครั้งนี้มันคุมมาอีกก็ต้องระวังให้ดีครับ เพราะไอ้ส่าวโต่งมันบ้าระห่ำหนักมาก" พงศ์บอกคร่าวๆตามที่รู้มาพอประมาณ "ช่างมันเถอะถ้าระห่ำมากนักก็คงจะไม่มีการจับเป็แล้วหล่ะ" ชัยพูดออกไปอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร หลังจากที่พงศ์โดนจับได้ครั้งนั้น ก็ทำงานช่วยชัยอย่างลับๆมาโดยตลอดค่าใช้จ่ายชัยก็ส่งให้ไม่ขาดมือ ทำให้พงศ์รู้สึกมีความสุขมากกว่าการส่งยาเหมือนที่เคยทำ ถึงแม้จะได้เงินน้อยกว่าแต่ได้อยู่กับลูกเมียทุกวัน
สำรับอาหารเช้าแม้เป็อาหารที่ขุนกับชัยไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับสองหมวดต่างสังกัด "กินเสร็จแล้วก็ต้องเดินทางเลยเดี๋ยวไม่ทันการณ์" ชัยบอกกับขุนที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ "เออ ส่วนกูกับไอ้พงศ์จะออกไป่บ่ายๆตามที่นัดไว้กับผู้กองเดชา มึงก็ระวังตัวดีๆอย่าประมาทก็แล้วกัน" ขุนตอบแล้วกินข้าวต่อ "มึงสองคนก็เหมือนกัน ห้ามประมาทเด็ดขาด" ชัยกำชับเพื่อน พอกินข้าวเสร็จชัยก็เดินทางไปยังจุดนัดหมายกับผู้กองทหารราบทันที ขุนนั่งวางแผนเพิ่มเติมกับพงศ์เพื่อความไม่ประมาท "นี่ปืนที่กูยึดไปจากไอ้ศักดิ์ตอนนี้ มึงเอาไว้ใช้เหอะ" ขุนยื่นปืนขนาด 9มม.ส่งให้ พงศ์รับปืนมาพลิซ้ายพลิกขวาดู "เหมาะมือมากเลยครับหมวด" ได้ปืนกระบอกใหม่พงศ์ก็ชักปืนที่เอวส่งให้เมีย "เมียมึงใช้เป็หรือวะ" ขุนถาม "เป็ครับหมวด ั้แ่กลับมาอยู่ด้วยกันทุกวัน ผมก็สอนให้ยิงตลอดแม่นกว่าผมเสียด้วยซ้ำไป" ขุนพยักหน้าพงศ์ก็หันหน้าบอกให้เมียพาลูกไปหลบในหลุม ที่ทำไว้ให้ซ่อนตัวเวลาพงศ์ออกไปสืบข่าว เธอหยิบน้ำและขนมพาลูกเดินไปที่หลุมหลบภัย แล้วเธอก็ออกมาเอาข้าวและกับถือไปอีกรอบ เผื่อหิวแล้วผัวกลับมาช้าจะได้ไม่ต้องเสี่ยงเดินออกมา เธอคลานมาทางปากหลุมจะดึงกิ่งไม้ที่ทำไว้ปิดปากหลุม แต่ต้องหดมือกลับอย่างเร็วเมื่อได้ยินเสียงคนเดินผ่านไปทางบ้านของเธอ เสียงเท้าย่ำลงใบไม้แห้งกรอบแกรบหลายคนเดินตามกันไป เธอเอามือปิดปากลูกชายห้ามส่งเสียง
มัจจุราจกำลังคืบคลานเข้ามาขุนกับพงศ์เอนตัวนอนเอาแรง เพราะอีกหลายชั่วโมงจึงจะออกเดินทาง กำลังเคลิ้มๆอยู่นั้นขุนได้ยินเสียงเท้าย่ำลงใบไม้แห้งทีละก้าวช้าๆ มันผิดปกติเขาหรี่ตามองพลิกตัวหันไปหยิบปืน "มึงอย่าเชียวนะโว้ย ไม่เช่นนั้นหัวมึงจะทะลุโดยไม่รู็ว่าโดนใครยิง" พงศ์ได้ยิงเสียงก็เด้งตัวลุกขึ้น โครม เสียงของล้มส่วนพงศก็เซหงายท้องลงไปด้วยแรงถีบ พงศ์หันกลับมามองคนที่ถีบมันอย่างเต็มตา "ไอ้ศักดิ์" พอสิ้นเสียงพงศ์ เปรี้ยงงง ลูกปืน .38 ก็เฉียดหูไปนิดเดียว "ว่าไงเพื่อน มึงทำกับกูได้เยี่ยมยอดมากเลยนะไอ้สัตว์ มึงก็รู็ดีไม่ใช่หรือวะ ใครหักหลังกู มันไม่เคยรอดได้สักคน" ไอ้ศักดิ์เอาตีนเหยียบหน้าพงศ์ที่นอนหงายอยู่ "มึงออกจากคุกมาได้ยังไง" พงศ์พยายามคุยเพื่อถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุด ความหวังของมันอยู่ที่ขุนคนเดียวแล้วตอนนี้ "ใครบอกมึงว่ากูติดคุก ไปยังไม่ทันถึงตัวจังหวัดเขาก็ปล่อยกูลงข้างทาง เดี๋ยวจัดการมึงสองคนเสร็จแล้ว กูมีโบนัสให้เมียมึงด้วยว่ะ มึงไม่ต้องเป็ห่วงนะโว้ย กูรับรองว่าเมียมึงจะได้รับความสุขจากพวกกูทุกคน ขึ้น์ทั้งวันทั้งคืนแล้วค่อยส่งลงไปหามึงในนรก ฮ่าๆๆๆ" มันพูดยั่วแบบยียวนหัวเราะแบบกวนส้นตีนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ "มึงก็หักหลังนายมึงเหมือนกันไม่ใช่เรอะ" ขุนถามเบี่ยงเบนความสนใจของมัน "คนอย่างกูไม่เคยหักหลังเ้านายโว้ย" ไอ้ศักดิ์ตวาดเสียงดังแล้วชี้หน้าขุน "มึงอีกตัวไอ้สัตว์ ขู่กูได้ขู่กูดี วันนี้แหละมึงจะรู้ซึ้งถึงความหวาดผวาจากกูบ้าง" ขุนยิ้มที่มุมปากแบบยียวนกวนบาทาไม่แพ้กัน "มึงมีปัญญาเหรอ มึงอาจไม่ได้หักหลังเ้านายมึง แต่มึงใช้วิธีการใส่ร้ายพี่ชายของเ้านายมึงนี่ สุดยอดว่ะ" ขุนพูดกระแซะทำให้มันแยกเขี้ยวใส่ "มึงไม่ต้องเสือกมาอำกู วิธีการเก่าๆแบบนี้กูรู้ทันแล้ว มึงไม่มีทางรู้จักเ้านายกูได้หรอก" มันสบถออกมาแต่ขุนยิ้มเยาะตอบ "นั่นมันก็แล้วแต่ว่ามึงจะเชื่อหรือไม่ แต่คุณอำนวยเขากระซิบบอกกูมาว่า ลูกกระจ๊อกอย่างมึงทำงานพลาดแล้วพลาดอีก เก็บไว้ไม่ได้" คำพูดของขุนทำให้มันหน้าเปลี่ยนสีไปเมื่อได้ยินชื่อของเ้านายมัน พงศ์เห็นหน้ามันชัดกว่าใครว่ามันกำลังใจเสีย "ใช่ มึงไม่มีทางรอดหรอกไอ้ศักดิ์" เหมือนโดนยั่วโมโหมันมองหน้าพงศ์ด้วยความโกรธ มันหันปากกระบอกปืนจ่อไปทางหัวของพงศ์ "งั้นมึงไปรอกูก่อนก็แล้วกัน" พูดจบมันง้างนกปืนขึ้น กริ๊ก ..เปรี้ยงงง..!!?
โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนที่ 11
.